Info

Posts from the Romance Category

Cover DVD The Birds

หากเอ่ยนามผู้กำกับ Alfred Hitchcock คงไม่เคยมีนักดูหนังคนไหนไม่รู้จักเขา หนังที่ทำให้คนรู้จักฮิตค็อซ์กมากที่สุดน่าจะเป็นเรื่อง Vertico (1958) ,Phycho (1960) และ The Birds (1963)

Hitchcock

ผมสารภาพว่าเคยชมภาพยนตร์ของฮิตค็อกไม่มากนัก แต่เมื่อชมทุกครั้งก็พบกับความน่าทึ่งของหนังทุกเรื่องที่เขากำกับ ประการแรก หากดูจากห้วงเวลาที่หนังถูกสร้าง ฮิตค็อกคือต้นแบบของหนังยุคใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยภาษาภาพยนตร์ ภาพ เสียง องค์ประกอบภาพ เทคนิคพิเศษ ล้วนถือกำเนิดขึ้นอย่างน่าทึ่งเกินบรรยาย เทคนิคพิเศษของฮิตค็อกในเรื่อง The Birds ยังทำดีกว่าเทคนิคพิเศษบางเรื่องในหนังไทยสมัยนี้ ผมไม่ได้กล่าวหาหนังไทยนะครับ แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่มันฟ้องด้วยภาพอย่างไม่ต้องสงสัย ฮิตค็อกเลือกเทคนิคพิเศษที่เหมาะสมเข้ามาในหนัง ทำอะไรไม่เกินตัว หรือพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยไม่คำนึงถึงความสมจริง ซึ่งจุดนี้ผมคิดว่าหนังที่พึ่งพิงเทคนิคพิเศษมาก ๆ ต้องศึกษาให้ละเอียดยิบ หนังฮอลลีวู๊ดในปัจจุบันลงทุนกำกับฉากเทคนิคพิเศษอย่างมหาศาล ฉากเครื่องบินตกไม่กี่วินาที บางครั้งอาจจะลงทุนมากกว่าหนังไทยบางเรื่อง

กลับมาที่ The Birds อีกครั้ง หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนจบ โดยไม่มีการเล่าภูมิหลังตัวละคร หรืออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นย้อนหลังกลับไป เท่ากับว่าตัวละครนั้นรู้เท่า ๆ กับคนดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเล่าเรื่องแบบนี้เป็นที่นิยมในหนังสืบสวนสอบสวนยุคใหม่หลายเรื่องก็ดำเนินเรื่องลักษณะนี้ The Birds เล่าเรื่องเมลานี ดาเนียล หญิงสาวสวยลูกสาวเจ้าพ่อสิ่งพิมพ์ เธอมีลักษณะแก่นแก้ว ไร้เดียงสา และมีเสน่ห์ดึงดูด เธอไปร้านขายสัตว์เลี้ยง โดยต้องการนกไปเลี้ยง ที่นั่นเธอบังเอิญได้พบกับมิตซ์ เบรเนอร์ ทนายความหนุ่มที่มีน้องสาวอายุน้อย ซึ่งเขาจะกลับชนบทไปอยู่กับน้องสาวและแม่ทุกสุดสัปดาห์ มิตซ์แกล้งทำเป็นจะไปซื้อนกไปฝากน้องสาว โดยที่นางเอกของเราสมยอมแกล้งทำเป็นคนขายนก ทว่าเขากลับอำเธอเพราะรู้ว่าเธอเป็นใคร เธอคิดแก้แค้นคืนจึงให้นักข่าวช่วยหาชื่อของเขาจากทะเบียนรถ โดยแกล้งเอานกเลิฟเบิร์ดไปส่งให้เขาที่บ้านชนบท เพื่อทำให้เขาแปลกใจนั่นเอง

Tippi Hendren

หนังในช่วงแรกนั้นนำเสนอในแบบรักกุ๊กกิ๊กหนุ่มสาว แต่ฮิตค็อกก็ทำออกมาได้สนุกไม่เบาเลยทีเดียว กว่าหนังจะเข้าเรื่องก็ตอนที่นางเอกเอานกเลิฟเบิร์ดไปส่งที่ชนบท แล้วเริ่มโดนนกนางนวลโจมตีระหว่างขับเรือกลับชายฝั่ง (ลองจินตนาการดูนะครับว่านางเอกสาวสวยของเราขับเรือได้ด้วย)

