Info

Posts from the Vacuum Tubes Category

ผมอยากได้ เฮดโฟนแอมป์มานานแล้วครับ จะได้เอามาใช้ฟังเพลงที่ออฟฟิศ ฟังวิทยุทางคอมพิวเตอร์ แต่ก็มักจะโดนโครงการอื่นตัดหน้าไปเสียก่อน เคยคิดว่าถ้าจะทำก็มีเงื่อนไขคืออยากได้แบบราคาประหยัด ไม่แพงมาก ถ้าเป็นหลอดด้วยยิ่งดี

บังเอิญไปเจอชุด Kit ขายที่ Ebay ราคาไม่สูงมาก ก็เลยซื้อมาใช้ดูครับ

ผมซื้อชุดลงอุปกรณ์มาเลย

แล้วมาลองเปลี่ยนตัวเก็บประจุ และ ตัวต้านทานบางตัว

ลองตัวเก็บประจุไปสองสามยี่ห้อ มาจบที่ West Cap ที่จริงอยากได้ Jensen แต่มีค่า 0.1 อยู่ในมือตัวเดียว

ลองใช้ค่าที่น้อยกว่า เสียงจัดไปหน่อย ส่วนค่าที่มากหน่อยก็ทึบไป

ชุด Kit ของเขา แถมมาพร้อมกับหลอด 6dj8 1 หลอด และ ปลั๊กแปลงไฟ 220V ออก 24 VDC

หลอดของเขาที่ให้มาไม่ระบุสัญชาติ เดาว่าน่าจะเป็นของจีน

ผมลองเปลี่ยนหลอดหลายยี่ห้อ มาจบที่ Phillips 6922 ก็โอเคครับ ทำให้เสียงโปร่งขึ้น

ต้องยอมรับว่าแผ่น PCB ของฮ่องกงทำดีกว่าบ้านเราครับ โดยเฉพาะตัวหมุดที่เจาะรูสำหรับบัดกรีขาอุปกรณ์ ของบ้านเรา ถ้าบัดกรีเข้าออกบ่อย ๆ ตัวหมุดมักจะหลุดออกมาก่อนเสมอ

แต่ตอนเปลี่ยน C แผ่น PCB ของเขา โดยเฉพาะหมุดดูแน่นหนาไม่เปราะบาง ความหนาของแผ่น PCB ก็มากกว่า

แนวเสียง หนานุ่ม ไม่กัดหู ผมไม่มีเฮดโฟนดี ๆ ลองใช้ ที่ใช้อยู่เป็นของไต้หวันราคา 180 บาท ถ้าเทียบกับเอาเฮดโฟนต่อตรงเข้าหูฟัง เสียงดีกว่าชัดเจน

ส่วนโวลุ่ม เป็นสวิตส์แบบเปิดปิดด้วย ทำให้สะดวกมากเวลาที่จะพักแอมป์หรือไม่ได้ใช้แอมป์ ก็เพียงแต่คลิกที่โวลุ่ม ไฟเลี้ยงไส้หลอดก็จะดับลง

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11122

ผมเริ่มเอาอุปกรณ์ลงแผ่นปริ๊นซ์ ตอนแรกก็มือสั่น ๆ เละ ๆ ตามประสามือใหม่ครับ แต่ทำไปเรื่อย ๆ เริ่มชำนาญขึ้นครับ C ตัวสีขาวคุณมดบอกให้เอาไว้ด้านบนหลอด แต่ผมลองแล้วมันใหญ่มากครับ ก็เลยต้องเอาไปเบียดด้านอุปกรณ์

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11125

มาดูด้านที่ต้องบัดกรีบ้างครับ เละ เป็นจุด ๆ ผมละกลัวช๊อตจริง ๆ อุปกรณ์ที่ยังไม่ได้ลงปรินซ์มีอีกสองสามจุดครับ เดี๋ยววันนี้จะมาทำต่อ ตอนแรกผมจะใช้กล่องอลูมิเนียมของ ATI แต่ไปค้นเจอกล่องที่พี่สมานเคยให้มาเมื่อครั้ง Work Shop ก็เลยจะเอาไปเจาะรูวันนี้ครับ

