Info

Posts from the อาหารจีน Category

ภูเขาหิมะนํ้าแดง อลังการมั่กๆ

ตัดแปะจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554

โดย เจ๊แซบ หัวเขียว

อากาศเย็นเริ่มแผ่วผ่านมา ทักทายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ หนาวนำภาคอื่นไปหลายช่วงตัว เจ๊แซบกลัวจะตกกระแสรีบเปิดตู้งัดเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันความเย็นอันสวย เก๋ จัดใส่กระเป๋า มุ่งหน้าไปดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย พื้นที่ความเย็นที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์และวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านไว้ได้ อย่างสวยงาม ท่ามกลางแนวสันเขาที่สลับซ้อนไปมาราวกับภาพวาดของจิตรกรเอก มีความอร่อยซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น เป็นภัตตาคารสุดคลาสสิกชื่อ “แม่สลองวิลล่า” ก่อตั้งมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกใครไปใครมาต้องแวะทักพักท้อง ถ้ามาแล้วไม่ลองลงจากดอยไม่ถูก (ฮา)

“ผมกับคุณอรสา (ภรรยา) เป็นคนที่นี่เลยครับ เราเกิดที่นี่ อยู่ที่นี่มาตลอด สูตรอาหารที่เราใช้เป็นของยูนนาน เป็นสูตรที่คุณแม่ของผม และผมช่วยกัน ทำขึ้นมาครับ เราเปิดมาตั้งแต่ปี 2529 แต่เดิมในปี 2525 ผมบริหารแม่สลองรีสอร์ทให้กับสหกรณ์ ในช่วงนั้นทหารเขาไปปราบปรามพวกชนเผ่าที่เชียงแสน เชียงขอม ผามอญ ผาตั้ง หลังจากปราบปรามเสร็จ ในหลวงทรงรับสั่งให้รัฐบาลเข้ามาส่งเสริมอาชีพ รัฐบาลก็เลยสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แบ่งที่พักทหาร มาเปิดเป็นที่พัก ผมก็เลยเข้ามาบริหาร จริงจังหลังจากเปิดร้านอาหารมาได้ประมาณปีนึง ตอนนี้เราก็เลยมีทั้งร้านอาหารและห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยวครับ” เฮียจำเริญสละเวลา มาย้อนอดีตถึงที่มาที่ไปของแม่สลองวิลล่าให้เจ๊แซบฟังด้วยความ ใจดี

ดอย แม่สลองมี ชื่อภาษาจีนว่า “เหม่ย ซือ เล่อ” เหม่ย แปลว่า สวยงาม ซือ แปลว่า เรียบร้อย เล่อ แปลว่า ความสงบสุข ดอยแม่สลอง จึงแปลว่า ดินแดนที่เต็มไปด้วยความสงบสุข เรียบร้อย และสวยงาม หลังจากที่เคยเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีการสู้รบของชนเผ่าต่างๆ เป็นแหล่งผลิตและซื้อขายยาเสพติด ปัจจุบันได้กลายเป็นพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะเป็นแหล่งผลิตใบชาที่สำคัญตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พลิกผืนดินที่เคยแห้งแล้งจากการทำไร่เลื่อนลอย ให้กลายเป็นไร่ชาเขียวชอุ่มสวยงามตระการตามีมูลค่ามหาศาล

เฮียจำเริญและซ้ออรสามาต้อนรับด้วยตัวเอง

เฮียจำเริญนอกจากจะดูแลงานในร้านอาหาร “แม่สลองวิลล่า” และมีที่พักให้บริการแล้วยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตใบชาคุณภาพส่งออกติดอันดับ ต้นๆในประเทศไทย แต่ไม่ว่างานจะยุ่งวุ่นวายขนาดไหน เฮียและอาซ้ออรสาไม่เคยปล่อยปละ ละเลยเรื่องคุณภาพอาหาร อีกทั้งยังคิดสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆออกมาเป็นอย่างต่อเนื่อง

“แม่สลองวิลล่า” มีเมนูอาหารที่หลาก หลายมากมาย ผสมผสานทั้งอาหารชนเผ่าพื้นเมือง อาหารจีน และอาหารไทยหม่ำได้หม่ำดีไม่มีเบื่อ

เมนูแรกที่กระแทกตาเจ๊แซบตั้งแต่แวบแรกที่เห็นชื่อ คือ “ไข่ม้วนยูนนาน” เฮียจำเริญใช้ไข่ไก่ตีให้เข้ากัน เทลงกระทะ แล้วแกว่งกระทะให้ไข่แผ่เป็นแผ่นบางๆ ใส่หอมแดง หมูสับปรุงรส และเกลือ ลงบนผืนไข่รอจนไข่สุกได้ที่ค่อยม้วนเข้าหากัน นำไปนึ่งให้ได้ที่ เสิร์ฟร้อนๆหม่ำกลางอากาศเย็นๆ กลางดอยแสนอร่อยล้ำ!