The Birds ไม่ได้บอกที่มาที่ไปว่าทำไมนกทั้งหลายตั้งแต่นางนวล อีกา แบล็คเบิร์ด ต่างรวมฝูงกันจำนวนมหาศาล แล้วก็โจมตีมนุษย์อย่างไม่เลือกหน้า มนุษย์ไม่คิดว่านกซึ่งเป็นสัตว์ที่มีพิษสงจะจัดการกับมนุษย์จนถึงกับตายได้

ฮิตค็อกฉลาดพอที่จะไม่บอกว่านกทำไมถึงโจมตีมนุษย์ เพราะถ้าเราชมหนังมาหลายเรื่อง หนังที่บอกสาเหตุโน้น สาเหตุนี้ หรือมองหาเหตุผลมารองรับ “โลกเสมือนจริง” ในหนัง บางครั้งยิ่งบอกยิ่งเลอะเทอะ จนบางครั้งทำจนไม่น่าเชื่อถือเลยก็มี

สิ่งที่โดดเด่นอีกเรื่องหนึ่งของฮิตค็อกก็คือเขามักจะฆ่าตัวละครรอง หรือตัวละครเอกได้ตลอดเวลา เรื่องนี้ก็เช่นกัน ไลเดีย ครูโรงเรียนชนบทอดีตแฟนสาวของมิตซ์ ต้องมาตายเพราะปกป้องน้องสาวของมิตย์ไม่ให้ฝูงนกโจมตี รวมถึงตัวนางเอกของเราถึงกับเสียสติเมื่อถูกนกโจมตีในตอนจบ

ฮิตค็อกเล่นกับคนดูด้วยเทคนิคพื้นบ้าน แต่ว่าทรงภราณุภาพ เสียงดนตรีประกอบที่โหยหวน ฉากที่มีแต่เสียงฝูงนกบินโดยไม่เห็นตัว ฉากที่เด็กนักเรียนประถมมากมายวิ่งหนีฝูงอีกามหาประลัย ฉากมุมสูงที่มองเห็นเมืองลุกไหม้ รวมถึงชะตากรรมของชาวเมืองที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตรงไหน แม้หนังจะจบลงอย่างปริศนา แสนเศร้า เงียบงัน

เหนืออื่นใดหลังจากดูหนังเรื่อง The Birds จบ ผมหลงรักนางเอกของเรื่องอย่างมากมายเลยครับ Tippi Hendren สวยบาดใจเหลือเกิน แม้ผ่านเวลามานานเธอก็ยังสวยไม่ตกยุคแม้ระเบียดนิ้วเดียว

House of Flying Daggers: ความรักบังดวงตา เสน่หาฆ่าอุดมคติ

คะแนนรวม ***
รายละเอียด: Encoding Region Zone 3 Picture 8 Sound 7 Movie 6 Supplementary (ไม่มี)

House of Flying Daggers poster

นี่เป็นหนังคนละขั้วในทางอุดมคติระหว่างหนังเรื่องที่ผ่านมาของจางอี้โหมว บังเอิญถ้าใครได้ชม Hero ของเขามาก่อน ก่อนที่จะได้ชม “บ้านมีดบิน” มันทำให้คนดูอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าตัวบทต่ำกว่ามาตรฐานไปหรือเปล่า หรือว่านักวิจารณ์คาดหวังกับจางอี้โหมวมากกว่านั้น สำหรับผมขอให้เป็นอย่างหลังดีกว่า เพราะผมชอบผู้กำกับคนนี้มากและให้เครดิตรกับเขาค่อนข้างสูงในหมู่ผู้กำกับเอเซียด้วยกัน ทั้งนี้เขาอาจจะหมกมุ่นอยู่กับการกำกับพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกที่ปักกิ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามากกว่า จนมีเวลาให้กับหนังเรื่องนี้น้อยไปหน่อยหรือเปล่า

แต่ถ้าวัดเรื่อง “บ้านมีดบิน” เดี่ยว ๆ มันก็ผ่านไปในแบบเกรด A ลบ นิด ๆ จนถึงบีบวก
บ้านมีดบินเป็นหนังโรแมนติกแอกชั่นที่ใช้ฉากหนังจีนกำลังภายในเป็นตัวเดินเรื่อง ต้องยอมรับว่าฉากต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้สวยสดงดงามเป็นอย่างยิ่ง ความงามของฉากนี้ทำให้ผมหลงใหลหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และอาจจะทำให้คนหลงรักมันได้อย่างไม่ยากเย็น

“บ้านมีดบิน” เล่าเรื่องของสองมือปราบหนุ่มเจ้าสำราญสมญาว่าสายลมอิสระ “จิน” (ทาเคชิ คาเนชิโร) กับมือปราบวัยกลางคนที่ดูลุ่มลึกอย่าง “เหลียว” (หลิวเต๋อหัว) ถูกทางเบื้องบนสั่งการอย่างเด็ดขาดให้กำจัดขบวนการใต้ดินที่ชื่อว่า “บ้านมีดบิน” ให้สินซาก โดยสองมือปราบได้ข่าวมาว่ามีนางโลมตาบอดรูปโฉมงามมาซ่องสุมอยู่ที่สำนักนางโลมจึงได้เข้าไปจับกุม เรื่องราวของการต่อสู้ไล่ล่า และสัมพันธ์กันระหว่างชายสองหญิงหนึ่งจึงเกิดขึ้นระหว่างการจับกุม

ตัวหนังไม่ได้มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากนัก ว่าไปแล้วก็ออกจะเล่าเรื่องตรง ๆ ซื่อ ๆ เรียบง่ายเป็นระเบียบตามแบบหนังทั่วไป ส่วนที่ทำได้ดีมากคือความโรแมนติกของหนังนั้นมีมาก จนรายละเอียดของโครงเรื่องรองขาดความหนักแน่น โปร่งบาง และไม่อาจจะ “เชื่อ” ได้ว่า “ความรัก” ได้บดบังอุดมการณ์ของหนุ่มสาวไปหมดแล้ว ในกรณีนี้ผมคงอดเปรียบเทียบกับหนังเรื่อง Hero ไม่ได้ เพราะ Hero นั้น หนุ่มสาวในหนังสละชีพเพื่ออุดมการณ์ของตัวเอง ส่วนความรักเป็นเรื่องรอง ขอทำให้บ้านเมืองสงบสุขจากการถูกกดขี่ของผู้มีอำนาจ ส่วน “บ้านมีดบิน” คนหนุ่มสาวทั้งสามเลือกที่จะให้ความรัก หรือเรื่องส่วนตัวเข้ามามีบทบาทต่อชีวิต ละทิ้งอุดมการณ์และขอใช้ชีวิตในแบบเสรีชนไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก

นี่จึงเป็นต้นเหตุให้หนังเรื่องนี้เบาลงจนบางครั้งขาดจุดหมายที่จะไปถึง “บ้านมีดบิน” ในฐานะตัวแทนของอุดมการณ์ก็ถูกละเลยในเรื่องรายละเอียดว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร มีความสำคัญ มีความขัดแย้งภายในมากแค่ไหน เพราะหนังมุ่งประเด็นความรักของจินกับเหมยมากเป็นแกนกลางของเรื่อง

สำหรับดีวีดีที่ผมดูแผ่นนี้เป็นดีวีดีโซนสามผลิตโดบบริษัทยูไนเต็ดประเทศไทยพูดถึงราคาแล้วพอสมควรแก่การซื้อหามาชมครับคือ 200 บาท ภาพของหนังเรื่องนี้ถือว่าทำได้ดีพอสมควร แม้สีจะไม่อิ่มมากนักแต่สีสันของหนังก็ทำให้น่าทึ่งไม่น้อย ในส่วนของ Sound เป็นเรื่องน่าคิดมากครับ เพราะในหนังเรื่องเดียวกัน Sound ของหนังเรื่องนี้มีดีที่สุดจนถึงแย่ที่สุด กล่าวคือ Sound ที่ทางดีวีดีแผ่นนี้บันทึกมามีทั้งหมดสามแบบคือ ภาษาจีนกลางบันทึกด้วยระบบดิจิตอล 5.1 ภาษาไทยที่บันทึกมาในระบบดิจิตอล 5.1 และภาษาไทยที่บันทึกด้วยระบบ DTS ที่ผมดูเปรียบเทียบคือภาษาจีนระบบ 5.1 ภาษาไทยระบบ 5.1 (ทั้งนี้ผมไม่ได้ลองเปรียบเทียบกับระบบ DTS) เสียงในพากย์ไทยโดยเฉพาะเสียงตัวละครเบามาก อู้อี้ไปนิด และเสียงซาวด์ก็ขาดไดนามิก เรียกว่าฉากต่อฉากถ้าเปิดเทสต์ระหว่างสองภาษาจะได้ยินต่างกันชัดเจน

