Info

กรุสำหรับ ตุลาคม 28th, 2009

House of Flying Daggers: ความรักบังดวงตา เสน่หาฆ่าอุดมคติ

คะแนนรวม ***
รายละเอียด: Encoding Region Zone 3 Picture 8 Sound 7 Movie 6 Supplementary (ไม่มี)

House of Flying Daggers poster

นี่เป็นหนังคนละขั้วในทางอุดมคติระหว่างหนังเรื่องที่ผ่านมาของจางอี้โหมว บังเอิญถ้าใครได้ชม Hero ของเขามาก่อน ก่อนที่จะได้ชม “บ้านมีดบิน” มันทำให้คนดูอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าตัวบทต่ำกว่ามาตรฐานไปหรือเปล่า หรือว่านักวิจารณ์คาดหวังกับจางอี้โหมวมากกว่านั้น สำหรับผมขอให้เป็นอย่างหลังดีกว่า เพราะผมชอบผู้กำกับคนนี้มากและให้เครดิตรกับเขาค่อนข้างสูงในหมู่ผู้กำกับเอเซียด้วยกัน ทั้งนี้เขาอาจจะหมกมุ่นอยู่กับการกำกับพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกที่ปักกิ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามากกว่า จนมีเวลาให้กับหนังเรื่องนี้น้อยไปหน่อยหรือเปล่า

แต่ถ้าวัดเรื่อง “บ้านมีดบิน” เดี่ยว ๆ มันก็ผ่านไปในแบบเกรด A ลบ นิด ๆ จนถึงบีบวก
บ้านมีดบินเป็นหนังโรแมนติกแอกชั่นที่ใช้ฉากหนังจีนกำลังภายในเป็นตัวเดินเรื่อง ต้องยอมรับว่าฉากต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้สวยสดงดงามเป็นอย่างยิ่ง ความงามของฉากนี้ทำให้ผมหลงใหลหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และอาจจะทำให้คนหลงรักมันได้อย่างไม่ยากเย็น

“บ้านมีดบิน” เล่าเรื่องของสองมือปราบหนุ่มเจ้าสำราญสมญาว่าสายลมอิสระ “จิน” (ทาเคชิ คาเนชิโร) กับมือปราบวัยกลางคนที่ดูลุ่มลึกอย่าง “เหลียว” (หลิวเต๋อหัว) ถูกทางเบื้องบนสั่งการอย่างเด็ดขาดให้กำจัดขบวนการใต้ดินที่ชื่อว่า “บ้านมีดบิน” ให้สินซาก โดยสองมือปราบได้ข่าวมาว่ามีนางโลมตาบอดรูปโฉมงามมาซ่องสุมอยู่ที่สำนักนางโลมจึงได้เข้าไปจับกุม เรื่องราวของการต่อสู้ไล่ล่า และสัมพันธ์กันระหว่างชายสองหญิงหนึ่งจึงเกิดขึ้นระหว่างการจับกุม

ตัวหนังไม่ได้มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากนัก ว่าไปแล้วก็ออกจะเล่าเรื่องตรง ๆ ซื่อ ๆ เรียบง่ายเป็นระเบียบตามแบบหนังทั่วไป ส่วนที่ทำได้ดีมากคือความโรแมนติกของหนังนั้นมีมาก จนรายละเอียดของโครงเรื่องรองขาดความหนักแน่น โปร่งบาง และไม่อาจจะ “เชื่อ” ได้ว่า “ความรัก” ได้บดบังอุดมการณ์ของหนุ่มสาวไปหมดแล้ว ในกรณีนี้ผมคงอดเปรียบเทียบกับหนังเรื่อง Hero ไม่ได้ เพราะ Hero นั้น หนุ่มสาวในหนังสละชีพเพื่ออุดมการณ์ของตัวเอง ส่วนความรักเป็นเรื่องรอง ขอทำให้บ้านเมืองสงบสุขจากการถูกกดขี่ของผู้มีอำนาจ ส่วน “บ้านมีดบิน” คนหนุ่มสาวทั้งสามเลือกที่จะให้ความรัก หรือเรื่องส่วนตัวเข้ามามีบทบาทต่อชีวิต ละทิ้งอุดมการณ์และขอใช้ชีวิตในแบบเสรีชนไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก

นี่จึงเป็นต้นเหตุให้หนังเรื่องนี้เบาลงจนบางครั้งขาดจุดหมายที่จะไปถึง “บ้านมีดบิน” ในฐานะตัวแทนของอุดมการณ์ก็ถูกละเลยในเรื่องรายละเอียดว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร มีความสำคัญ มีความขัดแย้งภายในมากแค่ไหน เพราะหนังมุ่งประเด็นความรักของจินกับเหมยมากเป็นแกนกลางของเรื่อง

สำหรับดีวีดีที่ผมดูแผ่นนี้เป็นดีวีดีโซนสามผลิตโดบบริษัทยูไนเต็ดประเทศไทยพูดถึงราคาแล้วพอสมควรแก่การซื้อหามาชมครับคือ 200 บาท ภาพของหนังเรื่องนี้ถือว่าทำได้ดีพอสมควร แม้สีจะไม่อิ่มมากนักแต่สีสันของหนังก็ทำให้น่าทึ่งไม่น้อย ในส่วนของ Sound เป็นเรื่องน่าคิดมากครับ เพราะในหนังเรื่องเดียวกัน Sound ของหนังเรื่องนี้มีดีที่สุดจนถึงแย่ที่สุด กล่าวคือ Sound ที่ทางดีวีดีแผ่นนี้บันทึกมามีทั้งหมดสามแบบคือ ภาษาจีนกลางบันทึกด้วยระบบดิจิตอล 5.1 ภาษาไทยที่บันทึกมาในระบบดิจิตอล 5.1 และภาษาไทยที่บันทึกด้วยระบบ DTS ที่ผมดูเปรียบเทียบคือภาษาจีนระบบ 5.1 ภาษาไทยระบบ 5.1 (ทั้งนี้ผมไม่ได้ลองเปรียบเทียบกับระบบ DTS) เสียงในพากย์ไทยโดยเฉพาะเสียงตัวละครเบามาก อู้อี้ไปนิด และเสียงซาวด์ก็ขาดไดนามิก เรียกว่าฉากต่อฉากถ้าเปิดเทสต์ระหว่างสองภาษาจะได้ยินต่างกันชัดเจน

ทว่าฉากที่บันทึกเสียงดีมาก ๆ คือฉากที่เหม่ยกับเหลียวประลองวิชาโดยการยิงหินไปที่กลอง ฉากนั้นถ้าคุณมีโฮมเทียเตอร์หรือลำโพงไม่สามารถรับพลังวัตต์สูง ๆ ได้ ระวังลำโพงอาจจะพังได้ครับ เป็นฉากที่มันสะใจขาซาดิสต์ที่ชอบเสียงกลองแบบหนัก ๆ เลยทีเดียว แถมการออกแบบเสียงในหนังเรื่องนี้ถือว่าสุดยอดมาก ซึ่งการออกแบบเสียงนี้เรายังไม่ค่อยเห็นในหนังไทยมากนักว่าเสียงที่คนดูได้ยินมันจะออกมาทางลำโพงฝั่งว้ายขวากลางหน้าหลังอย่างไร ผมว่าถ้าจะทำหนังในระดับเวิลดิ์คลาส คงต้องใส่ใจทุกรายละเอียดของหนัง