Info

อ่านหนังสือ

เรื่�งรักธรรมดา

เรื่องรักธรรมดา

มีคนถามเรื่องการอ่านหนังสือพอสมควร ตลอดระยะเวลาที่ผมมีชีวิตรู้จักหนังสือโดยเริ่มจากการมองและเอานิ้วเขี่ยรูปภาพ จนกระทั่งอ่านออกเขียนได้ คำถามที่เจอบ่อยที่สุดก็คือ ทำไมถึงชอบอ่านหนังสือ เลือกอ่านหนังสืออย่างไร เอาเวลาที่ไหนมาอ่านได้เยอะแยะขนาดนั้น และรวมไปถึงคำถามน่ารักอื่นๆจิปาถะส่วนตัว เช่น นักเขียนที่ชอบ หนังสือเล่มโปรด หนังสืออ่านไม่จบ ชอบอ่านมุมไหนของบ้าน ท่าที่อ่าน(มีคนถามแล้วจริงๆ) วิธีคั่นหนังสือ อ่านหนังสือยังไงไม่ยับ จนโยงใยออกสู่คำถามกว้างๆว่าทำไงให้เด็กๆชอบอ่านหนังสือ มีความคิดเห็นอย่างไรกับการศึกษาไปจนถึงเรื่องวัฒนธรรมการอ่านของผู้คน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยได้ตอบใคร เหตุเพราะตัวเองก็ไม่เคยนั่งคิดถึงเรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง ไม่ได้เชี่ยวชาญ แล้วนึกไม่ออกว่ามันจะสนุกอย่างไรกับการเล่าเรื่องการอ่าน นอกจากจะคุยในเรื่องหนังสือที่อ่านเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ผมเล่าให้เจ้าของตู้เย็นที่ดอกทิวลิปอาศัยอยู่* ว่ากำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งสนุกมากแต่เป็นหนังสือของแม่ แม่เผลอหลับเลยเอามาอ่าน กับเล่าเรื่องการได้เป็นเจ้าของหนังสือเด็ก(ผมชอบบ่นว่าหนังสือเด็กแพง เลยไม่ยอมซื้อเสียที) เรื่อง No David ! ของนายเดวิด แชนนอน เธอรู้เรื่องนิสัยการอ่านเรื่อยเปื่อยของผมดีอยู่แล้ว แต่คงนึกสงสัยขึ้นมากะทันหัน เพราะหลายครั้งที่ผมมีพฤติกรรมแปลกๆหลากรสนิยมในการอ่าน เธอเลยถามว่า ทำไมชอบอ่านหนังสือ? เป็นเองแต่เด็กๆเลยหรือ ผมเริ่มคิดเรื่องนี้ สำรวจตัวดูก็พบว่า จริงสิไม่เคยนึกเลย ทำไมถึงชอบเอาหนังสือแม่มาอ่าน ทำไมอยู่หลายคำถาม แล้วนึกไปถึงตอนเด็กว่า มีใครบังคับให้อ่านหนังสือหรือเปล่า? ทำไมจึงชอบอ่านหนังสือนักหนา?

