บทที่ 3
ในที่สุดเครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora MK2 ก็เดินทางมาถึง กว่าจะผ่านขั้นตอนศุลกากรเล่นเอาเสียเวลาไปหลายวัน นี่ขนาดส่งมาทาง FedEx มืออาชีพยังตกท่อปล่อยให้สินค้าตกค้าง ไม่รู้จะตีค่าภาษีอย่างไรเกือบหนึ่งสัปดาห์
เมื่อเครื่องมาถึงตัวแทนจำหน่าย ผมก็ไปรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงตามวันเวลาที่นัดแนะเพื่อที่จะได้ไปชม+ช่วยประกอบเครื่อง
ระหว่างที่ผมรอเครื่องเล่นแผ่นเสียงเดินทางมาจากอังกฤษนั้น ผมได้ค้นหาข้อมูลรวมถึงพิมพ์คู่มือของเครื่องเล่นแผ่นเสียง Aurora MK2 จากเวบไซต์ Origin Live มาศึกษาข้อมูลก่อน ทำให้เข้าใจระบบการทำงานของเครื่องพอสมควร แม้ว่าจะไม่ทั้งหมด เพราะคู่มือก็มีข้อจำกัด
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live ในแต่ละรุ่นจะมีโครงสร้างที่คล้าย ๆ กันคือ จะมีฐานของเครื่อง (Base) แท่นฐานหลักนี้ทำจากอาคิลิกหนา ตัวนี้แต่ละรุ่นจะมีความหนาบางต่างกัน รุ่นแพงก็จะมีความหนาของแท่นฐานเพิ่มขึ้น ส่วนที่สองคือโครงรองรับ (Sub-Chassis) ซึ่งทำจากโลหะชุบมีรูปร่างที่แปลกพอสมควร แต่เป็นหัวใจของเครื่อง เพราะจะเป็นตัวยึด Bearing House และ รูสำหรับติดโทนอาร์ม โดยมีตัว ดั้มเปลอร์ ลดแรงสั่นสะเทือนติดอยู่ใกล้แบริ่งเฮาส์ เจ้าโครงรองรับนี้จะใช้รูปแบบเดียวกันในทุกรุ่น ส่วนรายละเอียดอุปกรณ์เสริมแตกต่างกันไป

ส่วนประกอบต่าง ๆ ยกขึ้นมาจากกล่อง
สำหรับโทนอาร์มที่มากับ Aurora MK2 เป็นโทนอาร์ม OL1 รุ่นใหม่ ดัดแปลงมาจากอาร์มเรก้ารุ่น RB251 นั่นเอง จุดที่ดัดแปลงก็คือตัวโทนอาร์มจะมีขาสามขา อันเป็นตำแหน่งยึดตัวแท่นแบบตายตัว เจ้าตัวยึดสามขานี้ทำให้เราติดโทนอาร์มได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือวัดระยะ แต่ข้อเสียของมันก็คือปรับ VTA ไม่ได้ ถ้าเป็นอาร์มรุ่นเก่าจะสามารถสวมแหวนปรับ VTA ได้เลย
เมื่อแกะกล่องออกมาตัวอุปกรณ์ต่าง ๆ จะอยู่ในกล่องซึ่งแพคมาอย่างดี ขั้นแรกเราเอาตัวแท่นที่ติด Bearing House มาหยอดน้ำมันที่เขาแถมมาให้ ค่อย ๆ หยดน้ำมันลงไปในแบริ่งเฮ้าส์ จากนั้นก็ใส่เจ้าแบริ่งลงไป ให้น้ำมันมันทะลักออกมาเล็กน้อย คู่มือแนะนำว่าเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานควรใช้น้ำมันหล่อลื่นของ OL เท่านั้น
หลังใส่แบริ่งลงไปในแบริ่งเฮาส์แล้วลองเอา Platter หรือจานหมุนใส่ลงไป โดยให้ด้านที่เซาะร่องกลมตรงกลาง Label อยู่ด้านบน และด้านเรียบอยู่ด้่านล่าง เสร็จแล้วลองหมุน Platter เป็นอันเสร็จไปขั้นหนึ่ง

ตัว Platter ทำจากอาคลีลิกสีขาวขุ่น
ขั้นที่สองการติดโทนอาร์ม OL1 ซึ่งเราพบว่ามีปัญหาเล็กน้อย ประการแรกคือเขาให้ตัวรองขามาอันเดียวซึ่งลองดูแล้วมันเตี๊ยไปหน่อย ตัวรองขามีลักษณะเป็นวงกลมทำจากอคลิลิกหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร เจาะรูตรงกลางเพื่อให้ที่ยึดโทนอาร์มใส่ลงไปได้ วิธีการยึดโทนอาร์มกับแท่น เอาตัวรองวางบน Sub-Chassis เล็งในรูของน๊อตทั้งสามขาตรงกัน จากนั้นก็วางตัวยึดโทนอาร์มตามรูน๊อตสามขา ใส่น๊อตลงไปเพื่อขันให้แน่น อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นคือ ตัวโทนอาร์มมันเตี๊ยไปหน่อย ถ้าให้ดีควรจะมีเจ้าตัวรองเพิ่มสักสองถึงสามอัน แต่ทาง OL ให้เรามาแค่อันเดียว เราจึงแก้ปัญหาด้วยการสวมแหวนน๊อตเพื่อเพิ่มความสูงของตัวดทนอาร์ม แม้มันจะดูไม่ค่อยดี แต่ก็ใช้งานได้

ตัวฐานและโครงร่าง ติดมาตั้งแต่โรงงาน
การติดตั้งโทนอาร์มเสียเวลาไปพอสมควร แต่ก็เรียบร้อยดีไม่มีปัญหา ขั้นต่อไปคือติดตั้งหัวเข็ม หัวเข็มที่ผมจะให้ทางตัวแทนติดให้คือ Benz Micro 20E ซึ่งเป็นหัวเข็มแบบ MC Hight Output หัวเข็มตัวนี้เป้นหัวเข็มตัวเก่าที่ผมแกะมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวเดิม มันไม่ได้ใช้มานานหลายเดือนแล้ว ดูจากสภาพภายนอกออกจะโทรมหน่อย แต่ไม่เป้นไรครับใส่ลงไปก่อน อนาคตค่อยหาตัวใหม่มา ว่ากันว่าตัวโทนอาร์มเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่าของผม มันยังไม่สามารถแสดงศักยภาพเสียงของ 20E ได้เต็มที่นัก ผมจึงคิดว่ากับเครื่องเล่นนี้มันน่าจะได้อะไรเพิ่มมากขึ้น

แบริ่งหัวใจสำคัญของเครื่องเล่นแผ่นเสียง ส่วนแดมเปอร์ช่วยลดแรงสะเทือน
การตั้งหัวเข็มไม่มีอะไรยุ่งยาก ขั้นแรกก็ใส่หัวเข็ม ยึดน๊อตเอาไว้พอให้ปรับได้ ตอนใส่น๊อตอาจจะยากหน่อยถ้ให้ดีต้องมีผู้ช่วยคอยช่วยอีกคน จากนั้นก็ใช้โปรเจ็คเตอร์วัดระยะ Null Point วัดระยะที่โทนอาร์มวิ่งผ่านไปยังจุดศูนย์กลาง ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ วัด ทำเสร็จแล้วก็ทำซ้าอีกหลายรอบ เพื่อความแน่ใจว่าตรง จากนั้นค่อยไขน๊อตให้แน่น สุดท้ายวัดน้ำหนักที่ 2.0 แกรม

ลองใส่แพลตเตอร์
ขั้นตอนสุดท้ายคือเอามอร์เตอร์มาลองหมุนกับแพลตเตอร์เพื่อวัดรอบการหมุนว่าได้ 33.3 รอบต่อนาที และ 45 รอบต่อนาทีหรือไม่
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นนี้ก็คือตัวมอร์เตอร์นั้นมีขนาดที่ใหญ่ ใช้ไฟ DC ทำให้มีความเงียบ และนอกจากนั้นยังสามารถปรับจูนความเร็ว-ช้า ของรอบได้ด้วย ซึ่งทำให้มั่นใจว่ารอบการหมุนสามารถปรับให้ตรงได้อย่างละเอียด

ตั้งน้ำหนักหัวเข็ม
เป็นว่าเสร็จขั้นตอนการประกอบ ผมยกกลับบ้านไปฟังเสียง ซึ่งท่านผู้อ่านคงต้องติดตามในตอนที่สี่ต่อไป

เครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora MK2 กอบเสร็จ อยู่ในขั้นเบิร์นอิน


ไม่สงสัยแล้วว่าลำโพงไฮเอ็นด์ทำไมมันแพงจัง ค่าแรงนี่เอง