ทว่าฉากที่บันทึกเสียงดีมาก ๆ คือฉากที่เหม่ยกับเหลียวประลองวิชาโดยการยิงหินไปที่กลอง ฉากนั้นถ้าคุณมีโฮมเทียเตอร์หรือลำโพงไม่สามารถรับพลังวัตต์สูง ๆ ได้ ระวังลำโพงอาจจะพังได้ครับ เป็นฉากที่มันสะใจขาซาดิสต์ที่ชอบเสียงกลองแบบหนัก ๆ เลยทีเดียว แถมการออกแบบเสียงในหนังเรื่องนี้ถือว่าสุดยอดมาก ซึ่งการออกแบบเสียงนี้เรายังไม่ค่อยเห็นในหนังไทยมากนักว่าเสียงที่คนดูได้ยินมันจะออกมาทางลำโพงฝั่งว้ายขวากลางหน้าหลังอย่างไร ผมว่าถ้าจะทำหนังในระดับเวิลดิ์คลาส คงต้องใส่ใจทุกรายละเอียดของหนัง

ภาพโปสเตอร์ของ High Fidelity

ภาพโปสเตอร์ของ High Fidelity

High Fidelity: หนังสำหรับผู้ชาย (ประเภทหนึ่ง)

คะแนนรวม *** (สามดาว)
รายละเอียด: Encoding Region Zone 3 Picture 6 Sound 6 Movie 7 Supplementary 6

แม้จะเป็นหนังเก่าที่ออกฉายในปี 2000 แต่ผมเชื่อว่าท่านยังพอหาดีวีดีเรื่องนี้มาดูได้ไม่ยากครับ ทั้งโซนหนึ่งและโซนสามอาจจะรวมถึงดีวีดีแม่สายด้วย ที่ผมอยากแนะนำหนังเรื่องนี้ให้กับแฟนนานุแฟนของหนังสือแฮมเบอร์เกอร์ได้ชมกันเพราะว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเข้ากับ “ความรู้สึก” ของผู้ชายที่ชอบดูหนังฟังเพลงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่บ้าเรื่องเพลงและแผ่นเสียง หนังเรื่องนี้จะนำเสนอบุคลิกในแบบ “ผู้ชายๆ” ความรู้สึกที่ยากจะเอ่ยออกมาเป็นรูปธรรม ทว่าหนังเรื่องนี้กลับสร้างออกมาได้อย่างดี

High Fidelity สร้างมาจากนิยายของนิค ฮอร์นบี้นักเขียนชาวอังกฤษ นิยายเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อเล่มว่า “รักตกร่อง” ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถเอามาอ่านประกอบดูหนังก็น่าจะได้รับความสนุกไม่แพ้กัน

ภาพปกนิยายเรื่อง High Fidelity

ภาพปกนิยายเรื่อง High Fidelity

หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักแบบผู้ชายครับ อาจจะไม่หวานซึ้งตรึงใจทว่ามันเต็มไปด้วยด้านหนึ่งของผู้ชายที่ผู้หญิงอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน หรือเคยรู้ทว่าอาจจะไม่ได้ลงลึกถึงความคิดแบบ “ผู้ชาย” ซึ่งมีอีกด้านหนึ่งที่ผู้หญิงไม่สามารถเข้าถึงได้ จนกว่าคุณจะทำความเข้าใจมัน ขณะเดียวกันตัวหนังพยายามที่จะเข้าถึงจิตใจของผู้หญิงผ่านมุมมองผู้ชาย แม้มันจะเป็นหนัง “ส่วนตัว” แต่ผมไม่คิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นประเภทเมินมองสังคม เปล่าเลยถ้าเราเข้าใจบริบทของสังคม เราจะไม่ดูแคลน “ความเป็นส่วนตัว” ได้เลย

