Info

กรุสำหรับ กรกฎาคม, 2009

แผ่นเสียงกลับมานิยมเล่นกันอีกครั้ง ปัจจุบันกระแสการเล่นมิได้ลดลงเลย ขณะที่แผ่นซีดีนั้นถูกกระแสการดาวน์โหลดเพลงตีกระหน่ำจนตั้งตัวแทบไม่ทัน กลายเป็นว่าฟอร์แมตซีดีกลับถูกท้าทายอย่างหนักหน่วง แม้เมื่อปี 1980 ฟอร์แมตซีดีจะทำท่าเป็นผู้สังหารแผ่นเสียงจนเกือบจะสูญพันธุ์

ทุกวันนี้ทั้งผู้ผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียง หัวเข็ม อุปกรณ์เสริม รวมถึงผู้ผลิตแผ่นเสียงมีความมั่นคงขึ้นกว่าแต่ก่อน แผ่นเสียงผลิตใหม่ ทั้งในแบบ Reissue และแผ่นผลิตใหม่ เครื่องเล่นแผ่นเสียงในระดับเริ่มต้นมีการปรับปรุงออกมาขายอย่างต่อเนื่อง ยี่ห้อใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงหัวเข็มมีการผลิตจำหน่ายกันทุกรูปแบบ ตั้งแต่ราคาระดับเริ่มต้น ระดับกลาง จนถึงระดับเกินเอื้อม

หากถามว่าส่วนใดของเครื่องเล่นแผ่นเสียงสำคัญที่สุด ระหว่างตัวเครื่อง, โทนอาร์ม หรือหัวเข็ม

แน่นอนครับไม่มีอะไรสำคัญกว่ากัน ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งก็เล่นแผ่นเสียงให้มีเสียงไม่ได้ ตัวเครื่อง-ต้องลดการสั่นให้น้อยที่สุด / โทนอาร์ม-ความยาว น้ำหนัก มุม ต้องสัมพันธ์กัน / หัวเข็ม- ต้องถ่ายทอดเสียงให้ได้เหมือนต้นฉบับมากที่สุด โดยทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

หัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่นิยมเล่นกันในปัจจุบันมีอยู่สองแบบคือ

1.หัวเข็มแบบ MM (Moving Magnet)

หัวเข็มแบบ Moving Magnet ใช้หลักการเคลื่อนที่ของแม่เหล็ก หลักการนี้มีข้อดีมหาศาลตือทำให้สามารถขยายสัญญาณของแผ่นเสียงที่มีความดังต่ำอยู่แล้ว ให้มีสัญญาณที่แรงขึ้น

2.หัวเข็มแบบ MC (Moving Coil)

หัวเข็มแบบ Moving Coil นั้นทำงานด้วยการเคลื่อนที่ของขดลวด ข้อดีคือสามารถเก็บรายละเอียดที่ดีของเสียง แต่ขณะเดียวกันสัญญาณขาออกที่เบามาก

หมายเหตุ

เนื่องจากเสาร์อาทิตย์นี้ผมมีธุระต้องไปงานแต่งงานน้องสาวแฟนที่ต่างจังหวัด สัญญาว่าจะกลับมาเขียนต่อเรื่องหัวเข็มให้เสร็จสมบูรณ์ในสัปดาห์หน้านะครับ

ภาพโปสเตอร์ของ High Fidelity

ภาพโปสเตอร์ของ High Fidelity

High Fidelity: หนังสำหรับผู้ชาย (ประเภทหนึ่ง)

คะแนนรวม *** (สามดาว)
รายละเอียด: Encoding Region Zone 3 Picture 6 Sound 6 Movie 7 Supplementary 6

แม้จะเป็นหนังเก่าที่ออกฉายในปี 2000 แต่ผมเชื่อว่าท่านยังพอหาดีวีดีเรื่องนี้มาดูได้ไม่ยากครับ ทั้งโซนหนึ่งและโซนสามอาจจะรวมถึงดีวีดีแม่สายด้วย ที่ผมอยากแนะนำหนังเรื่องนี้ให้กับแฟนนานุแฟนของหนังสือแฮมเบอร์เกอร์ได้ชมกันเพราะว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเข้ากับ “ความรู้สึก” ของผู้ชายที่ชอบดูหนังฟังเพลงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่บ้าเรื่องเพลงและแผ่นเสียง หนังเรื่องนี้จะนำเสนอบุคลิกในแบบ “ผู้ชายๆ” ความรู้สึกที่ยากจะเอ่ยออกมาเป็นรูปธรรม ทว่าหนังเรื่องนี้กลับสร้างออกมาได้อย่างดี

