Info

กรุสำหรับ ตุลาคม, 2009

ตอนที่ 1 : Mint Best Tractor คืออะไร

นักเล่นแผ่นเสียงทุกคนปรารถนาที่จะตั้งหัวเข็มของตนกับโทนอาร์มสุดที่รักให้ได้แม่นยำที่สุดเท่าที่จำทำได้ ทว่าความฝันนี้มักฝันสลายเสมอเนื่องจากเครื่องมือในการตั้งหัวเข็มมักจะไม่สนองตอบกับความต้องการได้ทั้งหมด เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียงแต่ละเจ้า แต่ละสังกัด แต่ละทวีปต่างคิดค้นระยะความยาวของโทนอาร์ ระยะการติดตั้งโทนอาร์มแตกต่างกันไป เอาเพียงความยาวโทนอาร์มที่ไม่เท่ากัน ความสูงของหัวเข็มที่ต่างกัน การตั้งหัวเข็มให้เที่ยงตรงด้วยเครื่องมือชิ้นเดียว แบบเดียวแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ก่อนที่ผมกำลังควานหาโปรแทรคคเตอร์สำหรับตั้งหัวเข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora กับโทนอาร์ม OL1 ผมได้มีโปรแทรคเตอร์ของ DB System Protractor อยู่ก่อนแล้วหนึ่งอัน โปรแทรคเตอร์ของเจ้านี้ถือว่ายังมีขายอยู่และเป็นโปรแทรคเตอร์แบบยูนิเวอร์แซลที่คนนิยมอันหนึ่ง

ส่วนโปรแทรคเตอร์ที่ผมยังควานหา ทั้งข้อมูล และการใช้งานกับโทนอาร์ม ผมยังพบว่าโปรแทรคเตอร์แบบยูนิเวอร์แซลที่น่าสนใจอยู่อีหนึ่งตัวคือ Feickert Universal Protractor แต่เท่าที่ผมอ่านรีวิวและคู่มือของเจ้านี้ มันยังไม่สามารถใช้งานกับโทนอาร์มของเรก้าในแบบที่สมบูรณ์ และราคาของมันอยู่ที่ 250 $US ถามว่าแพงไหม แพงครับ แต่ถ้ามันใช้งานได้ดีผมคิดว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะโปรแทรคเตอร์มีความสำคัญมากสำหรับคนเล่นแผ่นเสียง

Feickert Universal Protractor

ในระหว่างที่ผมกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแทรคเตอร์ตั้งหัวเข็ม บังเอิญผมไปพบกับโปรแทรคเตอร์ที่ประหลาดสุดตัวหนึ่งเข้า มันคือ Mint Best Tractor (MBT) Mint Best Tractor ถือกำเนิดโดยชาวฮ่องกงนาม Mr.Yip ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนายยิปคนนี้มากนัก นอกจากข้อมูลในเวบไซต์ของเขามีข้อมมูลเกี่ยวกับโปรแทรคเตอร์เท่าที่จำเป็น แต่ก็ไม่มากนัก และนอกจากนั้นก็เป็นรีวิวจากผู้ที่นำไปใช้งานจำนวนหนึ่งจากทั่วโลก

นายยิปคนนี้เขาจะจัดทำโปรแทรคเตอร์สำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงและโทนอาร์มของเราเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า MBT ทำตามออร์เดอร์ของเรา ซึ่งผมคิดว่ามันเวิร์คมากถ้าเขาจะทำโปรแทรคเตอร์เฉพาะโทนอาร์มขึ้นมาได้จริง ๆ (ในใจผมคิดว่าถ้าบริษัทโทนอาร์มหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง แถมโปรแทรคเตอร์ที่ได้มาตรฐานสักอัน มันจะยอดเยี่ยมมากแค่ไหน)

ดังนั้นก่อนที่จะสั่งออร์เดอร์ MBT เราจะต้องรู้อะไรบ้าง

1.ระยะ Effective Length (ระยะจุดกึ่งกลางที่ติดตั้งโทนอาร์มจนถึงปลายโทนอาร์ม)

2.ระยะ Overhang

ระยะ Overhang และ Effective Length

เมื่อทราบข้อมูลแล้วผมจึงตัดสินใจสั่งซื้อโดยการเขียนอีเมล์ไปบอกเขา MBT จะจัดทำและส่งของเดือนหนึ่งสองงวด ยกเว้นโทนอาร์มที่มีคนนิยมสั่งอย่าง Rega, SME, VPI ฯลฯ จะมีอยู่ในสต๊อคแล้ว จัดส่งได้ทันทีภายในสามวัน ราคาค่าตัวของ MBT อยู่ที่ 110 $US โดยเราจะได้ โปรแทรคเตอร์ที่ทำจากกระจกหนึ่งอัน คู่มือ แว่นขยาย ราคานี้รวมค่าส่งเรียบร้อยแล้ว

ถามว่าราคา 110 $US แพงไหม แถมยังใช้ได้กับโทนอาร์มเดียว มานั่งนึกว่าถ้าอนาคตเราจะเปลี่ยนโทนอาร์มจะต้องสั่งซื้อใหม่ มันจะคุ้มหรือ ซึ่งจุดนี้ผมว่าการเปลี่ยนดทนอาร์มคงทำกันไม่บ่อยนัก โทนอาร์มที่ดีขึ้นราคาก็สูงตามไปด้วย และผมคิดว่าภายในสามสี่ปีนี้ผมคงไม่มีโอกาสเปลี่ยนโทนอาร์มแน่นอน ดังนั้นผมจึงตัดสินใจทดลองซื้อ MBT มาใช้ให้มันประจักษ์แจ้ง เพราะถ้ามันสามารถตั้งจุด Null Point จุดในได้อย่างดี ไม่ทำให้เสียงแทรคในของแผ่เสียงซ่าเบลอร์ได้ ผมว่ามันจะคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก

หลังจากศึกษาข้อมูลในเวบไซต์ของ MBT ผมจึงตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายกับโปรแทรคเตอร์เจ้านี้

ตอนนี้ผมกำลังรอเจ้า Mint Best Tractor เดินทางมาถึงผม เมื่อใดที่มาถึงแล้วผมจะทดสอบและรีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกันนะครับ

Best Tractor ของผมที่กำลังส่งมาจากฮ่องกง

House of Flying Daggers: ความรักบังดวงตา เสน่หาฆ่าอุดมคติ

คะแนนรวม ***
รายละเอียด: Encoding Region Zone 3 Picture 8 Sound 7 Movie 6 Supplementary (ไม่มี)

House of Flying Daggers poster

นี่เป็นหนังคนละขั้วในทางอุดมคติระหว่างหนังเรื่องที่ผ่านมาของจางอี้โหมว บังเอิญถ้าใครได้ชม Hero ของเขามาก่อน ก่อนที่จะได้ชม “บ้านมีดบิน” มันทำให้คนดูอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าตัวบทต่ำกว่ามาตรฐานไปหรือเปล่า หรือว่านักวิจารณ์คาดหวังกับจางอี้โหมวมากกว่านั้น สำหรับผมขอให้เป็นอย่างหลังดีกว่า เพราะผมชอบผู้กำกับคนนี้มากและให้เครดิตรกับเขาค่อนข้างสูงในหมู่ผู้กำกับเอเซียด้วยกัน ทั้งนี้เขาอาจจะหมกมุ่นอยู่กับการกำกับพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกที่ปักกิ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามากกว่า จนมีเวลาให้กับหนังเรื่องนี้น้อยไปหน่อยหรือเปล่า

แต่ถ้าวัดเรื่อง “บ้านมีดบิน” เดี่ยว ๆ มันก็ผ่านไปในแบบเกรด A ลบ นิด ๆ จนถึงบีบวก
บ้านมีดบินเป็นหนังโรแมนติกแอกชั่นที่ใช้ฉากหนังจีนกำลังภายในเป็นตัวเดินเรื่อง ต้องยอมรับว่าฉากต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้สวยสดงดงามเป็นอย่างยิ่ง ความงามของฉากนี้ทำให้ผมหลงใหลหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และอาจจะทำให้คนหลงรักมันได้อย่างไม่ยากเย็น

“บ้านมีดบิน” เล่าเรื่องของสองมือปราบหนุ่มเจ้าสำราญสมญาว่าสายลมอิสระ “จิน” (ทาเคชิ คาเนชิโร) กับมือปราบวัยกลางคนที่ดูลุ่มลึกอย่าง “เหลียว” (หลิวเต๋อหัว) ถูกทางเบื้องบนสั่งการอย่างเด็ดขาดให้กำจัดขบวนการใต้ดินที่ชื่อว่า “บ้านมีดบิน” ให้สินซาก โดยสองมือปราบได้ข่าวมาว่ามีนางโลมตาบอดรูปโฉมงามมาซ่องสุมอยู่ที่สำนักนางโลมจึงได้เข้าไปจับกุม เรื่องราวของการต่อสู้ไล่ล่า และสัมพันธ์กันระหว่างชายสองหญิงหนึ่งจึงเกิดขึ้นระหว่างการจับกุม

ตัวหนังไม่ได้มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากนัก ว่าไปแล้วก็ออกจะเล่าเรื่องตรง ๆ ซื่อ ๆ เรียบง่ายเป็นระเบียบตามแบบหนังทั่วไป ส่วนที่ทำได้ดีมากคือความโรแมนติกของหนังนั้นมีมาก จนรายละเอียดของโครงเรื่องรองขาดความหนักแน่น โปร่งบาง และไม่อาจจะ “เชื่อ” ได้ว่า “ความรัก” ได้บดบังอุดมการณ์ของหนุ่มสาวไปหมดแล้ว ในกรณีนี้ผมคงอดเปรียบเทียบกับหนังเรื่อง Hero ไม่ได้ เพราะ Hero นั้น หนุ่มสาวในหนังสละชีพเพื่ออุดมการณ์ของตัวเอง ส่วนความรักเป็นเรื่องรอง ขอทำให้บ้านเมืองสงบสุขจากการถูกกดขี่ของผู้มีอำนาจ ส่วน “บ้านมีดบิน” คนหนุ่มสาวทั้งสามเลือกที่จะให้ความรัก หรือเรื่องส่วนตัวเข้ามามีบทบาทต่อชีวิต ละทิ้งอุดมการณ์และขอใช้ชีวิตในแบบเสรีชนไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก

นี่จึงเป็นต้นเหตุให้หนังเรื่องนี้เบาลงจนบางครั้งขาดจุดหมายที่จะไปถึง “บ้านมีดบิน” ในฐานะตัวแทนของอุดมการณ์ก็ถูกละเลยในเรื่องรายละเอียดว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร มีความสำคัญ มีความขัดแย้งภายในมากแค่ไหน เพราะหนังมุ่งประเด็นความรักของจินกับเหมยมากเป็นแกนกลางของเรื่อง

สำหรับดีวีดีที่ผมดูแผ่นนี้เป็นดีวีดีโซนสามผลิตโดบบริษัทยูไนเต็ดประเทศไทยพูดถึงราคาแล้วพอสมควรแก่การซื้อหามาชมครับคือ 200 บาท ภาพของหนังเรื่องนี้ถือว่าทำได้ดีพอสมควร แม้สีจะไม่อิ่มมากนักแต่สีสันของหนังก็ทำให้น่าทึ่งไม่น้อย ในส่วนของ Sound เป็นเรื่องน่าคิดมากครับ เพราะในหนังเรื่องเดียวกัน Sound ของหนังเรื่องนี้มีดีที่สุดจนถึงแย่ที่สุด กล่าวคือ Sound ที่ทางดีวีดีแผ่นนี้บันทึกมามีทั้งหมดสามแบบคือ ภาษาจีนกลางบันทึกด้วยระบบดิจิตอล 5.1 ภาษาไทยที่บันทึกมาในระบบดิจิตอล 5.1 และภาษาไทยที่บันทึกด้วยระบบ DTS ที่ผมดูเปรียบเทียบคือภาษาจีนระบบ 5.1 ภาษาไทยระบบ 5.1 (ทั้งนี้ผมไม่ได้ลองเปรียบเทียบกับระบบ DTS) เสียงในพากย์ไทยโดยเฉพาะเสียงตัวละครเบามาก อู้อี้ไปนิด และเสียงซาวด์ก็ขาดไดนามิก เรียกว่าฉากต่อฉากถ้าเปิดเทสต์ระหว่างสองภาษาจะได้ยินต่างกันชัดเจน

ทว่าฉากที่บันทึกเสียงดีมาก ๆ คือฉากที่เหม่ยกับเหลียวประลองวิชาโดยการยิงหินไปที่กลอง ฉากนั้นถ้าคุณมีโฮมเทียเตอร์หรือลำโพงไม่สามารถรับพลังวัตต์สูง ๆ ได้ ระวังลำโพงอาจจะพังได้ครับ เป็นฉากที่มันสะใจขาซาดิสต์ที่ชอบเสียงกลองแบบหนัก ๆ เลยทีเดียว แถมการออกแบบเสียงในหนังเรื่องนี้ถือว่าสุดยอดมาก ซึ่งการออกแบบเสียงนี้เรายังไม่ค่อยเห็นในหนังไทยมากนักว่าเสียงที่คนดูได้ยินมันจะออกมาทางลำโพงฝั่งว้ายขวากลางหน้าหลังอย่างไร ผมว่าถ้าจะทำหนังในระดับเวิลดิ์คลาส คงต้องใส่ใจทุกรายละเอียดของหนัง

