Info


บทที่1 ORIGIN LIVE AURORA MKII

บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3

Origin Live Aurora MKII

Origin Live Aurora MKII

ผมกำลังเปลี่ยนเครื่องเล่นแผ่นเสียง หลังจากมองหาเครื่องเล่นมาหลายรุ่นหลายยี่ห้อมานาน ก็มาลงตัวที่ Origin Live รุ่น Aurora MKII

เมื่อหลายปีก่อนผมอ่านรีวิวเครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora รุ่นแรก โดย Group Test กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงหลาย ๆ ตัว ในระดับราคาที่ไล่เลี่ยกัน รีวิวนั้นคะแนนของ Origin Live Aurora ได้มากที่สุด แต่ในวันนั้นผมก็ยังไม่ได้สนใจเครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้มากนัก จนกระทั่งเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ผมใช้อยู่มันต้องถอยเข้าอู่และทำท่าว่าจะแก้ยากเย็นแสนเข็ญ

ก่อนที่ผมจะตัดสินใจเลือกเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นนี้ ผมมองไปที่ Rega P3/24 เป็นตัวแรก เป็นเพราะว่าเรก้าอัพเกรดโทนอาร์ม RB300 ใหม่เอี่ยมอ่องเป็น RB301 และเป็นที่รู้กันว่าอาร์มของเรก้านั้นสุดยอดไม่แพ้อาร์มใดในโลก แม้ว่าเครื่องเล่นเรก้ายังคงเหนียวแน่นไม่ยอมปรับปรุงในเรื่องการตั้งค่า VTA ก็ตาม แต่สิ่งที่ผมให้คะแนนเรก้าต่ำมากอีกประการก็คือตัวแท่น (Plinth) ที่ยังดูเชยและเรียบเกินไป เหมือนกับว่าเรก้าไม่ได้สนใจการออกแบบให้มันดูดีเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าราคา 37,000-38,000 จะไม่มีเครื่องเล่นตัวไหนเทียบกับเรก้าได้แล้วก็ตาม แต่ผมยังคิดว่าไม่คุ้มค่าเสียเท่าไหร่ เพราะถ้าผมเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยผมน่าจะได้เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ดีกว่านี้

ตัวต่อมาที่ผมดูเอาไว้คือ Clear Audio Emotion (CAE) ซึ่งผมชอบเสียงที่แจกแจงรายละเอียดดีของเครื่องเล่นตัวนี้ ตัวแท่นที่ทำจากอคลิลิกขาวขุ่นก็ดูสวยงาม อาร์มของ CAE ก็เป็นอาร์มที่ดีเยี่ยม แต่ราคามันกระโดดไปถึง 59,000 บาท ซึ่งผมคิดว่าราคาของ CAE น่าจะอยู่ที่ 45,000 บาท หากว่า CAE ตั้งราคาอยู่ที่ 45,000 บาทจะทำให้เทิร์นตัวนี้น่าสนใจและเป็นตัวเลือกสำหรับคนในระดับเริ่มต้นจะขยับมาเล่นในระดับกลางได้ง่ายกว่า (ขายตัวเก่าแล้วเพิ่มเงินมาซื้อระดับกลางตัวใหม่ ก็จ่ายเพิ่มอีกไม่มาก)  เป็นอันว่าตัด CAE ออกไปอีกรายหนึ่ง

ตัวสุดท้ายเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงในฝันของผม นั้นคือ VPI Scout ผมโทรศัพท์ไปสอบถามตัวแทนจำหน่ายว่ามีเครื่องอยู่ในสต๊อคหรือไม่ ปรากฏว่ามีเหลือเพียง VPI Scout รุ่นพิเศษ ซึ่งมีราคาสูงถึง 85,000 บาท มันเกินงบประมาณของผมไปมากหลายเท่าตัว ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นที่จะนำมาซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งที่ราคา VPI Scout ธรรมดา น่าจะอยู่ที่ 65,000 บาท ถ้าหากวันที่ผมโทรศัพท์ไปยังตัวแทน ถ้าเขามีเครื่องเล่นแผ่นเสียง VPI Scout ซึ่งขายในราคา 65,000 บาท (ซึ่งเกินงบประมาณของผมไปเช่นกัน) ผมอาจจะตัดสินใจเพิ่มงบประมาณแล้วซื้อ VPI อย่างแน่นอน ผมคิดว่าเรื่องราคาในบ้านเราเป็นอุปสรรคต่อนักเล่นแผ่นเสียงจริง ๆ แต่จะทำอย่างไรได้ครับ เพราะเราแทบไม่มีทางเลือกเลย

ส่วนเครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้ออื่นเช่น Pro-Ject ผมไม่ค่อยชอบอาร์มของเครื่องเล่นยี่ห้อนี้เสียเท่าไหร่ เครื่องในระดับกลางก็มีราคาเอาเรื่องเหมือนกัน จึงไม่ได้สนใจหรืออยู่ในลิสต์การพิจารณา

แต่ที่ผมเสียดายก็คือเครื่องเล่น Roksan Radius 5 ซึ่งงบประมาณเกินกระเป๋าของผมไปมากตั้งแต่ผมสอบถามราคา เป็นอันตัดตกไปตั้งแต่ยังไม่ได้ดูสเปคของมัน (แล้วผมก็สงสัยว่าทำไมราคาของ Roksan Radius 5 ถึงแพงขึ้นเรื่อย ๆ ) แต่ที่น่ากลัวมากที่สุดสำหรับผม กลับเป็นว่าผมไม่รู้ว่าตัวแทนจำหน่ายนั้นเข้าใจเรื่องเครื่องเล่นแผ่นเสียงแค่ไหน เพราะผมเคยเข้าไปขอฟังเสียงลำโพงที่ตัวแทนแห่งนี้แล้ว ไม่ค่อยเชื่อว่าเขาจะเข้าใจเครื่องเล่นแผ่นเสียงนัก (แต่ผมอาจจะเป็นคนผิดที่คิดแบบนั้นก็ได้)

สุดท้ายผมก็ยูเทิร์นมาพบกับ Origin Live Aurora ซึ่งในปัจจุบันพัฒนามาสู่เจนเนอเรชั่นที่สองแล้ว (และน่าจะพัฒนาไปได้อีกไกล)

ตอนนี้เครื่องเล่นแผ่นเสียงนี้อยู่ระหว่างการเดินทางมา ผมจะอัพเดตความเป็นไปต่อไปในคอลัมน์หน้านะครับ

อ่านตอนต่อไป บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3

Comments

3 Comments

Post a comment
  1. สิงหาคม 8, 2009

    อยากอ่านตอนสองเร็ว ๆ ครับ

Trackbacks & Pingbacks

  1. Begin Origin Live Aurora MKII « PaganiniBlog
  2. Setup Origin Live Turntable « PaganiniBlog

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS