Info

Posts from the Vinyl Lover Category

Review Best Tractor

ตอนที่ 2: การตั้งหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียงโดยใช้ Best Tractor

Best Tractor ส่งมาถึงผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่องถูกแพคมาอย่างดี คุณยิปเน้นย้ำว่าควรจะค่อย ๆ เปิดกล่อง ออก และเปิดบนโต๊ะเพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะ BT ทำจากกระจก ผมเปิดกล่องพบว่าทุกอย่างถูกจัดใส่มาอย่างดี ในกล่องประกอบไปด้วยตัวโปรเทคเตอร์ คู่มือการติดตั้ง และแว่นขยาย ผมบรรจงยก BT ออกมา ต้องบอกว่าวัศดุอุปกรณ์ที่ทำนั้นสมเหตุสมผลครับ การสกรีนสีลงบนกระจก เส้นสกรีนที่คมกริบไม่เบลอร์

นี่เป็นอุปกรณ์ตั้งหัวเข็มที่ผมค้นหามาตลอด กล่าวคือก่อนที่ผมจะตัดสินใจซื้อ BT มาใช้ผมได้ศึกษาข้อมูล รวมถึงค้นหาข้อมูลอุปกรณ์ตั้งหัวเข็มของเจ้าอื่น ๆ (ซึ่งมีอยู่ไม่กี่เจ้า) บังเอิญเหลือเกิดที่มาเจอเวบไซต์ของคุณยิป www.mintlp.com (ตอนแรกผมนึกว่าเขาทำแต่น้ำยาล้างแผ่นเสียง) เทียวเข้าเทียวออกอยู่ในเวบหลายเวลา อ่านรีวิวจากผู้ที่เคยใช้งาน มีทั้งชื่นชม มีทั้งตั้งข้อสังเกต แต่ทุกรายจะชื่นชมว่ามันสามารถทำงานได้อย่างดี

Best Tractor

ก่อนที่จะถึงวิธีการใช้งานของโปรเทคเตอร์ตัวนี้ ผมขอเอ่ยถึงข้อดีข้อเสียของ BT ของคุณยิปสักเล็กน้อย

ข้อดี

Best Tractor ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับโทนอาร์มและเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั้น ๆ ทำให้มันสามารถทำงานได้อย่างดี เที่ยงตรง อย่างที่ไม่เคยมีโปรเทคเตอร์แบบยูนิเวอร์แซลตัวไหนเคยทำได้มาก่อน สิ่งที่ผมอยากได้มาตลอดสำหรับโปรเทคเตอร์สำหรับตั้งหัวเข็มก็คือ “ทางเดินของโทนอาร์ม” (Tonearm Path) จุดนี้สำคัญมาก เพราะเรารู้ว่าทุก ๆ การวาดโทนอาร์มจากด้านนอกสุดเข้าไปด้านในสุดนั้นทุก ๆ ระยะจะมีการเออร์เรอร์ (Error) จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการติดตั้งหัวเข็มนั่นเอง ดังนั้นถ้าโปรเทคเตอร์ที่สามารถตั้งทางเดินหัวเข็มให้เที่ยงตรงหรือใกล้เคียงที่สุด การเออร์เรอร์หรือความผิดพลาดก้จะน้อยลง

และที่สำคัญอีกประการก็คือมุมองศาของหัวเข็มระหว่างลากจากจุดนอกเข้าสู่จุดใน ก็จะเออร์เรอร์เช่นกัน ดังนั้นการตั้งจุดองศาบนจุด Null Point ทั้งด้านในและด้านนอกจะต้องเที่ยงตรง หรืออย่างน้อยใกล้เคียงความเป็นจริงมากเท่าทีจะสามารถทำได้ อีกประการที่ขาดไม่ได้ก็คือผมต้องการโปรเทคเตอร์ที่เป็นแผ่นเดียว โดยไม่ต้องเคลื่อนโปรเทคเตอร์ไปยังจุด Null Point ทั้งสองจุด (เพราะการเคลื่อนที่โปรเทคเตอร์มากเท่าไหร่ ความเที่ยงตรงก็มากขึ้นเท่านั้น สิ่งที่ผมต้องการทั้งหมดที่ผมต้องการจึงอยู่ใน BT

ข้อเสีย

BT ใช้ได้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวเดียวเท่านั้น ใช้ต่างยี่ห้อไม่ได้ ถ้าคุณคิดเปลี่ยนโทนอาร์มบ่อย ๆ BT อาจจะไม่เหมาะกับคุณ (แต่ปีหนึ่งคุณจะเปลี่ยนโทนอาร์มราคามหาโหดสักกี่อัน)

ราคาค่าตัวของ BT 110 $US ทำให้ผมคิดหนักเหมือนกัน แต่เราซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาในราคาแพงเอาเรื่อง สิ่งที่เราอยากได้คือความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นอย่าได้เสียดายเงินเพื่อก้าวไปให้ถึงจุดที่ต้องการ

BT น่าเชื่อถือแค่ไหน ข้อนี้สิครับที่ตอบยาก และผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องลองเองถึงจะรู้

การตั้งหัวเข็มโดย Best Tractor

ก่อนอื่น คุณต้องมีเวลาสัก 2-3 ชั่วโมง แบบว่าไม่ต้องทำอะไร ไม่มีใครโทรศัพท์มากวน หรือภรรยายเรียกไปล้างจาน