ในงานมหกรรมหนังสือ ครั้งที่ 14

พบกับบู๊ธ ALTERNATIVE WRITERS หมายเลขบู๊ธ O15 โซนซีชั้นหนึ่ง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2552 ระหว่างเวลา 10.00น.-20.30 น.

ที่บู๊ธพบกับหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายอาทิเช่น สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น ของปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์กำมะหยี่ ผู้จัดพิมพ์งานของมูราคามิ สำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊ค ของภิญโญ ไตรมิตรสิริยะ สำนักพิมพ์สมมติ ผู้ผลิตงานน่าสนใจ รวมถึงหนังสือหนัง ไบโอสโคป (Bioscope) หนังสือ Happening สำนักพิมพ์ Way ของอธิคม เป็นต้น

สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม ร้านหนังสือที่รวบรวมผลงานจากหลากหลายสำนักพิมพ์นอกกระแสที่มากที่สุด และเปิดเฉพาะในงานมหกรรมหนังสือ และสัปดาห์หนังสือเท่านั้น

เราเลือกหนังสือเพื่อคุณ

บู๊ธ Alternative Writers หมายเลขบู๊ธ O15

บู๊ธ Alternative Writers หมายเลขบู๊ธ O15

บู๊ธ Alternative Writer O15

บู๊ธ Alternative Writer O15

ชั้นวางเครื่องเสียงและขาตั้งลำโพง: เรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม
โดย นิวัต พุทธประสาท

1.ชั้นวางเครื่องเสียง
หลายท่านอาจจะคิดในใจว่า (แต่เสียงดัง) ว่าทำไมเล่นเครื่องเสียงกันทีถึงได้มีเรื่องยุ่งยากจุกจิกมากมายอย่างนี้ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือจุกจิกหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าคนที่เล่นกันอย่างจริงจัง หวังว่าการไม่มองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้จะทำให้รีดเค้นประสิทธิภาพของเครื่องเสียงที่ตัวเองมี ไม่เว้นแม้แต่ Low End, Mid End หรือ Hi End ก็สามารถรีดเค้นประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องออกมาได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

อีกประเด็นคือ ถ้าเรารักชอบเสียงเพลงและชอบเล่นเครื่องเสียงแล้วละก็ การใส่ใจทุกรายละเอียดนั้น ทำให้การเล่นเป็นไปอย่างสนุก และมีความสุขเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งบางทีเรื่องบางเรื่องที่เล็กน้อย อาจจะทำให้เครื่องเสียงของเรายกระดับขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง

สำหรับบทนี้ผมขอเขียนถึงชั้นวางเครื่องเสียงและขาตั้งลำโพงสำหรับลำโพงวางหิ้ง
ผมมีความเชื่อว่าท่านที่เล่นเครื่องเสียงมือใหม่ อาจจะไม่ได้นึกถึงชั้นสำหรับวางเครื่องเสียงเสียเท่าไหร่ เพราะมีความเชื่อว่า เครื่องเสียงวางเอาไว้บนอะไรก็ได้ที่ไม่เปียกชื้นก็เป็นพอ แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปนะครับ

ชั้นวางเครื่องเสียง

ชั้นวางเครื่องเสียง

ตามจริงแล้วเครื่องเสียงจะต้องวางในที่มั่นคง อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อการระบายความร้อนที่ดี โดยเฉพาะแอมป์คลาสเอ หรือแอมป์หลอด บางท่านชอบวางเครื่องเสียงซ้อน ๆ กันเป็นชั้นนั้น อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้โดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะแอมป์ หรือเครื่องเล่นซีดี ที่มีความไวต่อการกลไกในการทำงาน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรจะแยกให้แอมป์ตั้งอยู่เดี่ยว ๆ ส่วนเครื่องเล่นเทปหรือเครื่องเล่นซีดี นั้นควรจะให้เครื่องเล่นเทปวางอยู่ชั้นล่าง ส่วนเครื่องเล่นซีดีวางในส่วนที่อยู่บนสุด