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11331

วันรุ่งขึ้น ผมมานั่งไล่ว่าทำอะไรพลาดไปหนอ ทำไมมันไม่ดัง ค่อย ๆ ตรวจทีละจุดจนกระทั่งพบว่าเป็นความสะเพร่าของตัวเอง ดันใส่ R สลับค่า สลับตัวกัน พอจัดแจงเปลี่ยนแล้วลองเสียง ดังแล้วครับ เอาภาพไปดูคร่าว ๆ ก่อนนะครับ เรื่องเสียงยังไม่คอมเม้นต์ เอาไว้ประกอบลงตัวถังแล้วยกเอาไปฟังที่ซิสเต็มที่บ้าน พร้อมถ่ายรูปมามากกว่านี้ ค่อยมาว่ากันที่เสียงต่อนะครับ แต่ที่ได้ยินคร่าว ๆ คือ ผมพบว่าเสียงมีมวลความหนามากขึ้นครับ

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11426

คืนวันเสาร์ผมยก ปรี 12au7 เสียบด้วยหลอด Philips กลับมาถึงที่บ้าน จากนั้นก็จัดแจงจัดเข้าชุดเครื่องเสียงชุดแรกที่อยู่ข้างล่าง อันประกอบด้วยลำโพง Fostex 126E แอมป์ EL34 SE ของคุณมด แล้วก็เครื่องเล่นซีดี Teach ม้าแก่ที่กรำศึกมาร่วมสิบปี จัดแจงต่อไฟเรียบร้อยก็เปิดฟังครับ เสียงที่ได้ยินพบว่ามันมีความหนาใหญ่ แบบหลอดมาก เสียงกลางมีบรรยากาศโอบล้อม แต่ปลายเสียงแหลมยังออกขุ่น ๆ เสียงเบสยังไม่ค่อยโฟกัส ผมคิดว่าคงต้องเบิร์นอีกหลายชั่วโมง กว่าจะเข้าที่ เสียงกลางถือว่าดีมากครับ แต่ผมอยากจะจูนให้เสียงมันโปร่งกว่านี้หน่อยครับ ผมรู้สึกว่ามันหนาไปนิด (ไม่รู้ต้องเปลี่ยนค่าที่ตัวไหน) ที่ผมชอบปรีตัวนี้คือเวลาเปลี่ยนหลอดคนละยี่ห้อเข้าไปสามารถได้ยินเสียงและบุคลิกที่แตกต่างได้ดีมากเลยครับ

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11427

สียงที่ได้ยินถือว่าคุ้มค่ามากครับ ไม่คิดว่าจะทำได้ แม้จะสู้มืออาชีพไม่ได้ (อย่างนี้มีเครื่องตัวไปแน่นอน) กล่องอลูมิเนียมไม่ต้องเจาะให้ความร้อนระบายครับ ผมว่ามันไม่ค่อยร้อนเสียเท่าไหร่ ลองเปิดเอาไว้ทั้งคืนไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนครับ

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11431

มีค่า R และ C บางค่าไม่ตรงกับในวงจรที่ให้มาเพราะหาไม่ได้ครับ ก็เลยต้องเอาค่าที่ใช้ได้ (อันนี้ผมถามอาจารย์มดเรียบร้อยแล้ว ไม่กลัวช๊อตแน่นอน ) สายไวริ่งไปที่ RCA ผมใช้สายสัญญาณของ Monster ที่ผมซื้อมาใช้นานแล้ว ส่วนสายสัญญาณเข้าเป็นสาย Canare ครับ

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11432

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11434

หลังจากฟังจากชุดเครื่องเสียงแรก ผมยก ปรี 12au7 ตัวนี้ขึ้นไปฟังชุดใหญ่ของผมที่ห้องฟังใหญ่ ซึ่งเป็นชุดอ้างอิงของผมเวลามีอะไรมาใหม่ก็ต้องฟังจากชุดนี้ครับ พอเปิดฟังพบว่าลำโพงโมสาร์ทมันฟ้องเรื่องฝีมือการทำของผมอย่างชัดเจนว่าระดับอนุบาล ตอนฟังลำโพง Fostex มันไม่ฟ้องเรื่องคุณภาพเสียงเท่าไหร่ ผมรู้ว่ามันดีใช้ได้เลย แต่พอมาฟังกับลำโพงโมสาร์ท ผมรู้สึกว่ามัน “Miss Match” คือไม่เข้ากันของระบบ แต่เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของมันคือความหนานุ่มยังติดตัวมาเต็มที่ ข้อดีอีกข้อของปรีตัวนี้คือ มันมีความเงียบสงัดมาก เงียบกว่าปรีแอมป์ TS ที่ผมใช้อยู่ประจำเสียอีก