1.ข้อแรกคุณต้องใช้สก๊อตเทปปิดที่แพลตเตอร์ไม่ให้มันหมุนไปมา โดยต้องแน่ใจว่ามันจะไม่เคลื่อนไปไหน เพราะถ้าเคลื่อน สิ่งที่คุณตั้งมาแต่ต้นเป็นอันเหลว ต้องเริ่มใหม่ จากนั้นนำ BT วางลงไปบนแลตเตอร์โดยวางตรง Spindle Center แล้วจึงยกโทนอาร์มวัดบนจุดแรกของ BT ซึ่งอยู่ด้านนอกสุด วางปลายเข็มให้ตรงกับเส้นโค้งทางเดินโทนอาร์ม หากปลายเข็มยังไม่ตรงให้ขยับ BT ซ้าย-ขวา ที่สุำคัญหัวเข็มของคุณต้องขนานกับหัวที่ติดตั้งหัวเข็ม วัดจนคิดว่าปลายเข็มวางบนเส้นอย่างพอดี จุดนี้คุณต้องใช้แว่นขยายช่วย มันจะช่วยได้เยอะมากครับ

Outer Effective Length จุดด้านนอกของทางเดินดทนอาร์ม วางหัวเข้มให้ตรงเส้น

2.เมื่อวัดจุดแรกได้แล้วคราวนี้ยกโทนอาร์มามาวัดจุด Overhang หรือ จุดด้านในสุดของ BT ถ้าหากหัวเข็มยังไม่ตรงกับเส้นทางเดินโทนอาร์มให้คุณขยับหัวเข็มเข้าออก โดยให้หัวเข็มขนานกับหัวติดตั้งโทนอาร์ม (เห็นไหมครับว่าการติดตั้งสองจุดนี้การขยับเพื่อตั้งแตกต่างกัน) เมื่อขยับจนหัวเข็มจรงทางเดินดทนอาร์มแล้ว ให้คุณกลับไปทำในข้อหนึ่งอีกครั้ง ถ้ายังไม่ตรงก็ให้ขยับ BT เมื่อตรงแล้วก็ทำซ้ำ ข้อสอง ทำซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งทั้งสองจุดใกล้เคียงทางเดินโทนอาร์ม เป็นอันว่าสำเร็จ

จุด Overhang

ก่อนที่จะพักเพื่อเริ่มใหม่ ให้คุณนำสก๊อตเทปมาติดกับ BT เพื่อมิให้มันเคลื่อนที่ ทำอย่างระมัดระวังที่สุดอย่าให้มันเคลื่อนเด็ดขาด มิฉะนั้นคุณต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

พักดื่มน้ำพักหนึ่งกลับมาตั้งหัวเข็มกันต่อ

ขั้นต่อไปคือการปรับมุมองศาของจุด Null Point

1.นำหัวเข็มมาวางลงบนจุด Inner Null Point วางมันอย่างระมัดระวัง โดยให้ปลายเข็มวางลงบนจุดตัดระหว่างเส้นขนาน ขอให้คุณวางในจุดนั้นแบบตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใช้ไฟฉายส่องเป้นการช่วย และใช้แว่นขยายช่วยมอง

วิธีการตั้งก็คือ ให้ก้านเข็มขนานกับเส้นขนาน BT ทำจากกระจก ถ้าคุณเคลื่อสายตาไปทางซ้ายหรือขวา เจ้าเส้นขนานนี้จะกลายเป้นสองเส้น นี่เป็นคำตอบว่าทำไมมันจึงทำจากกระจก ก็เพราะว่าเราต้องเล็งก้านเข็มให้ขนาดกับเส้น จุดที่สังเกตที่ดีที่สุดก็คือ คุณต้องเคลื่อนสายตาจนกว่าเส้นขนานบนด้านบนกับเงาของมันตรงกัน นั่นแหละครับจุดนั้นเป๊ะมาก แล้วดูง่ายด้วย ง่ายกว่าโปรเท็คเตอร์ที่พิมพ์ลงบนพลาสติกมาก เคลื่อนตาจนเงาเส้นขนาน นั่นแหละครับตรงมากๆ

ตอนแรกอาจจะไม่ค่อยคุ้น แต่คุณทำบ่อย ๆ มันจะง่ายขึ้นเองอย่างไม่น่าเชื่อ

ถ้าก้านเข็มไม่ตรง ให้คุณขยับให้ขนาน จากนั้นก็วัดใหม่ วางหัวเข้มลงตรงจุดตัด จนตรงที่สุดนั่นแหละครับ

จุด Null Point ด้านใน ตั้วก้านเข็มให้ขนาน โดยหัวเข็มวางอยุ่บนจุดตัด

2.นำหัวเข็มไปตั้งบนจุด Outer Null Point ทำเหมือนข้อแรกทุกอย่าง

ทำสลับกันไปมาหลาย ๆ รอบ เพื่อความแน่ใจว่ามันใกล้เคียงที่สุดเท่าที่เรามีความสามารถ

จุด Null Point ด้านนอก

3.มาถึงข้อยาก เมื่อคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดตรง และใกล้เคียงแล้ว ถึงเวลาขันเจ้าน๊อตของหัวเข็มเสียที

บอกได้เลยครับว่าเมื่อคุณขันน๊อตหัวเข็มจะเคลื่อนที่ไม่มากก็น้อย ดังนั้นคุณจะต้องค่อย ๆ ขันน๊อต ค่อยตั้ง ทำจนขันน๊อตแน่นที่สุดเท่าที่ทำได้ คุณต้องกลับไปเช็คตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1-2 อีกหน