บางท่านอาจจะซื้อตู้ หรือเฟอร์นิเจอร์มาวางเครื่องเสียง ผมมีความเห็นว่า ควรจะหาตู้แบบที่ไม่ต้องมีกระจก หรือถ้าแบบมีกระจกก็ควรจะให้ด้านหลังเปิดโปร่ง นอกจากช่วยระบายอากาศแล้ว เวลาที่จะต่อเชื่อมสายสัญญาณ ปลั๊กไฟ หรือเช็คสายจะทำได้ง่ายกว่าตู้ที่ปิดทึบ

ส่วนนักเล่นบางคนมีความเห็นว่า ชั้นวางเครื่องเสียงมีผลกับเสียงมากขนาดนั้นเลยหรือ ซึ่งความจริงแล้วมันมีผลครับ แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับว่า System ของเรามีความละเอียดมากแค่ไหน มีครั้งหนึ่งผมได้เอาแอมป์หลอดไปฟังที่บ้านพ่อตาซึ่งอยู่เมืองกาญจนบุรี ที่บ้านไม่มีอะไรมาวางเครื่องเสียงเลย จึงวางเอาไว้กับพื้นกระเบื้อง เปิดเพลงฟังได้ไพเราะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ฟังอัลบัมที่คุ้นเคยแล้วรู้สึกเสียงมันออกไปในทางอั้น ๆ และเปิดไปนาน ๆ มีเสียงรบกวนพอสมควร ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นที่ระบบไฟบ้านต่างจังหวัดก็เป็นได้ หรือมีสาเหตุมาจากระบบกราวด์ไฟฟ้าที่ไม่ถูกต้อง จากนั้นผมก็ลองหากระดานไม้มาแผ่นหนึ่ง เอามาเป็นที่วางเครื่องแอมป์หลอด ปรากฏว่าเสียงเปิดโปร่งขึ้นกว่าเก่า และเสียงรบกวนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ในคราวนั้นทำให้ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าเครื่องเสียงวางอย่างตามมีตามเกิดมิได้ แต่ต้องใส่ใจกับรายละเอียดทุกอย่าง

รูปแบบการใช้งานของชั้นวาง ทำให้เครื่องเสียงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

รูปแบบการใช้งานของชั้นวาง ทำให้เครื่องเสียงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

ประเด็นต่อมา เครื่องเสียงหลอดส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักมาก และมีความร้อนสูง โดยเฉพาะแอมป์ซิงเกิ้ลเอนด์ด้วยแล้ว จะมีความร้อนมากกว่าแอมป์ทั่วไป รวมทั้งน้ำหนักตัวที่หนักอึ้งของเอาท์พุตเป็นปัญหาสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่นแอมป์ใหม่ ๆ อย่างแน่นอน แต่ความกังวลเหล่านี้จะหายไปหากเราทำความเข้าใจระบบการทำงานของเครื่องเสียงให้ละเอียด และมองหาชั้นวางเครื่องเสียงมาใช้ โดยเฉพาะชั้นวางที่ผลิตขึ้นเพื่อเครื่องเสียงโดยตรง จะมีผลต่อคุณภาพเสียงและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องในระยะยาวเป็นของแถม

เท่าที่ผมเคยลองวัสดุที่มาเป็นพื้นรองสำหรับวางเครื่องเสียง พบว่าวัสดุที่เหมาะสำหรับวางแอมป์ทั้งแอมป์หลอดและโซลิตสเตจคือ อะคิลิคแผ่นหนา ความหนาน่าจะประมาณสองเซ็นติเมตร เหตุที่อาคิลิคทำได้ดีที่สุดเพราะว่าความทนทาน การทนความร้อน ทำได้ดีไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่อะคิลิคทำได้เหนือกว่าวัสดุอื่นก็คือการสลาย “ความสั่นสะเทือนของคลื่น” (Resonant) นอกจากนั้นความสวยงามของอะคิลิคเองก็ทำให้การออกแบบชั้นวางทำให้เครื่องเสียงดูดีด้วย


วัสดุที่สองคือไม้เนื้อแข็ง วัสดุที่สามคือกระจก ส่วนสุดท้ายคือแผ่นหินอ่อนหรือแผ่นหินขัด