ต่อด้วยเมนูเก๋ ที่มีชื่อสุดเท่เข้ากับบรรยากาศ “ภูเขาหิมะน้ำแดง” เป็นไข่ขาวตีจนขึ้นฟูนำไปทอดด้วยจนไข่พองเหลืองอร่ามลักษณะคล้ายภูเขาขนาด ย่อม เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำราดในสไตล์น้ำแดงไม่เหนียวมากแต่รสชาติเข้มข้น ใส่ไก่ แฮมยูนนาน ไส้กรอก ปรุงรสกลมกล่อม เวลาหม่ำต้องผ่าภูเขาไข่ขาวออกเป็นสองส่วนแล้วราดน้ำแดงลงไปตรงกลาง รีบโซ้ยตอนร้อนๆอร่อย ละมุนละไม ความหอมของไข่ขาวเข้ากันได้อย่างดีกับน้ำแดงสไตล์ยูนนาน จานนี้ไม่มีใครเหมือนเพราะแม่เฮียจำเริญคิดค้นด้นสูตรขึ้นมาเอง ใครอยากลองต้องใจเย็น เพราะแต่ละจานใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที ไม่มีทำค้าง ต้องทำแล้วโซ้ยทันทีถึงจะอร่อยที่สุด เจ๊แซบแนะนำให้อย่ามาตอนหิวจัดอาจจะเผลองับศีรษะคนข้างๆด้วยความหิว (หุหุ)

อีกหนึ่งเมนูจัดหนักที่แทรกเข้ามาในใจอย่างเงียบๆและติดอยู่อย่างยั่งยืน คือ “ขาหมูน้ำแดง” เนื้อนุ้มๆ ซอสรสเข้ม หม่ำกับ“หมั่นโถว” เนื้อแน่นๆเสิร์ฟร้อนๆ อร่อยจนไม่อยากลงจากดอย (ฮา) เฮียจำเริญใช้หมูที่ชาวบ้านเลี้ยงเองตามธรรมชาติเป็นหมูดอยแท้ๆ คัดขนาดกำลังพอเหมาะ นำมาตุ๋นกับเครื่องยาจีนสูตรเฉพาะ ตุ๋นจนเนื้อเปื่อยกำลังดี เคี้ยวง่ายสบายเหงือก ถูกเลือกให้เป็นเมนูอันดับหนึ่งในใจขาหม่ำทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ หม่ำได้ทั้งครอบครัว

“เห็ดหอมอบซีอิ๊ว” เป็นอีกหนึ่งขวัญใจขาประจำ ใครทำก็อร่อยไม่เหมือน เห็ดหอมขนาดเล็กถึงกลางใช้ของโครงการหลวง นำมาทอดให้กรอบๆ คลุกเคล้ากับซีอิ๊ว พริกไทยเล็กน้อย อร่อยไม่อยากหยุด

ปิดท้ายด้วย เมนูซดรสเลิศ “ไก่ดำตุ๋นยาจีน” เฮียจำเริญใช้ไก่ดำที่ชาวบ้านเลี้ยงเองปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ นำมาตุ๋นจนน้ำและเนื้อเปื่อยนุ่ม น้ำว้าน หวาน

ขับรถขึ้นมาเหนื่อยซดซักหม้อสดชื่นรื่นกระเพาะ (หุหุ) ขาโซ้ยที่ชื่นชอบการดื่มชา และอาหารรสเลิศ 28 ธันวาคม ปีนี้–2 มกราคม ปีหน้า ห้ามพลาดเทศกาล “ชิมชา ซากุระบาน ตำนานชนเผ่า ดอยแม่สลอง” เป็นเทศกาลประจำปีที่ไม่เหมือนใคร สำหรับคนที่อดใจไม่ไหวอยากขึ้นไปสัมผัสความหนาวและความแซบในแบบ “แม่สลองวิลล่า” ขึ้นมาได้ตั้งแต่ณ บัดนาว เฮียจำเริญเปิดเตาพร้อมบริการความอร่อยแบบดั้งเดิมตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ทุกวันไม่มีวันหยุด ถ้าเดินทางมาจากเชียงราย ตรงไปอำเภอแม่จัน ขึ้นดอยแม่สลอง ระหว่างทางจะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือ ในร้านมีระเบียงกว้าง มองออกไปเห็นวิวสวยงาม ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการเดินทางและจองที่พักได้ที่เบอร์ 0–5376–5114–5 และ 08–9894–2367… ความอร่อยเด็ด และความหนาวรออยู่ที่ปลายนิ้ว!!

นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 3)

อาหารเช้าร้านโกปี๊ > แหลมตะลุมพุก

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4

โดย นิวัต พุทธประสาท

อาหารเช้าที่นครศรีธรรมราชมีหลายร้านให้เลือก และอาหารเช้าที่นครฯเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ผิดกับกรุงเทพฯเราจะหาร้านอาหารเช้าที่ขายอย่างจริงจังได้ยากมาก ถ้าไม่ไปที่ตลาดเราจะไม่เห็นร้านอาหารเช้าอย่างจริงจัง ที่นครฯหรือที่อื่น ๆ ในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ผมไปกลับให้ความสำคัญ นับตั้งแต่สงขลา ตรัง และที่นครฯ ผมไปเมืองอื่น ๆ อย่างฮ่องกง สิงคโปร ร้านอาหารเช้านั้นถือเป็นร้านที่มีให้เลือกทุกมุมเมือง

เมื่อหลายปีก่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เชิญผมไปบรรยายเรื่องวรรณกรรม พอลงเครื่องที่สนามบินตอนเช้าเขาก็นำรถตู้พาไปกินอาหารเช้าทันที ผมจึงรู้ว่าถ้ามานครฯทุกครั้งร้านโกปี๊จึงเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่นักเดินทาง นักท่องเที่ยวจะต้องไปชิมเสมอ และการมาครั้งนี้ผมก็ตั้งใจไปชิมที่ร้านนี้อย่างจริงจัง เพราะเมื่อคราที่ผ่านมามันยังมึน ๆ งง ๆ ลงจากเครื่องเหมือนยังไม่ตื่น

ร้านโกปี๊มีหลายสาขา แต่ร้านที่ผมว่าสะดวกที่สุดคือสาขาหลังห้างโรบินสัน เพราะเป็นร้านใหญ่สองห้อง และเปิดหลายชั้นได้ถ้ามีคนเยอะ แถมที่จอดรถก็มีที่ให้จอดมากมายโดยไม่ต้องหา ถือว่าสะดวกมาก

เราไปถึงร้านประมาณแปดโมงเช้าซึ่งเลยช่วงเวลา Prime Time ไปแล้ว แต่เท่าที่เราสังเกตยังมีคนแวะมากินไม่ขาดสาย โต๊ะไม่ถึงกับโล่ง

เคาน์เตอร์ชงกาแฟเอกลักษณ์ของร้าน

แม้เวลาสายคนยังเนืองแน่น

ภายในร้านตกแต่งด้วยภาพโบราณ

สังเกตการเดินสายไฟ ทำได้อย่างเก๋ไก๋ ย้อนยุค

ร้านโกปี๊เป็นร้านอาหารเช้าก็จริงแต่อาหารที่ขายมีหลากหลายให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ของว่างยันของหนัก ไปถึงที่นั่นสิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือปาท่องโก๋ทอดจิ้มนม กาแฟ โกปี๊ มีให้เลือกหลายสไตล์ ขนมจีบ ซาลาเปา ของนึ่งต่าง ๆ ดูได้จากเมนู ต้องบอกว่าซาลาเปาของที่นี่อร่อยมาก อร่อยจนวางแผนซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านเลยครับ

เมนูอาหาร ราคากับคุณภาพไปด้วยกัน

ปาท่องโก๋จิ้มนมข้น

ซาลาเปาไส้หมูแดง และหมูสับ

ซาลาเปาไส้หมูสับและไส้หมูแดงอร่อยทั้งคู่ ส่วนไส้หวานก็อร่อยครับ กินกับกาแฟน้ำชาเข้ากันเป็นอย่างดี

