Niwat's Blog

Small Stories

Blu-Ray Disc

บลูเรย์ดิสก์ พร้อมหรือยังที่จะลุย!

โดยนิวัต พุทธประสาท


ผมคิดว่าในช่วงปีใหม่ท่านผู้อ่านคงกำลังจด ๆ จ้อง ๆ เพื่อจ่ายเงินซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใหม่ตอนเงินโบนัสออกต้นปีเป็นแน่ แล้วสิ่งที่จดจ้องอยู่นานสองนาน เวียนไปชมไปดูหาข้อมูลจนเหงือกแทบจะแห้ง แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจซื้อเสียทีนั่นก็คือเจ้าเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ดิสก์ หรือแสงสีน้ำเงินมหัศจรรย์นั่นเอง ที่ได้แต่จดจ้องแล้วยังไม่ซื้ออาจเป็นเพราะว่าฟอร์แมตใหม่นี้เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาได้ไม่นาน ทำให้ผู้เล่นยังไม่มั่นใจว่ามันจะดีจริงหรือเปล่า แล้วมันจะอยู่นานแค่ไหน ขนาดแผ่นดีวีดีที่เราสะสมมาเกือบสิบปีจะกลายเป็นฟอร์แมตที่ตายแล้วแบบเทป VHS หรือไม่ ไม่อาจทำนายอนาคต รวมถึงราคาของมันทั้งตัวเครื่องเล่นทั้งตัวแผ่นยังมีราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับราคาเครื่องเล่นดีวีดี-แผ่นดีวีดี ซึ่งเป็นที่นิยมยังไม่เสื่อมคลาย

แม้บลูเรย์ดิสก์เพิ่งผ่านสงครามฟอร์แมตวีดีโอความคมชัดสูงอย่าง High Definition (HD) ระหว่าง HD-DVD กับ BLU-RAY DISC แล้วผลก็ออกมาว่า HD-DVD ที่มีโตชิบาเป็นหัวหอกยอมยกธงขาวโดยปราศจากข้อแม้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่ชักดาบรบกันอย่างรุนแรง เพราะทั้งสองค่ายคงรู้ว่าถ้ารบกันหนัก อาจจะพ่ายแพ้ทั้งคู่ และอาจจะสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลจากการแข่งขันที่ไม่รู้อนาคต ขณะที่เจ้าแสงสีน้ำเงินแม้ได้รับชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่าในสนามการค้าของบลูเรย์ ก็ใช่ว่าจะปูด้วยกลีบดอกกุหลาบอย่างที่ใครอยากให้เป็น เพราะผ่านมาสองสามปีจำนวนแผ่นบลูเรย์ดิสก์ก็ยังผลิตออกมาไม่มากนัก ที่แย่ไปกว่านั้นจำนวนผู้ใช้ก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ก้าวกระโดดแบบเครื่องรับโทรทัศน์พลาสมา หรือแอลซีดี

ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ เรามาดูกันว่าสมควรที่จะก้าวกระโดดลงไปเล่นกับมันหรือไม่ หรือจะรอเวลาออกไปจนกว่าราคาของมันจะลดลงเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติที่เป็นอยู่ของผลิตภัณฑ์อิเลคโทรนิค

อนาโตมีของบลูเรย์ดิสก์

บลูเรย์ดิสก์เป็นฟอร์แมตที่มีบริษัทคอมพิวเตอร์และสื่อบันเทิงชั้นนำของโลกร่วมกันพัฒนาขึ้นมาอาทิเช่น แอบเปิ้ล ฮิตาชิ เจวีซี เดลล์ แอลจี ฟิลิปส์ ซัมซุง มิตซูบิชิ โซนี่ ทอป์สัน ชาร์ป ทีดีเค เฮชพี วอลท์ดิสนีย์ วอร์เนอร์บราเทอร์ ไพโอเนีย เป็นต้น

ดีวีดีโดยทั่วไปอ่านและบันทึกข้อมูลด้วยลำแสงเลเซอร์สีแดง แต่สำหรับบลูเรย์ดิสก์อ่านและบันทึกข้อมูลด้วยเลเซอร์สีน้ำเงิน กระนั้นแม้จะใช้ลำแสงสีน้ำเงินม่วงก็ตาม ทว่าบลูเรย์สามารถใช้ลำแสงร่วมกับซีดีและดีวีดีได้อย่างง่ายดาย เพราะมีหน่วยจับสัญญาณที่ตรงกัน ทว่าบลูเรย์ดิสก์ได้เปรียบตรงที่ว่ามีความยาวคลื่นที่สั้นกว่าเลเซอร์แดง 405 nm ต่อ 650 nm ทำให้เกิดความแม่นยำในการโฟกัสสูงกว่า และทำให้การบีบอัดข้อมูลได้แน่นขึ้นโดยใช้เนื้อที่ที่น้อยกว่า ซึ่งทำให้บรรจุข้อมูลได้มากกว่าแม้จะมีขนาดเท่ากับซีดีหรือดีวีดี พร้อมกับเปลี่ยนจำนวนช่องรับแสงเป็น 0.85

บลูเรย์หรือที่เรียกกันว่าบลูเรย์ดิสก์เป็นชื่อเรียกของฟอร์แมตรุ่นใหม่ของออปติกดิสก์ ฟอร์แมตดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการบันทึกแสดงผลไฟล์วีดีโอในระบบ HD หรือไฮเดฟ มีความจุข้อมูลอยู่ที่ 25 GB ในแบบแผ่นซิงเกิลเลเยอร์ หรือมากกว่าดีวีดีถึงห้าเท่า ขณะที่แผ่นดูอัลเลเยอร์มีความจุอยู่ที่ 50 GB ซึ่งความจุดังกล่าวทำให้สามารถบันทึกข้อมูลได้อย่างจุใจ ควมจุระดับ 50 GB นั้นสามารถบันทึกไฟล์วีดีโอระดับไฮเดฟได้นานกว่าเก้าชั่วโมง หรือถ้าเป็นไฟล์ดีวีดีทั่วไปบรรจุถึง 23 ชั่วโมง ส่วนความเร็วในการอ่านข้อมมูล และในการบันทึกข้อมูลของแผ่นบลูเรย์ หากใช้ความเร็วที่ 1X จะมีความเร็วอยู่ที่ 36 MB ต่อวินาที ขณะที่มาตรฐานการอ่านภาพยนตร์ในฟอร์แมตนี้ข้อมูลขั้นต่ำอยู่ที่ 54MB ต่อวินาที จึงเป็นไปได้ว่าความเร็วของบลูเรบ์ดิสก์ที่ใช้อยู่ ใช้ความเร็วอยู่ที่ 2X ซึ่งเป็นความเร็ว72MB ต่อวินาที ทั้งนี้ศักยภาพของแผ่นบลูเรย์นั้นมีมากกว่านี้ ซึ่งความเร็วสูงสุดทำได้ได้ถึง 12X 432MB ต่อวินาที

ส่วนไฟล์วีดีโอที่รองรับสำหรับแผ่นบลูเรย์ดิสก์คือ MPEG-2, MPEG-4 AVC, SMPTE CC-1 (เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของไมโครซอร์ฟมีเดีย วิดีโอ WMV) และไฟล์เสียงสามารถรองรับ Linear PCM (LPCM), Dildy Dugutal 5.1 Channel, Dolby Digital Plus 7.1 Chanel , Dolby TrueHD (Lossless Encoding) , DTS Digital Surround, DTS-HD High, DTS-HD Master Audio

ไฟล์ทั้งหลายเหล่านี้ทั้งภาพและเสียงทำให้สตูดิโอ หรือค่ายหนังที่ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ ตัดสินใจที่จะนำหนังเรื่องนั้น ๆ ของตนผลิตออกมาเป็นแผ่นบลูเรย์เพื่อขายออกสู่ตลาด ซึ่งถ้าแผ่นไม่รองรับความจต้องการของค่ายหนัง ต่อให้มีคุณภาพดีเลิศเพียงใดก็ไม่มีผู้ผลิตแผ่นออกมา แม้ในเวลานี้ค่ายหนังบางแห่งก็ยังไม่เดินหน้าผลิตหนังบลูเรย์ดิสก์อย่างเต็มตัว

บลูเรย์ลุยดีไหม

ทุกวันนี้เทคโนโลยีแล่นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอะไรที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์หรือไฟล์ดิจิตอล มีเรื่องพูดกันเล่น ๆ ว่า คอมพิวเตอร์ซื้อในวันนี้ตื่นนอนวันรุ่งขึ้นก็ตกรุ่นเสียแล้ว คำพูดนี้เป็นความจริงอย่างไม่น่าเชื่อ และมันได้ลามมาถึงผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทันสมัยอาทิเช่นโทรทัศน์จอพลาสมา โทรทัศน์แอลซีดี เครื่องเล่นดีวีดี จนมาถึงยุคไฮเดฟที่นำเรือธงด้วยเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ น่าใจหายว่าทั้งเทคโนโลยีและราคาต่างเดินสวนทางกันอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อสองปีที่แล้วราคาโทรทัศน์จอพลาสมาขนาดสี่สิบนิ้วความคมชัดระดับกลาง ๆ ต้องกำเงินสด ๆ ราคาเหยียบแสนไปซื้อ ทว่าทุกวันนี้มีเงินไม่ถึงสามหมื่นก็สามารถเป็นเจ้าของได้ แถมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ออฟชั่นมากขึ้น สเปคที่ดีขึ้น รวมถึงครอบคลุมการใช้งานได้หลากหลาย

