ลำโพง : จุดเริ่มต้นของนักเล่นเครื่องเสียง
ทุกวันนี้มีเครื่องเสียงมากมายหลายยี่ห้อผลิตออกมาให้นักเล่นได้เสียเงินซื้อ และรองรับกับตลาดหลายระดับ ตั้งแต่โลว์เอนด์ มิดเอนด์ จนถึงไฮเอนด์ นักเล่นเครื่องเสียงมือเก่าคงไม่มีปัญหาในเรื่องที่จะเลือกซื้อ หรืออัพเกรดชุดเครื่องเสียง ว่าจะซื้อหรือจะเปลี่ยนลำโพงอะไร แอมป์อะไร เครื่องเล่นซีดีแบบไหน แม้กระทั่งสายสัญญาณหรือสายลำโพงตัวใดจะเข้าชุดกับเครื่องที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นมือใหม่การเลือกซื้อเครื่องเสียง เหมือนกับเดินเข้าไปในเขาวงกต ยิ่งอ่านหนังสือเครื่องเสียง ยิ่งสับสนว่าจะเลือกซื้อยี่ห้ออะไรแบบไหน เพราะมีตัวเลือกยิ่งมาก ก็มีหายข้อให้เลือก
ทุกวันนี้มีเครื่องเสียงมากมายหลายยี่ห้อผลิตออกมาให้นักเล่นได้เสียเงินซื้อ และรองรับกับตลาดหลายระดับ ตั้งแต่โลว์เอนด์ มิดเอนด์ จนถึงไฮเอนด์ นักเล่นเครื่องเสียงมือเก่าคงไม่มีปัญหาในเรื่องที่จะเลือกซื้อ หรืออัพเกรดชุดเครื่องเสียง ว่าจะซื้อหรือจะเปลี่ยนลำโพงอะไร แอมป์อะไร เครื่องเล่นซีดีแบบไหน แม้กระทั่งสายสัญญาณหรือสายลำโพงตัวใดจะเข้าชุดกับเครื่องที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นมือใหม่การเลือกซื้อเครื่องเสียง เหมือนกับเดินเข้าไปในเขาวงกต ยิ่งอ่านหนังสือเครื่องเสียง ยิ่งสับสนว่าจะเลือกซื้อยี่ห้ออะไรแบบไหน เพราะมีตัวเลือกยิ่งมาก ก็มีหายข้อให้เลือก
ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องเสียงสักชุด นอกจากจะศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของสินค้าแล้ว สิ่งที่นักเล่นต้องรู้กับด้วยว่าตัวเราเองนั้นชอบอะไรแบบไหน สำหรับบทความนี้มือเก่าในเรื่องเครื่องเสียงอาจจะผ่านไปเลยก็ได้นะครับ เพราะผมตั้งใจที่จะปูพื้นให้ผู้อ่านที่เป็นมือใหม่ มีความเข้าใจตรงกันก่อน เหมือนการปรับฐานด้านความคิดให้มีเท่ากัน เมื่ออ่านในบทความต่อ ๆ ไปก็จะสามารถทำความเข้าใจได้ตรงกัน และง่ายที่จะทำความเข้าใจเพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจเล่นเครื่องเสียงอย่างถูกวิธีมีระบบ จะได้ไม่มีปัญหาที่พบบ่อย ๆ คือ “ทำไมฟังที่ร้านแล้วเสียงดี แต่พอยกกลับมาฟังที่บ้าน เสียงที่ได้ไม่เหมือนกับฟังที่ร้าน”
บทความนี้ผมจะเริ่มจาก Sound System ก่อนว่า ในชุดเครื่องเสียงของเรา เราจะให้ความสำคัญกับสิ่งไหนเป็นลำดับแรก แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจว่าชุดเครื่องเสียงประกอบด้วยอะไรก่อน
1.ลำโพง 2.แหล่งขยายสัญญาณ เช่นอินทิเกรตแอมป์ หรือ พาวเวอร์แอมป์+ปรีแอมป์ 3.แหล่งกำเนิดโปรแกรม เช่นเครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องเล่นเทป เครื่องรับคลื่นวิทยุ 4.สายเชื่อมสัญญาณและสายลำโพง