บะกุ๊ดเต๋

แต่สิ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงก็คือบะกุ๊ดเต๋ ผมแนะนำว่าสั่งชามใหญ่มาเลยครับอร่อยมาก น้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องเทศจีน

ขาหมูเค็ม

ขาหมูเค็มหนังกรอบเป็นหนึ่งสุดยอดครับ ผักดองแนมอย่างดีมาพร้อมกับคะน้าลวก

ข้าวต้มปลา

เมนูนี้สำหรับสาว ๆ ข้าวต้มปลาแบบเช็ง ๆ ใส่ขิงมาด้วยเพื่อกลบกลิ่นคาว

และเมื่อกินอาหารเสร็จแล้วควรตบด้วยกาแฟ ซึ่งมีทั้งกาแฟสด กาแฟสูตรดั้งเดิม ทั้งร้อนทั้งเย็น เป็นอันจบมื้ออาหารเช้าที่อร่อยมาก หากใครไปนครศรีธรรมราชไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด อาหารเช้าทำให้ร่างกายสดชื่นทำงานได้ดี เมื่อกินกันอิ่ม ตอนต่อไปคือตอนที่สี่ โปรดติดตามการท่องเที่ยวนครฯ แหลมตะลุมพุก และ ปากพนัง

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4

นครศรีธรรมราช 360 องศา

ตอนที่ 2 > โรงแรมนครการ์เด้น > ครัวหนุ่ยตะหลิว

โดย นิวัต พุทธประสาท

อ่าน ตอนที่ 1ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3

เรากลับจากวัดมหาพระธาตุ แวะคาร์ฟูซื้อน้ำเปล่า และเข้าไปพักผ่อนที่โรงแรม หลังจากเดินทางโดยรถไฟด้วยความเหนื่อยอ่อนมาตลอดทั้งคืน โรงแรมนครการ์เด้นแม้จะไม่ใช่โรงแรมใหม่อะไรนัก ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะ เหมาะสมกับคุณภาพ ผมคิดว่าถ้าท่านจะเดินทางไปนครศรีธรรมราชโรงแรมนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โรงแรมเล็ก ๆ แต่สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน

ที่อยู่ของโรงแรม : เลขที่1/4 ถ.ปากนคร ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
เบอร์โทรศัพท์ : 0 -7531- 3333-5

ด้านหน้าโรงแรมนครการ์เด้น

บริเวณห้องโถงของโรงแรม

ห้องโถงของโรงแรมถ่ายเวลากลางคืน (ดูดีหน่อย 555) ทุกเวลามีรีเซฟชั่นประจำตลอดเวลา

ภายในห้องพัก

ภายในห้องพักมีให้เลือกทั้งเตียงคู่เตียงเดียวในราคา 450 บาททุกห้อง

ห้องพักมีโทรทัศน์บวกจานดาวเทียม สำหรับดูแก้เบื่อตอนรออาบน้ำจากเพื่อนร่วมห้อง และยังมีโต๊ะรับแขกแบบโบราณสวยงาม ตู้เย็นขนาดเล็ก มินิบาร์ กำแพงอิฐแดงแบบที่นครฯเผาเองผลิตเอง ห้องน้ำสะอาดใช้ได้ แม้เก่าไปบ้าง (เก่าตามกาลเวลา) และมาพร้อมสบู่ ยาสระผม และคัตตอนบัต ผมแปลกใจคือเราอยู่สองคืน เขาไม่ได้เข้ามาทำความสะอาดระหว่างวัน ไม่รู้ว่าต้องเรียกให้ทำหรือว่าเป็นนโยบาย แต่เราอยู่ก็ไม่ได้รกอะไรครับ ไม่น่าจะเป็นข้อตำหนิไปได้

สวนภายในโรงแรม

สวนภายในโรงแรมมีสองแห่ง คือด้านหน้าโรงแรม และภายในตัวโรงแรม โรงแรมแบ่งออกเป็นสองอาคาร สวนนี้อยู่ตรงกลางระหว่างสองอาคาร

บางอารมณ์ของสวน ทำให้ผมนึกถึงสวนโมกข์

ใช่ครับ บางอารมณ์ผมคิดแบบนั้น พื้นทรายสีขาว ต้นไม้โบราณ ขอนไม้ ใบไม้ สวนเซ็นในศาสนาพุทธ ตอนเช้าเหมาะแก่การออกไปเดินเล่น สูดอากาศ มันไม่ใหญ่มากหรอกนะครับ แต่ก็เดินได้ดีที่เดียว