สิ่งเหล่านี้ทำให้คนซื้อต้องพะวักพะวงว่าเมื่อจ่ายเงินจำนวนนี้แล้วยังแพงอยู่หรือไม่ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องชาชินกับมันไปแล้ว แต่สำหรับคนชอบดูหนังฟังเพลงย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องพบกับเหตุการณ์ที่มีฮาร์ดแวร์ใหม่มาให้เล่น ถือเป็นการซื้อความบันเทิงที่ต่อเติมเข้ามาในชีวิต เป็นการตอบสนองความอ่อนล้าหลังการทำงานอันหนักเหนื่อย ไม่ต้องถ่อรถถ่อเรือไปต่อแถวซื้อตั๋วหนังในราคาแพง แถมได้รับบริการที่แสนจะน้อยนิด ไม่นับว่าต้องไปนั่งดูโฆษณาก่อนหนังฉายเกือบครึ่งชั่วโมง (ตกลงซื้อตั๋วไปดูโฆษณาหรือไง) ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือโรงหนังบางโรงคุณภาพไม่มีมาตรฐาน ภาพเบลอร์ เสียงห่วย แล้วถ้าถูกหวยไปเจอหนังขาดกลางเรื่อง ต้องนั่งรอเกือบห้าถึงสิบนาที เสียทั้งอารฒณ์เสียทั้งเวลา จะเดินออกจากโรงก็ขี้เกียจไปทะเลาะขอเงินคืนกับคนขายตั๋ว แล้วต้นทุนในการดูหนัง

ทางเดียวคือดูหนังที่บ้าน ค่อย ๆ สร้างโฮมเธียเตอร์น้อย ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ดังนั้นก่อนจะเข้าสู่โฮมเธียเตอร์ดิจิตอลความละเอียดสูง ลองสำรวจดูว่าเราพร้อมแค่ไหนต่อการเข้าสู่โลกไฮเดฟ

ประการแรกจอโทรทัศน์ของเราไม่ว่าจะเป็นพลาสมาหรือแอลซีดี รองรับระบบภาพ Full-HD หรือ Ready-HD หรือไม่ ถ้าโทรทัศน์ของท่านเป็น Full-HD ก็พร้อมที่จะเล่นกับแผ่นบลูเรย์ดิสก์ได้เลย แต่ถ้ายังเป็น Ready-HD ลองสอบถามไปยังตัวแทนจำหน่ายเพื่ออัพเกรดเครื่อง (แต่ถ้าไม่อัพเกรดก็เล่นได้ครับ ทว่ามันก็ยังไปไม่สุดอย่างที่เราต้องการ) กระนั้นโทรทัศน์จอสลิมรุ่นใหม่ ๆ นั้นรองรับ Full-HD จนเกือบหมดแล้ว จะมีเฉพาะโทนทัศน์ค้างสต๊อคเท่านั้นที่ยังเป็น Ready-HD (ดังนั้นก่อนซื้อโทรทัศน์ลดราคา-โปรโมชั่น หากราคาถูกเกินไปควรขอดูสเปคก่อนซื้อเพื่อจะได้ไม่ซื้อของตกรุ่นที่ไม่อาจจะยอมรับได้)

ประการที่สองโทรทัศน์ของท่านผู้อ่านมีความละเอียดในการแสดงผลภาพขนาด 1,920X1,080 Pixels และควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีช่องต่อ HDMI อย่างน้อยหนึ่งชุด เพราะถ้ารายละเอียดภาพไม่รองรับภาพรายละเอียดสูง การเข้ามาเล่นแผ่นบลูเรย์ก็ไม่มีความจำเป็นมากนัก ดีวีดีอัพสเกลยังเป็นทางเลือกที่ดีเสมอสำหรับผู้เขียน

ประการสาม กำลังทรัพย์ในการจ่ายค่าซอร์ฟแวร์บลูเรย์ดิสก์มีมากแค่ไหน เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ราคาแผ่นบลูเรย์ดิสก์ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง และค่ายหนังยังไม่ปูพรมผลิตหนังออกมาเป็นบลูเรย์ดิสก์มากเท่าไหร่ทั้งหนังเก่าและใหม่ แต่ในอนาคตมีแนวโน้มว่าแผ่นบลูเรย์ดิสก์น่าจะก้าวเข้ามาแทนที่แผ่นดีวีดีแน่นอน

ถ้าท่านผู้อ่านมีทั้งสามประการครบถ้วนแล้ว และกำลังคันไม้คันมือ ก็ลุยกับเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ได้เลย เพราะในปัจจุบันราคาเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์นั้นมีแนวโน้มต่ำลงเรื่อย ๆ ขณะที่ตัวเครื่องก็ดีขึ้น เรื่องเทคโนโลยีล้ำยุค หรือตามเทคโนโลยีเป็นเรื่องเล็กครับ เพราะสุดท้ายก้ต้องเก่าลงอยู่ดี

ที่สำคัญก็คือโทรทัศน์พลาสมาและแอลซีดีที่เราซื้อไปใช้จะได้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าเสียที เพราะดูหนังจากเคเบิล ดาวเทียม หรือสัญญาณภาพฟรีทีวีบ้านเรายังไม่ปล่อยสัญญาณคุณสูงมาให้ชม เท่ากับเราซื้อรถเฟอร์ราลีมาวิ่งบนถนนฝุ่นก็ไม่ผิด ดังนั้นการเล่นแผ่นบลูเรย์ดิสก์จึงเท่ากับเราได้ใช้เครื่องรับโทรทัศน์แสนแพงของเราได้อย่างคุ้มค่า หรือถ้าหากใครคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะลุย การรอให้เทคโนโลยีสูงขึ้นทว่าราคาต่ำลงนั้นก็ยังไม่เสียหาย แต่ถ้าจะถามว่าก้นเหวของเทคโนโลยีสูงสุดอยู่ที่ไหน ผมตอบได้ทันทีว่าไม่มี และการซื้อเครื่องเผื่ออนาคตนั้นก็ไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด การซื้อเทคโนโลยีรุ่นใหม่ไม่อาจะมองที่ตัวนวตกรรมเพียงอย่างเดียว ต้องรวมปัจจัยอื่น ๆ เข้าไปด้วยโดยเฉพาะกำลังทรัพย์ ที่ไม่ทำให้เดือดร้อนต่อการดำรงชีพ มิเช่นนั้นอาจจะเป็นราชาเงินผ่อน ที่วิ่งไล่ตามเทคโนโลยีไม่รู้จบ

ตารางเปรียบเทียบระหว่าง DVD และ Blu-Ray

Specifications Blu-Ray DVD
ความจุ 25 GB (Single Layer)

50 GB (Dual Layer)

4.7 GB (Single Layer)

8.5 GB (Dual Layer)

ความยาวคลื่น 405 nm (Blue Laser) 650 nm (Red Laser)
ช่องรับแสง 0.85 0.6
เส้นผ่าศูนย์กลางของแผ่น 120 mm 120 mm
ความหนาของแผ่น 1.2 mm 1.2 mm
เลเยอร์เคลือบ 0.1 mm 0.6 mm
เคลือบแข็ง เคลือบ ไม่เคลือบ
ระดับการยก 0.32 µm 0.74 µm
อัตราการโอนถ่ายข้อมูล (Data) 3.6 Mbps (1x) 11.08 Mbps (1x)
อัตราการโอนถ่ายข้อมูล (Video/audio) 54.0 Mbps (1x) 10.08 Mbps (1x)
รายละเอียดภาพสูงสุด 1920×1080 (1080p) 720×4580/720×576
Bit Rate ภาพสูงสุด 40.0 Mbps (480i/576i) 9.8 Mbps
รองรับไฟล์วีดีโอ MPEG-2

MPEG-4

SMPTE VC-1

MPEG-2
รองรับไฟล์เสียง Linear PCM

Dolby Digital

Dolby Digital Plus

Dolby Digital True HD

DTS Digital Surround

DTS-HD

Linear PCM

Dolby Digital Digital

DTS Digital Surround

Interactive BD-J DVD-Video

Filed under: Audiophile, Front End, High Fidelity , , , , , , , , , , , , , , ,

ทดสอบ Electronic Handbook Phono Preamp 12ax7

ทดสอบ Phono Preamp 12ax7

โดยนิวัต พุทธประสาท

หนังสือ Electronics Handbook ฉบับที่ 148 เมื่อเดือนธันวาคม 2551 ได้ลงบทความการสร้าง Phono Preamp หลอดเอาไว้ ซึ่งในบทความดังกล่าวของกองบรรณาธิการ EH ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วละครับ แต่วาระนี้ผมขอนำกลับมาฉายซ้ำ แต่ไม่ได้ฉายซ้ำในรูปแบบเดิม แต่เป็นการทดสอบการเล่นจากการใช้งานจริง การปรับแต่ง รวมถึงการทดสอบแนวเสียงที่ Phono Preamp ตัวนี้แสดงออกมาด้วย ในฐานะที่เป็นคนชอบฟัง ชอบจับโน่นจับนี่มาเล่น ภาษาคนมือซนอยู่ไม่สุข แม้ว่าบทความจะลงมาร่วมปีแล้วก็ตาม แต่ Phono Preamp เป็นหนึ่งในชุดเครื่องเสียงที่ไม่มีวันเชย หรือตายไปได้เลย โดยเฉพาะคนรักแผ่นเสียง ผู้คล่งไคล้เสียงในแบบอนาล็อคแท้ ๆ

Phono Preamp 12ax7

โฟโนปรีแอมป์ตัวนี้เป็นโฟโนปรีแอมป์หลอด โดยใช้หลอดเบอร์ 12ax7 จำนวนสามหลอด โดยแบ่งการทำงานของวงจรออกเป็น 3 สเตจ โดยสองสเตจแรกทำหน้าที่เป็นวงจรปรีแอมป์ขยายสัญญาณจากหัวเข็ม ส่วนสเตจที่สามเป็นวงจรบัฟเฟอร์ การออกแบบนี้ถือเป็นความชาญฉลาดเป็นอย่างมาก เพราะจะได้สัญญาณเอาท์พุตที่มีความแรงพอเพียงต่อการนำสัญญาณไปขยายในภาคอินทิเกรตแอมป์ หรือปรีแอมป์ผ่านพาวเวอร์แอมป์ โดยยังรักษาความมีเสถียรภาพในการทำงานเอาไว้โดยไม่มีผลต่อการต่อสายสัญญาณที่ยาวเกินไป ที่สำคัญสัญญาณที่มาจากหัวเข็มนั้นจะมีระดับเบา ดังนั้นการออกแบบโฟโนปรีแอมป์จะต้องเข้าใจการทำงานของหัวเข็มเป็นอย่างดี โฟโนปรีแอมป์ 12ax7 ตัวนี้ใช้ได้กับหัวเข็มในแบบ Moving Magnet หรือหัวเข็มแบบ Moving Coil Hight Output หัวเข็ม MC Hight หัวเข็มแบบนี้มีสัญญาณแรงประมาณ 1.6-2.5 mV ซึ่งเพียงพอต่อการขยายผ่านโฟโนปรีแอมป์ตัวนี้

ตอนที่เครื่องส่งมาให้ทดสอบ ยังอยู่ในห่อพลาสติกซีลอย่างดี แสดงว่ามันไม่เคยผ่านการใช้งาน ผมแกะพลาสติกออกสำรวจภายนอกแล้วการประกอบเครื่องภายนอกนั้นแข็งแรงดีมาก มีเพียงจุดเดียวคือตรงหัว RCA หรือหัวสายสัญญาณมีคราบออกไซด์จับอยู่ แสดงว่าเก็บไว้นานจนออกซิเจนทำปฏิกิริยากับทองแดง ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงครับเพียงแต่ใช้น้ำยาเช็ดคราบออกไซด์ออกก็กลับมาเงางามเหมือนเดิม

หลังจากสำรวจภายนอกเรียบร้อยแล้ว ผมจึงเปิดฝาเครื่องออก เพื่อดูว่าด้านในลงอุปกรณ์เอาไว้อย่างไรบ้าง เมื่อเปิดฝาเครื่องพบว่าอุปกรณ์ได้รับการเรียงมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รีซีสเตอร์น่าจะเป็นรีซีสเตอร์รอยัลค่าผิดพลาด 1% ซึ่งใช้ทั่วไปในเครื่องเสียง ส่วนภาคจ่ายไฟคาปาซิเตอร์ก็อยู่ในมาตรฐาน และในส่วนคาปาซิเตอร์คลัปปิ้งใช้ WIMA แบบ MPK ซึ่งเครื่องไฮเอนด์ทั้งหลายของไทยเทศก็นิยมใช้ สายสัญญาณขาเข้าออกเดินสายอย่างเรียบร้อย หม้อแปลงเป็นแบบเทอร์รอยด์ลูกใหญ่พอสมควร IEC หรือปลั๊กไฟเข้าใช้แบบที่มีตัวกรองไฟ ซึ่งจุดนี้มีข้อดีคือช่วยกรองไฟให้เดินราบเรียบ แต่ข้อเสียก็คือถ้าบ้านไม่มีระบบกราวด์ที่ถูกต้องอาจจะมีอาการจี่เกิดขึ้นที่ตัวกรองไฟได้ แล้วถ้าใช้เครื่องไปนาน ๆ เจ้าเครื่องกรองไฟตัวนี้อาจจะเสื่อมคุณภาพลงได้ (แต่ส่วนใหญ่อาจจะเบื่อเสียงก่อนคุณภาพเสื่อมอีกนั่นแหละครับ) มีเพียงจุดเดียวที่ผมไม่ค่อยชอบก็คือเจ้า RCA หรือปลั๊กเสียบสายสัญญาณตัวล่างมันชิดกับหม้อแปลงเทอร์รอย ถ้าสามารถขยับหม้อแปลงออกมาได้หน่อยหนึ่งจะสวยงามมาก แต่ก็ไม่มีผลต่อการใช้งานครับ เป็นเพียงจุดเล็กที่แก้ไขได้

ภายในเครื่องจัดวางอุปกรณ์เรียบร้อย

ส่วนหลอดที่ให้มากับเครื่องเป็นหลอด 12ax7b ของจีนแดง อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยพร้อมใช้งาน ว่ากันว่าหลอดจีนแดงเสียงก็ไม่เลวร้ายอะไร เพียงแต่อายุการใช้งานอาจจะสั้นกว่าหลอดยุโรป แต่สำหรับหลอด 12ax7 นั้นต่อให้เปิดใช้งานตลอดวันตลอดคืนกว่าหลอดจะเสื่อสภาพก็ใช้เวลานานหลายปี อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นคือเราอาจจะเบื่อเสียงของมันก่อนที่มันจะพัง

เริ่มต้นใช้งาน-เบิร์นอิน

เริ่มต้นใช้งานโดยการต่อสายสัญญาณมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง สำหรับโทนอาร์มของเรก้าจะไม่มีสายดิน เพราะตัวสายดินเชื่อมต่อลงไปในสายกราวด์ของการาวด์สายสัญญาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องต่อสายกราวด์ไปยังตัวโฟโนปรีแอมป์อีก (เพราะถ้าต่อลงไปจะทำให้กราวด์ลูปได้ ผลคือเสียงจี่ดังนั่นเอง) แต่สำหรับโทนอาร์มอื่น ๆ จะมีตัวสายกราวด์ก็ให้ต่อสายกราวด์ลงที่กราวด์ของโฟโนปรีแอมป์ จากนั้นก็เสียบสายสัญญาณขาออกไปยังอินทิเกรตแอมป์ หรือปรีแอมป์ กรณีซิสเต็มของผมใช้สายสัญญาณต่อไปยังปรีแอมป์ แล้วจากปรีแอมป์ไปยังพาวเวอร์แอมป์

เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าเครื่องเสียงโดยเฉพาะแอมป์หลอด การเบิร์นอินในระยะเวลาที่เหมาะสมจึงจะทำให้การทำงานของเครื่องพร้อมใช้งาน ซึ่งโดยมากอาจจะต้องใช้ระยะเวลาเบิร์นอินประมาณ 50-100 ชั่วโมง บางท่านอาจจะรู้สึกว่าทำไมการฟังเพลงมันยุ่งยากอย่างนั้น แต่ผมคิดว่านี่คือหนึ่งในความสนุกของการเล่นเครื่องเสียงเลยละครับ เพราะในช่วงระยะเวลายี่สิบชั่วโมงแรกของการฟังนั้นเราจะเห็นพัฒนาการของเครื่องเดินไปสู่จุดที่นิ่งที่สุดของศักยภาพเครื่องเสียงที่เราใช้

แล้วก็เป็นไปอย่างที่คาดหมาย เมื่อผมเสียบปลั๊กไฟเข้าไป เปิดสวิสซ์ไฟ ดวงไฟ LED สีฟ้าส่องสว่างที่ด้านหน้าตัวเครื่อง หลอดทั้งสามหลอดค่อย ๆ สุกสว่างอย่างช้า ๆ จากนั้นรอให้ไฟเดินทั่ววงจรประมาณสองสามนาทีจึงค่อย ๆ วางหัวเข็มลงบนแผ่นเสียง ก่อนวางหัวเข็มลงบนเครื่องเล่นแผ่นเสียง ผมใช้หูทาบที่ลำโพงทั้งสองข้างปรากฏว่าไม่มีเสียงจี่เสียงรบกวนแต่อย่างใด ถือว่าเงียบสงัดเป็นอย่างมาก ถ้าเปรียบเทียบโฟโนปรีแอมป์หลอดอื่น ๆ ที่ผมเคยสัมผัสและใช้งานมา ตัวนี้มีความเงียบสงัดสูงที่สุด ในเริ่มแรกเมื่อฟังเพลงจากแผ่นที่คุ้นเคยผมพบว่าโฟโนปรีแอมป์ตัวนี้ดีกว่าที่ผมคาดเอาไว้มาก (อาจเป็นเพราะไม่ได้คาดหวัง จึงพบว่ามีของดีอยู่ตรงหน้านี่เอง) แต่เมื่อตั้งใจฟังอย่างจริงพบว่าเสียงของมันออกจะเจิดจ้าเป็นอย่างมาก เสียงกลางพุ่งไปข้างหน้า เมื่อเร่งโวลุ่มดังขึ้นก็พบว่าฟังไปนาน ๆ มีสิทธิ์หูล้า อาการแบบนี้เป็นเพราะเครื่องเพิ่งจะเปิดการใช้งาน สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือเบิร์นมันไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลา ไม่สามารถเร่งให้มันเข้าที่เข้าทางด้วยวิธีอื่น

หลังเบิร์นอิน-ปรับแต่งโดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการรื้อเครื่อง-ทดสอบอย่างจริงจัง

ผมใช้เวลาเบิร์นอินโฟโนปรีแอมป์ประมาณ 50 ชั่วโมง ก็พบว่าเสียงเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะเสียงกลางที่แผดจ้านั้นเริ่มจะอยู่ในร่องในรอย แต่ยังมีอยู่บ้างสำหรับบางแผ่นที่บันทึกมาไม่ค่อยดี กระนั้นการเปิดฟังนานชั่วโมงมากขึ้นก็ทำให้พบว่ายังต้องเบิร์นต่อเพื่อให้ได้เสียงที่นิ่งที่สุดจนกว่าจะครบหนึ่งร้อยชั่วโมง (ทำไมต้อง 100 ชั่วโมง ผมคิดว่าเวลานั้นมาถึง เราก็จะลืมไปแล้วว่าเราใช้ไปนานขนาดไหน)

แอมป์หลอดเป็นเครื่องเสียงที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งก็คือ มันสามารถปรับแต่งได้โดยไม่ต้องรื้อเครื่อง ด้วยการเปลี่ยนหลอดยี่ห้อต่าง ๆ ใส่เข้าไป หลังจากฟังหลอดจีนที่ติดมากับเครื่องแล้ว พบคิดว่าถ้าเปลี่ยนหลอดเป็นอเมริกันบ้างก็น่าจะช่วยให้เสียงที่เจิดจ้าลดลงได้บ้าง ผมมีหลอดเบอร์ 12ax7 ยี่ห้อ GE, Sylvania, ซึ่งผลิตในอเมริกา จึงลองเปลี่ยนหลอดจีนแดงออกมา แล้วใส่หลอด GE เข้าไปแทน ต้องบอกว่าการเปลี่ยนหลอดช่วยลดเสียงที่เจิดจ้าลงได้มากครับ เป็นอันว่าหลอดจีนแม้จะมีเสียงที่โดดเด่นก็จริง แต่ในเรื่องความนุ่มนวลแล้วยังสู้หลอดยุโรปอเมริกาไม่ได้ ผมคิดว่าถ้าแอมป์ของท่านผู้อ่านเสียงออกทุ้ม หลอดจีนอาจจะแมตชิ่งก็ได้นะครับ อันนี้ไม่มีสิ่งใดเป็นหลักตายตัว

ด้านหลังเครื่อง

แต่เท่านั้นยังไม่พอ ผมยังมีหลอด 5751 ซึ่งเป็นหลอดที่มีคุณสมบัติเหมือนกับ 12ax7 ทุกประการยกเว้นแรงดันต่ำกว่าหน่อยหนึ่ง แต่สามารถเสียบแทนกันได้ หลอดเบอร์ 5751 ส่วนใหญ่เป็นหลอดเกรดทหาร มีผลิตอยู่สองสามยี่ห้อ ที่ผมมีอยู่ในมือคือ GE กับ Sylvania จากการทดสอบผมชอบเสียงของ Sylvania มากกว่า

เมื่อเปลี่ยนหลอดเป็น 5751 Sylvania ทั้งสามหลอดแล้ว ถึงเวลาทดลองฟังอย่างจริงเสียทีครับ

แผ่นเสียงแผ่นแรกที่ผมนำมาใช้ทดสอบเสียงทุกครั้งเพื่อเช็คว่าเสียงเป็นอย่างไรก็คือ แผ่น Sonny Rollins ชุด Way Out Westซึ่งเป็นแผ่นเพลงแจ๊สในแบบทรีโอ เครื่องดนตรี 3 ชิ้น ประกอบไปด้วยแซกโซโฟน เบส และกลอง ในการทดสอบครั้งนี้ผมฟังเสียงแซกโซโฟนจากอัลบัมนี้ เสียงแซกโซโฟนเล่นโดยซันนี่ โรลลิง จะมีลักษณะหนาและใหญ่ โดยปกติแผ่นชุดนี้จะให้เสียงกลางจนถึงกลางทุ้มที่ยอดเยี่ยม ซึ่งโฟโนปรีแอมป์ตัวนี้ให้เสียงกลางทุ้มได้ครบถ้วนเสียงที่ได้มีน้ำหนัก เหมือนเสียงแซกฯ ของซันนี่มาเล่นตรงหน้า ขณะเดียวกันเสียงดับเบิ้ลเบส ก็มีน้ำหนักหนาใหญ่แต่ผ่อนคลายกว่า เป็นเสียงดับเบิ้ลเบสจริง ๆ แม้ว่าเสียงเบสจะไม่ลงลึกมากเท่าไหร่แต่ปรีโฟโนตัวนี้ก็ทำออกมาได้ดี อาจเป็นเพราะหัวเข็มที่ผมใช้เป็นแบบ MC Hight ส่วนเสียงกลองและเสียงฉาบนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่ผ่านไปได้อย่างสบาย

แผ่นเสียงแผ่นที่อสงที่ผมนำมาใช้ทดสอบ ผมลองแผ่นโฟร์คร็อคอมตะ Neil Young ชุด Harvest ซึ่งเป็นแผ่นที่ผลิตในอเมริกาประมาณปี 1975 ซึ่งเป็นธรรมดาไม่ใช่แผ่น Audiophile แต่ประการใด ในแทรคแรกเพลง Out on the Weekend ไม่ผิดหวังครับ เสียงกลองกระเดื่องในเพลงนี้กระหึ่มลึกจนน่าทึ่ง เสียงของนีล ยังในวัยหนุ่มสะกดให้ต้องฟังอย่างมีเสน่ห์ ตามด้วย Harvest เพลงเด่นในอัลบัมเสียงPedal stell guitar คมชัดสมราคากับการเป็นโฟโนหลอด ส่วนเพลงเด่น Heart of Gold ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เสียงของแผ่นเสียงทำได้ดีกว่าแผ่นซีดีหลายเท่า

ส่วนแผ่นสุดท้าย ผมลองกับแผ่นเพลงคลาสสิกหลาย ๆ แผ่นปรากฏว่าเสียงที่ได้มีลักษณะวงที่ใหญ่ ให้รายละเอียดของเสียงเพลงได้ดี

เกินคาดหมายมากครับสำหรับโฟโนปรีแอมป์ตัวเล็ก ๆ ตัวนี้ หรือเป็นเพราะว่าผมไม่ได้คาดหมายกับมันมากเท่าที่ควร จึงไม่มีแรงกดดันในการฟัง สิ่งที่ผมคิดเอาไว้ก็คือโฟโนตัวนี้ยังสามารถรีดเร้นคุณภาพของมันออกมาได้อีกสักยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อย่างแรกก็คือมันยังสามารถหาอุปกรณ์ภายนอกมาเสริม อย่างเช่นวางเครื่องบนทิปโท สายสัญญาณที่นำมาเสียบมีผลต่อเสียงทั้งขาเข้าขาออก ฟิวส์ สายไฟ ประการที่สองปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในบางตัวอย่างเช่น ซีคัปปลิ้งค่าต่าง ๆ (0.01 µF, 0.1 µF และ 0.47 µF) ซึ่งผมคิดว่าถ้าได้ซีคัปปลิ้งคุณภาพเยี่ยม น้ำเสียงของมันจะเปลี่ยนไปในทางที่อบอุ่นขึ้น อย่างที่สองเปลี่ยนสายเดินสัยญาณภายในใหม่ และสุดท้ายเปลี่ยนขั้วสัญญาณ

สรุปผลการทดสอบ จุดเด่นของโฟโนตัวนี้ก็คือเสียงที่มีรายละเอียดที่ดีในระดับที่คุ้มค่าราคา แม้จะไม่ได้เสียงหยุมหยิมของเสียงแหลม ทว่าเสียงกลางของมันโดดเด่นเป็นพิเศษ ถ้าเทียบกับโฟโนตัวอื่น ในราคาระดับนี้ต้องบอกว่ามันคือโฟโนในระดับเริ่มต้นที่มีคุณภาพเต็มแก้ว ซึ่งคุณจะถพอใจใช้มันไปได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ หรือหาเครื่องที่แพงกว่านี้มาใช้

จุดด้อย นั้นไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ผมขอติตรงที่ไฟ LED สีฟ้ามันสว่างไปหน่อย ยิ่งเวลาดับไฟฟังเพลงยิ่งแยงตา (ผมต้องเอากระดาษไปบังไม่ให้แสงจ้าเกินไป อีกข้อก็คือเสียงที่คมบาดหูก่อนเบิร์นอาจจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่ามันไม่ค่อยมีความเป็นหลอดเสียเท่าไหร่ แต่หลังจากเบิร์นแล้วเสียงคมบาดนั้นดีขึ้นเป็นลำดับ และการปรับแต่งเล็กน้อยด้วยหลอดที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงจุดสำคัญต่าง ๆ ก็จะช่วยให้มันนุ่มนวลชวนฟังจนคุณไม่สามารถลืมมันได้


ชุดอ้างอิงในการทดสอบ

Source

รุ่น

ปรีแอมป์หลอด

TS Audio: TS68 (Tubes 6922)

พาวเวอร์แอมป์หลอด

TS Audio: KB211 (Tubes 211, 2a3, 6sl7)

ลำโพง

Vienna Acoustic รุ่น Mozart

เครื่องเล่นแผ่นเสียง

Origin Live: Aurora MK2

โทนอาร์ม

OL1 (OEM by Rega: Rega RB201)

หัวเข็ม

Benz Micro: MC20E2: Output 2 mV

Phono Stage

PASS DIY Pearl Phono

เครื่องเล่นซีดี

NAD 525BEE

สายสัญญาณ

Cardas: Crosslink

Merrex Kable: Silver 1

Merrex Kable: Copper 1

สายลำโพง

Cardas: Twinlink

สายไฟ AC

AV Bestbuy: Twister

Filed under: Audiophile, Front End, High Fidelity, Vinyl Lover , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Review Best Tractor

Review Best Tractor

ตอนที่ 2: การตั้งหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียงโดยใช้ Best Tractor

Best Tractor ส่งมาถึงผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่องถูกแพคมาอย่างดี คุณยิปเน้นย้ำว่าควรจะค่อย ๆ เปิดกล่อง ออก และเปิดบนโต๊ะเพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะ BT ทำจากกระจก ผมเปิดกล่องพบว่าทุกอย่างถูกจัดใส่มาอย่างดี ในกล่องประกอบไปด้วยตัวโปรเทคเตอร์ คู่มือการติดตั้ง และแว่นขยาย ผมบรรจงยก BT ออกมา ต้องบอกว่าวัศดุอุปกรณ์ที่ทำนั้นสมเหตุสมผลครับ การสกรีนสีลงบนกระจก เส้นสกรีนที่คมกริบไม่เบลอร์

นี่เป็นอุปกรณ์ตั้งหัวเข็มที่ผมค้นหามาตลอด กล่าวคือก่อนที่ผมจะตัดสินใจซื้อ BT มาใช้ผมได้ศึกษาข้อมูล รวมถึงค้นหาข้อมูลอุปกรณ์ตั้งหัวเข็มของเจ้าอื่น ๆ (ซึ่งมีอยู่ไม่กี่เจ้า) บังเอิญเหลือเกิดที่มาเจอเวบไซต์ของคุณยิป www.mintlp.com (ตอนแรกผมนึกว่าเขาทำแต่น้ำยาล้างแผ่นเสียง) เทียวเข้าเทียวออกอยู่ในเวบหลายเวลา อ่านรีวิวจากผู้ที่เคยใช้งาน มีทั้งชื่นชม มีทั้งตั้งข้อสังเกต แต่ทุกรายจะชื่นชมว่ามันสามารถทำงานได้อย่างดี

Best Tractor

ก่อนที่จะถึงวิธีการใช้งานของโปรเทคเตอร์ตัวนี้ ผมขอเอ่ยถึงข้อดีข้อเสียของ BT ของคุณยิปสักเล็กน้อย

ข้อดี

Best Tractor ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับโทนอาร์มและเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั้น ๆ ทำให้มันสามารถทำงานได้อย่างดี เที่ยงตรง อย่างที่ไม่เคยมีโปรเทคเตอร์แบบยูนิเวอร์แซลตัวไหนเคยทำได้มาก่อน สิ่งที่ผมอยากได้มาตลอดสำหรับโปรเทคเตอร์สำหรับตั้งหัวเข็มก็คือ “ทางเดินของโทนอาร์ม” (Tonearm Path) จุดนี้สำคัญมาก เพราะเรารู้ว่าทุก ๆ การวาดโทนอาร์มจากด้านนอกสุดเข้าไปด้านในสุดนั้นทุก ๆ ระยะจะมีการเออร์เรอร์ (Error) จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการติดตั้งหัวเข็มนั่นเอง ดังนั้นถ้าโปรเทคเตอร์ที่สามารถตั้งทางเดินหัวเข็มให้เที่ยงตรงหรือใกล้เคียงที่สุด การเออร์เรอร์หรือความผิดพลาดก้จะน้อยลง

และที่สำคัญอีกประการก็คือมุมองศาของหัวเข็มระหว่างลากจากจุดนอกเข้าสู่จุดใน ก็จะเออร์เรอร์เช่นกัน ดังนั้นการตั้งจุดองศาบนจุด Null Point ทั้งด้านในและด้านนอกจะต้องเที่ยงตรง หรืออย่างน้อยใกล้เคียงความเป็นจริงมากเท่าทีจะสามารถทำได้ อีกประการที่ขาดไม่ได้ก็คือผมต้องการโปรเทคเตอร์ที่เป็นแผ่นเดียว โดยไม่ต้องเคลื่อนโปรเทคเตอร์ไปยังจุด Null Point ทั้งสองจุด (เพราะการเคลื่อนที่โปรเทคเตอร์มากเท่าไหร่ ความเที่ยงตรงก็มากขึ้นเท่านั้น สิ่งที่ผมต้องการทั้งหมดที่ผมต้องการจึงอยู่ใน BT

ข้อเสีย

BT ใช้ได้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวเดียวเท่านั้น ใช้ต่างยี่ห้อไม่ได้ ถ้าคุณคิดเปลี่ยนโทนอาร์มบ่อย ๆ BT อาจจะไม่เหมาะกับคุณ (แต่ปีหนึ่งคุณจะเปลี่ยนโทนอาร์มราคามหาโหดสักกี่อัน)

ราคาค่าตัวของ BT 110 $US ทำให้ผมคิดหนักเหมือนกัน แต่เราซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาในราคาแพงเอาเรื่อง สิ่งที่เราอยากได้คือความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นอย่าได้เสียดายเงินเพื่อก้าวไปให้ถึงจุดที่ต้องการ

BT น่าเชื่อถือแค่ไหน ข้อนี้สิครับที่ตอบยาก และผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องลองเองถึงจะรู้

การตั้งหัวเข็มโดย Best Tractor

ก่อนอื่น คุณต้องมีเวลาสัก 2-3 ชั่วโมง แบบว่าไม่ต้องทำอะไร ไม่มีใครโทรศัพท์มากวน หรือภรรยายเรียกไปล้างจาน

1.ข้อแรกคุณต้องใช้สก๊อตเทปปิดที่แพลตเตอร์ไม่ให้มันหมุนไปมา โดยต้องแน่ใจว่ามันจะไม่เคลื่อนไปไหน เพราะถ้าเคลื่อน สิ่งที่คุณตั้งมาแต่ต้นเป็นอันเหลว ต้องเริ่มใหม่ จากนั้นนำ BT วางลงไปบนแลตเตอร์โดยวางตรง Spindle Center แล้วจึงยกโทนอาร์มวัดบนจุดแรกของ BT ซึ่งอยู่ด้านนอกสุด วางปลายเข็มให้ตรงกับเส้นโค้งทางเดินโทนอาร์ม หากปลายเข็มยังไม่ตรงให้ขยับ BT ซ้าย-ขวา ที่สุำคัญหัวเข็มของคุณต้องขนานกับหัวที่ติดตั้งหัวเข็ม วัดจนคิดว่าปลายเข็มวางบนเส้นอย่างพอดี จุดนี้คุณต้องใช้แว่นขยายช่วย มันจะช่วยได้เยอะมากครับ

Outer Effective Length จุดด้านนอกของทางเดินดทนอาร์ม วางหัวเข้มให้ตรงเส้น

2.เมื่อวัดจุดแรกได้แล้วคราวนี้ยกโทนอาร์มามาวัดจุด Overhang หรือ จุดด้านในสุดของ BT ถ้าหากหัวเข็มยังไม่ตรงกับเส้นทางเดินโทนอาร์มให้คุณขยับหัวเข็มเข้าออก โดยให้หัวเข็มขนานกับหัวติดตั้งโทนอาร์ม (เห็นไหมครับว่าการติดตั้งสองจุดนี้การขยับเพื่อตั้งแตกต่างกัน) เมื่อขยับจนหัวเข็มจรงทางเดินดทนอาร์มแล้ว ให้คุณกลับไปทำในข้อหนึ่งอีกครั้ง ถ้ายังไม่ตรงก็ให้ขยับ BT เมื่อตรงแล้วก็ทำซ้ำ ข้อสอง ทำซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งทั้งสองจุดใกล้เคียงทางเดินโทนอาร์ม เป็นอันว่าสำเร็จ

จุด Overhang

ก่อนที่จะพักเพื่อเริ่มใหม่ ให้คุณนำสก๊อตเทปมาติดกับ BT เพื่อมิให้มันเคลื่อนที่ ทำอย่างระมัดระวังที่สุดอย่าให้มันเคลื่อนเด็ดขาด มิฉะนั้นคุณต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

พักดื่มน้ำพักหนึ่งกลับมาตั้งหัวเข็มกันต่อ

ขั้นต่อไปคือการปรับมุมองศาของจุด Null Point

1.นำหัวเข็มมาวางลงบนจุด Inner Null Point วางมันอย่างระมัดระวัง โดยให้ปลายเข็มวางลงบนจุดตัดระหว่างเส้นขนาน ขอให้คุณวางในจุดนั้นแบบตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใช้ไฟฉายส่องเป้นการช่วย และใช้แว่นขยายช่วยมอง

วิธีการตั้งก็คือ ให้ก้านเข็มขนานกับเส้นขนาน BT ทำจากกระจก ถ้าคุณเคลื่อสายตาไปทางซ้ายหรือขวา เจ้าเส้นขนานนี้จะกลายเป้นสองเส้น นี่เป็นคำตอบว่าทำไมมันจึงทำจากกระจก ก็เพราะว่าเราต้องเล็งก้านเข็มให้ขนาดกับเส้น จุดที่สังเกตที่ดีที่สุดก็คือ คุณต้องเคลื่อนสายตาจนกว่าเส้นขนานบนด้านบนกับเงาของมันตรงกัน นั่นแหละครับจุดนั้นเป๊ะมาก แล้วดูง่ายด้วย ง่ายกว่าโปรเท็คเตอร์ที่พิมพ์ลงบนพลาสติกมาก เคลื่อนตาจนเงาเส้นขนาน นั่นแหละครับตรงมากๆ

ตอนแรกอาจจะไม่ค่อยคุ้น แต่คุณทำบ่อย ๆ มันจะง่ายขึ้นเองอย่างไม่น่าเชื่อ

ถ้าก้านเข็มไม่ตรง ให้คุณขยับให้ขนาน จากนั้นก็วัดใหม่ วางหัวเข้มลงตรงจุดตัด จนตรงที่สุดนั่นแหละครับ

จุด Null Point ด้านใน ตั้วก้านเข็มให้ขนาน โดยหัวเข็มวางอยุ่บนจุดตัด

2.นำหัวเข็มไปตั้งบนจุด Outer Null Point ทำเหมือนข้อแรกทุกอย่าง

ทำสลับกันไปมาหลาย ๆ รอบ เพื่อความแน่ใจว่ามันใกล้เคียงที่สุดเท่าที่เรามีความสามารถ

จุด Null Point ด้านนอก

3.มาถึงข้อยาก เมื่อคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดตรง และใกล้เคียงแล้ว ถึงเวลาขันเจ้าน๊อตของหัวเข็มเสียที

บอกได้เลยครับว่าเมื่อคุณขันน๊อตหัวเข็มจะเคลื่อนที่ไม่มากก็น้อย ดังนั้นคุณจะต้องค่อย ๆ ขันน๊อต ค่อยตั้ง ทำจนขันน๊อตแน่นที่สุดเท่าที่ทำได้ คุณต้องกลับไปเช็คตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1-2 อีกหน

เป็นอันเสร็จสิ้น จากนั้นการตั้งน้ำหนักหัวเข็มเป้นเรื่องที่หมูอย่างไม่น่าเชื่อ และดูเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะใช้เวลาระหว่าง 1-3 ชั่วโมง แล้วแต่ความโชคดี ถ้ามือคุณเที่ยงตรงราวพระเจ้าจับวาง หรือมือไม่บังเอิญไปโดนโปรเทคเตอร์จนขยับนั่นแหละครับ (สิ่งทั้งหมดเกิดกับผมมาแล้ว)

ทดสอบฝีมือ ทดสอบเสียง ถึงเวลาฟังเพลง

อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าความพยายามของคุณกับเจ้า BT เกิดไม่ได้ผล ราคาค่างวดของมัน แรงกายที่คุณทุ่มเทลงไป แล้วเครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณยังร้องเพลงเป็นเพียงครึ่งแผ่น เพราะเมื่อเลยกลางแผ่นไปแล้วเสียงมันจะแหบพร่าซ่าบ้าอย่างกับอะไรดี ความภูมิใจของคุณกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงราคาแพง เอาไปสู้เครื่องเล่นซีดีราคาถูกยังไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมีแต่หายนะเท่านั้น