High Fidelity สร้างมาจากนิยายของนิค ฮอร์นบี้นักเขียนชาวอังกฤษ นิยายเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อเล่มว่า “รักตกร่อง” ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถเอามาอ่านประกอบดูหนังก็น่าจะได้รับความสนุกไม่แพ้กัน

ภาพปกนิยายเรื่อง High Fidelity

ภาพปกนิยายเรื่อง High Fidelity

หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักแบบผู้ชายครับ อาจจะไม่หวานซึ้งตรึงใจทว่ามันเต็มไปด้วยด้านหนึ่งของผู้ชายที่ผู้หญิงอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน หรือเคยรู้ทว่าอาจจะไม่ได้ลงลึกถึงความคิดแบบ “ผู้ชาย” ซึ่งมีอีกด้านหนึ่งที่ผู้หญิงไม่สามารถเข้าถึงได้ จนกว่าคุณจะทำความเข้าใจมัน ขณะเดียวกันตัวหนังพยายามที่จะเข้าถึงจิตใจของผู้หญิงผ่านมุมมองผู้ชาย แม้มันจะเป็นหนัง “ส่วนตัว” แต่ผมไม่คิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นประเภทเมินมองสังคม เปล่าเลยถ้าเราเข้าใจบริบทของสังคม เราจะไม่ดูแคลน “ความเป็นส่วนตัว” ได้เลย

High Fidelity เล่าเรื่องของ ร็อบ ชายหนุ่มที่กำลังถูกแฟนซึ่งมีอาชีพทนายความที่มีมองถึงอนาคตทิ้งไป ร็อบมองว่าชีวิตของเขาแม้ไม่ประสบความสำเร็จทว่าเมื่อย้อนกลับไปถึงอดีตคนรักเก่าที่เขา “จัดอันดับ” ตามแบบชาร์ตดนตรีที่เขาชื่นชอบ ชีวิตรักของเขาก็หาไม่เลวร้ายไปนัก แต่กลับเป็นความถูกต้องที่เขาเดินมาถูกอยู่แล้ว

John Cusack ในบท ร็อบ กอร์ดอน เจ้าของร้านแผ่นเสียง

John Cusack ในบท ร็อบ กอร์ดอน เจ้าของร้านแผ่นเสียง

ร็อบเคยเป็นดีเจเปิดเพลงตามผับมาก่อนก่อนจะตัดสินใจมาเปิดร้านขายแผ่นเสียงที่เต็มไปด้วยอุดมคติ เขาจ้างลูกจ้างสองคนที่เป็นพวกบ้าเพลงอย่างโงหัวไม่ขึ้นเช่นกัน ขนาดที่ว่าจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ของวงโปรดของพวกเขาได้อย่างไม่มีผิด แล้วทั้งสองยังมีวิธีขายแผ่นเสียงที่ต่างกันด้วย ขณะเดียวกันร้านของเขากำลังตกต่ำเพราะไม่ได้ขายสินค้าตามแบบเมกกะสโตร์ ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องการคือมองหาอนาคตให้ได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

คนบ้าเพลงอย่างร็อบนั้นลมหายใจชองเขาจึงเต็มไปด้วยเพลง ประวัตินักดนตรี แต่สุดท้ายเมื่อมาถึงจุดที่เขาต้องเลือกระหว่างความรัก ชีวิตคู่ หรือทำตัวแบบเดิมซึ่งไม่รู้ว่าจะจบสิ้นลงเมื่อไหร่

Jack Black ในบท แบรี่

Jack Black ในบท แบรี่

สำหรับผมแล้วHigh Fidelity เป็นเหมือนงานสลักหินของพวกที่มองว่าชีวิตนั้นไม่ได้มีองค์ประกอบเพียงหนึ่งเดียวกับสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปเป็น แต่หนัง (รวมถึงนิยาย) นั้นเข้าถึงความเป็นผู้ชาย ที่ฝรั่งเรียกกันว่า Boy Thing ผู้ชายมักจะนำเอา “งานอดิเรก” มาผูกติดกับชีวิตอย่างคลั่งไคล้ ซึ่งทำให้การมองโลกเต็มไปด้วยความฝันบาง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นจริงหรือเป็นเพียงวิมานในอากาศก็ไม่แปลก