ภาพถ่ายสวนด้วยฟิล์มอินฟาเรด

ผมลองถ่ายด้วยภาพอินฟาเรด ได้อารมณ์ความรู้สึกย้อนยุคกลับไปในอดีต

เอนหลังเอนกายอย่างเต็มอิ่มดูเวลาอีกที หกโมงกว่าจะทุ่มหนึ่งอยู่แล้ว ถึงเวลาอาหารมื้อเย็น ซึ่งถ้าเราหาข้อมูลกันดี ๆ เราจะรู้ว่าในตัวเมืองนครฯ มีร้านอาหารหลากหลายมากมายให้เลือกชิม โดยเฉพาะตรงโรงแรมที่เราอยู่นั้นก็รายล้อมด้วยร้านอาหารน่าทาน เดินไปที่ตลาดเทศบาลก็มีของให้เลือกอีกเพียบ

การเดินทางมาคราวนี้ผมคิดว่าจะลองไล่เรียงร้านดังของนครฯสักหน เพราะดูแล้วมีร้านเด็ด ๆ เยอะมาก ถ้าไม่ได้ชิมด้วยตัวองคงคาใจไม่น้อย เริ่มจากมื้อเย็นนี้ ผมคิดว่าเราไม่อยากเดินทางไปไหนไกล ก็คงต้องเลือกร้านที่อยู่ในตัวเมือง ร้านนี้ขึ้นชื่อไม่เบาครับ ชื่อร้านน่าสนใจ

“ครัวหนุ่ย ตะหลิว”

ครัวหนุ่ย ตะหลิว ในโซนใหม่เอียมอ่องเอาใจลูกค้าวัยรุ่น

ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามศาลากลางของจังหวัด หาง่าย จอดรถริมถนน หรือในซอย ด้านในมีที่นั่งกว้างขวาง ดูเมนูแล้วเป็นร้านกึ่งร้านข้าวต้มพุ้ย บวกกับร้านสวนอาหาร นั่นหมายความว่าเราจะได้ร้านที่มีเมนูหลากหลาย จะสั่งอะไร ทานอะไรก็ย่อมได้ครับ เจ้าของร้านเป็นพ่อครัวเอง และยังทำอยู่ในครัว

เริ่มจากเราหาที่นั่งสบาย ๆ มีพัดลมเป่า เพราะคืนนั้นอากาศค่อนข้างร้อน

เรารับเมนูมาดูครับ เป็นอย่างที่ว่าคือเมนูอาหารเยอะมาก เลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไร

ไข่เจียวหมูสับ อาหารมาตรฐานทดสอบฝีมือพ่อครัว

ไข่เจียวหมูสับเป็นอาหารที่เรามักจะสั่งกันทุกร้าน เพื่อทดสอบว่าพ่อครัวลืมสูตรอาหารมาตรฐานไปหรือไม่

หอยแครงเผา

หอยแครงเผาตัวใหญ่สด น้ำจิ้มเด็ดมาก ที่จริงเขามีปลาเผาด้วยแต่เราไม่ได้สั่ง

ข้อไก่ทอด

จานนี้เด็ดครับ ข้อไก่ทอด กรอบกำลังดี โรยด้วยงาทำให้มีรสสัมผัสบวกกับความหอมของงาจะจรุงกลิ่นตอนที่เราเคี้ยว

พล่ากุ้ง

พล่ากุ้ง จานนี้เด็ดมาก อร่อยมากครับ กุ้งที่ใช้ไม่แน่ใจว่าแชบ๊วยหรือเปล่า แต่ลวกได้พอดีไม่สุกไม่ดิบจนเกินไป ทำให้เนื้อกุ้งไม่แข็ง และที่สำคัญน้ำยำช่วยดึงรสชาติความหวานของเนื้อกุ้งออกมา จานนี้ยังไงต้องลองนะครับ เป็นจานคุณภาพ

กระดูกหมูทอดตะไคร้

กระดูกหมูทอดตะไคร้ เนื้อหมูปรุงรสชาติพอดีไม่เค็มไม่หวาน กลิ่นตะไคร้ช่วยทำให้เพิ่มความหอมและอร่อย

มื่อนี้จบลงด้วยความอิ่มอร่อย คือถ้าใครไปนครฯ ร้านนี้ต้องไปทานกันให้ได้นะครับ ส่วนราคาก็ยุติธรรม ความสดของอาหารถือว่าเยี่ยม