นอกจากวัสดุที่ทำเป็นฐานรองจะเป็นพระเอกแล้ว ขาวางชั้นเครื่องเสียงถือว่าไม่ใช่พระรองแต่เป้นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งทีเดียว ชั้นวางเครื่องเสียงชั้นดีมักจะต้องออกแบบมาให้ถ่ายเทน้ำหนักของเครื่องให้บาลานซ์กันทั้งชั้น ไม่ใช่กดทับน้ำหนักลงไปที่จุดใดจุดหนึ่ง บางเจ้าออกแบบขาเป็นสามขา บางเจ้าสี่ขา แต่ตัวรับน้ำหนักมีสามขา เหตุที่เป็นสามขา เพราะว่าเมื่อชั้นวางรับน้ำหนักเครื่องเสียง มันจะไม่ถ่ายเทน้ำหนักไปที่ขาใดขาหนึ่ง แต่จะแบ่งน้ำหนักไปทั้งสามขานั่นเอง ส่วท่านใดออกแบบเก่ง ๆ รองเอาไปทำดูนะครับ ชั้นวางเครื่องเสียงสวย ๆ ดี ๆ ในเมืองไทยยังมีคนผลิตน้อย และก่อนทำอย่าลืมติดสไปร์ซสำหรับปรับระดับได้ที่ขาด้วยนะครับ เพราะจะช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและปรับความเอียงได้ด้วย

2.ขาตั้งลำโพง
ผมคิดว่าหลายท่านที่มีห้องฟังเพลงเล็ก ๆ ก็มักจะซื้อลำพงวางหิ้งแบบสองทางไปใช้ บางท่านอาจจะไม่ไว้ใจพวกเซลล์ตามร้านเครื่องเสียง เพราะชอบขายของพ่วงมาเสมอ ขาตั้งลำโพงที่เขาเชียร์ให้ซื้อก็หลายสตางค์ บางรุ่นราคาเกือบเท่าลำโพง (ทำใจลำบาก) ก็เลยซื้อแต่ลำโพงมาก่อน จากนั้นก็เอามาวางกับชั้นวางตู้โชว์บ้าง วางบนโต๊ะเก้าอี้บ้าง หรือเอาไปวางใกล้ ๆ โทรทัศน์ บนชั้นวางทีวี (ระวังนะครับเพราะลำโพงบางรุ่นไม่ได้ชีลแม่เหล็กมา จะทำให้โทรทัศน์มีภาพวูบวาบได้)

ลำโพงวางหิ้งนั้นเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่นักเล่นระดับ Mid-End เพราะตัวเล็กหาที่วางง่าย แต่ความจริงแล้วเรื่องราวของมันไม่ได้ง่ายนักถ้าเราซื้อมาแต่ลำโพงโดยไม่มีขาตั้ง อย่างที่ผมกล่าวเอาไว้ข้างต้นคือราคาตัวลำโพงนั้นดูเหมือนไม่แพง แต่ถ้าบวกขาตั้งคุณภาพเข้าไปแล้ว มันมีราคาค่าตัวอยู่พอสมควร แต่ถ้าเราคิดว่าขาตั้งลำโพงไม่มีผลต่อเสียง ถือเป็นความคิดที่ผิดมหรรพ ผิดตั้งแต่เราเลือกซื้อลำโพงวางหิ้งมาใช้แล้ว เพราะคุณสมบัติของลำโพงเล็กคือรายละเอียดเสียงกลางและแหลมจะดีมาก แต่คุณภาพเหล่านั้นจะถูกรีดออกมาได้มาก ก็ต่อเมื่อมันอยู่ในสภาพและสภาวะที่ดีเยี่ยมเท่านั้น ดังนั้นลำโพงวางหิ้งถือเป็นงานที่หินกว่าลำโพงตั้งพื้นมาก ๆ แต่ทั้งนี้ไม่มีอะไรดีไปเสียหมด และยากไปเสียหมดครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเราว่าจะใส่ใจกับรายละเอียดมากแค่ไหน

ขาตั้งลำโพงแบบวางหิ้ง

ขาตั้งลำโพงแบบวางหิ้ง

ขาตั้งลำโพงมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ของยี่ห้อที่ผลิตลำโพง จนถึงขาตั้งที่ผู้ผลิตอิสระคิดค้นขึ้นมา ในที่นี้ผมขอนำเสนอขาตั้งที่ผู้ผลิตอิสระผลิตขึ้นมานะครับ เพราะมีราคาถูกกว่าและหาซื้อได้ง่ายตามบ้านหม้อก็มีอยู่หลายร้าน รวมถึงร้านขายเครื่องเสียงก็มีให้เลือกมากมาย ท่านที่มีฝีมือการช่างก็ยิ่งง่ายสะดวก แค่วัด ตัด เชื่อมและต่อก็ผลิตได้แล้ว

