โดย นิวัต พุทธประสาท
บรรยากาศการแสดงเทศกาลแจ๊สมหิดล
หลังจากชมวันแรกจบลงแล้ว ผมกลับถึงบ้านแบบลากสังขารครับ ขากลับแวะกินโจ๊กบางกอกริมถนนเพชรเกษม เกือบเที่ยงคืนจึงถึงบ้าน อาบน้ำเสร็จก็สลบเลยครับ ตอนเช้าต้องตื่นเช้าทำภารกิจอีกต่างหาก ตอนแรกผมกะจะไปร่วมกิจกรรมในงานตอนกลางวัน แต่พอช่วงบ่ายหมดแรงเสียก่อนตามประสาคนเริ่มมีอายุ จึงงีบหลับช่วงเย็นแล้วกว่าจะออกมาชมคอนเสิร์ตได้ก็ทุ่มครึ่ง ยังดีที่ออฟฟิศของผมอยู่ที่สามพรานจึงเดินทางไปยังมหิดลศาลายาไม่ยากเย็นนัก
ผมไปถึงคอนเสิร์ตตอนที่โก้แซกแมนเล่นจะจบอยู่แล้ว แม้ว่าจะไปดูในช่วงท้าย แต่สิ่งที่ผมรับรู้คือโก้นั้นมีการแสดงที่ยอดเยี่ยมมากครับ นี่เป็นข้อดีที่เชิญนักดนตรีอาชีพมาเล่นในงาน เพราะการแสดงในเวทีกลางแจ้งแบบนี้ การเอนเตอร์เทนคนดูมีส่วนสำคัญมาก การเอาคนดูให้อยู่ไม่ใช่เฉพาะฝีมือ แต่มันต้องผสมการแสดงลงไปด้วย แล้วนักดนตรีอาชีพที่ผ่านเวทีการเล่นมาโชกโชนเท่านั้นที่จะทำได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศวันนี้ยังคงคึกคัก แฟนเพลงของโก้มาชมอุ่นหนาฝาคั่ง อาจจะเป็นเพราะรายการแรก ซึ่งต่อมาจากช่วงกลางวัน คอนเสิร์ตจบก็ยังไม่ดึกมากนัก
วันนี้สนามหญ้าที่เป็นจุดนั่งฟังแห้งสนิททำให้การเดินสำรวจรอบบริเวณทำได้อย่างดี พอโก้แสดงเสร็จผมก็เดินสำรวจ วันนี้ผู้ชมเตรียมตัวมาชมพอสมควร ด้วยการเตรียมเครื่องดื่มมาดื่มไปดูไป ซึ่งผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมากครับ การดูคอนเสิร์ตแจ๊สกลางแจ้งมันต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์บ้างครับ เพราะมันเข้ากันอย่างดีกับบรรยากาศ การดื่มแอลกอฮอร์ไม่ใช่อาชญากรรมเหมือนพวกมือถือสากปากถือศีลพูดกล่อมกันเช้าเย็น การดื่มอย่างพอเหมาะนั้นเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ดังที่ผู้มีรสนิยมดีปฏิบัติกัน แม้เทศกาลแจ๊สจะจัดกันในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กระนั้นโอกาสแบบนี้ผมก็คิดว่าไม่น่าเกลียดหรอกครับ คนที่คิดน่ะอกุศลต่างหาก กฎทั้งหลายมนุษย์ล้วนตั้งขึ้น และคนที่จะเอามันลงมาพักบ้างก็คือมนุษย์นั่นเอง (ใครจะเถียงเรื่องนี้กับผมได้เลยนะครับ)
วงที่สองของค่ำคืนนี้คือวงแม้นศรี วงแม้นศรีเป็นวงที่ก่อตั้งขึ้นจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นวงที่ตั้งวงกันมานานพอสมควร เคยบันทึกเสียงหลายครั้ง วงแม้นศรีเล่นดนตรีค่อนข้างละเมียด ไม่เน้นจังหวะรวดเร็ว เล่นกันละเอียดละออ
ส่วนวงสุดท้ายของค่ำคืน Rich Perry Quartet เป็นวงปิดท้าย ระหว่างรอการตั้งเครื่องวันนี้ผมก็เดินสำรวจตามเคยครับ ขี้เกียจนั่งอยู่กับที่ เทศกาลแจ๊สคราวนี้นอกจากมีดนตรีบรรเลงแล้วยังมีร้านมาออกร้านขายของด้วย แต่ละร้านชวนให้เสียเงินจริง ๆ ตั้งแต่ค่ายเพลงแจ๊สอย่างฮิตแมน มีหลายอัลบัมน่าสนใจครับ (ส่วนใหญ่ผมมีแล้ว) ผมไม่แน่ใจว่าเวบไซต์ของฮิตแมนแจ๊สมันจะเจ๊งอีกนานหรือเปล่าเพราะเข้าไม่ได้มาเป็นเดือน ๆ แล้ว นอกจากนั้นยังมีร้านของวิทยาลัยดนตรี ขายอัลบัมน่าสนใจคือ The Pomelo Town และเสื้อยืดของเทศกาล ที่น่าสนใจอีกร้านคือร้านใบชาซอง ที่คุณบรรณ และภรรยามาออกร้านขายกันเอง นอกจากอัลบัมที่ทางคุณบรรณผลิตเองแล้ว ยังมีอัลบัมเพลงอื่น ๆ อีก ส่วนร้านของคุณสมนึกมีอัลบัมน่าสนใจเยอะ แต่ไม่ค่อยกล้าแตะเท่าไหร่ ก่อนซื้อควรถามราคาก่อนเพราะมันขึ้นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากร้านต่าง ๆ แล้วยังมีร้านมาขายอาหาร ซึ่งก็มีพอสมควรช่วยรองท้องผู้ชมได้อย่างดี ร้านที่ฮิตที่สุดและกลิ่นอบอวนชวนท้องร้องก็คือข้าวไข่เจียว
