Info

กรุสำหรับ กันยายน, 2010

เรื่องสั้น “As Time Goes By: เสียงเรียกของหัวใจ” รวมอยู่ในรวมเรื่องสั้น “แสงแรกของจักรวาลและเรื่องสั้นอื่นๆ”

เรื่องสั้นเรื่องนี้เป้ วาด รวี ติดต่อให้ผมเขียนเรื่องสั้นให้หนึ่งเรื่องเกี่ยวกับความรัก ความใคร่ เพื่อนำไปรวมเล่มกับนักเขียนอื่น ๆ ในหนังสือ More than words ตอนนั้นผมจำได้ว่าบรรยากาศเมืองเชียงใหม่ยังติดตรึงในหัวของผม ผมไปพักอยู่บ้านเพื่อนของเพื่อนโม่ บ้านแห่งนั้นเป็นสวนขนาดใหญ่ ปลูกกล้วยไม้ ดอกไม้ ตอนเช้าผมก็ไปยืนดูคนงานเขาทำงาน ช่วงบ่ายเราขับรถไปหาญาติ จำได้ว่าไปที่สวนผีเสื้อ ผมจึงผนวกฉากสวนผีเสื้อเข้ามาในเรื่องด้วย

ที่สำคัญเส้นทาง หรือถนนนั้นเป็นถนนที่นำไปสู่สวนทูนอินของอาว์รงค์ วงษ์สวรรค์ ฉากทั้งหมดจึงเกิดจากการเยือนเชียงใหม่ในหนนั้น และเพิ่มเติมบ้านนางเอกของเราเข้าไปให้เป็นแบบล้านนาทว่าดูทันสมัยขึ้น ส่วนเนื้อเรื่องผมคิดเอาไว้คร่าว ๆ ว่าตัวพระเอกกำลังโตเป็นหนุ่ม แอบหลงรักพี่สาวที่เพิ่งพบ เมื่อบรรยากาศสวยงามของเชียงใหม่มาบรรจบกับเรื่องโรแมนติกเรื่องสั้นจึงบังเกิดขึ้น

ผมชอบพล๊อตเด็กหนุ่มกำลังเติบโต มันเป็นเรื่องในแบบ coming of age ซึ่งเป็นวิกฤติวัยหนุ่มที่น่าสนใจ ผมเชื่อว่าเด็กหนุ่มทุกคนเคยแอบหลงรักคนที่มีอายุมากกว่า พวกเขาเหมือนไก่อ่อนที่อยากจะมี “แม่” ที่คอยโอบอุ้มเขาในทุกเรื่อง ซึ่งปมแบบนี้แหละครับที่มักพาให้เรื่องแต่งเข้าไปสำรวจตรวจตราความรู้สึกนึกคิดข้างในใจได้เป็นอย่างดี

ตอนที่ผมเขียนครั้งแรกมีข้อผิดพลาดอยู่สองสามแห่ง เมื่อนำมาตีพิมพ์ในรูปแบบรวมเรื่องสั้น ผมจึงแก้ไขบางส่วนรวมถึงเปลี่ยนชื่อ ชื่อเดิมของเรื่องสั้นเรื่องนี้คือ “หัวใจเรียกหา รักยังตราตรึง” ตอนนั้นผมคิดว่าอยากตั้งชื่อแบบหนังน้ำเน่า ให้มันดูเวอร์ ๆ แต่เมื่อแก้ไขเรื่องแล้วผมกลับมาใคร่ครวญว่าควรเปลี่ยนชื่อเรื่อง และเสริมดนตรีประกอบลงไปในเรื่อง ตอนนั้นเพลง As Time Goes By มันพ๊อพขึ้นมาในหัว

เพลง As Time Goes By เป็นผลงานการประพันธ์เนื้อร้องโดย Herman Hupfeld ในปี 1942 ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Casablanca ในเวลาต่อมาก็มีนักร้องเพลงแจ๊สหลายคนนำเพลงนี้มาขับร้องกันใหม่เช่นบิลลี่ ฮอลิเดย์, เพอร์รี่ โคโม , แฟรงค์ ซิเนตร้า, บาบาร่า สไตรสัน, โทนี เบนเน็ต เป็นต้น ทำให้เพลงนี้มีหลากหลายเวอร์ชั่น และบางครั้งก็มีการแปรเนื้อร้อง หรือแต่งเนื้อร้องให้แตกต่างออกไปก็มี

“As Time Goes By”

music and words by Herman Hupfeld

[This day and age we're living in
Gives cause for apprehension
With speed and new invention
And things like fourth dimension.

Yet we get a trifle weary
With Mr. Einstein's theory.
So we must get down to earth at times
Relax relieve the tension

And no matter what the progress
Or what may yet be proved
The simple facts of life are such
They cannot be removed.]