ดังนั้นก่อนที่คุณจะทดสอบเสียงหลังการตั้งหัวเข็ม (ไม่ว่าจะเป็นโปรเทคเตอร์ตัวไหน) ขอให้คุณติดตั้งเครื่องเล่นแผ่นเสียงเข้าไปยังระบบให้สมบูรณ์ตามเดิม จากนั้นเช็คสายสัญญาณต่าง ๆ ว่าต่อถูกต้องหรือเปล่า ถ้าเป็นแอมป์หลดคุณก็เปิดแอมป์อุ่นเครื่องเอาไว้ เปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงให้หมุนไปเรื่อย ๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว อาบน้ำ หรือดื่มกาแฟ ชา สักแก้ว ค่อยกลับมาฟังมัน

เลือกแผ่นเสียงที่คุณเกลียดที่สุด เพราะเสียงด้านในแผ่นแหบซ่ามาตลอด และคุณไม่เคยฟังมันเลยหลังจากฟังได้หนเดียว จากนั้นก็บรรจงวางแผ่นลงบนแพลตเตอร์ที่หมุนคอยเรา ยกหัวเข็มลงบนกลางแผ่น เร่งโวลุ่ม เดินไปยังจุดสวีทสปอร์ต หลับตา ฟังเสียง

Best Tractor กับซีเรียลนัมเบอร์เฉพาะ พร้อมชื่อเครื่องเล่นแผ่นเสียง โทนอาร์ม และเจ้าของ

Best Tractor by Yip is The Best Call

ผมจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรดี มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินบรรยาย เหมือนผมเปลี่ยนหัวเข็มใหม่ แทรคแรกซึ่งปกติไม่ค่อยเออร์เรอร์มันให้เสียงที่ยอดเยี่ยมมาก เสียงกลาง เบส แหลม ที่ไม่เคยมาก่อน มันทำให้เห็นแล้วว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงดีกว่าซีดีหลายเท่าตัวเมื่อใช้ BT จากนั้นเมื่อโทนอาร์มวาดเข้าไปยังร่องเสียงด้านในจากกลางแผ่นจนแทรคสุดท้าย เมื่อก่อนมันเต็มไปด้วยความพร่า ที่ไม่มีโปรเทคเตอร์ตัวไหนทำได้ แต่ Best ทำได้

อาการเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง ผมไม่รู้จะสดุดีเจ้า BT นี้อย่างไร แต่นั่นแหละครับมันทำมาเพื่อคนเล่นแผ่นเสียงแบบเข้าเส้น และถ้าคุณต้องการให้เครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณรีดศักยภาพของมันออกมาทั้งหมด การติดตั้งหัวเข็มที่ถูกต้อง คือหนทางแรกที่คุณต้องทำ

และทำเดียวนี้

ชุดเครื่องเสียงที่ใช้ทดสอบ

Filed under: Audiophile, High Fidelity, Vinyl Lover , , , , , , , , , , , , , ,

Audio Racks and Stands

ชั้นวางเครื่องเสียงและขาตั้งลำโพง: เรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม
โดย นิวัต พุทธประสาท

1.ชั้นวางเครื่องเสียง
หลายท่านอาจจะคิดในใจว่า (แต่เสียงดัง) ว่าทำไมเล่นเครื่องเสียงกันทีถึงได้มีเรื่องยุ่งยากจุกจิกมากมายอย่างนี้ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือจุกจิกหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าคนที่เล่นกันอย่างจริงจัง หวังว่าการไม่มองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้จะทำให้รีดเค้นประสิทธิภาพของเครื่องเสียงที่ตัวเองมี ไม่เว้นแม้แต่ Low End, Mid End หรือ Hi End ก็สามารถรีดเค้นประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องออกมาได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

อีกประเด็นคือ ถ้าเรารักชอบเสียงเพลงและชอบเล่นเครื่องเสียงแล้วละก็ การใส่ใจทุกรายละเอียดนั้น ทำให้การเล่นเป็นไปอย่างสนุก และมีความสุขเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งบางทีเรื่องบางเรื่องที่เล็กน้อย อาจจะทำให้เครื่องเสียงของเรายกระดับขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง

สำหรับบทนี้ผมขอเขียนถึงชั้นวางเครื่องเสียงและขาตั้งลำโพงสำหรับลำโพงวางหิ้ง
ผมมีความเชื่อว่าท่านที่เล่นเครื่องเสียงมือใหม่ อาจจะไม่ได้นึกถึงชั้นสำหรับวางเครื่องเสียงเสียเท่าไหร่ เพราะมีความเชื่อว่า เครื่องเสียงวางเอาไว้บนอะไรก็ได้ที่ไม่เปียกชื้นก็เป็นพอ แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปนะครับ

ชั้นวางเครื่องเสียง

ชั้นวางเครื่องเสียง

ตามจริงแล้วเครื่องเสียงจะต้องวางในที่มั่นคง อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อการระบายความร้อนที่ดี โดยเฉพาะแอมป์คลาสเอ หรือแอมป์หลอด บางท่านชอบวางเครื่องเสียงซ้อน ๆ กันเป็นชั้นนั้น อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้โดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะแอมป์ หรือเครื่องเล่นซีดี ที่มีความไวต่อการกลไกในการทำงาน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรจะแยกให้แอมป์ตั้งอยู่เดี่ยว ๆ ส่วนเครื่องเล่นเทปหรือเครื่องเล่นซีดี นั้นควรจะให้เครื่องเล่นเทปวางอยู่ชั้นล่าง ส่วนเครื่องเล่นซีดีวางในส่วนที่อยู่บนสุด

บางท่านอาจจะซื้อตู้ หรือเฟอร์นิเจอร์มาวางเครื่องเสียง ผมมีความเห็นว่า ควรจะหาตู้แบบที่ไม่ต้องมีกระจก หรือถ้าแบบมีกระจกก็ควรจะให้ด้านหลังเปิดโปร่ง นอกจากช่วยระบายอากาศแล้ว เวลาที่จะต่อเชื่อมสายสัญญาณ ปลั๊กไฟ หรือเช็คสายจะทำได้ง่ายกว่าตู้ที่ปิดทึบ

ส่วนนักเล่นบางคนมีความเห็นว่า ชั้นวางเครื่องเสียงมีผลกับเสียงมากขนาดนั้นเลยหรือ ซึ่งความจริงแล้วมันมีผลครับ แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับว่า System ของเรามีความละเอียดมากแค่ไหน มีครั้งหนึ่งผมได้เอาแอมป์หลอดไปฟังที่บ้านพ่อตาซึ่งอยู่เมืองกาญจนบุรี ที่บ้านไม่มีอะไรมาวางเครื่องเสียงเลย จึงวางเอาไว้กับพื้นกระเบื้อง เปิดเพลงฟังได้ไพเราะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ฟังอัลบัมที่คุ้นเคยแล้วรู้สึกเสียงมันออกไปในทางอั้น ๆ และเปิดไปนาน ๆ มีเสียงรบกวนพอสมควร ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นที่ระบบไฟบ้านต่างจังหวัดก็เป็นได้ หรือมีสาเหตุมาจากระบบกราวด์ไฟฟ้าที่ไม่ถูกต้อง จากนั้นผมก็ลองหากระดานไม้มาแผ่นหนึ่ง เอามาเป็นที่วางเครื่องแอมป์หลอด ปรากฏว่าเสียงเปิดโปร่งขึ้นกว่าเก่า และเสียงรบกวนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ในคราวนั้นทำให้ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าเครื่องเสียงวางอย่างตามมีตามเกิดมิได้ แต่ต้องใส่ใจกับรายละเอียดทุกอย่าง

รูปแบบการใช้งานของชั้นวาง ทำให้เครื่องเสียงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

รูปแบบการใช้งานของชั้นวาง ทำให้เครื่องเสียงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ

ประเด็นต่อมา เครื่องเสียงหลอดส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักมาก และมีความร้อนสูง โดยเฉพาะแอมป์ซิงเกิ้ลเอนด์ด้วยแล้ว จะมีความร้อนมากกว่าแอมป์ทั่วไป รวมทั้งน้ำหนักตัวที่หนักอึ้งของเอาท์พุตเป็นปัญหาสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่นแอมป์ใหม่ ๆ อย่างแน่นอน แต่ความกังวลเหล่านี้จะหายไปหากเราทำความเข้าใจระบบการทำงานของเครื่องเสียงให้ละเอียด และมองหาชั้นวางเครื่องเสียงมาใช้ โดยเฉพาะชั้นวางที่ผลิตขึ้นเพื่อเครื่องเสียงโดยตรง จะมีผลต่อคุณภาพเสียงและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องในระยะยาวเป็นของแถม

เท่าที่ผมเคยลองวัสดุที่มาเป็นพื้นรองสำหรับวางเครื่องเสียง พบว่าวัสดุที่เหมาะสำหรับวางแอมป์ทั้งแอมป์หลอดและโซลิตสเตจคือ อะคิลิคแผ่นหนา ความหนาน่าจะประมาณสองเซ็นติเมตร เหตุที่อาคิลิคทำได้ดีที่สุดเพราะว่าความทนทาน การทนความร้อน ทำได้ดีไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่อะคิลิคทำได้เหนือกว่าวัสดุอื่นก็คือการสลาย “ความสั่นสะเทือนของคลื่น” (Resonant) นอกจากนั้นความสวยงามของอะคิลิคเองก็ทำให้การออกแบบชั้นวางทำให้เครื่องเสียงดูดีด้วย


วัสดุที่สองคือไม้เนื้อแข็ง วัสดุที่สามคือกระจก ส่วนสุดท้ายคือแผ่นหินอ่อนหรือแผ่นหินขัด

นอกจากวัสดุที่ทำเป็นฐานรองจะเป็นพระเอกแล้ว ขาวางชั้นเครื่องเสียงถือว่าไม่ใช่พระรองแต่เป้นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งทีเดียว ชั้นวางเครื่องเสียงชั้นดีมักจะต้องออกแบบมาให้ถ่ายเทน้ำหนักของเครื่องให้บาลานซ์กันทั้งชั้น ไม่ใช่กดทับน้ำหนักลงไปที่จุดใดจุดหนึ่ง บางเจ้าออกแบบขาเป็นสามขา บางเจ้าสี่ขา แต่ตัวรับน้ำหนักมีสามขา เหตุที่เป็นสามขา เพราะว่าเมื่อชั้นวางรับน้ำหนักเครื่องเสียง มันจะไม่ถ่ายเทน้ำหนักไปที่ขาใดขาหนึ่ง แต่จะแบ่งน้ำหนักไปทั้งสามขานั่นเอง ส่วท่านใดออกแบบเก่ง ๆ รองเอาไปทำดูนะครับ ชั้นวางเครื่องเสียงสวย ๆ ดี ๆ ในเมืองไทยยังมีคนผลิตน้อย และก่อนทำอย่าลืมติดสไปร์ซสำหรับปรับระดับได้ที่ขาด้วยนะครับ เพราะจะช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและปรับความเอียงได้ด้วย