เป็นอันเสร็จสิ้น จากนั้นการตั้งน้ำหนักหัวเข็มเป้นเรื่องที่หมูอย่างไม่น่าเชื่อ และดูเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะใช้เวลาระหว่าง 1-3 ชั่วโมง แล้วแต่ความโชคดี ถ้ามือคุณเที่ยงตรงราวพระเจ้าจับวาง หรือมือไม่บังเอิญไปโดนโปรเทคเตอร์จนขยับนั่นแหละครับ (สิ่งทั้งหมดเกิดกับผมมาแล้ว)

ทดสอบฝีมือ ทดสอบเสียง ถึงเวลาฟังเพลง

อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าความพยายามของคุณกับเจ้า BT เกิดไม่ได้ผล ราคาค่างวดของมัน แรงกายที่คุณทุ่มเทลงไป แล้วเครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณยังร้องเพลงเป็นเพียงครึ่งแผ่น เพราะเมื่อเลยกลางแผ่นไปแล้วเสียงมันจะแหบพร่าซ่าบ้าอย่างกับอะไรดี ความภูมิใจของคุณกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงราคาแพง เอาไปสู้เครื่องเล่นซีดีราคาถูกยังไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมีแต่หายนะเท่านั้น

ดังนั้นก่อนที่คุณจะทดสอบเสียงหลังการตั้งหัวเข็ม (ไม่ว่าจะเป็นโปรเทคเตอร์ตัวไหน) ขอให้คุณติดตั้งเครื่องเล่นแผ่นเสียงเข้าไปยังระบบให้สมบูรณ์ตามเดิม จากนั้นเช็คสายสัญญาณต่าง ๆ ว่าต่อถูกต้องหรือเปล่า ถ้าเป็นแอมป์หลดคุณก็เปิดแอมป์อุ่นเครื่องเอาไว้ เปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงให้หมุนไปเรื่อย ๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว อาบน้ำ หรือดื่มกาแฟ ชา สักแก้ว ค่อยกลับมาฟังมัน

เลือกแผ่นเสียงที่คุณเกลียดที่สุด เพราะเสียงด้านในแผ่นแหบซ่ามาตลอด และคุณไม่เคยฟังมันเลยหลังจากฟังได้หนเดียว จากนั้นก็บรรจงวางแผ่นลงบนแพลตเตอร์ที่หมุนคอยเรา ยกหัวเข็มลงบนกลางแผ่น เร่งโวลุ่ม เดินไปยังจุดสวีทสปอร์ต หลับตา ฟังเสียง

Best Tractor กับซีเรียลนัมเบอร์เฉพาะ พร้อมชื่อเครื่องเล่นแผ่นเสียง โทนอาร์ม และเจ้าของ

Best Tractor by Yip is The Best Call

ผมจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรดี มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินบรรยาย เหมือนผมเปลี่ยนหัวเข็มใหม่ แทรคแรกซึ่งปกติไม่ค่อยเออร์เรอร์มันให้เสียงที่ยอดเยี่ยมมาก เสียงกลาง เบส แหลม ที่ไม่เคยมาก่อน มันทำให้เห็นแล้วว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงดีกว่าซีดีหลายเท่าตัวเมื่อใช้ BT จากนั้นเมื่อโทนอาร์มวาดเข้าไปยังร่องเสียงด้านในจากกลางแผ่นจนแทรคสุดท้าย เมื่อก่อนมันเต็มไปด้วยความพร่า ที่ไม่มีโปรเทคเตอร์ตัวไหนทำได้ แต่ Best ทำได้

อาการเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง ผมไม่รู้จะสดุดีเจ้า BT นี้อย่างไร แต่นั่นแหละครับมันทำมาเพื่อคนเล่นแผ่นเสียงแบบเข้าเส้น และถ้าคุณต้องการให้เครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณรีดศักยภาพของมันออกมาทั้งหมด การติดตั้งหัวเข็มที่ถูกต้อง คือหนทางแรกที่คุณต้องทำ

และทำเดียวนี้

ชุดเครื่องเสียงที่ใช้ทดสอบ

ตอนที่ 1 : Mint Best Tractor คืออะไร

นักเล่นแผ่นเสียงทุกคนปรารถนาที่จะตั้งหัวเข็มของตนกับโทนอาร์มสุดที่รักให้ได้แม่นยำที่สุดเท่าที่จำทำได้ ทว่าความฝันนี้มักฝันสลายเสมอเนื่องจากเครื่องมือในการตั้งหัวเข็มมักจะไม่สนองตอบกับความต้องการได้ทั้งหมด เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียงแต่ละเจ้า แต่ละสังกัด แต่ละทวีปต่างคิดค้นระยะความยาวของโทนอาร์ ระยะการติดตั้งโทนอาร์มแตกต่างกันไป เอาเพียงความยาวโทนอาร์มที่ไม่เท่ากัน ความสูงของหัวเข็มที่ต่างกัน การตั้งหัวเข็มให้เที่ยงตรงด้วยเครื่องมือชิ้นเดียว แบบเดียวแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ก่อนที่ผมกำลังควานหาโปรแทรคคเตอร์สำหรับตั้งหัวเข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora กับโทนอาร์ม OL1 ผมได้มีโปรแทรคเตอร์ของ DB System Protractor อยู่ก่อนแล้วหนึ่งอัน โปรแทรคเตอร์ของเจ้านี้ถือว่ายังมีขายอยู่และเป็นโปรแทรคเตอร์แบบยูนิเวอร์แซลที่คนนิยมอันหนึ่ง

