Brahms Sonatas for violin and piano
Viktoria Mullova: Violin
Piotr Anderszewski: Piano
Words : Niwat Puttaprasart

Johannes Brahms ประพันธ์ไวโอลินกับเปียโนโซนาต้าเอาไว้สามเพลงด้วยกัน แม้จะประพันธ์เอาไว้ไม่มากแต่ก็ถือเป็นไวโอลินกับเปียโนโซนาต้าชิ้นเอกของบราห์ม และของโลก บราห์มเป็นคนฮัมบูร์ก เกิดวันที่ 7 พฤษภาคม ปี 1833 เริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่เจ็ดขวบ แสดงเปียโนต่อหน้าสาธารณะชนตอนอายุ 15 ในวัยเด็กฉายแววอัจฉริยะทางดนตรีโดยเฉพาะเปียโน ปี 1853 ได้พบกับนักไวโอลินยอดฝีมือของยุคอย่างเรเมนยี, โจเซฟ โจอาคิม รวมถึงฟราน ลิซต์, คาร่า ชูมานน์ และโรเบิร์ท ชูมานน์ (โจอาคิมเขียนจดหมายแนะนำตัวให้กับบราห์มแก่ชูมานน์ และชูมานน์ก็เขียนถึงบราห์มในหนังสือเกี่ยวกับดนตรี)
บราห์มมีนิสัยคล้ายบีโธเฟ่นอยู่อย่างหนึ่งคือชอบเดินเล่นในป่าสวนของกรุงเวียนนา นอกจากนั้นเขายังชอบซื้อลูกกวาดแจกเด็ก ๆ ตอนหนุ่มแม้จะเป็นคนไม่พูดมากแต่บราห์มชอบพูดเสียดสี จึงทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากจะคบด้วย จึงต้องแยกตัวออกมาอยู่โดดเดี่ยว เพื่อนที่คบกับบราห์มได้นานที่สุดเห็นจะเป็นเป็นโจฮันน์ สเตาท์ ที่สอง ซึ่งมีสไตล์ในการแต่งเพลงไปคนละแบบ แต่ตามธรรมดาของศิลปินเอก มักจะมีอะไรแปลก ๆ ให้คนธรรมดาอย่างเราไม่เข้าใจเสมอ
ไวโอลินกับเปียโนโซนาต้า สามเพลงที่ผมจะแนะนำนี้ ทั้งสามเพลงบรรจุอยู่ในแผ่นซีดีแผ่นเดียว ซึ่งถือว่าซื้อแผ่นเดียวก็ได้ครบทุกเพลงแบบนี้คุ้มค่ายิ่ง ซีดีชุดนี้ผลิตโดยฟิลิปส์ ฟิลิปส์ผลิตแผ่นดนตรีคลาสสิกที่น่าสนใจออกมาจำนวนหนึ่ง ว่าไปแล้วแผ่นซีดีหลายแผ่นของฟิลิปส์มีคุณภาพระดับสูง หลาย ๆ ชุดที่ผมมีซุ่มเสียงใช้ได้ดีทีเดียว เสียงที่อัดไม่แห้งและหยาบกร้าน แผ่นนี้ก็เช่นกันบันทึกเสียงได้มิติเสียงดีมาก

เพลงแรก ไวโอลินโซนาต้าหมายเลขหนึ่ง ในบันไดเสียง จีเมเจอร์ โอปุสที่ 78 โซนาต้าเพลงนี้แต่งขึ้นที่ Postschach ในช่วงฤดูร้อนระหว่างปี 1878-79 สไตล์เพลงรุ่มรวยไปด้วยความรู้สึกด้านใน บางครั้งขอบเขตของเพลงเข้าถึงอารมณ์ของสภาพแวดล้อมที่บราห์มได้อาศัยอยู่ในขณะนั้น เสียงไวโอลินที่อบอุ่นนุ่มนวล ฟังสบาย
เพลงที่สอง ไวโอลินโซนาต้าหมายเลขสอง ในบันไดเสียง เอเมเจอร์ โอปุส ที่ 100 โซนาต้าเพลงนี้ประพันธ์ขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 1886 ที่ทะเลสาป Thun ช่วงดังกล่าวบราห์มยังประพันธ์เพลงเชลโลโซนาต้า โอปุสที่ 99 และเปียโนทริโอ โอปุสที่ 101 อยู่ ทั้งสามเพลงจึงมีลักษณ์ดนตรีที่ใกล้เคียงกันคือเต็มไปด้วยเสียงสำเนียงอันอบอุ่น (เหมือนช่วงอากาศในเวลานั้น) ขณะที่ท่วงทำนองก็ปรับเปลี่ยนอย่างฉับพลันในแบบไวโอลินโซนาต้าเพลงแรก โดยเฉพาะช่วงกลางเพลงของมูฟเม้นต์ที่สอง (แทรคที่5) นั้นเต็มไปด้วยการบรรยายความรู้สึกทางอารมณ์ มูฟเม้นต์สุดท้ายของเพลง บราห์มยังคงบอกเล่าอารมณ์ความรู้สึกของตนผ่านตัวโน้ตได้อย่างสละสลวย บราห์มเป็นคีตกวีที่ถ่ายทอดห้วงอารมณ์ของตนออกมาได้ดี เขาไม่เพียงบรรยายภาพท้องทุ่งหรือสถานที่ แต่เขาบรรยายความรู้สึกของตนผ่านเสียงเพลง
ดูเหมือนบราห์มจะไม่ใช่คนที่จะแสดงอารมณ์อันพุ่งพล่านผ่านออกไปในดนตรี เขาจะครุ่นคำนึง เรียบเรื่อย เหมือนสายน้ำที่ค่อย ๆ ไหล ในยามฤดูร้อน ทำให้เพลงของบราห์มไม่ถั่งโถมอย่างรุนแรง