You must remember this
A kiss is just a kiss, a sigh is just a sigh.
The fundamental things apply
As time goes by.

And when two lovers woo
They still say, “I love you.”
On that you can rely
No matter what the future brings
As time goes by.

Moonlight and love songs
Never out of date.
Hearts full of passion
Jealousy and hate.
Woman needs man
And man must have his mate
That no one can deny.

It’s still the same old story
A fight for love and glory
A case of do or die.
The world will always welcome lovers
As time goes by.

Oh yes, the world will always welcome lovers
As time goes by

พระเอกในเรื่องของเราขณะที่กำลังจูบนางเอกในหน้า 74  เขาได้ยินเพลงและจดจำมันได้ในประโยคที่ว่า

You must remember this
A kiss is just a kiss, a sigh is just a sigh.

(คือถ้าเป็นหนังฮอลลีวู๊ด เพลงท่อนนี้จะดังขึ้นมาขณะที่พระเอกนางเอกของเราจูบกันพอดี 555) เพลงท่อนนี้แหละครับที่ทำให้ความรักของเขาพันผูกกับตัวนางเอกเหมือนรอยสักที่ฝังอยู่บนหัวใจของเขา และผู้อ่านจะแว่วเพลง As Time Goes By อีกหนในตอนจบของเรื่อง

ท่านผู้อ่านสามารถดาวน์โหลดเพลง As Time Goes By  ของ Carmen McRae ไปฟังกันได้ที่ลิงค์นี้ครับ  As time goes by : Carmen McRae

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสแวะไปแถวเสนาจึงมีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนเฮียโกวิท เจ้าของผลิตภัณฑ์แอมป์หลอดของไทย ที่ยังคงผลิตแอมป์หลอดคุณภาพดีในราคาย่อมเยาว์ ใครที่เคยฟังเสียงแอมป์หลอดของ TS Audio จะทราบดีว่าแอมป์ของเขาไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นเพราะหม้อแปลงไฟ และ OPT ทาง TS Audio เป็นผู้พันเอง จึงทำให้ควบคุมคุณภาพสินค้าและเอกลักษณ์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

แม้ตอนนี้ทาง TS audio จะไม่ได้เปิดโชว์รูมอยู่ที่ฟอร์จูนทาวเวอร์แล้วก็ตาม แต่มิตรรักนักฟังเพลงยังสามารถไปฟังเสียงได้ที่โชว์รูมแห่งนี้

ตอนที่ผมไปเฮียโกวิทเพิ่งจะต่อแอมป์โมโนบล็อคตัวเขื่องซึ่งใช้หลอดตะเกียงเป็นภาคพาวเวอร์ ฟังเสียงแล้วต้องบอกว่านุ่มนวลชวนฟังกว่าที่คิดเอาไว้มาก

หมายเหตุ

ที่อยู่ TS Audio อยู่ใน-ซอยพหลโยธิน 37 เข้าซอยแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปจนกระทั่งสุดซอยบังคับเลี้ยวขวา และเลี้ยวขวาอีกครั้ง โชว์รูมจะอยู่ทางด้านขวามือ ซอย พหลโยธิน 37 เป็นซอยตันที่วนถึงกันไม่ต้องกลัวหลงครับ หากจะไปฟังเครื่องเสียงควรจะโทร.นัดล่วงหน้า

Bomroya indy music

บอมโรยาเป็นศิลปินอินดี้ชาวเกาหลี เธอทำงานศิลปะผ่านสื่อหลายรูปแบบ ภาพวาด จิตกรรม หนังสือ ภาพประกอบนิยาย และเธอยัเขียนเพลงและเล่นดนตรี

อัลับม Cactus Crackers เป็นดนตรีที่เธอทำขึ้น บทเพลงไพเราะทั้งสิบเพลงผมได้ฟังแล้วชื่นชอบต่องานสร้างสรรค์ แม้ผมไม่รู้ภาษาเกาหลี แต่จากน้ำเสียงในบทเพลงก็บอกุึงเรื่องราวของเพลงได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ดนตรีนั้นมีภาษาเฉพาะ แม้เราฟังเนื้อไม่ออก ทว่าดนตรีและอารมณ์ของเพลงยังคงนำเราไปสู่ความเข้าใจได้โดยง่าย

ผมคงอธิบายถึงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มากนักนอกจากท่านผู้อ่านจะได้ฟังกันเอง ผมจึงขออนุญาติแชร์เพลงของเธอเป็นจำนวนสามเพลง เพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้สึกทางดนตรี

Bomroya: Cactus Crackers

1.Plump sex janggok

2.Mr.Flamingo

3.Buleunkkot Cats

นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 4)