นักแสดงหลักในหนัง

นักแสดงหลักในหนัง

สำหรับแผ่นดีวีดีที่ผมชมเป็นแผ่นโซนสาม ซึ่งผมค่อนข้างผิดหวังทั้งด้านภาพและเสียงค่อนข้างมาก กล่าวคือภาพไม่ค่อยใสปิ๊งเหมือนหนังดีวีดีในยุคปัจจุบันเสียเท่าไหร่ ส่วนการบันทึกเสียงแม้จะไม่เลวร้าย แต่หนังเรื่องนี้เพลงประกอบมีส่วนสำคัญหับหนังเป็นอย่างมาก ดังนั้นการบันทึกเสียงซาวด์แทรคต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ แต่เสียงซาวด์ที่ผมได้ยินผมขุ่นมัวไปเสียเฉย ๆ ไม่กังวานเหมือนเรื่องอื่น ๆ (หรือหูผมเพี้ยนไป๊)

เอาละครับ แต่นี่ก็เป็นหนังที่ผู้ชายที่ชอบเพลงดูอาจจะต้องอมยิ้ม ขณะเดียวกันผู้หยิงอาจจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ชายแบบนี้อย่างไร บางทีถ้าความรักไปถึงขั้นที่จะทำความเข้าใจกันได้ อุปสรรคไม่ใช่ปัญหา ทว่าอุปสรรคเป็นเหมือนญาณนำทางสู่ความจริงแท้

ร็อบท่ามกลางกองแผ่นเสียง

ร็อบท่ามกลางกองแผ่นเสียง

ผกาชวนชิม เอี้ยวฮินโภชนา ต้นตำหรับร้านอาหารจีนแคะ

หน้าร้านเอี้ยวฮินโภชนาการ

หน้าร้านเอี้ยวฮินโภชนาการ

อาหารจีนในเมืองไทยที่คนไทยคุ้นเคยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารจีนกวางตุ้ง อาหารจีนแบบฮ่องกง หรือจีนเสฉวนที่มีรสจัดจ้าน แล้วคนจีนในประเทศไทยที่เราเห็น ๆ กันในเยาวราชส่วนใหญ่อพยพมาจากซัวเถา ซึ่งเป็นคนจีนแต้จิ๋ว ทว่าประเทศจีนกว้างใหญ่ไพศาล และชาวจีนโพ้นทะเลต่างอพยพมาเมืองไทยหลายก๊กหลายเหล่าหลายแซ่ กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงจีนแคะหรือจีนฮักกา หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามชาวฮั่น (Han Chinese)

ชาวจีนแคะนั้นเดิมทีอยู่ที่มณฑลเฮอหนานและส่านซีทางเหนือของจีน ก่อนจะอพยพมายังมณฑลกวางตุ้ง ถึงฝูเจี้ยน ก่อนจะอพยพไปยังทั่วโลก

สิ่งหนึ่งที่ชาวจีนแคะติดตัวมาก็คือวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดเมนูอาหารมาจากบรรพบุรุษ ความแตกต่างของอาหารทำให้ชาวจีนแคะมีความภูมิใจเป็นเลิศในเรื่องการกิน แน่นอนอาหารที่แตกต่างนี้ก่อให้พวกเขารวมกันเป็นหนึ่ง ความแตกต่างของอาหารแคะจึงอยู่ที่เครื่องปรุงที่แตกต่างจากอาหารจีนกวางตุ้งที่คนไทยคุ้นเคย

ในวันนี้ผกาขอนำเสนอร้านอาหารจีนแคะในเมืองไทย ที่จะบอกว่าอร่อยที่สุดในกรุงเทพฯก็ว่าได้ ร้านนี้มีนามว่า เอี้ยวฮินโภชนาการ

เดิมทีร้านนี้เปิดบริการอยู่ที่สวนมะลิเมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนเปิดแรก ๆ ที่สวนมะลิมีคนต่อคิวกันเต็ม คนล้นออกมาจากร้าน แต่แล้วร้านที่สวนมะลิต้องมีอันปิดไปเพราะเจ้าของตึกไม่ยอมต่อสัญญา จึงทำให้เจ้าของร้านต้องมาเปิดร้านใหม่บนถนนวุฒากาศ แม้ปัจจุบันร้านจะไม่อยู่ในทำเลทองเหมือนสวนมะลิ แต่ขาเก่าเจ้าประจำก็ยังคงแวะเวียนมากินไม่ขาดสาย

เอี้ยวฮินโภชนาเป็นร้านตึกแถวสองคูหาตั้งอยู่บนริมถนน ท่านสามารถจอดรถในซอยข้าง ๆ ธนาคารกสิกรไทย หรือถ้าช่วงหกโมงทุ่มนึงก็สามารถจอดรถริมถนนหน้าร้านได้ พ่อครัวร้านนี้เจ้าของเป็นพ่อครัวเอง โดยมีภรรยาเป็นผู้ช่วย และลูก ๆ อีกสามคนคอยบริการ ร้านอาหารที่เข้าของร้านลงมือทำอาหารเองต้องถือว่า เราได้ชิมรสฝีมือของแท้แน่นอนไม่ใช่อาหารจากฝีมือผู้ช่วยกุ๊กตามแบบร้านใหญ่ ๆ