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11435

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11436

สิ่งที่ต้องจูนกันคือทำให้เสียงโปร่งขึ้นอีกนิดนึงมันจะสมบูรณ์มาก นอกเรื่องปรี 12au7 สักหน่อยนะครับ พอดีพี่ใหญ่ได้ทำ Stabilizer หรือเครื่องกดทับแผ่นเสียงมาให้ลอง ผมเพิ่งมีเวลาลองเมื่อวันอาทิตย์นี้ครับ แล้วก็ลองในแบบ AB เทสต์ด้วย อันซ้ายเป็นของพี่ใหญ่ ส่วนอันขวาเป็นของผม ของผมหนักกว่าพอสมควรครับ

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11438

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11440

ในการทดสอบพบว่าการใช้ Stabilizer นั้นมีผลกับเสียงแน่นอนครับ เมือใช้จะได้เสียงที่เนียนและนุ่มขึ้น แต่เบสไม่ค่อยโปร่ง ส่วนเสียงแหลมมีอาการเก็บตัวเร็วไปนิดหนึ่ง ผมคิดว่ามันเหมาะมากสำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีรอบเร็ว หรือมีความไม่นิ่งของเสียง หรือชุดเครื่องเสียงที่มีอาการจัดของเสียง เป็นของเล่นที่ Analogism น่าจะมีเอาไว้ใช้ครับ โดยเฉพาะคนที่เล่นแผ่นเพลงไทยจะใช้ได้ผลมากกว่าแผ่นเพลงสากลครับ

http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8772.0;attach=11439

carry audio carry audio

มาเล่นเครื่องเสียงกันเถอะ

โดย นิวัต พุทธประสาท

1.

มีเพื่อนหลายคนถามผมว่า การฟังเพลงเพื่อการพักผ่อน หรือฟังเพลงสักเพลงหนึ่งต้อง “เล่นเครื่องเสียง” ด้วยหรือเปล่า การฟังเพลงจะใช้วิทยุหูหิ้วธรรมดาฟังได้ไหม หรือจะใช้เครื่องประเภทคอมโป้ที่ขายเป็นชุด ๆ ตามห้างฯ จะได้ไหม มันจะต่างจากเครื่องเสียงในราคาแพงระยับกันมากน้อยเพียงใด แล้วจะต้องลงทุนขนาดไหน (เพราะท่านคงเคยได้ยินว่าชุดเครื่องเสียงบางชุดราคาเป็นแสนเป็นล้าน) แล้วเงินที่ท่านต้องจ่ายออกไปจะคุ้มค่าไหม หรือถ้าคนธรรมดาอยากจะฟังเพลงทำไมต้องเรื่องมากด้วย ฟังจากเครื่องเสียงธรรมดาจะได้หรือเปล่า คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ผมมักถูกถามมากที่สุด

สำหรับคนเล่นเครื่องเสียงที่มีใจปฎิพัทธิ์ต่อเสียงดนตรีนั้นมาจากสองสายธารเท่านั้นครับ ผมจะไม่นับรวมคนที่ “เห่อ” ตามเพื่อน เชื่อตามเซียน เลียนตามแฟชั่น โดยไม่มีใจ “รัก” เสียงดนตรีเป็นทุน แต่อยากเล่นเครื่องเสียงเพราะว่าเล่นตามเพื่อนบ้าง เล่นตามแฟชั่นบ้าง ซึ่งผมว่าแม้สักวันเขาจะรักดนตรี แต่เวลานั้นเขาก็บอบช้ำกับการค้นหาว่าเขาชอบเสียงดนตรี หรือชอบเสาะหาเครื่องเสียงกันแน่