เพลงที่สาม ไวโอลินโซนาต้าหมายเลขสามในบันไดเสียง ดีไมเนอร์ โอปุสที่ 108 เพลงนี้ยังคงแต่งที่ทะเลสาป Thun ในช่วงฤดูร้อนปี 1888 หลังจากไวโอลินโซนาต้าหมายเลขสองเป็นเวลาสองปี
ไวโอลินโซนาต้าหมายเลขสามแม้จะยังคงสไตล์ในแบบของบราห์ม ทว่ามีสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือมีแนวทางคล้ายบีโธเฟ่น เปิดเพลงในมูฟเม้นต์แรกเหมือนเปิดประตูที่เดินเข้าไปสู่ชิ้นงานเล็ก ๆ มากมายของบราห์ม ว่าไปแล้วผมชอบโซนาต้าเพลงนี้มากที่สุด เพราะการเล่นซ้ำท่วงทำนองหลักหลาย ๆ รอบทำให้ท่วงทำนองติดหูง่าย ส่วนมูฟเม้นต์ที่สองนั้นไพราะเหลือเกิน เริ่มด้วยเสียงไวโอลินที่เอื่อยไหลเชื่องช้า เล่นท่วงทำนองหลักงดงาม เสียงเปียโนคลอประสานเป็นห้วง เสียงหนัก-ค่อย-เบา ไล่เรียงเป็นขั้นบันได
มูฟเม้นต์ที่สามเปียโนขึ้นต้นด้วยน้ำเสียงสดใสเริ่งร่า ไวโอลินคลอเสียงประสาน เล่นไล่เสียงกัน จากค่อยไปสู่ดัง และเล่นซ้ำท่วงทำนองเดิม ด้วยลักษรณะหยอกล้อกันก่อนที่จะต่อเข้าสู่มูฟเม้นต์ที่สี่ในทันที
บราห์มนั้นเป็นคนช่างบรรยาย เขาค่อย ๆ เล่าเรื่องผ่านเสียงดนตรีอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่รีบร้อนที่จะสรุปรวบยอดแนวความคิดของตนอย่างตรงไปตรงมา ทว่ามีโวหารที่อ้อยสร้อย บราห์มเป็นคีตกวีที่เข้าจยากคนหนึ่ง มีลักษณะนิสัยที่แปลก ๆ เก็บความรู้สึก ครองตนเป็นโสด บางคนวิเคราะห์ว่าเขาอาจจะเป็นเกย์ แต่เขาเคยหลงรักคาร่า ชูมานน์
ฟังเพลงไวโอลินโซนาต้าของบราห์มทั้งสามเพลงแล้วชุ่มชื่นหัวใจครับ สามารถเปิดฟังซ้ำไปซ้ำมาได้หลายรอบโดยไม่เบื่อ เหมาะแก่การฟังไปทำงานไป หรือฟังในยามพักผ่อน แถมยังได้อรรถรสที่ต่างจากเพลงประเพลงซอร์ฟมิวสิกเป็นไหน ๆ
สำหรับอัลบัมนี้ไวโอลินเล่นโดย Viktoria Mullova เธอเป็นชาวรัสเซีย เรียนดนตรีที่มอสโคว์ รางวัลแรกที่เธอได้รับคือรางวัล Sibelius Competition ที่เฮลซิงกิในปี 1980 แต่รางวัลที่ส่งให้เธอมีชื่อเสียงคือรางวัลเหรียญทองไชยคอฟสกี้ คอมเพติชั่น ในปี 1982 จากนั้นเธอก็ได้รับเชิญไปเล่นคอนเสิร์ตต่าง ๆ ทั่วโลก และมีผลงานอัดแผ่นกับค่ายฟิลิปส์ ผลงานที่เธออัดแผ่นส่วนใหญ่จะเป็นคีตกวีเยอรมัน รัสเซีย ซึ่งเธอน่าจะถนัดในการตีความคีตกวีสายบาโร๊คนี้มากกว่าสายอื่น เสียงไวโอลินของมัลโลวาค่อนข้างละเอียด อ่อนช้อย การตีความของเธออยู่ในขนบที่เรียบร้อยไม่หวือหวา ราวกับเธอปลุกยุคบาโร๊คกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนนักเปียโนที่เล่นคู่กับมัลโลวาคือ Piotr Anderszewski เป็นนักเปียโนเชื้อสายโปล-ฮังกาเรียน เกิดที่กรุงวอร์ซอ เรียนเปียโนตั้งแต่อายุหกขวบ ก่อนจะย้ายไปเรียนที่ลียอง สตาร์บูร์ก ประเทศฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ในอัลบัมชุดนี้เขาเล่นเปียโนแบ๊คอัพไวโอลินได้อย่างไม่มีที่ติ การผสานงานเป็นทีมเวิร์คกับมัลโลวาเป็นไปอย่างราบรื่น การเล่นไวโอลินโซนาต้า หัวใจสำคัญอยู่ที่ทีมเวิร์ค นักดนตรีทั้งสองคนจะต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อถ่ายทอดห้วงอารมณ์ศิลปินออกมาให้ได้ตามที่คีตกวีปรารถนา
ฟังเพลงในอัลบัมนี้แล้วเต็มอิ่ม และท่านที่กำลังเริ่มต้นฟังเพลงของบราห์ม ไวโอลินและเปียโนโซนาต้าชุดนี้สมบูรณ์ยิ่ง
Music: 9
Sound: 8
Comments
ยังไม่มีความเห็น