ถ้าไปถึงร้านเอี้ยวฮินขอให้ท่านนั่งลงอย่างสบาย สั่งเครื่องดื่ม ขอเมนูมาดู อย่าได้ใจร้อนเพราะว่ากุ๊กมีเพียงคนเดียว ถ้าคนเยอะอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย แต่รับรองเถอะว่าท่านจะได้ชิมอาหารจีนแคะแท้ ๆ ที่เลิศรส

อาหารออร์เดิร์ฟที่ผกาจะต้องสั่งมากินก่อนในลำดับแรกก็คือ เส้นหมี่ขาวผัด เส้นหมี่ขาวผัดตามสไตล์จีนแคะโดยมีเนื้อไก่ฉีก ถั่วลันเตา หอมหัวใหญ่ ที่ขาดไม่ได้ก็คือข้าวหมากที่ทางร้านหมักเองใส่ลงไปจนชุ่มเส้นหมี่ ทำให้เกิดรสชาติหอมหวานกำลังดี ทานเป็นออร์เดิร์ฟรองท้องก่อน หรือจะสั่งมาในเมนูปิดท้ายก็ไม่ว่ากัน

เส้นหมี่ผัดแบบจีนแคะ

เส้นหมี่ผัดแบบจีนแคะ

จานต่อมาพลาดไม่ได้อีกเช่นกันคือ เมนู “หมูอบ” หมูอบเป็นอาหารขึ้นชื่อของอาหารแคะ ที่ไม่ควรพลาด พ่อครัวนำหมูสามชั้นมาทอดจนเหลืองหอมก่อนจะนำไปตุ๋นในน้ำพะโล้ซึ่งปรุงรสด้วยซีอิ๊ว กับเครื่องเทศ ต้มจนเปื่อยนุ่ม นำมาหั่นบาง ๆ เมื่อลูกค้าสั่งนำไปอบพร้อมกับผักดอง ต้องขอบอกว่าผักดองนั้นมีความอร่อยไม่แพ้ตัวเนื้อหมูเลย ถ้าทานเหลือผักดอง ขอถุงใส่ไปกินกับข้าวต้มตอนเช้า รับรองว่าต้องชูนิ้วโป้งสองนิ้ว

หมูอบ

หมูอบ

อาหารจานหลักของร้านมีด้วยกันหลายรายการ ที่ผกาไม่เคยพลาดสักครั้งเดียวก็คือปลาจีนนึ่งข้าวหมาก ปลาจีนขึ้นชื่อในเรื่องเนื้อที่หนานุ่มและเนียน โดยเฉพาะส่วนหัวเต็มไปด้วยเจลลาตินจำนวนมาก ปลาจีนนำมานึ่งข้าวหมากสีแดง ผสมด้วยต้นหอมหั่น มันหมู นี่คือจานหลักที่เลิศรสสุดประมาณ และต้องชิมให้ได้เพราะรสชาติไม่เหมือนที่ไหน คุณผู้อ่านอาจจะเคยชิมปลานึ่งซีอิ๊วจากภัตตาคารจีนดัง ๆ แต่ผกาขอยืนยันว่าท่านจะไม่เคยได้ชิมรสชาติเหล่านี้จากที่ใดมาก่อน และต้องลองให้ได้

บางท่านอาจจะสั่งปลาจีนหม้อไฟ โดยทางร้านยังคงใช้ถ่านในการอุ่นน้ำแกงในหม้อไฟ น้ำแกงจะใส่ต้นหอมและปลาจีนมาพร้อมกับเผือก ต้มเผือกให้เปื่อยกินกับน้ำจิ้มซึ่งทำจากเต้าหู้ยี้อร่อยไม่เบา หรือจะเป็นเมนูเต้าหู้น้ำแดงความอร่อยก็ไม่เหมือนใคร

ปลาจีนนึ่งข้าวหมาก

ปลาจีนนึ่งข้าวหมาก

สองจานสุดท้ายที่ผกาขอแนะนำคือ ผัดโป๊ยเซียน ผัดโป๊ยเซียนแสนธรรมาดา แต่เอี้ยวฮินโภชนา ไม่เหมือนที่อื่น รสชาติกลมกล่อมจะกินเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็อร่อยไม่เบา และเมนูสุดท้ายสั่งมากินตบท้ายคือน้ำแกงเต้าหู้ยัดไส้ ตัวน้ำแกงซึ่งมีรสจืดแต่กลมกล่อม กับเต้าหู้ยัดไส้หมู ช่วยทำให้อาหารมื้อนี้ของผกาจบลงอย่างสุขสมบูรณ์