ระหว่างที่ผมเดินเล่นรอบสนามช่วงรอตั้งเครื่องก็บังเอิญพบกับคอลัมนิสต์ดนตรีผู้คว่ำหวอดในวงการมานานอย่าง ปรารถนา รัตนะ ซึ่งปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์ประจำในหนังสือมติชนสุุดสัปดาห์ ก็เลยคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอตั้งใจมาชมคุณริช เพอร์รี่แสดงโดยเฉพาะ
การแสดงของวงริชเพอร์รี่ควอตเต็ต เป็นไปดังที่คาดครับ เล่นได้ดีสมมาตรฐาน แม้คุณริชแกจะออกตัวว่าไม่ได้ซ้อมมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว (ตอนที่เวิร์คช็อป) แต่ผมดูแล้ววงฝรั่งอาชีพมันเขี้ยวลากดินดีแท้ เล่นกันอย่างไหลลื่นทุกเม็ด เรื่องทีมเวิร์คไม่ต้องสงสัย รวมกันเป้นหนึ่ง เล่นเข้าขากันอย่างไม่ต้องมองด้วยสายตา ทว่าสัมผัสด้วยเสียงดนตรี ผมชอบรสนิยมการบรรเลงแซกโซโฟนของคุณริชเป็นอย่างมาก ยิ่งเขาแสดงความคิดเห็นในเรื่องสไตล์ของเขาในวันเวิร์คช็อป แล้วเขาก็แสดงสิ่งที่เขาคิดให้เราชมในคอนเสิร์ต มันตอกย้ำว่าเขาเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด การเล่นจึงสมบูรณ์แบบแม้ว่าสถานที่การแสดงนั้นจะอยู่ที่ไหน เล่นที่ใด มีใครเป็นผู้ชม หรือผู้ชมมีจำนวนเท่าไร
เสียงแซกฯของคุณริชทำให้ผมคิดถึงเสียงแซกฯของเด็กซ์เตอร์ กอร์ดอนไม่น้อย เป็นเพียงการระลึกถึงเท่านั้นนะครับ เพราะแนวทางมันคล้าย ๆ กัน
การแสดงจบลงราว ๆ ห้าทุ่มครึ่ง เป็นอีกคืนที่อิ่มสุข แต่ก็เพลียเอาเรื่องเหมือนกัน
ส่วนการแสดงในวันที่สาม ผมพลาดตลอดทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนครับ น่าเสียดายครับ แต่ก็พลาดไปแล้ว
มีข้อน่าติติงนิดหนึ่งขอติเพื่อก่อนะครับ ผมคิดว่างานคอนเสิร์ตครั้งนี้โปรแกรมที่จัดเหมาะสำหรับคนที่จะมาเพียงวันเดียว คือโปรแกรมเช้ากับเย็น ไม่ใช่มาสามวันในช่วงใดช่วงหนึ่ง (ใจจริงผมอยากมาร่วมทั้งสามวันสามคืน ถ้ามีสถานที่พักให้งีบหลับได้สักแป๊ปหนึ่งในช่วงบ่ายแก่ ๆ) เทศกาลนี้ผมมีเวลาเฉพาะช่วงไนท์ไทม์เท่านั้น จึงพลาดกิจกรรมตอนกลางวันทั้งหมด ทั้งที่โปรแกรมกลางวันบางอันน่าสนใจมาก อีกประการหนึ่งก็คือ การบรรเลงเพลงแจ๊สในเวทีกลางแจ้ง เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะดึงอารมณ์ร่วมของคนดูให้เป็นหนึ่ง ดังนั้นเวที Main Stage ในคราวนี้มีวงที่เพอร์ฟรอมเม้นต์เก่ง ๆ ไม่กี่วงที่เหมาะแก่การแสดงกลางแจ้ง ผมคิดว่าวงที่เล่นด้วยฝีมือควรจัดให้เล่นในหอการแสดงมากกว่า เพราะจะสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า อย่างเช่นวงแม้นศรีเล่นเพลงที่ละเอียดมาก คนดูต้องตั้งใจฟัง การเล่นกลางแจ้งเป็นการทำลายการแสดงโดยไม่ต้ังใจ รวมถึงวงอย่างริชเพอร์รี่ควอตเต็ตก็ควรค่าแก่การแสดงในหอการแสดงมากกว่ากลางแจ้งที่ต้องเสี่ยงต่อสภาพอากาศและคนดูที่ไม่มีสมาธิ
กระนั้นในปีหน้าผมก็ยังคงมาชมอยู่ดี (และยังสมัครใจเป็นแฟนวงดุริยางค์ฟิลฮาร์โมนิคแห่งประเทศไทยอย่างไม่ครามครัน)
ขอบคุณการแสดงดี รายการดี ๆ ที่ผู้จัดที่ทุ่มเทแรงกายและใจจัดขึ้น ขอปรบมือดัง ๆ และคารวะงาม ๆ
Filed under: Classical Music, Jazz Mania, Music Expresso, Music Review, บทความน่าสนใจ , ดนตรี, นิวัต พุทธประสาท, บทความน่าสนใจ, มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยดุริยางคศิลป์, สถานที่หนึ่งในหัวใจ, โปรด ธนภัทร, Baptiste Herbin Quartet, Beauty is a Rare Thing, Danny&Friend, jazz, Jazz Mania, Mahidol University Jazz Orchestra, Music, Music Expresso, Music Review, Niwat Puttaprasart, Rich Perry, Thailand, Thailand International Jazz Conference



















ความเห็นล่าสุด