ตอนเด็กๆผมเป็นพวกจอมซนอยู่ไม่สุข ต้องออกไปวิ่งเล่นรอบบ้านเสมอ นอกบ้านคือป่าแห่งการผจญภัยชนิดหนึ่ง ยิ่งแดดออกยิ่งชอบ ใครเผลอก็กระโดดขึ้นรถเขาแอบหัดขับ หาเรื่องตั้งแต่เด็กซึ่งขับได้ตั้งแต่เวลานั่งขายังยันไม่ถึงพื้น เวลามองกระจกหน้าก็ต้องเขย่งเอา หรือเล่นทะโมนเป็นลิงเป็นค่างอยู่คนเดียว แต่ความซนนั้นก็จะอยู่แต่นอกบ้าน เพราะเหมือนมีมนต์ขลัง พอเดินเข้าเขตร่มหลังคาบ้านผมจะนิ่งทันที แล้วยิ่งเดินผ่านห้องหนังสือชั้นหนังสือที่เรียงกันจนมองเห็นหน้าหนังสือเหลืองกรอบอยู่ตามทางเดิน ก็จะค่อยๆย่องเบาๆ ราวกับกลัวว่าหนังสือจะตื่น สันหนังสือจะแตกด้วยความเก่าจนหลุดลุ่ยออกมาเป็นผุยผง อิทธิพลและบรรยากาศแวดล้อมภายในบ้านน่าจะมีส่วนสำคัญที่สุดในการเพาะนิสัยการอ่านแบบไม่รู้ตัว ผมชินกับภาพของการเห็นคนนั่งอ่านหนังสือเป็นเงาเงียบๆตะคุ่มๆอยู่ในบ้าน มันทำให้เราเงียบไปด้วยจนเป็นที่รู้กันว่าถ้ามีคนอ่านหนังสืออยู่ ต่อให้มีเรื่องด่วนอย่างไรก็จะไม่มีใครอยากกวน ยกเว้นว่ามีการเงยหน้าขึ้นมามองพอดี เคยมีเรื่องเล่าว่าบรรพบุรุษคนหนึ่งของผมมัวแต่อ่านหนังสือ ภรรยาให้คนมาบอกท่าน ท่านก็ยกมือเป็นสัญญาณคล้ายบอกว่าให้รอก่อน จนคนมาบอกไม่กล้าพูดอะไร แล้วในที่สุดภรรยาท่านก็ไปคลอดไม่ทัน ในวัยที่ผมยังอ่านหนังสือไม่ออกนั้น ผมมักชอบปีนป่ายอยู่แถวบริเวณคนอ่านหนังสือ สืบเนื่องมาจากที่บ้านผมเป็นกรรมพันธุ์ชนิดหนึ่ง คือชอบอ่านหนังสือออกเสียงพึมพัมพอที่จะให้ตัวเองได้ยินคนเดียว แล้วตอนนั้นอยากรู้ว่าเขากระซิบอะไร กับเกิดอาการไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่มองเส้นบรรทัดที่มีตัวหนังสือเรียงซ้อนกันเป็นตับในหน้ากระดาษทำไม อันนี้ต้องทำความเข้าใจตามประสาโลกของเด็ก ว่าผมไม่มีปัญญาควบคุมตัวเองได้ในขณะนั้น ผมจึงต้องปีนไปพิสูจน์เกาะแถวบริเวณไหล่บ้าง อ้อมไปข้างหลังบ้าง คอยเกาะแกะให้เป็นที่กวนอกกวนใจคนอ่านหนังสือทั้งหลาย หลังจากนั้นก็รัวคำถามเป็นชุดกับผู้ใหญ่ถึงเรื่องราวที่อ่าน และสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อมาคิดถึงในยามนี้คือ ผมโชคดีที่ทุกคนใจเย็นมาก ตอบคำถามทุกคำ และเล่าให้ฟังทุกเรื่องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แตกต่างกันไปตามวัย แถมยังมีเล่ห์กลทำให้ผมอยากรู้ต่อ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ผมชอบหนังสือ เพราะหนังสือตอนนั้นยังเป็นก้อนอิฐอะไรไม่รู้ ได้แต่เอามาต่อเรียงกันเป็นตึกบ้างรถบ้าง บางทีก็หยิบออกมาจะเปิดหาแต่เล่มที่มีรูปภาพ บ่อยครั้งที่หนังสือถูกนำมาวางกองไว้เต็ม แล้วหลังจากนั้นไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของบ้านก็จะได้ยินเสียงเรียกชื่อให้ผมมาเอาหนังสือไปเก็บที่เดิม ครั้งหนึ่งแม่เล่าให้ฟังว่า ตัวฤทธิ์อย่างผมแหงนหน้าทะเลาะกับแม่ปาวๆว่า ผมอ่านหนังสือไม่ออก ผมเก็บไม่เป็นหรอก….