ผัดโป๊ยเซียน

ผัดโป๊ยเซียน

น้ำแกงเต้าหู้ยัดไส้หมู

น้ำแกงเต้าหู้ยัดไส้หมู

ร้านเอี้ยวฮินโภชน เป็นร้านเก่าแก่ บรรยากาศร้านไม่ใช่ร้านหรู แต่ถ้าท่านผู้อ่านชอบร้านย้อนยุคแบบของแท้ ร้านนี้จะทำให้วันเวลาเก่า ๆ ซึ่งมีค่ามากกว่าความทรงจำจอมปลอมที่ถูกปั้นแต่งจากร้านอาหารพื้น ๆ ทั่วไปที่ดัดจริตย้อนยุคตามแฟชั่น

เอี้ยวฮินโภชนา คือร้านระดับ 5 ดาวที่ผกาขอมอบให้

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 50/10 ระหว่างซอยวุฒากาศ 36 – 38 ถนนวุฒากาศ

แขวงบางค้อ เขตจอมทอง จังหวัดกรุงเทพฯ รหัสไปรษณีย์ 10150

 

เบอร์โทรศัพท์ : 024766678

 

จุดสังเกต : ร้านอยู่ถนนวุฒากาศ ติดกับธนาคารกสิกรไทย สาขาวุฒากาศ

 

หน้าร้านเอี้ยวฮินโภชนา

หน้าร้านเอี้ยวฮินโภชนา

 



Budget Phono Cartridges: แนะนำหัวเข็มราคาประหยัด

เครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็น Source (แหล่งกำเนิด) เสียงที่ยืนอยู่บนแท่นมาอย่างยาวนาน ผ่านคืนวันหวานชื่น จนถึงยุคตกต่ำเกือบจะสูญพันธุ์ไปกับยุคเริ่มต้นของดิจิตอล (แผ่นซีดี) ทว่าผ่านพายุ ลมฝนสงบปรากฏว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย แน่นอนมันอาจจะไม่เปรี้ยงปร้าง แต่มีจำนวนมากพอที่จะต่อลมหายใจของมัน แม้แต่แผ่นซีดีในยุคนี้ยังถูกสั่นคลอนจากการดาวน์โหลดไฟล์จากอินเตอร์เน็ต และทำท่าว่าจะมีโอกาสสูญพันธุ์เร็วกว่าแผ่นเสียงเสียอีก เรื่องแบบนี้…เวลาเท่านั้นจึงจะตอบคำถามได้

อีกนั่นแหละ เครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นซอร์สเดียวเช่นกันที่ผู้เล่นสามารถปรับแต่งมันได้เอง ทั้งดัดแปลง ทั้งตั้งเสียง และควบคุม ต่างจากเครื่องเล่นซีดี ที่ต้องอาศัยความรู้ เทคโนโลยี รวมถึงการปรับแต่งที่ยากหากต้องการอัพเกรดหรือ Tweak หัวอ่านซีดี ตัวแปรสัญญาณ ดิจิตอล DAC ล้วนแล้วแต่มีบริษัทผลิตจำกัด และเสปคแต่ละยี่ห้อก็มีความแตกต่างกัน ถ้าคุณต้องการโมเครื่องเล่นซีดี บอกได้คำเดียวว่าเรื่องใหญ่-อาศัยช่าง แต่ถ้าถามถึงเครื่องเล่นแผ่นเสียง การปรับแต่งนั้นง่ายดายมากครับ ง่ายที่สุดก็คือปรับแต่งแรงกดของหัวเข็ม หรือจะเปลี่ยนหัวเข็ม ซึ่งมีอยู่หลากหลายยี่ห้อ เปลี่ยนโฟโนเสตจ เปลี่ยนโทนอาร์ม เปลี่ยนตัวควบคุมมอร์เตอร์ เปลี่ยนแมตรองแผ่น สารพัดที่จะปรับแต่งอย่างหลากหลาย

แต่ในความหลากหลายนั้นก็มีเรื่องน่าปวดหัว เพราะในจำนวนหัวเข็มนับร้อยหัว หลายยี่ห้อนั้น มีตั้งแต่ราคาถูกมากจนถึงแพงบ้าระห่ำ สำหรับนักเล่นที่ต้องการหัวเข็มที่อยู่ในงบประมาณที่เป็นไปได้ คุณภาพและราคาเหมาะสม ผมได้รวบรวมมาเป็นตัวอย่างสำหรับตัวเลือกให้ท่านผู้อ่านได้ทราบเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ

ราคาต่ำกว่า 200 $US

SHURE M97XE (ราคา 85 $US)

Shure M97XE

Shure M97XE

SHURE เป็นบริษัทผลิตอุปการณ์เครื่องเสียงที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ความน่าเชื่อถือของชัวร์จึงไม่มีข้อกังขาในเรื่องคุณภาพ แต่เมื่อใดที่นึกถึงหัวเข็มชัวร์ คนมักนึกถึงรุ่นอมตะ V15VxMR ซึ่งให้เสียงที่ยอดเยี่ยม แต่ที่น่ามหัศจรรย์คือการเกาะบนร่องแผ่นเสียงที่ดีมากนั่นเอง ในบรรดาหัวเข็มราคานี้นี่คือทางเลือกที่ดีมากสำหรับการเข้าถึง Audiophile

  • M97XE Technical Specifications:
  • Output: 4.0mV RMS at 5 cm/sec
  • Stylus:Diamond tip, Polished natural gemstone, Elliptical, Side x front radii: 0.2 x 0.7 mil
  • Cantilever: Shure Type II – Very Low Mass, Heat-treated aluminum alloy / tubular, 1.0 mil wall thickness / 20 mil diameter
  • Frequency Range: 20 to 22,000 Hz
  • Tracking Force: 0.75-1.50g
  • Weight: 6.6g
  • Stereo Channel Balance: Within 2 dB
  • Channel Separation: @1 kHz – 25 dB
  • Recommended Load: 47 kilohms in parallel with 250 pf
  • Height: 15.875mm
  • Amplitude: 80 µm at 400 Hz
  • OTOFON 2M Blue (ราคา 165 $US)

  • OTOFON 2 Blue

    OTOFON 2 Blue

  • หัวเข็มรุ่นนี้ของ  OTOFON ออกแบบโดยคุณโมเลอร์ แจนเซ่น (Møller Jensen) จากเดนมาร์ค โดยในเจนเนอเรชั่นนี้มีหัวเข็มที่ออกมาพร้อมกันสี่รุ่นคือ Black, Bronze, Blue และ Red (เรียงตามระดับราคาจากสูง)

    2M Blue ให้เสียงที่อบอุ่นและผ่อนคลาย

    Ortofon 2M Blue Phono Cartridge Specifications:

  • Output voltage at 1000 Hz, 5cm/sec: 5.5 mV
  • Channel balance at 1 kHz: 1.5 dB
  • Channel separation at 1 kHz: 25 dB
  • Channel separation at 15 kHz: 15 dB
  • Frequency range at – 3dB: 20-25.000 Hz
  • Frequency response: 20-20.000 Hz + 2 / – 1 dB
  • Tracking ability at 315Hz at recommended tracking force: 80 µm
  • Compliance, dynamic, lateral: 20 µm/mN
  • Stylus type: Nude Elliptical
  • Stylus tip radius: r/R 8/18 µm
  • Tracking force range: 1,6-2,0g (16-20 mN)
  • Tracking force, recommended: 1,8 g (18 mN)
  • Tracking angle: 20°
  • Internal impedance, DC resistance: 1,3 kOhm
  • Internal inductance: 700 mH
  • Recommended load resistance: 47 kOhm
  • Recommended load capacitance: 150-300 pF
  • Cartridge weight: 7.2 g
  • Grado Silver1 Prestige Series (ราคา 190 $US)

    Grado Silver 1

    Grado Silver 1

    Grado เป็นผู้ผลิตหัวเข็มอีกเจ้าหนึ่งที่มีผลิตภัณฑ์ออกมาหลายซีรีส์ ตั้งแต่ระดับราคาเริ่มต้นจนถึงไฮเอนด์ สำหรับซีรีส์ Reference กับ Prestige แตกต่างกันอย่างไร แตกต่างกันที่ วัศดุที่ใช้ ขนาดหัวเข็ม แบบหัวเข็ม Coil ลวดที่มีขนาดแตกต่างกัน ซีรีส์ Prestige มุ่งเน้นเอาท์พุชที่แรง และมีความแข็งแรงคงทน Grado Silver 1 จึงเกาะร่องแผ่นได้อย่างยอดเยี่ยม

    Grado Silver & Gold Technical Specifications:

  • Output at 1KHz 5CM/sec. 5mV
  • Cartridge Type: Moving Iron
  • Stylus Type: Specially designed elliptical diamond
  • Wire: Ultra-high purity long crystal copper
  • Frequency Response: 20~60,000 Hz
  • Recommended Tracking Force 1.5
  • Recommended Load: 47 Kohm
  • Channel Separation at 1KHz 35
  • Inductance 45mH
  • Resistance 475
  • Compliance CUs 20
  • Stylus Replacement U=user U
  • Mounting S/P
  • Weight 5.5
  • Body: ABS plastic
  • นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหัวเข็มในราคาประหยัด อัดแน่นคุณภาพ แน่นอนการเล่นแผ่นเสียง การเลือกหัวเข็ม เหมือนการหลับตาเลือกคู่ครอง เพราะเราไม่สามารถทดลองฟังเสียงมันก่อนซื้อเหมือนเครื่องเล่นซีดี ทว่าการเลือกหัวเข็มคุณภาพและแนวเสียงที่ถูกใจ จึงมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเสริมและสนับสนุนเสมอ

    และผมจะนำข้อมูลดี ๆ แบบนี้มาฝากอีกในอนาคตนะครับ

    ภาพปกแผ่นซีดีของ Chesky Records

    ภาพปกแผ่นซีดีของ Chesky Records

    Tchaikovsky : Swan Lake Ballet Suite/ Symphony No.5
    Chesky Records

    ตอนที่ผมเล่นเครื่องเสียงได้สักพักหนึ่ง ก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า มีแผ่นซีดีแนวคลาสสิกแผ่นใดบ้างที่อัดเสียงดี ๆ คำถามนี้มันเกิดขึ้นเพราะว่าแผ่นเพลงแจ๊สที่อัดเสียงในห้วงเวลา ต้นศตวรรษที่ 50 จนกระทั่ง 60 นั้น ส่วนใหญ่จะอัดเสียงได้เป็นธรรมชาติ มีความเป็นดนตรีสูง ทั้งที่สังกัดแผ่นเสียงจะไม่ยิ่งใหญ่ อย่างเช่น Blue Note , Impluse , Prestige เป็นต้น เมื่อเทียบกับตราแผ่นเสียงอย่าง RCA Victor แล้ว ถือเป็นเจ้าตลาด มีเทคโนโลยีที่สูงกว่าเพื่อน (สมัยนั้น RCA บันทกเสียงด้วยไมค์สามตัวเป็นเจ้าแรก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแผนสเตริโอสองแชลแนลในอนาคตสำหรับสมัยนั้น) แถมยังเป็นถึงขาใหญ่สายป่านยาว และนักฟังเพลงรุ่นเก่าที่เล่นแผ่นเสียง RCA Victor ถือเป็นหนึ่งในบริษัทคุณภาพ แต่เมื่อแผ่นซีดีกำเนิดขึ้นในยุค 80 บริษัทต่าง ๆ นำต้นฉบับมาปัดฝุ่นเป็นไฟล์ดิจิตอลกันถ้วนหน้า RCA ก็เช่นกัน บริษัทของตนถือว่ามีต้นทุนเพลงคลาสสิกเป็นจำนวนมาก อัลบัมสำคัญ ๆ ออกมาเยอะจนนับไม่หมด แต่น่าเสียดายแผ่นซีดีส่วนใหญ่ของ RCA นั้นมักจะหามาตรฐานทางด้านความเป็น Audiophile ได้น้อยเต็มทน (ท่านที่จะเล่นแผ่น RCA เพลงคลาสสิก ผมแนะนำว่าหาแผ่นเสียงมาเล่นจะได้เสียงที่ดีกว่าซีดีครับ)

    ที่จริงแผ่นซีดีที่อัดเสียงดี ๆ ก็มีเยอะนะครับ แต่ผมมองว่า อัดเสียงดียังไง คุณค่าทางดนตรีก็ต้องมีมาตรฐานที่สูงตามไปด้วย ไม่เช่นนั้นอัลบัมนั้น ๆ ก็ไร้คุณค่าไปโดยปริยาย ท่านผู้อ่านคงคิดว่าผมตั้งกำแพงเอาไว้สูงแบบนี้มันจะโหดไปหรือเปล่า แต่เพื่อเค้นให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ต้องบาลานซ์กันให้พอเหมาะ แล้วอัลบัมนั้นจะเป็นอัลบมที่มีคุณภาพ