High Fidelity เล่าเรื่องของ ร็อบ ชายหนุ่มที่กำลังถูกแฟนซึ่งมีอาชีพทนายความที่มีมองถึงอนาคตทิ้งไป ร็อบมองว่าชีวิตของเขาแม้ไม่ประสบความสำเร็จทว่าเมื่อย้อนกลับไปถึงอดีตคนรักเก่าที่เขา “จัดอันดับ” ตามแบบชาร์ตดนตรีที่เขาชื่นชอบ ชีวิตรักของเขาก็หาไม่เลวร้ายไปนัก แต่กลับเป็นความถูกต้องที่เขาเดินมาถูกอยู่แล้ว

John Cusack ในบท ร็อบ กอร์ดอน เจ้าของร้านแผ่นเสียง

John Cusack ในบท ร็อบ กอร์ดอน เจ้าของร้านแผ่นเสียง

ร็อบเคยเป็นดีเจเปิดเพลงตามผับมาก่อนก่อนจะตัดสินใจมาเปิดร้านขายแผ่นเสียงที่เต็มไปด้วยอุดมคติ เขาจ้างลูกจ้างสองคนที่เป็นพวกบ้าเพลงอย่างโงหัวไม่ขึ้นเช่นกัน ขนาดที่ว่าจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ของวงโปรดของพวกเขาได้อย่างไม่มีผิด แล้วทั้งสองยังมีวิธีขายแผ่นเสียงที่ต่างกันด้วย ขณะเดียวกันร้านของเขากำลังตกต่ำเพราะไม่ได้ขายสินค้าตามแบบเมกกะสโตร์ ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องการคือมองหาอนาคตให้ได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

คนบ้าเพลงอย่างร็อบนั้นลมหายใจชองเขาจึงเต็มไปด้วยเพลง ประวัตินักดนตรี แต่สุดท้ายเมื่อมาถึงจุดที่เขาต้องเลือกระหว่างความรัก ชีวิตคู่ หรือทำตัวแบบเดิมซึ่งไม่รู้ว่าจะจบสิ้นลงเมื่อไหร่

Jack Black ในบท แบรี่

Jack Black ในบท แบรี่

สำหรับผมแล้วHigh Fidelity เป็นเหมือนงานสลักหินของพวกที่มองว่าชีวิตนั้นไม่ได้มีองค์ประกอบเพียงหนึ่งเดียวกับสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปเป็น แต่หนัง (รวมถึงนิยาย) นั้นเข้าถึงความเป็นผู้ชาย ที่ฝรั่งเรียกกันว่า Boy Thing ผู้ชายมักจะนำเอา “งานอดิเรก” มาผูกติดกับชีวิตอย่างคลั่งไคล้ ซึ่งทำให้การมองโลกเต็มไปด้วยความฝันบาง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นจริงหรือเป็นเพียงวิมานในอากาศก็ไม่แปลก

นักแสดงหลักในหนัง

นักแสดงหลักในหนัง

สำหรับแผ่นดีวีดีที่ผมชมเป็นแผ่นโซนสาม ซึ่งผมค่อนข้างผิดหวังทั้งด้านภาพและเสียงค่อนข้างมาก กล่าวคือภาพไม่ค่อยใสปิ๊งเหมือนหนังดีวีดีในยุคปัจจุบันเสียเท่าไหร่ ส่วนการบันทึกเสียงแม้จะไม่เลวร้าย แต่หนังเรื่องนี้เพลงประกอบมีส่วนสำคัญหับหนังเป็นอย่างมาก ดังนั้นการบันทึกเสียงซาวด์แทรคต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ แต่เสียงซาวด์ที่ผมได้ยินผมขุ่นมัวไปเสียเฉย ๆ ไม่กังวานเหมือนเรื่องอื่น ๆ (หรือหูผมเพี้ยนไป๊)

เอาละครับ แต่นี่ก็เป็นหนังที่ผู้ชายที่ชอบเพลงดูอาจจะต้องอมยิ้ม ขณะเดียวกันผู้หยิงอาจจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ชายแบบนี้อย่างไร บางทีถ้าความรักไปถึงขั้นที่จะทำความเข้าใจกันได้ อุปสรรคไม่ใช่ปัญหา ทว่าอุปสรรคเป็นเหมือนญาณนำทางสู่ความจริงแท้

ร็อบท่ามกลางกองแผ่นเสียง

ร็อบท่ามกลางกองแผ่นเสียง