สำหรับคนที่เล่นเครื่องเสียงกว่าหกสิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์จะเป็นพวก Music Lover หรือแปลเป็นไทยได้ความว่า “คนชอบฟังเพลง” มาก่อน คนชอบฟังเพลงนี้ก็จะแบ่งสัดส่วนตามแนวเพลงต่าง ๆ ออกไป บางคนอาจจะชอบฟังเพลงลูกกรุง บางคนลูกทุ่ง บางคนเพลงฝรั่งฝั่งพ๊อพ บางคนแจ๊ซ บางคนคลาสสิก แล้วแต่ความชอบส่วนตัว คนเหล่านี้ผมเชื่อว่าเขาฟังเพลงจากเครื่องเสียงใด ๆ ก็ได้มาก่อน ตั้งแต่วิทยุหูหิ้วไม่กี่สิบบาทจนถึงคอมโป้ราคาเป็นหมื่น แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง คนกลุ่มนี้ได้รู้จักเสาะหาแหล่งกำเนิดโปรแกรมที่มีคุณภาพมากขึ้น เช่นวันหนึ่งเขาอาจจะไปพบกับชุดระดับมิดเอ็นด์เข้า เพลงที่เขาเคยฟังมาก่อนหน้านี้ มีความแตกต่างไปจากเดิม เริ่มตั้งแต่รายละเอียดของดนตรีที่เขาไม่เคยได้ยินจากวิทยุหูหิ้ว เสียงดนตรีที่เป็นวงดนตรีจริง ๆ มีความสด มีความใหญ่ มีความกว้าง เมื่อได้เครื่องเสียงดีมีคุณภาพ การฟังเพลงก็มีความสุขเพิ่มมากขึ้น และจากการเป็นมิวสิคเลิฟเวอร์คนเหล่านี้ก็จะกลายเป็นคนเล่นเครื่องเสียงไปอีกเส้นทางหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มาเล่นเครื่องเสียงน่าจะมาจากการคนที่รักเรื่องอิเลคโทนิก รักไฟฟ้า รักเทคโนโลยี คนเหล่านี้ชอบเครื่องเสียงเพราะความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี คนเหล่านี้ชอบลอง ชอบปรับเปลี่ยน ชอบเล่นกับการดัดแปลง เพื่อค้นหาว่าเครื่องเสียงจะสามารถไปสู่เส้นทางสุดยอดได้หรือไม่ นั่นคือเครื่องเสียงจะเปล่งเสียงสำเนียงของมันให้เคียงใกล้กับเสียงดนตรีจริง ๆ ได้แค่ไหน คนเหล่านี้แม้จะไม่ใช่นักฟังเพลงตัวยงในแบบมิวสิคเลิฟเวอร์ ทว่าเมื่อเล่นเครื่องเสียงไปได้สักระยะ อาการซึมซาบกับดนตรีก็จะสิงในคนกลุ่มนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น คนเหล่านี้จะฟังเพลงทุกแนว เพื่อจะเสาะแสวงหาดนตรีบริสุทธิ์ได้หรือไม่

การเล่นเครื่องเสียงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เป็นทั้งการฟังเพลงเพื่อพักผ่อนจากงานที่เหนื่อยหนัก เป็นทั้งงานอดิเรกที่สนุกสนานและทำให้หัวใจชื่นบาน ดังนั้นการเล่นเครื่องเสียงนั้นได้ให้มากกว่าความบันเทิง แต่เป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่ให้คุณค่าที่หาค่าเป็นตัวเลขไม่ได้

2.

สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาเครื่องเสียงสักชุดเพื่อนำมาฟังเพลง ผมอยากให้ท่านลองพิจารณาเบื้องต้นดังนี้ครับ

ประการแรกท่านต้องทราบว่าท่านชอบฟังเพลงแนวไหน เช่นท่านชอบฟังเพลงฝรั่งเก่า ๆ อย่างแนท คิง โคล แฟรงค์ สิเนตร้า หรือเอลวิส เพรสรีส์ บางท่านอาจจะชอบเพลงร็อค เฮฟวี่ เพลงพ๊อพ เพลงแจ๊ซ เพลงไทยวัยรุ่นก็สุดแล้วแต่ หรือถ้าชอบฟังหลาย ๆ แนวก็ได้ไม่ว่ากัน ที่ต้องทราบก่อนว่าท่านฟังเพลงแนวไหน ก็เพื่อที่ท่านจะได้รู้ว่าเครื่องเสียงที่ท่านต้องการนั้นจะต้องซื้อยี่ห้อใด แบบไหน นั่นเอง เพราะเครื่องเสียงแต่ละบริษัทที่ผลิตกันมา แม้จะมีเทคโนโลยีเดียวกัน ทว่าการจูนเสียง ปรับเสียงของผู้ผลิตมีความแตกต่างกัน บางยี่ห้อมีความชำนาญในดนตรีร็อค บางยี่ห้อถนัดดนตรีแจ๊ซ บางยี่ห้อฟังเพลงพ๊อพแล้วไพเราะ ก็แล้วแต่วิศวกรผู้ออกแบบ แน่นอนเครื่องเสียงทุกยี่ห้อควรจะฟังเพลงได้ทุกแนว แต่โดยความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เป็นได้ดีทุกอย่าง เพื่อเป็นการลดขั้นตอนของการเลือกเครื่องเสียง แนวดนตรีที่ท่านฟังคือหนทางที่จะนำไปสู่เครื่องเสียงที่ให้เสียงถูกใจท่านนั่นเอง