แต่เรื่องของเรื่องก็คือไม่มีใครเคยบังคับให้อ่านหนังสือเลย ไม่ว่าจะหนังสืออ่านเล่นหรือหนังสือเรียน ทุกคนต่างอ่านให้เห็นเอง และการได้อยู่ในโลกที่มีแต่หนังสือก็ทำให้หยิบขึ้นมาอ่านเองเวลาไม่มีอะไรทำ แม่เคยพูดครั้งหนึ่งเรื่องหนังสือว่า อ่านอะไรได้ก็อ่านไปเถอะ อ่านมากๆเข้าก็จะรู้จักแยกแยะไปเอง อย่าอ่านหนังสือแบบจัดอันดับหนึ่งสองสาม เพราะหนังสือทุกเล่มมีคุณค่าทั้งนั้น ถ้ายิ่งอ่านมากขึ้นก็จะเห็นว่าการอ่านทำให้เราตัวเล็กลงทุกที เราแทบจะไม่มีความหมาย เพราะมีเรื่องราวในโลกที่เรายังไม่รู้อีกเยอะ เวลาผมปิดเทอมกลับบ้านก็จะใช้เวลาอ่านแต่หนังสือ ตะลุยอ่านจนแม่ต้องวางแผนให้ออกนอกบ้านเพื่อไปเจอคนอื่นบ้าง คุณยายต้องแกล้งจ้างให้ไปทำโน่นทำนี่ ผมมีคนสนิทอยู่คน เขาจะตระเวนหาหนังสือเช่ามาให้ผมอ่าน การ์ตูน เรื่องแปล เรื่องสั้น เรื่องยาวทุกชนิดเป็นอาหารที่ไม่เคยทำให้อิ่ม สิ่งเหล่านี้กลับกันกับตอนเด็กๆ เพราะพอกลับบ้านได้อ่านหนังสือ นั้นคือโลกแห่งการผจญภัย พอออกนอกบ้านอารมณ์จะนิ่งๆเหมือนผ่านการทำสมาธิมาแล้ว โลกข้างนอกเป็นโลกแห่งการสังสรรค์ การมีมารยาทบนโต๊ะอาหาร การประพฤติตัว กลับกลายเป็นเรื่องของกรอบและระเบียบวินัย ความชาชินทำให้ผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับมันเท่าไหร่นัก หนังสือจึงเป็นทางเดียวที่โลกจะปราศจากความอึกทึก ผมมีหนังสือในความทรงจำมากมายในวัยนั้น To Kill a Mocking Bird ของฮาเปอร์ ลีเคยทำให้ผมน้ำตาตกตอนอายุสิบสี่ อมาญาส์ของจันทรำไพ โลกสีครามของท่านมุ้ย พระจันทร์กระดาษและหนังสือแปลของเทศภักดิ์ เจ้าพ่อของลุงอาจินต์ ตะวันยอแสงของทมยันตี หนังสือของดอกไม้สด เรียกว่าขอให้อยู่ในตู้หนังสือ ไม่ว่าจะของใครก็จะไล่อ่านไปทีละเล่มด้วยความสนุก แต่ก็ยังคิดอยู่ดีว่าเวลามีน้อย ปิดเทอมอ่านไม่ทัน ทำไงดีถึงจะได้อ่านหนังสือแบบฟูลไทม์

