ผมเริ่มเอาอุปกรณ์ลงแผ่นปริ๊นซ์ ตอนแรกก็มือสั่น ๆ เละ ๆ ตามประสามือใหม่ครับ แต่ทำไปเรื่อย ๆ เริ่มชำนาญขึ้นครับ C ตัวสีขาวคุณมดบอกให้เอาไว้ด้านบนหลอด แต่ผมลองแล้วมันใหญ่มากครับ ก็เลยต้องเอาไปเบียดด้านอุปกรณ์
มาดูด้านที่ต้องบัดกรีบ้างครับ เละ เป็นจุด ๆ ผมละกลัวช๊อตจริง ๆ อุปกรณ์ที่ยังไม่ได้ลงปรินซ์มีอีกสองสามจุดครับ เดี๋ยววันนี้จะมาทำต่อ ตอนแรกผมจะใช้กล่องอลูมิเนียมของ ATI แต่ไปค้นเจอกล่องที่พี่สมานเคยให้มาเมื่อครั้ง Work Shop ก็เลยจะเอาไปเจาะรูวันนี้ครับ
วันรุ่งขึ้น ผมมานั่งไล่ว่าทำอะไรพลาดไปหนอ ทำไมมันไม่ดัง ค่อย ๆ ตรวจทีละจุดจนกระทั่งพบว่าเป็นความสะเพร่าของตัวเอง ดันใส่ R สลับค่า สลับตัวกัน พอจัดแจงเปลี่ยนแล้วลองเสียง ดังแล้วครับ เอาภาพไปดูคร่าว ๆ ก่อนนะครับ เรื่องเสียงยังไม่คอมเม้นต์ เอาไว้ประกอบลงตัวถังแล้วยกเอาไปฟังที่ซิสเต็มที่บ้าน พร้อมถ่ายรูปมามากกว่านี้ ค่อยมาว่ากันที่เสียงต่อนะครับ แต่ที่ได้ยินคร่าว ๆ คือ ผมพบว่าเสียงมีมวลความหนามากขึ้นครับ
คืนวันเสาร์ผมยก ปรี 12au7 เสียบด้วยหลอด Philips กลับมาถึงที่บ้าน จากนั้นก็จัดแจงจัดเข้าชุดเครื่องเสียงชุดแรกที่อยู่ข้างล่าง อันประกอบด้วยลำโพง Fostex 126E แอมป์ EL34 SE ของคุณมด แล้วก็เครื่องเล่นซีดี Teach ม้าแก่ที่กรำศึกมาร่วมสิบปี จัดแจงต่อไฟเรียบร้อยก็เปิดฟังครับ เสียงที่ได้ยินพบว่ามันมีความหนาใหญ่ แบบหลอดมาก เสียงกลางมีบรรยากาศโอบล้อม แต่ปลายเสียงแหลมยังออกขุ่น ๆ เสียงเบสยังไม่ค่อยโฟกัส ผมคิดว่าคงต้องเบิร์นอีกหลายชั่วโมง กว่าจะเข้าที่ เสียงกลางถือว่าดีมากครับ แต่ผมอยากจะจูนให้เสียงมันโปร่งกว่านี้หน่อยครับ ผมรู้สึกว่ามันหนาไปนิด (ไม่รู้ต้องเปลี่ยนค่าที่ตัวไหน) ที่ผมชอบปรีตัวนี้คือเวลาเปลี่ยนหลอดคนละยี่ห้อเข้าไปสามารถได้ยินเสียงและบุคลิกที่แตกต่างได้ดีมากเลยครับ
สียงที่ได้ยินถือว่าคุ้มค่ามากครับ ไม่คิดว่าจะทำได้ แม้จะสู้มืออาชีพไม่ได้ (อย่างนี้มีเครื่องตัวไปแน่นอน) กล่องอลูมิเนียมไม่ต้องเจาะให้ความร้อนระบายครับ ผมว่ามันไม่ค่อยร้อนเสียเท่าไหร่ ลองเปิดเอาไว้ทั้งคืนไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนครับ
มีค่า R และ C บางค่าไม่ตรงกับในวงจรที่ให้มาเพราะหาไม่ได้ครับ ก็เลยต้องเอาค่าที่ใช้ได้ (อันนี้ผมถามอาจารย์มดเรียบร้อยแล้ว ไม่กลัวช๊อตแน่นอน ) สายไวริ่งไปที่ RCA ผมใช้สายสัญญาณของ Monster ที่ผมซื้อมาใช้นานแล้ว ส่วนสายสัญญาณเข้าเป็นสาย Canare ครับ
หลังจากฟังจากชุดเครื่องเสียงแรก ผมยก ปรี 12au7 ตัวนี้ขึ้นไปฟังชุดใหญ่ของผมที่ห้องฟังใหญ่ ซึ่งเป็นชุดอ้างอิงของผมเวลามีอะไรมาใหม่ก็ต้องฟังจากชุดนี้ครับ พอเปิดฟังพบว่าลำโพงโมสาร์ทมันฟ้องเรื่องฝีมือการทำของผมอย่างชัดเจนว่าระดับอนุบาล ตอนฟังลำโพง Fostex มันไม่ฟ้องเรื่องคุณภาพเสียงเท่าไหร่ ผมรู้ว่ามันดีใช้ได้เลย แต่พอมาฟังกับลำโพงโมสาร์ท ผมรู้สึกว่ามัน “Miss Match” คือไม่เข้ากันของระบบ แต่เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของมันคือความหนานุ่มยังติดตัวมาเต็มที่ ข้อดีอีกข้อของปรีตัวนี้คือ มันมีความเงียบสงัดมาก เงียบกว่าปรีแอมป์ TS ที่ผมใช้อยู่ประจำเสียอีก
สิ่งที่ต้องจูนกันคือทำให้เสียงโปร่งขึ้นอีกนิดนึงมันจะสมบูรณ์มาก นอกเรื่องปรี 12au7 สักหน่อยนะครับ พอดีพี่ใหญ่ได้ทำ Stabilizer หรือเครื่องกดทับแผ่นเสียงมาให้ลอง ผมเพิ่งมีเวลาลองเมื่อวันอาทิตย์นี้ครับ แล้วก็ลองในแบบ AB เทสต์ด้วย อันซ้ายเป็นของพี่ใหญ่ ส่วนอันขวาเป็นของผม ของผมหนักกว่าพอสมควรครับ
ในการทดสอบพบว่าการใช้ Stabilizer นั้นมีผลกับเสียงแน่นอนครับ เมือใช้จะได้เสียงที่เนียนและนุ่มขึ้น แต่เบสไม่ค่อยโปร่ง ส่วนเสียงแหลมมีอาการเก็บตัวเร็วไปนิดหนึ่ง ผมคิดว่ามันเหมาะมากสำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีรอบเร็ว หรือมีความไม่นิ่งของเสียง หรือชุดเครื่องเสียงที่มีอาการจัดของเสียง เป็นของเล่นที่ Analogism น่าจะมีเอาไว้ใช้ครับ โดยเฉพาะคนที่เล่นแผ่นเพลงไทยจะใช้ได้ผลมากกว่าแผ่นเพลงสากลครับ


) แรกสุดคือเจาะรูสำหรับขั้วลำโพง แล้วบัดกรีสายจากลำโพงเข้าขั้วก่อน เมื่อประกอบขั้วลำโพงแล้ว จึงค่อยเจาะสกรูลำโพง จากนั้นค่อยเชื่อมลำโพงกับสายลำโพง คราวนี้ผมไม่ใส่ใยแก้วอัดเข้าไปเหมือนคราวแรก การบัดกรีดีกว่าตอนทำตัวแรกมาก ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงก็ทำสำเร็จ เสียเหงื่อไปเล็กน้อยเท่านั้น