ส่วนโปรแทรคเตอร์ที่ผมยังควานหา ทั้งข้อมูล และการใช้งานกับโทนอาร์ม ผมยังพบว่าโปรแทรคเตอร์แบบยูนิเวอร์แซลที่น่าสนใจอยู่อีหนึ่งตัวคือ Feickert Universal Protractor แต่เท่าที่ผมอ่านรีวิวและคู่มือของเจ้านี้ มันยังไม่สามารถใช้งานกับโทนอาร์มของเรก้าในแบบที่สมบูรณ์ และราคาของมันอยู่ที่ 250 $US ถามว่าแพงไหม แพงครับ แต่ถ้ามันใช้งานได้ดีผมคิดว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะโปรแทรคเตอร์มีความสำคัญมากสำหรับคนเล่นแผ่นเสียง

Feickert Universal Protractor

ในระหว่างที่ผมกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแทรคเตอร์ตั้งหัวเข็ม บังเอิญผมไปพบกับโปรแทรคเตอร์ที่ประหลาดสุดตัวหนึ่งเข้า มันคือ Mint Best Tractor (MBT) Mint Best Tractor ถือกำเนิดโดยชาวฮ่องกงนาม Mr.Yip ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนายยิปคนนี้มากนัก นอกจากข้อมูลในเวบไซต์ของเขามีข้อมมูลเกี่ยวกับโปรแทรคเตอร์เท่าที่จำเป็น แต่ก็ไม่มากนัก และนอกจากนั้นก็เป็นรีวิวจากผู้ที่นำไปใช้งานจำนวนหนึ่งจากทั่วโลก

นายยิปคนนี้เขาจะจัดทำโปรแทรคเตอร์สำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงและโทนอาร์มของเราเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า MBT ทำตามออร์เดอร์ของเรา ซึ่งผมคิดว่ามันเวิร์คมากถ้าเขาจะทำโปรแทรคเตอร์เฉพาะโทนอาร์มขึ้นมาได้จริง ๆ (ในใจผมคิดว่าถ้าบริษัทโทนอาร์มหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง แถมโปรแทรคเตอร์ที่ได้มาตรฐานสักอัน มันจะยอดเยี่ยมมากแค่ไหน)

ดังนั้นก่อนที่จะสั่งออร์เดอร์ MBT เราจะต้องรู้อะไรบ้าง

1.ระยะ Effective Length (ระยะจุดกึ่งกลางที่ติดตั้งโทนอาร์มจนถึงปลายโทนอาร์ม)

2.ระยะ Overhang

ระยะ Overhang และ Effective Length

เมื่อทราบข้อมูลแล้วผมจึงตัดสินใจสั่งซื้อโดยการเขียนอีเมล์ไปบอกเขา MBT จะจัดทำและส่งของเดือนหนึ่งสองงวด ยกเว้นโทนอาร์มที่มีคนนิยมสั่งอย่าง Rega, SME, VPI ฯลฯ จะมีอยู่ในสต๊อคแล้ว จัดส่งได้ทันทีภายในสามวัน ราคาค่าตัวของ MBT อยู่ที่ 110 $US โดยเราจะได้ โปรแทรคเตอร์ที่ทำจากกระจกหนึ่งอัน คู่มือ แว่นขยาย ราคานี้รวมค่าส่งเรียบร้อยแล้ว

ถามว่าราคา 110 $US แพงไหม แถมยังใช้ได้กับโทนอาร์มเดียว มานั่งนึกว่าถ้าอนาคตเราจะเปลี่ยนโทนอาร์มจะต้องสั่งซื้อใหม่ มันจะคุ้มหรือ ซึ่งจุดนี้ผมว่าการเปลี่ยนดทนอาร์มคงทำกันไม่บ่อยนัก โทนอาร์มที่ดีขึ้นราคาก็สูงตามไปด้วย และผมคิดว่าภายในสามสี่ปีนี้ผมคงไม่มีโอกาสเปลี่ยนโทนอาร์มแน่นอน ดังนั้นผมจึงตัดสินใจทดลองซื้อ MBT มาใช้ให้มันประจักษ์แจ้ง เพราะถ้ามันสามารถตั้งจุด Null Point จุดในได้อย่างดี ไม่ทำให้เสียงแทรคในของแผ่เสียงซ่าเบลอร์ได้ ผมว่ามันจะคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก

หลังจากศึกษาข้อมูลในเวบไซต์ของ MBT ผมจึงตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายกับโปรแทรคเตอร์เจ้านี้

ตอนนี้ผมกำลังรอเจ้า Mint Best Tractor เดินทางมาถึงผม เมื่อใดที่มาถึงแล้วผมจะทดสอบและรีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกันนะครับ

Best Tractor ของผมที่กำลังส่งมาจากฮ่องกง

บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3

บทที่ 3

ในที่สุดเครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora MK2 ก็เดินทางมาถึง กว่าจะผ่านขั้นตอนศุลกากรเล่นเอาเสียเวลาไปหลายวัน นี่ขนาดส่งมาทาง FedEx มืออาชีพยังตกท่อปล่อยให้สินค้าตกค้าง ไม่รู้จะตีค่าภาษีอย่างไรเกือบหนึ่งสัปดาห์

เมื่อเครื่องมาถึงตัวแทนจำหน่าย ผมก็ไปรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงตามวันเวลาที่นัดแนะเพื่อที่จะได้ไปชม+ช่วยประกอบเครื่อง

ระหว่างที่ผมรอเครื่องเล่นแผ่นเสียงเดินทางมาจากอังกฤษนั้น ผมได้ค้นหาข้อมูลรวมถึงพิมพ์คู่มือของเครื่องเล่นแผ่นเสียง Aurora MK2 จากเวบไซต์ Origin Live มาศึกษาข้อมูลก่อน ทำให้เข้าใจระบบการทำงานของเครื่องพอสมควร แม้ว่าจะไม่ทั้งหมด เพราะคู่มือก็มีข้อจำกัด

เครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live ในแต่ละรุ่นจะมีโครงสร้างที่คล้าย ๆ กันคือ จะมีฐานของเครื่อง (Base)  แท่นฐานหลักนี้ทำจากอาคิลิกหนา ตัวนี้แต่ละรุ่นจะมีความหนาบางต่างกัน รุ่นแพงก็จะมีความหนาของแท่นฐานเพิ่มขึ้น ส่วนที่สองคือโครงรองรับ (Sub-Chassis) ซึ่งทำจากโลหะชุบมีรูปร่างที่แปลกพอสมควร แต่เป็นหัวใจของเครื่อง เพราะจะเป็นตัวยึด Bearing House และ รูสำหรับติดโทนอาร์ม โดยมีตัว ดั้มเปลอร์ ลดแรงสั่นสะเทือนติดอยู่ใกล้แบริ่งเฮาส์ เจ้าโครงรองรับนี้จะใช้รูปแบบเดียวกันในทุกรุ่น ส่วนรายละเอียดอุปกรณ์เสริมแตกต่างกันไป

ส่วนประกอบต่าง ๆ ยกขึ้นมาจากกล่อง

ส่วนประกอบต่าง ๆ ยกขึ้นมาจากกล่อง

สำหรับโทนอาร์มที่มากับ Aurora MK2 เป็นโทนอาร์ม OL1 รุ่นใหม่ ดัดแปลงมาจากอาร์มเรก้ารุ่น RB251 นั่นเอง จุดที่ดัดแปลงก็คือตัวโทนอาร์มจะมีขาสามขา อันเป็นตำแหน่งยึดตัวแท่นแบบตายตัว เจ้าตัวยึดสามขานี้ทำให้เราติดโทนอาร์มได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือวัดระยะ แต่ข้อเสียของมันก็คือปรับ VTA ไม่ได้ ถ้าเป็นอาร์มรุ่นเก่าจะสามารถสวมแหวนปรับ VTA ได้เลย

เมื่อแกะกล่องออกมาตัวอุปกรณ์ต่าง ๆ จะอยู่ในกล่องซึ่งแพคมาอย่างดี ขั้นแรกเราเอาตัวแท่นที่ติด Bearing House มาหยอดน้ำมันที่เขาแถมมาให้ ค่อย ๆ หยดน้ำมันลงไปในแบริ่งเฮ้าส์ จากนั้นก็ใส่เจ้าแบริ่งลงไป ให้น้ำมันมันทะลักออกมาเล็กน้อย คู่มือแนะนำว่าเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานควรใช้น้ำมันหล่อลื่นของ OL เท่านั้น

หลังใส่แบริ่งลงไปในแบริ่งเฮาส์แล้วลองเอา Platter หรือจานหมุนใส่ลงไป โดยให้ด้านที่เซาะร่องกลมตรงกลาง Label อยู่ด้านบน และด้านเรียบอยู่ด้่านล่าง เสร็จแล้วลองหมุน Platter เป็นอันเสร็จไปขั้นหนึ่ง

ตัว Platter ทำจากอาคลีลิกสีขาวขุ่น

ตัว Platter ทำจากอาคลีลิกสีขาวขุ่น

ขั้นที่สองการติดโทนอาร์ม OL1 ซึ่งเราพบว่ามีปัญหาเล็กน้อย ประการแรกคือเขาให้ตัวรองขามาอันเดียวซึ่งลองดูแล้วมันเตี๊ยไปหน่อย ตัวรองขามีลักษณะเป็นวงกลมทำจากอคลิลิกหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร เจาะรูตรงกลางเพื่อให้ที่ยึดโทนอาร์มใส่ลงไปได้ วิธีการยึดโทนอาร์มกับแท่น เอาตัวรองวางบน Sub-Chassis เล็งในรูของน๊อตทั้งสามขาตรงกัน จากนั้นก็วางตัวยึดโทนอาร์มตามรูน๊อตสามขา ใส่น๊อตลงไปเพื่อขันให้แน่น อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นคือ ตัวโทนอาร์มมันเตี๊ยไปหน่อย ถ้าให้ดีควรจะมีเจ้าตัวรองเพิ่มสักสองถึงสามอัน แต่ทาง OL ให้เรามาแค่อันเดียว เราจึงแก้ปัญหาด้วยการสวมแหวนน๊อตเพื่อเพิ่มความสูงของตัวดทนอาร์ม แม้มันจะดูไม่ค่อยดี แต่ก็ใช้งานได้

ตัวฐานและโครงร่าง ติดมาตั้งแต่โรงงาน

ตัวฐานและโครงร่าง ติดมาตั้งแต่โรงงาน

การติดตั้งโทนอาร์มเสียเวลาไปพอสมควร แต่ก็เรียบร้อยดีไม่มีปัญหา ขั้นต่อไปคือติดตั้งหัวเข็ม หัวเข็มที่ผมจะให้ทางตัวแทนติดให้คือ Benz Micro 20E ซึ่งเป็นหัวเข็มแบบ MC Hight Output หัวเข็มตัวนี้เป้นหัวเข็มตัวเก่าที่ผมแกะมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวเดิม มันไม่ได้ใช้มานานหลายเดือนแล้ว ดูจากสภาพภายนอกออกจะโทรมหน่อย แต่ไม่เป้นไรครับใส่ลงไปก่อน อนาคตค่อยหาตัวใหม่มา ว่ากันว่าตัวโทนอาร์มเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่าของผม มันยังไม่สามารถแสดงศักยภาพเสียงของ 20E ได้เต็มที่นัก ผมจึงคิดว่ากับเครื่องเล่นนี้มันน่าจะได้อะไรเพิ่มมากขึ้น