Sound System ส่วนใหญ่ก็จะมีอุปกรณ์หลัก ๆ ดังที่กล่าวไปแล้ว ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ก็ไม่สามารถจะฟังเพลงหรือดนตรีใด ๆ ได้ ถ้าถามผมว่าจะให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากน้อยกว่ากัน ผมให้ความสำคัญทั้งสี่หัวข้อเท่าเทียมกัน ผมมีความเชื่อว่าอุปกรณ์หลักนั้นถ้ามีส่วนใดด้อยคุณภาพไปตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะทำให้ชุดเครื่องเสียงของเรามีแสดงศักยภาพได้ไม่เต็มที่ หมายความว่า ต่อให้นักเล่นลงทุนกับลำโพงที่ดีที่สุด แต่ถ้าใช้แอมป์ที่พอขับเสียงได้ คุณก็ไม่สามารถได้ยินเสียงที่ดีที่สุดของแหล่งดนตรีนั้น ๆ จากลำโพงที่คุณลงทุนไป หรือถ้าลงทุนกับลำโพงกับแอมป์ที่มีคุณภาพ แต่แหล่งกำเนิดโปรแกรมของคุณเป็นเครื่องเล่นจากจีนแดงราคาถูก ก็คงไม่สามารถถ่ายทอดเสียงที่ดีออกมาได้เช่นกัน
แต่ว่าในชุดเครื่องเสียง “ลำโพง” เป็นตัวเดียวที่จะแสดงบุคลิกของเสียงได้ชัดเจนที่สุด มีนักเล่นเจนจัดท่านหนึ่งบอกว่า การเปลี่ยนลำโพง เท่ากับการเปลี่ยนบุคลิกของเสียงที่เราจะได้จากชุดเครื่องเสียงเดิม ๆ ของเรา ดังนั้นถ้าจะอัพเกรด การอัพเกรดลำโพงจึงได้เสียงที่เปลี่ยนไป แต่ผมมีความเห็นที่แตกต่างกันคือการอัพเกรดลำโพงกับชุดที่มีอยู่แล้วนี้ ไม่ใช่การอัพเกรดเพื่อคุณภาพที่ดีขึ้น แต่เป้นการเปลี่ยนแปลงแนวทางของเสียงจากชุดเดิมต่างหาก
ลำโพงมีความสำคัญมากสำหรับการเลือกซื้อชุดเครื่องเสียงของมือใหม่ เพราะการเลือกลำโพงที่ไม่ตรงกับความต้องการของผู้เล่น ก็จะทำให้เราไม่มีความสุขกับเสียงที่ได้ยิน เพราะบุคลิกของลำโพงมีผลมหาศาลในเรื่องรสนิยมต่อการฟัง เช่นถ้าคุณชอบฟังเพลงร็อค แต่คุณกลับไปซื้อลำโพงที่ไม่ค่อยมีเสียงเบส เครื่องเสียงของคุณก็อาจจะตอบสนองความต้องการนี้ไม่ได้ หรือถ้าคุณชอบฟังเพลงป๊อปหวาน ๆ คุณเลือกลำโพงที่ขับเสียงเบสเยอะ ๆ ต่อให้ใช้ลำโพงราคาแพง เสียงที่คุณต้องการก็ไม่เกิด
ส่วนใหญ่ผู้ผลิตลำโพงจะมีเทคนิคในการทำลำโพงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ วงจรตัดความถี่ การสร้างตู้ การบุภายใน ล้วนแล้วแต่ให้บุคลิกที่แตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละเทคนิคก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ออกแบบ ว่าเน้นรับใช้คนกลุ่มไหนบ้าง
สำหรับผม ผมจะแนะนำให้มือใหม่ในการเล่นเครื่องเสียง เลือกซื้อลำโพงเป็นลำดับแรก ก่อนที่จะซื้อแอมป์หรือเครื่องเล่นที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียง เพราะลำโพงจะแสดงบุคลิกที่ชัดเจนและแน่นอนที่สุดออกมา โดยเฉพาะแนวเสียงที่เป็นรสนิยมที่คุณชอบ เมื่อเราเลือกลำโพงได้แล้ว ค่อยหาแอมป์มาจับคู่กับลำโพง ซึ่งจะง่ายกว่าซื้อแอมป์ก่อนแล้วค่อยซื้อลำโพง เพราะบางครั้งลำโพงที่มีค่าความไวต่ำ เรายังพอหาแอมป์ที่มีกำลังขับสูง ๆ มาขับได้ แต่ถ้าเราซื้อแอมป์มาก่อน แอมป์ตัวนั้นมีกำลังขับ 50 วัตต์ ลำโพงที่เราต้องการจะจำกัดตัวเลือกลงไปมาก เท่ากับว่าเราจะเลือกได้เฉพาะลำโพงที่มีค่าความไวที่ค่อนไปทางสูง ซึ่งเราอาจจะหาลำโพงเสียงที่เราถูกใจไม่ได้เลย
ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับลำโพงที่มือใหม่ต้องทำความเข้าใจว่าก่อนที่จะซื้อทุกครั้ง
1.FREQUENCY RESPONSE: ค่าความกว้างในการตอบสนองความถี่เสียง ลำโพงในปัจจุบันมักเน้นค่านี้กันมาก โดยให้มีความกว้างของการตอบสนองคามถี่ทุกย่านเสียง