    ผมได้แผ่นซีดีของ Chesky Records มาหลายปีแล้ว แผ่นนี้ผลิตในปี 1993 ผมไม่เคยฟังเปรียบเทียบว่าแผ่นที่ผลิตใหม่หรือเก่ากว่านี้เป็นยังไงนะครับ ยอมรับว่าตอนซื้อแผ่นนี้มาฟังครั้งแรก ผมยังไม่รู้จักสังกัด Chesky Records เลย แต่ที่ซื้อมาเพราะแรงดึงดูดจากข้อความปกหลังซีดี ที่เขียนเอาไว้ว่า You Can Hear The Difference เวลานั้นผมเข้าใจว่าเขาคงตีความดนตรีที่แตกต่างจากแผ่นอื่น ๆ (โดยความจริงสิ่งที่ผมคิดก็ถูกส่วนหนึ่งครับ) แต่ตอนมาเปิดฟังสิครับ ผมรู้ได้ทันทีว่าแผ่นซีดีแผ่นนี้เสียงโปร่ง และแยกแยะชิ้นดนตรีได้ดี ไม่มีอาการ Fog หรืออาการขุ่นมัวเหมือนแผ่นซีดีเพลงคลาสสิกทั่วไป แผ่นซีดีชุดนี้ เป็นการนำเอามาสเตอร์เทป Analog มาแปลงเป็นดิจิตอล ตามขั้นตอนของ Chesky สุ้มเสียงของแผ่นซีดีชุดนี้จึงมีเสียงที่แตกต่างอย่างที่เราสามารถได้ยิน และอย่างที่เขาโฆษณาเอาไว้นั่นเอง

    Peter Tchaikovsky

    Peter Tchaikovsky

    สำหรับอัลบัมนี้บรรจุบทเพลงของคีตกวีเอกอุผู้หนึ่งของโลกนาม Tchaikovsky ด้วยกันสองบทเพลงอันได้แก่ Swan Lake Ballet Suite ซึ่งบรรเลงโดยวง New Symphony Orchestra of London วาทยากรโดย Sir Adrian Boult ซึ่งเป็นวาทยกรชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงและฝีมือมากคนหนึ่งของโลกเช่นกัน บทเพลง Swan Lake ได้คัดเลือกเพลงเด่น ๆ จากองก์ต่าง ๆ ของเรื่องมารวมเอาไว้ จึงมีแต่บทเพลงที่ไพเราะและคุ้นหู การตีความของ Sir Adrian Boult ออกไปในแนวขนบ มีความแข็งกร้าวนิด ๆ แบบทหาร ทำให้บทเพลงไม่เอื่อยเฉื่อยหรืออ่อนหวานเกินไป แต่ก็มิได้แข็งกร้าวในแบบวงรัสเซียอย่างที่คุ้นเคย

    Swan Lake Ballet

    Swan Lake Ballet

    เพลงบทที่สองเป็น Symphony No.5 ในบันไดเสียง E minor ถ้าท่านผู้ฟังลองสังเกต ซิมโฟนีหมายเลขห้า นั้น คีตกวีส่วนใหญ่จะมาถึงช่วงบรรลุ ซิมโฟนีหมายเลขห้าของไชยคอฟสกี้ก็เช่นกัน มาถึงห้วงเวลาที่ไชยคอฟสกี้พีคที่สุดช่วงหนึ่ง แม้ซิมโฟนี่หมายเลขห้าของเขาจะดังสู้หมายเลขห้าของคีตกวีท่านอื่น แต่ถ้าจะยกย่อง ซิมโฟนี่หมายเลขหกของไชยคอฟสกี้ต้องยกนิ้วให้ซิมโฟนี่หมายเลขหก หรือที่นักฟังเพลงคลาสสิกรู้จักในชื่อเล่นว่า “แพคทริค” กระนั้นซิมโฟนี่บทนี้ของไชยคอฟสกี้ได้รับความนิยมนำมาเล่นกันมาก สำหรับอัลบัมนี้บรรเลงโดยวง New Philharmonic Orchestra อำนวยวงโดย Jascha Horenstien การตีความก็มีความแตกต่างจากวงออร์เครสตร้าจากค่ายเยอรมันอย่างดอยต์แกรมมาโฟน และค่ายจากอเมริกาอย่าง RCA Victor พอสมควร ส่วนเรื่องเสียงนั้น แม้จะบันทึกต่างกรรมต่างวาระจากบทเพลงแรก แต่ดูเหมือนทาง Chesky Records ควบคุมสัญญาณขาออกได้เป็นอย่างดี จึงทำให้อารมณ์ของอัลบัมนี้ไม่กระโดดไปมาแม้ฟังต่อเนื่องจากบทเพลงแรกต่อจากบทเพลงที่สอง แต่อยู่ในโทนอารมณ์เดียวกัน

    ท่านที่กำลังมองหาแผ่นเพลงคลาสสิกบันทึกเสียงดี Tchaikovsky ของ Chesky Records แผ่นนี้ไม่ผิดหวังแน่ และอาจจะต่อยอดให้ท่านไปหาผลงานของคีตกวีชาวรัสเซียท่านนี้มาฟังเพิ่มเติมอีกด้วย

    Music: 7
    Sound: 9