Niwat's Blog

Small Stories

Bomroya: Melody of Tears

มาเก๊าวันฝนฉ่ำ

ผมตื่นนอนประมาณเจ็ดโมงเช้าด้วยอาการสะลึมสะลือเต็มพิกัด มองไปยังหน้าต่างที่ปิดด้วยม่านสองชั้น มีเพียงแสงสีขาวรอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย ขยับพลิกตัวอีกครั้งหนึ่ง หลับตาพยายามจะนอนหลับแต่ก็ไม่หลับจึงตัดสินใจลุกจากที่นอน เดินมาที่ม่าน แง้มม่านดูบรรยากาศข้างนอก ฝนเทลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง เมฆเทาปกคลุมท้องฟ้า น้ำฝนเกาะพราวที่กระจก วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเดินทาง เรามีเวลาเดินเที่ยวที่มาเก๊าอีกเกือบจะหนึ่งวัน

ไม่รู้มีอะไรดลใจให้เรากลับไปที่ Saint Paul Ruin ทั้งที่เมื่อเย็นวานเราก็ไปที่นั่นมาแล้วหนหนึ่ง และใช้เวลาถ่ายรูปนั่งชมวิวกันหลายชั่วโมง กินข้าวเช้าจากโรงแรมเรียบร้อยเราก็ขึ้นมาพักที่ห้อง อาบน้ำแต่งตัว รอให้ฝนหยุดตก ผมอาศัยช่วงนี้งีบหลับอีกหนหนึ่ง ราว ๆ เที่ยงเราจึงออกจากโรงแรมไปที่ซากโบสถ์ Saint Paul ท่ามกลางความฉ่ำของบรรยากาศ

ไปถึงที่เซ็นต์ปอล ผมมุ่งตรงไปยังป้อมปราการโบราญที่อยู่ทางด้านขวามือ ที่นั่นถูกดัดแปลงให้เป็นสวนสาธารณะสวยงาม ทั้งต้นไม้ใหญ่และต้นไม้ประดับ เมื่อไปถึงยอดสุดของป้อมพบว่ามันเป็นป้อมที่ใหญ่มาก พวกโปตุเกสไปที่แห่งไหนชอบที่จะสร้างป้อมเสมอ ต่างจากพวกฮอลแลนด์และอังกฤษ บนป้อมสามารถมองเห็นเมืองมาเก๊าได้ 360 องศา ผมถ่ายรูปมาเยอะพอสมควร ถ่ายรูปเสร็จจึงเดินกลับลงมาสมทบกับครอบครัวที่พากันไปช๊อปปิ้งที่ร้านขายของเล่น

เมื่อครบองค์คณะแล้ว หมูขอตัวไปห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ข้างเซ็นต์ปอล ระหว่างที่รอ ผมมองไปยังถนนซึ่งมีตัวตึกสีเหลืองอ่อนตั้งอยู่ทางขวามือ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเล็ก ๆ ที่ตัดกับถนนสู่เซ็นต์ปอล งเมื่อวานเราก็มองดูมันอยู่ แต่ไม่ได้เดินเข้าไป เพราะคิดว่าเป็นร้านอาหาร แต่วันนี้หมูชวนให้เดินดูจะได้ไปถ่ายรูป

เดินเข้าไปถึงตัวอาคารก็ยังรู้สึกงงเพราะมันไม่ใช่ร้านอาหารแต่เป็น Gallery แสดงภาพ โดยห้องแรกเป็นงานร่วมสมัยของศิลปินมาเก๊า ผมเดินเข้าไปดูงานซึ่งมีไม่มากชิ้นนัก แนวของงานเป็นภาพแอบสแต๊ค ดูแล้วไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ อาจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยพิศมัยกับงานแอบสแต๊คนัก ไม่ใช่ว่าดูแล้วไม่เข้าใจนะครับ แต่ผมคิดว่าเทคนิคภาพของแอบสแตคมันไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของศิลปินได้ครบถ้วน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ชมเป็นหลักด้วย งานแอบสแตคจะสมบุรณ์ได้ ศิลปินจะต้องเป็นที่รู้จัก และเราศึกษางานของเขามาแล้วระยะหนึ่ง

ออกมาจากห้องแสดงภาพแรกก็เดินมาเรื่อย ๆ จนถึงปลายสุดของถนน ผมไปสะดุดใจอยู่ที่หน้าต่าง ซึ่งมีตัวอักษรสีเขียเอาไว้บนกระจก of Tears Melody ทำให้ผมมองเข้าไปด้านในห้องเล็ก ๆ สี่เหลี่ยมนั้น จึงได้รู้ว่าแท้แล้วมีงานแสดงภาพอีกชุดหนึ่งอยู่ที่นี่