สู่ความเงียบสงบแห่งแหลมตะลุมพุก

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5

โดยนิวัต พุทธประสาท

talumpuk_R0018335

จากตัวเมืองนครฯ เราใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 408 มุ่งตรงไปยังอำเภอปากพนัง ถนนที่มุ่งเข้าไปยังแหลมตะลุมพุกจะผ่านตัวเมืองปากพนัง แต่เราใช้ถนนเลี่ยงเมือง แหลมตะลุมพุกเป็นแหลมที่ยื่นไปในทะเล ถนนทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยว เราไปกันวันธรรมดาแทบไม่มีรถผ่านไปผ่านมา สองข้างทางเป็นป่าชายเลน นาน ๆ ทีจึงจะมีบ้านเรือนผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่ทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง แต่ที่ผมประหลาดใจมากที่สุดคือช่วงที่เราอยู่แถว ๆ อำเภอปากพนังจะมีตึกขนาดกลางปราศจากหน้าต่างขึ้นมาเหนือทุ่งโล่ง ๆ ผมเดาว่ามันคงเป็นคอนโดสำหรับนกนางแอ่น

เรามาถึงแหลมตะลุมพุกซึ่งร้างไร้ผู้คน บ้านเรือนในแถบนั้นดูเหมือนโดนพายุมาตลอดชั่วอายุคน จากตลาดสู่ชายหาดนั้นต้องคอยสังเกตทางเข้าดี ๆ เพราะอาจจะขับหลงทางได้ ที่ชายหาดมีร้านค้าตั้งอย่างไม่ถาวรนักรวมกันเป็นกลุ่มอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ถนนเล็ก ๆ มุ่งสู่สวนต้นสน เรามาในช่วงเช้าปราศจากนักท่องเที่ยว เราจอดรถริมหาด คุณป้าขายปูเร่ขายปูให้เรา เราจึงซื้อแกพร้อมให้นึ่งให้ด้วยในราคาที่ไม่แพงมากนัก ปูสดใช้ได้แต่เนื้อไม่ค่อยมี ร้านเตียงผ้าใบยังไม่เปิดเราจึงต้องใช้กระดาษปูนั่งแทน จนกระทั่งคนดูแลร้านเตียงผ้าใบมาในช่วงใกล้เที่ยงเราจึงได้เอนหลังบนเตียง

talumpuk_R0018340

ผมมาถึงก็หามุมถ่ายภาพ จากนั้นก็ลงเล่นน้ำทะเลท่ามกลางแดดจัด ผมชอบลงเล่นน้ำทะเล ชอบเล่นคนเดียว ผมมักคิดอะไรได้เวลาว่ายน้ำ

เรานอนพักผ่อนริมหาดสลับกับลงเล่นนำ้ แสงแดดโลมเลียผิวของผมอย่างหิวกระหายโดยที่ผมไม่ได้เตรียมตัวมา มันทำให้ผิวของผมแดงระเรื่อ แดงจนแสบ และอีกสักอาทิตย์มันคงจะลอกออกเป็นแผ่น ๆ การผลัดผิวหนังจะเหมือนการแปรเปลี่ยนหรือไม่

talumpuk_R0018348

(ต้นโกงกางป่าชายเลน)

ช่วงบ่ายเริ่มมีคนมาเที่ยว และตกปลาริมหาดซึ่งผมเห็นแล้วทึ่งไม่เบา เพราะเขาตกปลาริมหาดกันได้ด้วย และได้ปลามาจริง ๆ แม้ต้องรอนานเพียงไร แล้วบางครั้งสิ่งที่นักตกปลาตกได้กลับเป็นขยะขนาดใหญ่ที่อยู่ในทะเล

เรากลับจากแหลมตะลุมพุกในช่วงบ่าย ๆ หลังจากนอน -เล่นน้ำ อ่านหนังสือ พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ท่ามกลางความเงียบ

talumpuk_R0018352

(สวนสนถ่าย-แต่งภาพอินฟาเรด)

talumpuk_R0018362

(ชายหาดยาวสวยงามในวันไร้เมฆ)

talumpuk_R0018393

(ขยะริมหาด ถูกทิ้งเอาไว้)

talumpuk_R0018424

(ปูเป็นนึ่งสด)

talumpuk_R0018407

(ห่วงยางสำหรับเช่า ความบันเทิงริมหาด)

talumpuk_R0018453

(ชายเฒ่าริมทะเล)

talumpukK_R0018401

ขากลับเรามิได้มุ่งตรงสู่ตัวเมือง ทว่าเราแวะที่ยวที่อำเภอปากพนัง ซึ่งเป็นทางผ่าน แล้วเราก็พบว่าปากพนังเป็นอำเภอที่งดงามแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5

นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 3)