ประการที่สองเมื่อท่านรู้ว่าท่านชอบแนวเพลงแบบไหนแล้ว ท่านอาจจะลองหาหนังสือเครื่องเสียงมาอ่านว่ามียี่ห้อไหนบ้าง นักวิจารณ์เครื่องเสียงพูดถึงแนวเสียงของเครื่องที่ท่านหมายตาเอาไว้อย่างไร ถ้าถามว่าต้องสนใจสเปคทางวิศวกรรมที่ทางยี่ห้อนั้น ๆ กำกับไว้เพียงไร ตัวเลขจากสเปคเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจครับ ดังนั้นคุณอาจจะต้องเรียนรู้ถึง “ค่า” ต่าง ๆ ให้เข้าใจบ้าง เช่นลำโพงคู่ที่หมายตาเอาไว้มีความไวต่อเดซิเบลต่อเมตรในการขับแค่ไหน เพื่อที่คุณจะนำเอาไปจับคู่กับอินทิเกรดแอมป์ของคุณ ซึ่งส่วนนี้มีความสำคัญในกรณีที่เราจะลองเสี่ยงดวงหาคู่ให้กับลำโพงโดยไม่รู้ว่าหน้าตาเจ้าสาวเป็นอย่างไร

ประการที่สามจะเริ่มต้นอย่างไรจึงไม่หลงทาง ต้องบอกว่าเครื่องเสียงชุดแรกของผม แม้จะมีเป้าหมาย แต่ก็ไม่ได้อย่างที่หวัง เหมือนกับที่เราซื้อคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องแรกในชีวิตไม่ผิดเพี้ยน ดังนั้นกว่าที่มันจะสมบูรณ์ตามจินตนาการหู ผมคิดว่ามันคงต้องใช้เวลาสะสมพอสมควร ดังนั้นสำหรับท่านที่คิดจะเล่นเครื่องเสียง พึงคิดเสมอว่าอย่าใจร้อน ค่อยเป็นค่อยไป หนทางเสียเงินนั้นไม่ปราณีเราอยู่แล้ว ถ้าจะเสียเงินทั้งที เสียไปทีเดียว อย่าเสียหลายต่อ การตระเวณไปฟังตามโชว์รูมเครื่องเสียงหรือบ้านเพื่อนนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคุณจะรู้ว่าตัวเองชอบเสียงแบบไหน ได้ดีกว่าการอ่านรีวิว

เสียงอบอุ่น เสียงกระชับ เสียงหวาน เสียงสด เสียงกังวาน นั้นไม่สามารถบอกได้เป็นรูปธรรม ท่านจะสัมผัสพลังแห่งเสียงได้ด้วยการฟังเท่านั้น ดังนั้นรีวิวตามหนังสือจึงเป็นเพียงการบอกกล่าวเพื่อให้ทราบแนวทางเท่านั้น

3.

เป้าหมายของเครื่องเสียงคือการถ่ายทอดเสียงดนตรีที่เที่ยงตรงจากแหล่งข้อมูลอย่างไม่ผิดเพี้ยน เครื่องเสียงที่ดีจะต้องไม่มีการตกแต่งให้เสียงออกไปในทางใดทางหนึ่ง ความผิดเพี้ยนของเสียงดนตรีที่เกิดจากการตกแต่งนั้น อาจจะทำให้ผู้ฟังไม่สามารถเข้าไปใกล้ความบริสุทธิ์ของดนตรี ผมใคร่ครวญเสมอว่าเครื่องเสียงก็เหมือนร่างทรงของเวทีดนตรีแสดงสด ดังนั้นรูปทรงของเสียงที่ปรากฏน่าจะเหมือนเราฟังเพลงในการแสดงคอนเสิร์ต ทั้งในคาเฟ่ ในห้องแสดงดนตรี ซึ่งเสียงที่ได้ควรจะเหมือนเสียงที่เราฟังสดจากเครื่องดนตรีจริง ไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ที่แห้งแล้ง