ทางเข้าตัวอาคารเป็นประตูเล็ก ๆ กำแพงด้านซ้ายศิลปินแขวนภาพผลงานต่าง ๆ เอาไว้โดยไม่ใช่กรอบ บ้างอยู่ในถุงแฟ้มพลาสสติก ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นภาพเขียนของฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) ศิลปินสาวชาวอาเจนตินาที่มีผลงานโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

เมื่อเดินเข้าไปยังห้องแสดงงาน เสียงเพลงจากวิทยุเครื่องเล็กดังแว่วเป็นบรรยากาศจากมุมห้อง ภาพวาดหลายสิบภาพแขวนอยู่บนผนัง ภาพแต่ละภาพแม้จะได้รับอิทธิพลจากศิลปินหลากหลาย ทว่าก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เป็นการนำภาพเก่ามาเล่าด้วยมุมมองใหม่ จนผู้ชมได้รับสารซึ่งแตกต่างจากเดิม จะบอกว่าภาพของเธออาจะไม่เนี๊ยบเท่าศิลปินใหญ่ แต่อารมณ์ความรู้สึกที่แสดงออกมาจากภาพกลับมีความแจ่มชัด มีความซื่อตรง มีความงดงามโดยไม่เสแสร้ง ซึ่งตรงนี้เองที่ผมคิดว่าศิลปินไทยยังไม่สามารถแสดงออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะบอกว่างานของศิลปินไทยหลายคนมักเทศนาในสิ่งที่ตัวเองไม่เชื่อก็อาจจะถูกส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งคิดว่าภาพงานศิลปะจะต้องสอดแทรกเรื่องราวในการวิจารณ์สังคมอย่างเข้มข้น ซึ่งผมว่ามันไม่จำเป็นสำหรับงานทุกชิ้น ทว่างานที่ต้องการแสดงอารมณ์นั้น อารมณ์ของภาพจะต้องเข้มข้น ดังที่ Bomroya สามารถสำแดงภาพของเธอเต็มที่ผ่านศักยภาพของเธอ

ดูภาพแล้วจึงได้รู้ว่าศิลปินที่มาแสดงงานเป็นสาวชาวเกาหลีนามว่า Bomroya เมื่ออ่านสูจิบัตรเพิ่งรู้ว่าเมือวานเธอมาเปิดงานด้วยการแสดงดนตรี และไม่ต้องสงสัยเพลงที่เปิดเป็นบรรยากาศของงานแสดงภาพก็คือเพลงที่เธอร้องและแต่งร่วมกับเพื่อนนักดนตรี ไม่อยากเชื่อว่าความบังเอิญจะทำให้ได้รู้จักศิลปินคนนี้ พร้อมกันนั้นผมก็ได้ซื้อแผ่นซีดีเพลงที่เธอร้องติดมือมาฟังที่กรุงเทพฯด้วย

ผมยังนึกในใจว่าถ้ามีโอกาสอยากชักชวนให้เธอมาร่วมงานกับสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรมสักหน่อย


Filed under: Art View, Book Virus, ดนตรี, บทความน่าสนใจ, สถานที่หนึ่งในหัวใจ, เพลินพรมแดน , , , , , , , , , , , , , , , ,

งานเปิดตัวหนังสือ “แฝงพวงองุ่น” ‘รงค์ วงษ์สวรรค์

ผมมีภาพงานเปิดตัวหนังสือของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ เล่มใหม่ล่าสุด จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ GM Books

โดยมีสำนักพิมพ์ open ได้เปิดตัวหนังสือ “ยี่หวา ไชน่าทาวน์” และสำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น เปิดตัวหนังสือ “เสียงพูดสุดท้าย”

งานนี้จัดขึ้นที่ people space gallery ถนนแพร่งภูธร

ผู้ที่มาร่วมงานเสวนา ภิญญโญ โอเพ่น , อธิคม คุณาวุฒิ และโตมร ศุขปรีชา บรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมกับงานภาพถ่ายขาวดำ เชิญชมภาพครับ