2.Recommended Amplifier Power: คำแนะนำกำลังขับของแอมป์ที่ให้ผลดีที่สุดกับลำโพง เช่นบางเจ้าจะแนะนำว่าควรจะใช้แอมป์ที่มีกำลังขับระหว่าง 20-80 วัตต์เป็นต้น ผู้ซื้อจะสามารถหาแอมป์ที่มีกำลังขับตามเสปคนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแอมป์จะขับลำโพงนั้น ๆ ไม่ออกได้
3.SENSITIVITY: ผู้ผลิตบางรายอาจจะไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องกำลังขับต่ำสุดหรือสูงสุดมา แต่ค่าความไวของลำโพงจะทำให้เราสามารถประเมินได้ว่าลำโพงตัวนี้บริโภควัตต์แค่ไหน เช่น ลำโพง A มีค่าความไวที่ 87 db ต่อเมตร หมายความว่าลำโพง A อาจจะต้องใช้แอมป์ที่มีกำลังขับไม่ต่ำกว่า 50-100 วัตต์นั่นเอง ส่วนลำโพง B มีค่าความไวที่ 90 db ต่อเมตร แสดงว่ามีค่าความไวค่อนข้างสูง ผู้เล่นสามารถใช้แอมป์หลอดกำลังขับสัก 10-20 วัตต์มาเล่นก็ขับลำโพงชนิดนี้ได้
4.IMPEDANCE: ค่าความต้านทานของลำโพง ลำโพงส่วนใหญ่จะมีค่าความทานที่ 4 ohms , 6 ohms และ 8 ohms

ลำโพงแบบนี้ได้แนวเสียงคล้ายเวทีคอนเสิร์ต
ค่าสำคัญที่ต้องทราบก็มีคร่าว ๆ ก็มีประมาณนี้ครับ ส่วนค่าอื่น ๆ เช่นลำโพงมีขนาดเท่าไหร่ ลำโพงรุ่นนี้เป็นแบบสองทางหรือสามทาง เป็นแบบไบไวร์ หรือซิงเกิลไวร์ ทวีตเตอร์ทำจากวัสดุอะไรคงต้องศึกษากันเองนะครับ แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ที่ผู้เล่นต้องศึกษาก็คือสี่ตัวที่ว่านี้ เมื่อได้ค่าของลำโพงนี้แล้ว เราจึงสามารถตัดสินใจได้ว่าจะต้องเล่นแอมป์แบบไหนอย่างไร ซึ่งเราจะเลือกซื้อแอมป์ได้อย่างลงตัว
สำหรับคนที่หลงใหลแอมป์หลอดวัตต์ต่ำ ๆ อาจจะเป็นกลุ่มคนที่หาลำโพงคอมเมอร์เชียลเล่นยากที่สุด เพราะในปัจจุบันผู้ผลิตหันไปผลิตลำโพงประเภทดูหนังกันมากขึ้น ซึ่งบางครั้งทำให้คนชอบเสียงจากแอมป์หลอดต้องขวนขวายหาลำโพงที่มีค่าความไวสูงมาใช้ได้ยาก บางครั้งหาได้ แต่เสียงก็ไม่ถูกใจก็มีเยอะ ครั้นจะหาซื้อลำโพงที่มีความไวระดับ 95-100 db อาจจะต้องเจอราคาลำโพงมหาโหดก็เป็นได้ ซึ่งจุดนี้มีสองทางเลือกครับ ทางเลือกแรกคือหาแอมป์หลอดที่เป็นแบบพุชพูล ซึ่งให้กำลังขับได้มากตั้งแต่ 30-60 วัตต์ (กำลังแอมป์หลอดมากกว่าแอมป์โซลิตสเตจ) เท่านี้ก็มีความสุขกับลำโพงเสียงถูกใจกับแอมป์หลอดได้แล้ว ทว่าบางคนไม่ชอบแอมป์แบบพุชพูล ชอบแอมป์ซิงเกิลเอนด์ ที่มีกำลังขับน้อย ๆ ถึงจุดนี้นักเล่นอาจจะต้องเลือกที่สร้างลำโพงความไวสูงขึ้นมาฟังเองเสียแล้ว ดังนั้นทางเลือกที่สองนี้อาจจะดูหนักหนา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงหลอดที่ชอบความนุ่มของเสียงแล้ว แอมป์กำลังขับน้อย ๆ คือสวรรค์ดี ๆ นี่เอง ฉบับหน้าผมจะพาท่านไปทำลำโพงสำหรับใช้กับแอมป์หลอดวัตต์ต่ำ ๆ นะครับ และท่านจะได้สัมผัสแอมป์ที่มีกำลังขับเพียงสองสามวัตต์ ว่ามีเสียงเป็นอย่างไร กับลำโพงความไวสูงที่ลงทุนได้ในราคาไม่แพง



น่าจะมีบทความเริ่มต้นเล่นแอมป์หลอดอย่างไรด้วย ผมมือใหม่เริ่มต้นไม่ถูก เคยฟังแต่แอมป์โซลิตสเตจ
ผมกำลังคิดที่จะเขียนถึงแอมป์หลอด และการเริ่มต้นของมือใหม่อยู่พอดีครับ ยังไงคอยติดตามเรื่อย ๆ นะครับ