แบริ่งหัวใจสำคัญของเครื่องเล่นแผ่นเสียง ส่วนแดมเปอร์ช่วยลดแรงสะเทือน

แบริ่งหัวใจสำคัญของเครื่องเล่นแผ่นเสียง ส่วนแดมเปอร์ช่วยลดแรงสะเทือน

การตั้งหัวเข็มไม่มีอะไรยุ่งยาก ขั้นแรกก็ใส่หัวเข็ม ยึดน๊อตเอาไว้พอให้ปรับได้ ตอนใส่น๊อตอาจจะยากหน่อยถ้ให้ดีต้องมีผู้ช่วยคอยช่วยอีกคน จากนั้นก็ใช้โปรเจ็คเตอร์วัดระยะ Null Point วัดระยะที่โทนอาร์มวิ่งผ่านไปยังจุดศูนย์กลาง ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ วัด ทำเสร็จแล้วก็ทำซ้าอีกหลายรอบ เพื่อความแน่ใจว่าตรง จากนั้นค่อยไขน๊อตให้แน่น สุดท้ายวัดน้ำหนักที่ 2.0 แกรม

ลองใส่แพลตเตอร์

ลองใส่แพลตเตอร์

ขั้นตอนสุดท้ายคือเอามอร์เตอร์มาลองหมุนกับแพลตเตอร์เพื่อวัดรอบการหมุนว่าได้ 33.3 รอบต่อนาที และ 45 รอบต่อนาทีหรือไม่

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นนี้ก็คือตัวมอร์เตอร์นั้นมีขนาดที่ใหญ่ ใช้ไฟ DC ทำให้มีความเงียบ และนอกจากนั้นยังสามารถปรับจูนความเร็ว-ช้า ของรอบได้ด้วย ซึ่งทำให้มั่นใจว่ารอบการหมุนสามารถปรับให้ตรงได้อย่างละเอียด

ตั้งน้ำหนักหัวเข็ม

ตั้งน้ำหนักหัวเข็ม

เป็นว่าเสร็จขั้นตอนการประกอบ ผมยกกลับบ้านไปฟังเสียง ซึ่งท่านผู้อ่านคงต้องติดตามในตอนที่สี่ต่อไป

เครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora MK2 กอบเสร็จ อยู่ในขั้นเบิร์นอิน

เครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora MK2 กอบเสร็จ อยู่ในขั้นเบิร์นอิน

อ่านบทความตอนที่ผ่านมา  บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3

การดซ็ตอัพหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียง

ท่านที่เล่นแผ่นเสียงคงเคยเจออาการแบบนี้ไม่มากก็น้อยนะครับคือ ตอนวางหัวเข็มฟังเพลงในแทรกแรก เสียงไพเราะมีมิติน่าฟัง แต่พอเล่นเลยครึ่งแผ่นไปแล้ว โดยเฉพาะสองสามแทรกสุดท้ายก่อนหมดแผ่น เสียงเริ่มไม่โฟกัส ฟังเพลงไม่ค่อยเพราะ มีเสียงซ่า ๆ เหมือนหัวเข็มเดินไม่ตรงร่อง หรือพูดง่าย ๆ ว่าเพลงในแทรกสุดท้ายเสียงไม่เหมือนแทรกแรกแม้แตน้อย

ถ้าเกิดอาการแบบนี้เขาเรียกว่า Alignment Error คือหัวเข็มไม่ได้วิ่งเป็นแนวตามที่มันควรจะเป็น

ในปี 1941 มีการคิดค้นว่าจะทำอย่างไรกับอาการ Error ของหัวเข็ม เขาจึงคิดวิธีคำนวนสองจุดที่จะทำให้หัวเข็มสามารถวิ่งเป็นเส้นตรงให้ได้ สองจุดดังกล่าวคือระยะ 66 และ 120.9 mm จากจุดกึ่งกลางแพลตเตอร์ (จุดกึ่งกลางนี้คือจุดที่ใส่เข้าแผ่นเสียงลงไปนั่นแหละครับ ภาษา Turntable เขาเรียกว่า spindle)

การจะตั้ง Alignment นั้นต้องอาศัย โปรเจคเตอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะแถมมากับเครื่องเล่นแผ่นเสียง (มือหนึ่ง) แม้จะดูง่าย ๆ ไม่ละเอียดแต่ก็ถือว่าเอาไว้ใช้งานได้ดีทีเดียว ดังน้นอย่าได้ทิ้งเลยนะครับถ้าเครื่องรุ่นไหนแถมมา ถ้าไม่มีก็ต้องหาซื้อเอาครับ สำหรับตัวที่ผมใช้นั้นเป็นของ dB Systems Cartridge Alignment Protractor ซึ่งถือว่าดีที่สุดในตลาด เที่ยงตรงที่สุด แล้วก็ละเอียดที่สุด และที่สำคัญมีให้เลือกทั้งแบบละเอียดและแบบธรรมดา ในที่นี้ผมขอเสนอวิธีการตั้งแบบธรรมดานะครับ เพราะน่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า