แฝงพวงองุ่น ‘รงค์ วงษ์สวรรค์

ในเงาเวลา

ภิญโญ-อธิคม-โตมร

ผู้มาร่วมงาน

วรพจน์ พันธุ์พงศ์ในมาดเท่

Filed under: Beauty is a Rare Thing, Book Virus , , , ,

อ่านหนังสือ

อ่านหนังสือ

เรื่�งรักธรรมดา

เรื่องรักธรรมดา

มีคนถามเรื่องการอ่านหนังสือพอสมควร ตลอดระยะเวลาที่ผมมีชีวิตรู้จักหนังสือโดยเริ่มจากการมองและเอานิ้วเขี่ยรูปภาพ จนกระทั่งอ่านออกเขียนได้ คำถามที่เจอบ่อยที่สุดก็คือ ทำไมถึงชอบอ่านหนังสือ เลือกอ่านหนังสืออย่างไร เอาเวลาที่ไหนมาอ่านได้เยอะแยะขนาดนั้น และรวมไปถึงคำถามน่ารักอื่นๆจิปาถะส่วนตัว เช่น นักเขียนที่ชอบ หนังสือเล่มโปรด หนังสืออ่านไม่จบ ชอบอ่านมุมไหนของบ้าน ท่าที่อ่าน(มีคนถามแล้วจริงๆ) วิธีคั่นหนังสือ อ่านหนังสือยังไงไม่ยับ จนโยงใยออกสู่คำถามกว้างๆว่าทำไงให้เด็กๆชอบอ่านหนังสือ มีความคิดเห็นอย่างไรกับการศึกษาไปจนถึงเรื่องวัฒนธรรมการอ่านของผู้คน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยได้ตอบใคร เหตุเพราะตัวเองก็ไม่เคยนั่งคิดถึงเรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง ไม่ได้เชี่ยวชาญ แล้วนึกไม่ออกว่ามันจะสนุกอย่างไรกับการเล่าเรื่องการอ่าน นอกจากจะคุยในเรื่องหนังสือที่อ่านเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ผมเล่าให้เจ้าของตู้เย็นที่ดอกทิวลิปอาศัยอยู่* ว่ากำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งสนุกมากแต่เป็นหนังสือของแม่ แม่เผลอหลับเลยเอามาอ่าน กับเล่าเรื่องการได้เป็นเจ้าของหนังสือเด็ก(ผมชอบบ่นว่าหนังสือเด็กแพง เลยไม่ยอมซื้อเสียที) เรื่อง No David ! ของนายเดวิด แชนนอน เธอรู้เรื่องนิสัยการอ่านเรื่อยเปื่อยของผมดีอยู่แล้ว แต่คงนึกสงสัยขึ้นมากะทันหัน เพราะหลายครั้งที่ผมมีพฤติกรรมแปลกๆหลากรสนิยมในการอ่าน เธอเลยถามว่า ทำไมชอบอ่านหนังสือ? เป็นเองแต่เด็กๆเลยหรือ ผมเริ่มคิดเรื่องนี้ สำรวจตัวดูก็พบว่า จริงสิไม่เคยนึกเลย ทำไมถึงชอบเอาหนังสือแม่มาอ่าน ทำไมอยู่หลายคำถาม แล้วนึกไปถึงตอนเด็กว่า มีใครบังคับให้อ่านหนังสือหรือเปล่า? ทำไมจึงชอบอ่านหนังสือนักหนา?