2.ขาตั้งลำโพง
ผมคิดว่าหลายท่านที่มีห้องฟังเพลงเล็ก ๆ ก็มักจะซื้อลำพงวางหิ้งแบบสองทางไปใช้ บางท่านอาจจะไม่ไว้ใจพวกเซลล์ตามร้านเครื่องเสียง เพราะชอบขายของพ่วงมาเสมอ ขาตั้งลำโพงที่เขาเชียร์ให้ซื้อก็หลายสตางค์ บางรุ่นราคาเกือบเท่าลำโพง (ทำใจลำบาก) ก็เลยซื้อแต่ลำโพงมาก่อน จากนั้นก็เอามาวางกับชั้นวางตู้โชว์บ้าง วางบนโต๊ะเก้าอี้บ้าง หรือเอาไปวางใกล้ ๆ โทรทัศน์ บนชั้นวางทีวี (ระวังนะครับเพราะลำโพงบางรุ่นไม่ได้ชีลแม่เหล็กมา จะทำให้โทรทัศน์มีภาพวูบวาบได้)

ลำโพงวางหิ้งนั้นเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่นักเล่นระดับ Mid-End เพราะตัวเล็กหาที่วางง่าย แต่ความจริงแล้วเรื่องราวของมันไม่ได้ง่ายนักถ้าเราซื้อมาแต่ลำโพงโดยไม่มีขาตั้ง อย่างที่ผมกล่าวเอาไว้ข้างต้นคือราคาตัวลำโพงนั้นดูเหมือนไม่แพง แต่ถ้าบวกขาตั้งคุณภาพเข้าไปแล้ว มันมีราคาค่าตัวอยู่พอสมควร แต่ถ้าเราคิดว่าขาตั้งลำโพงไม่มีผลต่อเสียง ถือเป็นความคิดที่ผิดมหรรพ ผิดตั้งแต่เราเลือกซื้อลำโพงวางหิ้งมาใช้แล้ว เพราะคุณสมบัติของลำโพงเล็กคือรายละเอียดเสียงกลางและแหลมจะดีมาก แต่คุณภาพเหล่านั้นจะถูกรีดออกมาได้มาก ก็ต่อเมื่อมันอยู่ในสภาพและสภาวะที่ดีเยี่ยมเท่านั้น ดังนั้นลำโพงวางหิ้งถือเป็นงานที่หินกว่าลำโพงตั้งพื้นมาก ๆ แต่ทั้งนี้ไม่มีอะไรดีไปเสียหมด และยากไปเสียหมดครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเราว่าจะใส่ใจกับรายละเอียดมากแค่ไหน

ขาตั้งลำโพงแบบวางหิ้ง

ขาตั้งลำโพงแบบวางหิ้ง

ขาตั้งลำโพงมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ของยี่ห้อที่ผลิตลำโพง จนถึงขาตั้งที่ผู้ผลิตอิสระคิดค้นขึ้นมา ในที่นี้ผมขอนำเสนอขาตั้งที่ผู้ผลิตอิสระผลิตขึ้นมานะครับ เพราะมีราคาถูกกว่าและหาซื้อได้ง่ายตามบ้านหม้อก็มีอยู่หลายร้าน รวมถึงร้านขายเครื่องเสียงก็มีให้เลือกมากมาย ท่านที่มีฝีมือการช่างก็ยิ่งง่ายสะดวก แค่วัด ตัด เชื่อมและต่อก็ผลิตได้แล้ว

ตามมาตรฐานขาวางลำโพงส่วนใหญ่จะสูงประมาณ 24 นิ้ว เมื่อรวมสไปร์ซแล้ว เมื่อวางลำโพงลงไปแล้ว ทวีตเตอร์หรือลำโพงเสียงแหลมที่อยู่ด้านบนจะอยู่ในระดับเดียวกับหูของผู้ฟัง เมื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้นี่เอง
ส่วนขาตั้งลำโพงวัสดุส่วนใหญ่ที่นิยมคือแท่งเหล็กโปร่ง หรือไม้ บางเจ้าออกแบบเสาเดียว สองเสา สามเสา หรือหกเสา ขึ้นอยู่กับการออกแบบ ว่ากันว่าแต่ละแบบก็ให้ซุ่มเสียงที่ต่างกันไป สำหรับผมชอบแบบหกเสาเพราะดูมั่นคงที่สุด ส่วนพื้นรองลำโพงไม่ว่าจะเป็นไม้หรือเหล็กก็ได้ครับและน้ำเสียงก็ต่างกันแล้แต่ความชอบของแต่ละคน (ไม้ให้เสียงนุ่มนวล ส่วนเหล็กให้เสียงคมชัดรายละเอียดดี) บางเจ้าทำให้ขาลำโพงสามารถกรอกทรายลงไปได้ด้วย ทรายจะช่วยในการสลายคลื่นความสั่นสะเทือนนั่นเอง

บางคนเมื่อเลือกขาตั้งลำโพงได้แล้วมีการจูนเพิ่มเติมเช่นวางลำโพงบนทิปโทอีกที บางคนก็จูนด้วยดินน้ำมัน เอาไว้รองลำโพงกันตกกระแทก ก็แล้แต่ครับถ้าได้เสียงที่ดีขึ้นก็ไม่ว่ากันทำไปเลยครับ
สำหรับท่านที่มีลำโพงวางหิ้ง แต่ยังไม่มีขาตั้งลำโพง ลองดุนะครับ แล้วจดตั้งลำโพงตามแบบที่ผมนำเสนอไปในบทความที่แล้ว ผมเชื่อว่าท่านจะได้รับคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิม ในซิสเต็ม (System) เดิมได้อย่างแน่นอน

Filed under: Audiophile, Front End, High Fidelity , , , , , , , , , , , , , , ,

NiwatBlog.com

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน มีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของชื่อเวบเล็กน้อยนะครับ เพื่อที่ผู้อ่านจะได้เข้าถึง Blog แห่งนี้ได้ง่ายขึ้นคือ ทางเราได้เพิ่มชื่อโดเมนจากเดิม www.paganini599.wordpress.com ซึ่งชื่อค่อนข้างยาว และจดจำยาก ต่อไปนี้ท่านผู้อ่านสามารถเข้าถึง Blog ของผู้เขียนด้วยชื่อที่จำง่ายขึ้นและสั้นคือ www.niwatblog.com

ส่วนเนื้อหาของเราจะค่อย ๆ ปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อย ๆ นะครับ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุด

Twitter

ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร: ทินกร หุตางกูร

Tinnakorn

ผลงานเรื่องสั้นเล่มที่สองของทินกร 9 เรื่องสั้นน่าอ่าน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2

ลมหายใจอุบัติซ้ำ: นิวัต พุทธประสาท

Niwat Puttaprasart

"ลมหายใจอุบัติซ้ำ" จะนำผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค พวกเขาจะฝ่าฟันอุปสรรคความรักไปได้อย่างไร

เรื่องรักธรรมดา: เรื่องรักที่คุณจะไม่มีวันลืม

รวมเรื่องสั้นว่าด้วยความรัก จากปลายปากกาหลายนักเขียนร่วมสมัย

RSS Sky 365 Diary

  • 06 Mar 10
    โดดเดี่ยวกลางทุ่ง อ้างว้างเหน็บหนาว แม้แดดแผดเปรี้ยง Filed under: MAR 2010 Tagged: สุพรรณบุรี, MAR, Sky365
  • 05 Mar 2010
    ท้องฟ้ายามเย็น Filed under: MAR 2010 Tagged: สุพรรณบุรี, MAR, Sky365
  • MARCH 04 2010
    ความรักแสนเศร้า Filed under: MAR 2010 Tagged: นครปฐม, Love, MAR, Sky365
  • 3 March 2010
    Filed under: MAR 2010 Tagged: กาญจนบุรี, เลาขวัญ, MAR
  • FEB-12-2010
    ขอบฟ้าก่อนวาเลนไทน์สองวัน Filed under: FEB 2010 Tagged: กาญจนบุรี, เลาขวัญ, FEB, Sky365
  • FEB 2010: How Hight The Moon
    จักขานเพรียกเรียกเดือนเพ็ญเยี่ยงไรในคืนที่มืดมน Filed under: Uncategorized Tagged: นครปฐม, ศาลายา, Bangkok, FEB, Sky365
  • Jan 29: หัวหินยามเช้า
    หัวหินยามเช้า แสงแดดอุ่น น้ำทะเลเย็น หาดทรายสงบ Filed under: Jan 2010 Tagged: หัวหิน, Hau-Hin, Jan, Sky365
  • Jan 2010: ความมืดในฤดูหนาว
    วันเหงา ๆ ที่ผ่านไปเชื่องช้าผสมรวดเร็ว บางทีก็เหนื่อยหน่าย บางทีก็ระทึกปนเปกันไป Posted in Jan 2010 Tagged: กรุงเทพฯ, บางบอน, Bangkok, Jan, Sky365
  • Jan/24/2010: ยามเช้าหน้าค่ายลูกเสือ
    ยามเช้าหน้าค่ายลูกเสือโรงเรียนสารสาร์ทบางบอน อากาศเย็นประมาณยี่สิบห้าองศาเซลเซียส มีหมอกในตอนเช้า แต่พอแสงแดดส่อง ท้องฟ้าก็โปร่งใส Posted in Jan 2010 Tagged: กรุงเทพฯ, Bangkok, Jan, Sky365 […]
  • Jan/23/10
    ภาพถ่ายท้องฟ้าหน้าโรงเรียนสาธิตศิลปากร นครปฐม ในช่วงเวลาเช้า Posted in Jan 2010 Tagged: นครปฐม, Jan, Nakornpathom, Sky365