เมื่อนำ Cartridge Alignment Protractor มาวางเอาไว้ ตามรูปนะครับ เราจะเห็นจุด ดำ ๆ สองจุดคือ จุด A กับ B เราเรียกสองจุดนี้ว่า Null Points จุด A คือระยะ 66 mm ส่วนจุด B คือ 120.9 mm และเรายังเห็นเส้นขนานทั้งแนวตั้งและแนวนอน นอกจากสองจุดนี้แล้ว เจ้าเส้นแนวตั้งแนวนอนนี่แหละครับที่สำคัญมั่ก ๆ

Cartridge Alignment Protractor

dB Systems Cartridge Alignment Protractor

เริ่มแรกเอาไขควงไขหัวเข็มให้หลวม ๆ พอจะขยับได้ง่าย ๆ จากนั้นเอาโปรเทคเตอร์ไปวางตรง spindle ยกโทนอาร์มมายังจุด A เล็งให้ปลายเข็มวางตรงจุดกึ่งกลางพอดี ระหว่างนี้เราอาจจะหาอะไรมารั้งไม่ให้แพลตเตอร์หรือจานหมุนไปได้ เมื่อเล็งปลายเข็มตรงจุดนั้นแล้ว ให้เล็งบอดี้ของตัวเข็มทั้งด้านหัวและด้านข้าง ให้ขนานกับเส้นโปรเจ็คเตอร์ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

ซึ่งจุดนี้แหละครับข้นอยู่กับความชำนาญในการเล็ง เพราะไม่มีวิธีอื่นที่จะวัดได้แล้ว

เมื่อเล็งจนคิดว่าขนานกันแล้ว ให้ย้ายจากจุด A ไปจุด B โดยการเลื่อนแผ่นแพลตเตอร์ จากจุด B ก็เล็งปลายหัวเข็มให้ตรงจุด จากนั้นเล็งบอดี้ให้ขนานกับเส้นโปรเจ็คเตอร์ เหมือนกับจุด A เมื่อขยับจนตรงแล้ว ให้ค่อย ๆ ไขหัวเข็มให้แน่นขึ้น

วางโปรเจคเตอร์ลงบนแพลตเตอร์

วางโปรเธคเตอร์ลงบนแพลตเตอร์

เริ่มต้นจากจุดเอที่อยู่ด้านในก่อน

เริ่มต้นจากจุดเอที่อยู่ด้านในก่อน

จากนั้นให้กลับมาทำแบบเดิมคือ กลับมาวัดที่จุด A ว่าหลังจากไขน๊อตลงไปแล้วยังขนานกันเหมือนเดิม ถ้ามันไม่ขนานก็ปรับให้ขนานกัน

โทนอาร์มบางตัวไม่สามารถปรับให้ขนานกันได้ ต้องใช้วิธีเซ็ตอัพแบบละเอียดซึ่งผมขอข้ามไปนะครับ ผมคิดว่าปรับให้มันใกล้เคียงในจุด A ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

โทนอาร์มแบบโบราญอาจจะมีปัญหาเพราะว่าตัวยึดหัวเข็มมันใหญ่จนปิดหัวเข็มจนหมด แต่ถ้าเป็นอาร์มสมัยใหม่ส่วนใหญ่จะปรับได้ง่ายมากครับ วิธีการอาจจะต้องยึดตัวหัวเข็มให้ขนานกับตัวยึดให้มากที่สุด แล้วค่อยติดที่ยึดกับอาร์มแล้วค่อยไปตั้งหัวเข็มอีกที

ถ้าใครไม่อยากตั้ง Alignment หรืออยากให้เที่ยงตรงมากที่สุดก็ต้องไปใช้โทนอาร์มแบบ Linear แทนครับ

ทำวิธีนี้ว้ำไปซ้ำมาจนแน่ใจว่าตรงและขนานแล้ว ระหว่างที่ทำว้ำก็ค่อย ๆ ไขน๊อตยึดหัวเข็ม ทำอย่างค่อย ๆ นะครับ เพราะถ้าไขแรงเกินไปหัวเข็มก็จะเลื่อน และไม่จำเป็นต้องไขจนแน่นมาก ๆ เพราะจะทำให้หัวเข็มกับโทนอาร์มเสียหายมากกว่า

สังเกตว่าเส้นสีแดงที่ผมขีดเอาไว้ คือเล็งให้บอดี้ของหัวเข็มขนานกับเส้นแนวตั้งและแนวนอน

ปรับหัวเข็มให้ขนานกับเส้น

ปรับหัวเข็มให้ขนานกับเส้น

ลูกศรในภาพชี้ให้เห็นการเลื่อนจานหมุน และการขันน๊อต

สำหรับผมจะเน้นที่จุด A พอสมควร ทำให้จุด A มีความเที่ยงตรงถูกต้องมากที่สุด ส่วนจุด B จะให้ใกล้เคียงที่สุดครับ แต่อย่างไร การขันน๊อตให้แน่น เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เกิดความเพี้ยนได้ จึงต้องทำอย่างระวังเป็นที่สุด

ลองทำดูนะครับ เมื่อปรับจนแน่ใจแล้วก็อาจจะปรับการช่างน้ำหนักหัวเข็มอีกสักครั้งแล้วเริ่มฟังเพลงกัน เท่านี้อาการดังกล่าวก็จะหายไปครับ ถ้าแน่ใจว่าปรับตั้งถูกต้องแล้ว ถ้าฟังแล้วยังรู้สึกว่ามันยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องวัดระดับน้ำที่ตัวเครื่องเล่นแผ่นเสียง และที่วางเครื่องเล่นว่ามันเอียงหรือเปล่า เพราะมันอาจจะเกิดจากสาเหตุดังกล่าวก็ได้