อาหารเช้าร้านโกปี๊ > แหลมตะลุมพุก

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4

โดย นิวัต พุทธประสาท

อาหารเช้าที่นครศรีธรรมราชมีหลายร้านให้เลือก และอาหารเช้าที่นครฯเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ผิดกับกรุงเทพฯเราจะหาร้านอาหารเช้าที่ขายอย่างจริงจังได้ยากมาก ถ้าไม่ไปที่ตลาดเราจะไม่เห็นร้านอาหารเช้าอย่างจริงจัง ที่นครฯหรือที่อื่น ๆ ในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ผมไปกลับให้ความสำคัญ นับตั้งแต่สงขลา ตรัง และที่นครฯ ผมไปเมืองอื่น ๆ อย่างฮ่องกง สิงคโปร ร้านอาหารเช้านั้นถือเป็นร้านที่มีให้เลือกทุกมุมเมือง

เมื่อหลายปีก่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เชิญผมไปบรรยายเรื่องวรรณกรรม พอลงเครื่องที่สนามบินตอนเช้าเขาก็นำรถตู้พาไปกินอาหารเช้าทันที ผมจึงรู้ว่าถ้ามานครฯทุกครั้งร้านโกปี๊จึงเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่นักเดินทาง นักท่องเที่ยวจะต้องไปชิมเสมอ และการมาครั้งนี้ผมก็ตั้งใจไปชิมที่ร้านนี้อย่างจริงจัง เพราะเมื่อคราที่ผ่านมามันยังมึน ๆ งง ๆ ลงจากเครื่องเหมือนยังไม่ตื่น

ร้านโกปี๊มีหลายสาขา แต่ร้านที่ผมว่าสะดวกที่สุดคือสาขาหลังห้างโรบินสัน เพราะเป็นร้านใหญ่สองห้อง และเปิดหลายชั้นได้ถ้ามีคนเยอะ แถมที่จอดรถก็มีที่ให้จอดมากมายโดยไม่ต้องหา ถือว่าสะดวกมาก

เราไปถึงร้านประมาณแปดโมงเช้าซึ่งเลยช่วงเวลา Prime Time ไปแล้ว แต่เท่าที่เราสังเกตยังมีคนแวะมากินไม่ขาดสาย โต๊ะไม่ถึงกับโล่ง

เคาน์เตอร์ชงกาแฟเอกลักษณ์ของร้าน

แม้เวลาสายคนยังเนืองแน่น

ภายในร้านตกแต่งด้วยภาพโบราณ

สังเกตการเดินสายไฟ ทำได้อย่างเก๋ไก๋ ย้อนยุค

ร้านโกปี๊เป็นร้านอาหารเช้าก็จริงแต่อาหารที่ขายมีหลากหลายให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ของว่างยันของหนัก ไปถึงที่นั่นสิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือปาท่องโก๋ทอดจิ้มนม กาแฟ โกปี๊ มีให้เลือกหลายสไตล์ ขนมจีบ ซาลาเปา ของนึ่งต่าง ๆ ดูได้จากเมนู ต้องบอกว่าซาลาเปาของที่นี่อร่อยมาก อร่อยจนวางแผนซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านเลยครับ

เมนูอาหาร ราคากับคุณภาพไปด้วยกัน

ปาท่องโก๋จิ้มนมข้น

ซาลาเปาไส้หมูแดง และหมูสับ

ซาลาเปาไส้หมูสับและไส้หมูแดงอร่อยทั้งคู่ ส่วนไส้หวานก็อร่อยครับ กินกับกาแฟน้ำชาเข้ากันเป็นอย่างดี

บะกุ๊ดเต๋

แต่สิ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงก็คือบะกุ๊ดเต๋ ผมแนะนำว่าสั่งชามใหญ่มาเลยครับอร่อยมาก น้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องเทศจีน

ขาหมูเค็ม

ขาหมูเค็มหนังกรอบเป็นหนึ่งสุดยอดครับ ผักดองแนมอย่างดีมาพร้อมกับคะน้าลวก

ข้าวต้มปลา

เมนูนี้สำหรับสาว ๆ ข้าวต้มปลาแบบเช็ง ๆ ใส่ขิงมาด้วยเพื่อกลบกลิ่นคาว

และเมื่อกินอาหารเสร็จแล้วควรตบด้วยกาแฟ ซึ่งมีทั้งกาแฟสด กาแฟสูตรดั้งเดิม ทั้งร้อนทั้งเย็น เป็นอันจบมื้ออาหารเช้าที่อร่อยมาก หากใครไปนครศรีธรรมราชไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด อาหารเช้าทำให้ร่างกายสดชื่นทำงานได้ดี เมื่อกินกันอิ่ม ตอนต่อไปคือตอนที่สี่ โปรดติดตามการท่องเที่ยวนครฯ แหลมตะลุมพุก และ ปากพนัง

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4