Info

District 9: การกลายเปลี่ยน

ไม่น่าเชื่อว่าหนังที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันจะออกมาฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน หนังทั้งสองเรื่องนี้ก็คือ Avatar กับ District 9 หนังทั้งสองเรื่องแม้จะแตกต่างกันทว่าหนังกลับพูดถึงเรื่องสองเรื่องที่ดำเนินไปตามระนาบเดียวกัน กล่าวคือหนังทั้งสองพูดถึงมนุษย์ต่างดาว ต่างกันตรงที่ว่า Avatar มนุษย์บุกดาวแพนโดราเพื่อต้องการทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีชนเผ่าโบราณของแพนโดราต่อต้าน ส่วน District 9 ยานมนุษย์ต่างดาวเกิดมาจอดเสียอยู่ใจกลางเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ต่อมามนุษย์ต่างดาวจำนวน 2.5 ล้านตัวบนดาวกลายเป็นผู้ลี้ภัยที่สร้างปัญหาให้โลก

แต่สิ่งที่หนังสองเรื่องนี้นำเสนอเช่นเดียวกันคือ “การกลายเปลี่ยน” ในอวตาร เจค พลทหารผู้สูยเสียขาสวมวิญญาณชนเผ่าด้วยเครื่องจักรกลทันสมัย เขากลายเป็นเหมือนกองทัพเข้าไปในชนเผ่า แต่สุดท้ายเขาได้กลายเปลี่ยนทั้งดวงวิญญาณและจิตใจเพื่อปกป้องแพนโดราจากมนุษย์

ขณะที่ District 9 วิคัสนายตำรวจที่ทำหน้าที่อพยพมนุษย์ต่างดาว เพื่อขจัดปัญหาอันหมักหมมของมนุษย์ต่างดาวยาวนาน 20 ปี การอพยพไปสู่ถิ่นที่อยู่ใหม่กลางทะเลทราย อาจจะทำให้ชาวโยฮันเนสเบิร์กได้มีชีวิตที่ดีขึ้น และการอพยพนั้นต้องทำด้วยสิทธิมนุษยชนในแบบฉบับชาวโลกคือต้องเป็นไปอย่างนิ่มนวลอ่อนโยน ทว่าในทางปฏิบัติมิใช่อย่างที่เราทราบกันดี

ขณะที่วิคัสปฏิบัติการเขาได้รับเชื้อจากพลังงานเหลว ทำให้เาติดเชื้อจนร่างกายเริ่มกลายเปลี่ยนเป็นแมลงต่างดาว

สิ่งที่หนังนำเสนอนี้ประเด็นการกลายเปลี่ยนของตัวละครน่าสนใจไม่น้อย จากศัตรูที่ต้องจัดการคู่ตรงข้าม กลายมาเป็นผู้ที่ถูกฝ่ายเดียวกันตามล่า จนในที่สุดตัวละครก็กลายเป็นเนื้อเดียวกับศัตรู เรื่องราวการกลายเปลี่ยนนี้เป็นขบวนการที่น่าสนใจในหนัง เนื่องจากมันทำให้บริบทของหนังมีพื้นที่พัฒนาบุคลิกภาพของตัวละคร

หากมองในโลกจริงนอกเรื่องแต่ง การกลายเปลี่ยนนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะในอุมการณ์ของนักการเมือง ทว่ามันตรงข้ามกันก็คือการกลายเปลี่ยนของนักการเมือง มักจะกลายเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายเสมอ และโดยส่วนใหญ่การกลายเปลี่ยนจากคนดีเป็นคนร้ายจะมากกว่า

District 9 เป็นหนังที่น่าสนใจ ดูสนุก กลวิธีการเล่าเรื่องน่าสนใจ น่าติดตามจนคนดูไม่สามารถละเว้นได้แม้แต่ฉากเดียว ความเข้มข้นของตัวเรื่องหนักแน่นและสนุกกว่า Avatar หลายก้าว ส่วนเทคนิคพิเศษนั้นอยู่ในขั้นที่ว่าน่าสนใจ แม้ไม่อลังการเท่าอวตารทว่า District 9 ล่วงรู้ถึงข้อจำกัดนี้ เขาจึงใช้เทคนิคพิเศษได้อย่างอเหมาะพอใจ โดยมุ่งเน้นเทคนิคในแบบสมจริง ไม่พึ่งพาคอมพิวเตอร์กราฟฟิคในฉากใหญ่อลังการ จึงทำให้เทคนิคพิเศษสนับสนุนให้หนังโดดเด่น โดยที่คนดูไม่ต้องสนใจเทคนิคเลยแม้แต่น้อย นี่แหละครับที่เขาบอกว่า “บทดี” มีชัยไปกว่าครึ่ง

Comments

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

Gravatar
WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Basic HTML is allowed. Your email address will not be published.

Subscribe to this comment feed via RSS

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 79 other followers