การเล่นเครื่องเสียงก็ไม่ต่างจากการซื้อตั๋วเข้าไปฟังคอนเสิร์ต เพียงแต่ว่าไม่มีภาพของนักดนตรีให้เห็น ทว่าการฟังเพลงจากเครื่องเสียงก็สร้างอรรถรสให้กับผู้ฟังในอีกรูปแบบหนึ่ง ยิ่งโดยเฉพาะแผ่นซีดีหรือแผ่นเสียงที่ได้รับการบันทึกมาอย่างพิถีพิถัน เรายิ่งเข้าใกล้กับเสียงดนตรีมากยิ่งขึ้น

การเล่นเครื่องเสียงจึงไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าธรรมดา แต่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่นักเล่นจะต้องศึกษาอย่างเข้าใจ เล่นมันอย่างถูกทาง เครื่องเสียงเป็นเครื่องมือสำหรับเข้าถึงดนตรี และผมเชื่อว่าเครื่องเสียงจะทำให้คุณรักเสียงเพลงมากขึ้นอีกหลายเท่า

แ�มป์หล�ด เบ�ร์ 45

แอมป์หลอด เบอร์ 45 Single End 4 Watts

แอมป์หลอดเบอร์ 45 เป็นหลอดเบอร์ที่นัก DIY นิยมล่นกันมากที่สุดเบอร์หนึ่ง แม้ว่าหลอดเบอร์นี้จะไม่มีการผลิตเพิ่มในตลาดคอมเมอร์เชียล (มีโรงงานของจีนเพียงโรงเดียวที่ผลิตเบอร์นี้ออกมา แต่ก็มีราคาแพงมาก เนื่องมาจากผลิตขึ้นมาจำนวนน้อย) สำหรับคนทำแอมป์หลอดเบอร์นี้ ส่วนใหญ่จะหาจากตลาดออนไลน์อย่าง E-Bay เป็นหลัก ราคาหลอดใช้แล้วคู่หนึ่งตกอยู่ประมาณ 100-200 เหรียญ สำหรับหลอดสภาพที่ดี หรือหลอด New Old Stock (NOS)

หล�ดเบ�ร์ 45

เหตุที่หลอดเบอร์นี้เป็นที่นิยมของนักเล่นเป็นเพราะเสียงที่หวานของมันทำให้คนที่สนใจแอมป์หลอดเสียงหวานต่างใฝ่ฝันทำแอมป์หลอดเบอร์ 45 มาฟังให้ได้ แม้ว่ามันจะให้กำลังวัตต์เพียงสองวัตต์ เท่านั้น แต่กระนั้นกำลังวัตต์ของแอมป์หลอด ไม่ได้เป็นค่าวัดว่าแอมป์ที่ดีจะต้องมีกำลังวัตต์ที่สูงไม่ กำลังวัตต์ต่ำของเบอร์ 45 ต่างทำให้นักฟังเพลงหัวใจสลายมาแล้วนับไม่ถ้วย ยิ่งนักฟังคนไหนชอบเพลงสไตล์เก่า ๆ

หลอดเบอร์ 45 เป็นหลอด Power Triode รูปทรงหลอดทรงโค้ก ในแบบ 2a3 แต่หลอดที่เก่ามาก ๆ จะเป็นทรงบันลูน ซึ่งจะมีราคาแพงมาก หลอดเบอร์ 45 เป็นหลอดที่อยู่ในวิทยุสมัยเก่า ในช่วงยุค 40-50 และโดยมากตอนนั้นจะเป็นแบบโมโน ทำให้หลอดที่มีขายในปัจจุบันมักจะเข้าคู่กันได้ยาก

แ�มป์หล�ด 45 tubes SE

คนที่เล่นหลอดเบอร์ 45 มีความเชื่อว่าแอมป์หลอดเบอร์นี้ ถ้าได้ฟังก็เหมือนกับได้ย้อนยุคไปฟังเพลงในสมัยปี 40-50 นั่นเอง การฟังเพลงจากแอมป์หลอดเบอร์นี้ เท่ากับเราย้อนเวลากลับไปสู่อดีต ที่เสียงเพลงอบอวลอย่างงดงาม