ตอนเด็กๆผมเป็นพวกจอมซนอยู่ไม่สุข ต้องออกไปวิ่งเล่นรอบบ้านเสมอ นอกบ้านคือป่าแห่งการผจญภัยชนิดหนึ่ง ยิ่งแดดออกยิ่งชอบ ใครเผลอก็กระโดดขึ้นรถเขาแอบหัดขับ หาเรื่องตั้งแต่เด็กซึ่งขับได้ตั้งแต่เวลานั่งขายังยันไม่ถึงพื้น เวลามองกระจกหน้าก็ต้องเขย่งเอา หรือเล่นทะโมนเป็นลิงเป็นค่างอยู่คนเดียว แต่ความซนนั้นก็จะอยู่แต่นอกบ้าน เพราะเหมือนมีมนต์ขลัง พอเดินเข้าเขตร่มหลังคาบ้านผมจะนิ่งทันที แล้วยิ่งเดินผ่านห้องหนังสือชั้นหนังสือที่เรียงกันจนมองเห็นหน้าหนังสือเหลืองกรอบอยู่ตามทางเดิน ก็จะค่อยๆย่องเบาๆ ราวกับกลัวว่าหนังสือจะตื่น สันหนังสือจะแตกด้วยความเก่าจนหลุดลุ่ยออกมาเป็นผุยผง อิทธิพลและบรรยากาศแวดล้อมภายในบ้านน่าจะมีส่วนสำคัญที่สุดในการเพาะนิสัยการอ่านแบบไม่รู้ตัว ผมชินกับภาพของการเห็นคนนั่งอ่านหนังสือเป็นเงาเงียบๆตะคุ่มๆอยู่ในบ้าน มันทำให้เราเงียบไปด้วยจนเป็นที่รู้กันว่าถ้ามีคนอ่านหนังสืออยู่ ต่อให้มีเรื่องด่วนอย่างไรก็จะไม่มีใครอยากกวน ยกเว้นว่ามีการเงยหน้าขึ้นมามองพอดี เคยมีเรื่องเล่าว่าบรรพบุรุษคนหนึ่งของผมมัวแต่อ่านหนังสือ ภรรยาให้คนมาบอกท่าน ท่านก็ยกมือเป็นสัญญาณคล้ายบอกว่าให้รอก่อน จนคนมาบอกไม่กล้าพูดอะไร แล้วในที่สุดภรรยาท่านก็ไปคลอดไม่ทัน ในวัยที่ผมยังอ่านหนังสือไม่ออกนั้น ผมมักชอบปีนป่ายอยู่แถวบริเวณคนอ่านหนังสือ สืบเนื่องมาจากที่บ้านผมเป็นกรรมพันธุ์ชนิดหนึ่ง คือชอบอ่านหนังสือออกเสียงพึมพัมพอที่จะให้ตัวเองได้ยินคนเดียว แล้วตอนนั้นอยากรู้ว่าเขากระซิบอะไร กับเกิดอาการไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่มองเส้นบรรทัดที่มีตัวหนังสือเรียงซ้อนกันเป็นตับในหน้ากระดาษทำไม อันนี้ต้องทำความเข้าใจตามประสาโลกของเด็ก ว่าผมไม่มีปัญญาควบคุมตัวเองได้ในขณะนั้น ผมจึงต้องปีนไปพิสูจน์เกาะแถวบริเวณไหล่บ้าง อ้อมไปข้างหลังบ้าง คอยเกาะแกะให้เป็นที่กวนอกกวนใจคนอ่านหนังสือทั้งหลาย หลังจากนั้นก็รัวคำถามเป็นชุดกับผู้ใหญ่ถึงเรื่องราวที่อ่าน และสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อมาคิดถึงในยามนี้คือ ผมโชคดีที่ทุกคนใจเย็นมาก ตอบคำถามทุกคำ และเล่าให้ฟังทุกเรื่องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แตกต่างกันไปตามวัย แถมยังมีเล่ห์กลทำให้ผมอยากรู้ต่อ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ผมชอบหนังสือ เพราะหนังสือตอนนั้นยังเป็นก้อนอิฐอะไรไม่รู้ ได้แต่เอามาต่อเรียงกันเป็นตึกบ้างรถบ้าง บางทีก็หยิบออกมาจะเปิดหาแต่เล่มที่มีรูปภาพ บ่อยครั้งที่หนังสือถูกนำมาวางกองไว้เต็ม แล้วหลังจากนั้นไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของบ้านก็จะได้ยินเสียงเรียกชื่อให้ผมมาเอาหนังสือไปเก็บที่เดิม ครั้งหนึ่งแม่เล่าให้ฟังว่า ตัวฤทธิ์อย่างผมแหงนหน้าทะเลาะกับแม่ปาวๆว่า ผมอ่านหนังสือไม่ออก ผมเก็บไม่เป็นหรอก….