ครั้งแรกที่บอกแม่เรื่องอยากเรียนวรรณคดี แม่ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความรู้ทัน เพราะแม่รู้ว่าผมขี้เกียจอ่านหนังสือเรียน แล้วผมอยากจะเอาหนังสืออ่านเล่นมาเป็นหนังสือเรียนแทน เพราะคาดเดาเอาไว้ว่าชีวิตนี้คงมีความสุขไม่น้อย แต่พอแม่ถามว่าทำไม ผมกลับตอบว่า ผมชอบประวัติศาสตร์ อยากรู้ประวัติของหนังสือตามลำดับสมัย แล้วหนังสือเป็นเบ้าหลอมที่ดีทางความคิด ผมตอบไปงั้นจริงๆโดยยังไม่เคยอ่านเรื่อง Crucible ของอาเธอร์ มิลเลอร์ และไม่รู้จักความยากถึงที่สุดของปู่เช็คสเปียร์ ไม่รู้ว่าเกอร์ทรูดจะพูดอะไรกับคลอดิอุส ไม่รู้ว่าโอดิปุสทำไมถึงต้องตาบอด และไม่รู้ว่าการบ่นของนายอเล็กซานเดอร์ พอร์ทนอยจะทะลึ่งมากขนาดนี้ แต่การเรียนในตอนนั้นต้องถือเป็นความสุขแห่งชีวิต เพราะยิ่งเพาะนิสัยการอ่านให้ผมอย่างจริงจัง ผมกลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือ การพบเจอกันของผู้คนเป็นเรื่องการคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากเรื่องราวที่ได้อ่าน ดอกไม้ ใบหญ้า ท้องฟ้า นโปเลียน* ทุกอย่างมีความหมาย ทุกหน่วยความคิดมีค่าแม้แต่ความคิดที่อยู่ตรงข้ามกับเรา และผมเชื่อว่าการอ่านทำให้เราปลดเปลื้องจากความเป็นตัวตน ผมก็ตอบไม่ถูกว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น แต่ผมรู้ว่าหลังๆมานี้ ผมอ่านหนังสือได้ทุกประเภท แล้วแต่สภาวะอากาศและอารมณ์มากกว่า การเลือกอ่านหนังสือขึ้นอยู่กับอารมณ์อ่านในตอนนั้น เช่นถ้าอ่านหนังสือลึกซึ้งมากๆเข้า แบบ Swann’s Way ของ Marcel Proust หลังจากนั้นก็อาจจะอยากอ่านอะไรมันๆแบบ ข้างหลังโปสการ์ดของหลานเสรีไทย หรือถ้าชีวิตกำลังน่าเบื่อก็อยากอ่านอะไรตื่นเต้นคอขาดบาดตาย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ การอ่านคือการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ครั้งหนึ่งคุณอาจจะนิยมลุ่มหลงนักเขียนสักคนมากกว่าผลงานของเขา เพราะเขาเหล่านั้นมีอิทธิพลทางความคิดต่อวัย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งผิด แต่เป็นการเติบโตทางวัยของการอ่าน การอ่านจะทำให้เรารู้จักไม่ตัดสินใครด้วยมาตรฐานของตัวเราเอง เพราะทุกอย่างย่อมมีเหตุผลในตัวมัน การอ่านหนังสือไม่ได้บอกว่าใครดีกว่าใคร และความมหัศจรรย์ของตัวหนังสือทำให้เรารู้จักเคารพความคิดเห็นของคนอื่น เพราะในที่สุดแล้ว ก็ยังมีเรื่องอีกมากที่เรายังไม่รู้….

หมายเหตุการอ่าน: นโปเลียน* เป็นชื่อน้องหมา

ผมอ่านหนังสือเฉลี่ยเดือนละหนึ่งพันหน้าซึ่งเป็นนิสัยที่ทำมานานแล้ว เมื่อก่อนเวลาที่ดีที่สุดคือเวลารถติด ปกติผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือซ้ำ แต่มีรายชื่อหนังสือจำนวนหนึ่งที่อยากอ่านซ้ำและนึกออกตอนนี้

หนังสือน่าอ่าน (เป็นการอ่านซ้ำ *อ่านไม่เคยจบ **อยากอ่านมาก)

Pillar of the Earth – Ken Follet Immortality – Milan Kundera

A Wrinkle In Time – Madeleine L’Engle Lord of the Rings – J.R.R. Tolkien*

Galapagos – Kurt Vonnegut Hotel New Hamshire – John Irving

Atlas Shrugged – Ayn Rand** Daisy Fay and the Miracle Man – Fannie Flagg

ผู้ดี ของดอกไม้สด สามก๊ก** เกิดวังปารุกส์ โสดสโมสร ของว.วินิจฉัยกุล**


หนังสือดีที่เพิ่งอ่าน

Pnin- Vladimir Nabokov Being Dead – Jim Crace Genome – Matt Ridley English Passengers – Matthew Kneale รัตนโกสินทร์ - .วินิจฉัยกุล จิมกระดุมกับลูคัส - มิฆาเอล เอนเด้ ปีนตลิ่ง - ‘รงษ์ วงศ์สวรรค์ เรื่องรักธรรมดา - รวมเรื่องสั้นสนามหญ้า 2

Comments

2 Comments

Post a comment
  1. paradox #
    สิงหาคม 21, 2009

    Very Great

  2. ฺฺBB #
    กรกฎาคม 8, 2011

    ไม่ทราบว่าหนังสือเรื่องโงกสีครามนี่ขายมั้ยคะ อยากได้มาก ตามหามานานแต่หาไม่ได้เลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

Gravatar
WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 79 other followers