ตามมาตรฐานขาวางลำโพงส่วนใหญ่จะสูงประมาณ 24 นิ้ว เมื่อรวมสไปร์ซแล้ว เมื่อวางลำโพงลงไปแล้ว ทวีตเตอร์หรือลำโพงเสียงแหลมที่อยู่ด้านบนจะอยู่ในระดับเดียวกับหูของผู้ฟัง เมื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้นี่เอง
ส่วนขาตั้งลำโพงวัสดุส่วนใหญ่ที่นิยมคือแท่งเหล็กโปร่ง หรือไม้ บางเจ้าออกแบบเสาเดียว สองเสา สามเสา หรือหกเสา ขึ้นอยู่กับการออกแบบ ว่ากันว่าแต่ละแบบก็ให้ซุ่มเสียงที่ต่างกันไป สำหรับผมชอบแบบหกเสาเพราะดูมั่นคงที่สุด ส่วนพื้นรองลำโพงไม่ว่าจะเป็นไม้หรือเหล็กก็ได้ครับและน้ำเสียงก็ต่างกันแล้แต่ความชอบของแต่ละคน (ไม้ให้เสียงนุ่มนวล ส่วนเหล็กให้เสียงคมชัดรายละเอียดดี) บางเจ้าทำให้ขาลำโพงสามารถกรอกทรายลงไปได้ด้วย ทรายจะช่วยในการสลายคลื่นความสั่นสะเทือนนั่นเอง

บางคนเมื่อเลือกขาตั้งลำโพงได้แล้วมีการจูนเพิ่มเติมเช่นวางลำโพงบนทิปโทอีกที บางคนก็จูนด้วยดินน้ำมัน เอาไว้รองลำโพงกันตกกระแทก ก็แล้แต่ครับถ้าได้เสียงที่ดีขึ้นก็ไม่ว่ากันทำไปเลยครับ
สำหรับท่านที่มีลำโพงวางหิ้ง แต่ยังไม่มีขาตั้งลำโพง ลองดุนะครับ แล้วจดตั้งลำโพงตามแบบที่ผมนำเสนอไปในบทความที่แล้ว ผมเชื่อว่าท่านจะได้รับคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิม ในซิสเต็ม (System) เดิมได้อย่างแน่นอน

ปิดตำนานบุญชู- บัณฑิต ฤทธิ์ถกลเสียชีวิต

บัณฑิต ฤทธิ์ถกล

บัณฑิต ฤทธิ์ถกล

เมื่อ 1 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ผู้
กำกับภาพยนตร์คนดังของไทย วัย 58 ปี เสียชีวิต
แล้วด้วยอาการหัวใจวายขณะฟอกไต ที่โรง
พยาบาลวชิระ ญาติจัดพิธีรดน้ำศพที่วัดมกุฏกษัตริ
ยารามราชวรวิหาร เวลา 15.00 น. วันนี้

บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เกิดปี พ.ศ.2494 ที่จังหวัดพระ
นครศรีอยุธยา จบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัม
ชัญศรีราชา และอัสสัมชัญพานิช เมื่อ พ.ศ. 2514
จากนั้นเริ่มทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์เดอะเน
ชั่น และเริ่มทำงานเขียนคอลัมน์วิจารณ์
ภาพยนตร์ เขียนบทภาพยนตร์ และเป็นผู้ช่วยผู้
กำกับในภาพยนตร์หลายเรื่อง ก่อนก้าวขึ้นมาเป็น
ผู้กำกับฯ สร้างชื่อในวงการจากภาพยนตร์
เรื่อง “บุญชู” ทำให้เกิดดาราคู่ขวัญ จินตหรา สุข
พัฒน์ และสันติสุข พรหมศิริ ความนิยมของหนัง
เรื่องนี้ทำให้มีภาคต่อมาอีกรวม 5 ภาค

ผลงานในระยะหลัง ได้แก่ 14 ตุลา สงคราม
ประชาชน ปี 2544 บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู ปี 2551
และเรื่องสุดท้ายคือ อนึ่ง คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ปี
2552