RSS Alternative Book

  • หลักการพิมพ์งานกับ Alternative Book
    Alternative Book / อัลเธอเนทีฟบุ๊ค เป็นสำนักพิมพ์อิสระซึ่งก่อตั้ง-ต่อเนื่องมาจากบู๊ธ Alternative Writers  (AW) ซึ่งเป็นบู๊ธหนังสือวึ่งเปิดขายหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือ-มหกรรมหนังสือ อย่างต่อเนื่อง อัลเธอเนทีฟบุ๊คจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางทาง AW ต้องการสนับสนุน โดยเฉพาะนักเขียนหน้าใหม่ นักเขียนอิสระ นักเขียนที่มีผลงานอยู่แล้ว แต่ต้องการผลิตงานในแบบฉบับเฉพาะ […]
  • Alternative Book
    สำนักพิมพ์อัลเธอเนทีฟบุ๊ค หนึ่งในกิจกรรมของบู๊ธ Alternative Writers ในงานสัปดาห์หนังสือ ทางสำนักพิมพ์จะมีผลงานใหม่ล่าสุดของนักเขียนมานำเสนอ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของสำนักพิมพ์ที่จะจัดพิมพ์หนังสือในฐานะหนังสือทางเลือก Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Thailand, Writers […]
  • พบกับบู๊ธ Alternative Writers ในงานสัปดาห์หนังสือ
    พบกับบู๊ธอัลเธอเนทีฟไรเตอร์ในงานสัปดาห์หนังสือระหว่างวันที่ 26 มีนาคม- 5 เมษายน 2553 เลขที่บู๊ธ M12 โซน C ชั้น 1 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Alternative Writers, งานสัปดาห์หนังสือ, Thailand, Writers […]
  • Hello world!
    สำนักพิมพ์อัลเธอเนทีฟบุ๊คขอต้อนรับทุกท่านสู่เวบไซต์อันเป็นช่องทางการสื่อสาร เพื่อเข้าถึงความเคลื่อนไหวของสำนักพิมพ์ Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Thailand, Writers […]

RSS บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด

  • ปี๊ปพลาสติกเล็ก
    ปี๊ปพลาสติกเล็ก หรือ ปี๊ปเล็ก มีขนาดเล็กลงมาจากปี๊ปกระจกใหญ่ สามารถนำไปใส่ขนมปังไส้ประรด ไส้ครีมกลิ่นต่าง ๆ เชสชีส ทองม้วน ขนมอบกรอบ ปี๊ปเล็กนี้มีความกว้าง 17.50 เซ็นติเมตร หนา 14.50 เซ็นติเมตร โดยมีความสูงอยู่ที่ 24 เซ็นติเมตร […]
  • ปี๊ปกระจกใหญ่
    ปี๊ปกระจกใหญ่ผลิตจากเหล็กพิมพ์สีเกรดอาหาร กระจกซีลด้วยกาวป้องกันอากาศเข้า ปี๊ปกระจกใหญ่สามารถใส่ขนมได้หนักถึงห้ากิโลกรัม เหมาะสำหรับนำไปใส่ขนมปัง บิสกิต ทองม้วน ขนมขาไก่ […]
  • บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด
    บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 9/8 หมู่ที่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73110 โทรศัพท์ 034-295-424 โทรสาร 034-295-283 […]

วันเวลาที่ผ่านเลย

มีนาคม 2010
พฤ อา
« ก.พ.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

RSS บทความจาก thaiwriter.net

  • My favorite book มีนาคม 5, 2010
    Niwat Puttaprasart
  • Like Water For Chocolate กุมภาพันธ์ 5, 2010
    มหัศจรรย์ภาพยนตร์ในแบบอัตถนิยมมายา โดย หอมรำเพย ตั้งแต่ภาพยนตร์กำเนิดขึ้นมายาภาพบนหนังล้วนถูกเกสรรค์ให้ภาพยนตร์เป็นเหมือนจริง มากกว่าเสกสรรค์ให้มันกลายเป็นเรื่องโกหก เราจึงแลเห็นเทคนิคต่าง ๆ ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนเดินเข้าไปในโลกที่ผู้กำกับสร้างขึ้นอย่างเสมือนจริง ดูนั่นสิ “อวตาร” ภาพดาวเพนโดราที่ประกาศว่ามันมีอยู่จริง แม้มันคือโลกจินตนาการก็ตามที ตรงข้ […]
    Other Author
  • แรงกระเพื่อมของปัจเจกชน มกราคม 28, 2010
    ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร: แรงกระเพื่อมของปัจเจกชน โดย ‘หอมรำเพย’ “ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร” เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มที่สองของทินกร หุตางกูร นักเขียนร่วมสมัยที่หลายคนยกย่องให้ผลงานของเขาแปลกตา มีเอกลักษณ์เฉพาะ อย่างที่หานักเขียนร่วมสมัยของไทยเสมอเหมือน งานเขียนของทินกรมีรูปแบบที่เป็นอิสระ หากจะบอกว่าตัวตนของเขาเกิดจากภาวะไม่สามารถเคลื่อนย้ายทางกายภาพ ทว่าสิ่งท […]
    Other Author
  • Tango มกราคม 25, 2010
    หนังซ้อนเบื้องหลังหนัง ไม่บ่อยนักที่ผมจะซื้อแผ่นซีดีเพลงประกอบหนังมาฟังก่อนได้ดูหนัง ทว่ากฎนี้ของตัวเองหมดไป เพราะผมอดใจที่จะฟังเพลงจากเรื่อง Tango ก่อนไม่ได้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะซีดีเพลงประกอบหนังชุดนี้ถือว่าสุดยอดชุดหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ชอบเพลงแทงโก้ ส่วนคนที่จะเริ่มฟังเพลงคลาสสิก หรือกำลังหาเพลงประเภทนี้มาฟัง ซีดีประกอบหนังชุดนี้สมบูรณ์ และไพเราะมาก ๆ เมื […]
    Niwat Puttaprasart
  • อนุสรณ์ ติปยานนท์: มรณสักขี มกราคม 22, 2010
    ภาพเลือนของความจริง โดย หอมรำเพย มรณสักขี เป็นผลงานเล่มใหม่ล่าสุดของอนุสรณ์ ติปยานนท์ หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องสั้นเรื่องเดียว จัดพิมพ์ในรูปแบบพ็อคเก็ตบุ๊คขนาดกระทัดรัด จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เคหวัตถุ ซึ่งอนุสรณ์เป็นผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันนักเขียนต้องขยับตัวเองมาเป็นผู้ผลิตหนังสือ แม้การสวมหมวกหลายใบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่โดยความเป็นจริงแล้วความบิดเบี้ยวของระบบใ […]
    Other Author
  • ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก มกราคม 13, 2010
    ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก โดย: มณีกาญจน์ ไชยนนท์ นักวิจัย สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พิมพ์ครั้งแรก: มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน แนวคิดเกี่ยวกับภาพยนตร์ ยุคเริ่มต้น 1880-1915 ภาพยนตร์ในฐานะศิลปะในยุคเงียบ (Silent Era) บริบทแรก ของการมองภาพยนตร์ในฐานะภาพรวม อย่างที่ Melies, Ricciotoo Canudo และ Abel Gance มองว่าภาพย […]
    Other Author
  • เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ธันวาคม 18, 2009
    เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ภัควดี วีระภาสพงษ์ พิมพ์ครั้งแรกที่ ประชาไทยเวบไซต์ หมายเหตุ: อันที่จริง ผู้เขียนไม่ค่อยให้ความสนใจกับรางวัลโนเบลหรือรางวัลใด ๆ ด้านวรรณกรรมมากนัก (แน่นอน รวมทั้งซีไรท์ด้วย) บางปีก็ตกข่าวด้วยซ้ำว่าใครได้ แต่เนื่องจากผู้เขียนได้รับคำชวนที่ไม่ควรปฏิเสธจาก อ.ชัชวาล ปุญปันให้ไปร่วมงานเสวนาวิชาการในดวงใจ […]
    Other Author
  • สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ตุลาคม 28, 2009
    สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักวิชาการและนักแปลอิสระ หมายเหตุ บทความแปลชิ้นนี้ ได้รับมาจากผู้เขียน ทางกองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนต้องขอขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี้ ต้นฉบับของบทความนี้ชื่อ Superstars and Globalization: Interviewing Arundhati Roy by Sonali Kolhatkar, Znet (บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา) บทความฟรี […]
    Other Author
  • ขอเชิญร่วมงานมหกรรมหนังสือครั้งที่ 14 ตุลาคม 13, 2009
    ในงานมหกรรมหนังสือ ครั้งที่ 14 พบกับบู๊ธ ALTERNATIVE WRITERS หมายเลขบู๊ธ O15 โซนซีชั้นหนึ่ง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2552 ระหว่างเวลา 10.00น.-20.30 น. ที่บู๊ธพบกับหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายอาทิเช่น สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น ของปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์กำมะหยี่ ผู้จัดพิมพ์งานของมูราคามิ สำนั […]
    Niwat Puttaprasart
  • ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา กันยายน 28, 2009
    ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา ประจักษ์ ก้องกีรติ : เขียน คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกริ่นนำ ราวปี 2513 ท่ามกลางบรรยากาศของสังคมไทยยุค "แห่งการพัฒนา", "อเมริกันในไทย" และ "เผด็จการคณาธิปไตย" แม้จะไม่ใช่ปีที่สลักสำคัญจนถูกบันทึกหรือได้รับการจดจำเป็นพิเศษ ในหน้าปฏิทินประวัติศาสตร์ไทย แต่เป็นปีท […]
    Other Author

Watch videos at Vodpod and other videos from this collection.

Flickr Photos

Marsden Rocks

Gull

Fireplace Ferns

Inside The Crocus Head

Snowy Droplets

Waving Stamen

Snowdrop

Crag

Crocus Blue

Gossamer Threads

More Photos

Top Rated

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Since May 2008

  • 29,598 hits