ผมคิดว่าเทคนิคการเล็งหัวเข็มให้ขนานกันนั้นแต่ละคนจะต้องมีวิธีที่ต่างกันว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้หัวเข็มตรงและขนานกันให้มากที่สุด ใครที่มีวิธีที่ดีกว่านี้ในการเล็งก็อย่าลืมบอกกล่าวกันนะครับ

การเซ็ตอัพไม่ยากอย่างที่คิดครับ เมื่อก่อนผมก็คิดว่ายาก แต่พอทำเป็นแล้วไม่ยากเลยลองไปทำกันดูนะครับ

สำหรับท่านที่โหลดพวกโปรเจ็คเตอร์มาจากในเวบ ขอให้วัดระยะเสียก่อนการตั้งนะครับ เพราะถ้าไม่เที่ยงตรงการตั้งก็ไม่มีประโยชน์

จากนั้นย้ายมาเซ็ตอัพที่จุดบี โดยการเคลื่อนแพลตเตอร์

จากนั้นย้ายมาเซ็ตอัพที่จุดบี โดยการเคลื่อนแพลตเตอร์

การเซ็ตอัพควรจะลองวัด และทำอยู่สักสามสี่รอบ ค่อย ๆ วัด ค่อย ๆ ขันน๊อต

ข้อควรระวังก็คือการขันน๊อตจะต้องทำอย่างนิ่มนวลเพราะถ้าขันแรงเกินไปตัวหัวเข็มก็จะเคลื่อน

ท่านสามารถเข้าไปอ่านรีวิวในการเซ็ตอัพนี้ได้ที่ Hgt2.net

บทที่ 2 Begin Origin Live Aurora MKII

บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3

Origin Live Aurora MK 2

Origin Live Aurora MK 2

Origin Live ก่อตั้งโดย มาร์ค บาเกอร์ (Mark Baker) ในปี 1986  เขาเป็นคนที่คลั่งไคล้ในเสียงดนตรีคนหนึ่ง การที่เป็นนักประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เขาก้าวเข้ามาออกแบบอุปกรณ์เครื่องเสียง ผลิตภัณฑ์แรกของ Origin Live ก็คือสายสัญญาณในแบบสายแกนเดี่ยว ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายจากนิตยสารไฮไฟ Origin Live ไม่ได้หยุดอยู่กับความสำเร็จ เขายังคงออกแบบเครื่องเล่นแผ่นเสียง ลำโพง

หลักปรัชญาของ Origin Live ก็คือออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าสมกับราคา นั่นทำให้บริษัทสามารถพัฒนาก้าวไกลจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

ฐานผลิตของ Origin Live อยู่ที่เมืองเซาท์แธมตัน สหราชอาณาจักร ซึ่งยังคงเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศอังกฤษ

แต่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้กับ Origin Live กลับเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียง ซึ่งเครื่องเล่นแผ่นเสียง ORigin Live มีรูปแบบการออกแบบที่เฉพาะตัว มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ในแต่ละรุ่นเพิ่มเติมความแตกต่างบนความเหมือน โครงสร้างของเครื่องเล่นแผ่นเสียงได้ถูกออกแบบให้ลดเรโซแนนซ์ ขณะเดียวกันก็มีความเรียบง่าย

เครื่องเล่นแผ่นเสียงของ Origin Live มีด้วยกัน 5 รุ่น คือรุ่นเล็กสุด Aurora MKII, Calypso, Resolution MKII, Sovereign MKII และ Resolution Classic

ผมเลือกซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุน Aurora MKII ซึ่งเป็นรุ่นที่เล็กสุด ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดและต้องการเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่สมราคา ทั้งกลไกที่ดี และหน้าตาที่สวยงาม

เครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora MKII มีตัวแท่นให้เลือกหลายแบบ แบบที่เป็นมาตรฐานทำจากอคลีลิกสีดำ ส่วนตัวแท่นอื่นต้องสั่งพิเศษ มีทั้งแบบใส และแบบสีขาวขุ่นให้เลือก แต่ผมชอบสีดำอยู่แล้ว เพราะดูเข้มแข็ง และดูเก่ายากกว่าแบบอคลีลิกใส

Origin Live Aurora MK 2 ตัวสีขาวขุ่น

Origin Live Aurora MK 2 ตัวสีขาวขุ่น

ตัวโทนอาร์มของ Origin Live Aurora MKII นั้นสามารถเลือกใส่ได้สองแบบคือโทนอาร์ OL1 ซึ่งทาง Origin Live ได้ให้ทางเรก้าเป็นผู้ผลิต โดยตัว OL1 นั้นดัดแปลงมาจากโทนอาร์ม RB251 นั่นเอง โทนอาร์มอีกตัวที่สามารถใส่กับ Origin Live Aurora MKII ได้ก้คือ โทนอาร์ม Silver

OL1 Tonearm

OL1 Tonearm

Origin Live Aurora MKII เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงระบบสายพาน มอร์เตอร์แยกส่วนไม่ติดกับตัวแท่น จุดนี้มีทั้งข้อดีข้อเสียก็คือ ช่วยลดเรโซแนนซ์ได้ดีกว่า แต่ข้อเสียก็คือมอร์เตอร์ปราศจากฐานยึดทำให้รอบการหมุนมีโอกาสเพี้ยนได้ ดังนั้นก่อนเล่นจะต้องเช็คระยะจากมอร์เตอร์ไปยังจุดกึ่งกลางทุกครั้ง ส่วนรอบการหมุนมีสองสปีดด้วยกันคือ 33 rpm และ 45 rpm โดยสามารถเปลี่ยนรอบด้วยการคลิกสวิสต์ควบคุมที่มอร์เตอร์เท่านั้น

บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3