แต่เรื่องของเรื่องก็คือไม่มีใครเคยบังคับให้อ่านหนังสือเลย ไม่ว่าจะหนังสืออ่านเล่นหรือหนังสือเรียน ทุกคนต่างอ่านให้เห็นเอง และการได้อยู่ในโลกที่มีแต่หนังสือก็ทำให้หยิบขึ้นมาอ่านเองเวลาไม่มีอะไรทำ แม่เคยพูดครั้งหนึ่งเรื่องหนังสือว่า อ่านอะไรได้ก็อ่านไปเถอะ อ่านมากๆเข้าก็จะรู้จักแยกแยะไปเอง อย่าอ่านหนังสือแบบจัดอันดับหนึ่งสองสาม เพราะหนังสือทุกเล่มมีคุณค่าทั้งนั้น ถ้ายิ่งอ่านมากขึ้นก็จะเห็นว่าการอ่านทำให้เราตัวเล็กลงทุกที เราแทบจะไม่มีความหมาย เพราะมีเรื่องราวในโลกที่เรายังไม่รู้อีกเยอะ เวลาผมปิดเทอมกลับบ้านก็จะใช้เวลาอ่านแต่หนังสือ ตะลุยอ่านจนแม่ต้องวางแผนให้ออกนอกบ้านเพื่อไปเจอคนอื่นบ้าง คุณยายต้องแกล้งจ้างให้ไปทำโน่นทำนี่ ผมมีคนสนิทอยู่คน เขาจะตระเวนหาหนังสือเช่ามาให้ผมอ่าน การ์ตูน เรื่องแปล เรื่องสั้น เรื่องยาวทุกชนิดเป็นอาหารที่ไม่เคยทำให้อิ่ม สิ่งเหล่านี้กลับกันกับตอนเด็กๆ เพราะพอกลับบ้านได้อ่านหนังสือ นั้นคือโลกแห่งการผจญภัย พอออกนอกบ้านอารมณ์จะนิ่งๆเหมือนผ่านการทำสมาธิมาแล้ว โลกข้างนอกเป็นโลกแห่งการสังสรรค์ การมีมารยาทบนโต๊ะอาหาร การประพฤติตัว กลับกลายเป็นเรื่องของกรอบและระเบียบวินัย ความชาชินทำให้ผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับมันเท่าไหร่นัก หนังสือจึงเป็นทางเดียวที่โลกจะปราศจากความอึกทึก ผมมีหนังสือในความทรงจำมากมายในวัยนั้น To Kill a Mocking Bird ของฮาเปอร์ ลีเคยทำให้ผมน้ำตาตกตอนอายุสิบสี่ อมาญาส์ของจันทรำไพ โลกสีครามของท่านมุ้ย พระจันทร์กระดาษและหนังสือแปลของเทศภักดิ์ เจ้าพ่อของลุงอาจินต์ ตะวันยอแสงของทมยันตี หนังสือของดอกไม้สด เรียกว่าขอให้อยู่ในตู้หนังสือ ไม่ว่าจะของใครก็จะไล่อ่านไปทีละเล่มด้วยความสนุก แต่ก็ยังคิดอยู่ดีว่าเวลามีน้อย ปิดเทอมอ่านไม่ทัน ทำไงดีถึงจะได้อ่านหนังสือแบบฟูลไทม์

ครั้งแรกที่บอกแม่เรื่องอยากเรียนวรรณคดี แม่ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความรู้ทัน เพราะแม่รู้ว่าผมขี้เกียจอ่านหนังสือเรียน แล้วผมอยากจะเอาหนังสืออ่านเล่นมาเป็นหนังสือเรียนแทน เพราะคาดเดาเอาไว้ว่าชีวิตนี้คงมีความสุขไม่น้อย แต่พอแม่ถามว่าทำไม ผมกลับตอบว่า ผมชอบประวัติศาสตร์ อยากรู้ประวัติของหนังสือตามลำดับสมัย แล้วหนังสือเป็นเบ้าหลอมที่ดีทางความคิด ผมตอบไปงั้นจริงๆโดยยังไม่เคยอ่านเรื่อง Crucible ของอาเธอร์ มิลเลอร์ และไม่รู้จักความยากถึงที่สุดของปู่เช็คสเปียร์ ไม่รู้ว่าเกอร์ทรูดจะพูดอะไรกับคลอดิอุส ไม่รู้ว่าโอดิปุสทำไมถึงต้องตาบอด และไม่รู้ว่าการบ่นของนายอเล็กซานเดอร์ พอร์ทนอยจะทะลึ่งมากขนาดนี้ แต่การเรียนในตอนนั้นต้องถือเป็นความสุขแห่งชีวิต เพราะยิ่งเพาะนิสัยการอ่านให้ผมอย่างจริงจัง ผมกลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือ การพบเจอกันของผู้คนเป็นเรื่องการคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากเรื่องราวที่ได้อ่าน ดอกไม้ ใบหญ้า ท้องฟ้า นโปเลียน* ทุกอย่างมีความหมาย ทุกหน่วยความคิดมีค่าแม้แต่ความคิดที่อยู่ตรงข้ามกับเรา และผมเชื่อว่าการอ่านทำให้เราปลดเปลื้องจากความเป็นตัวตน ผมก็ตอบไม่ถูกว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น แต่ผมรู้ว่าหลังๆมานี้ ผมอ่านหนังสือได้ทุกประเภท แล้วแต่สภาวะอากาศและอารมณ์มากกว่า การเลือกอ่านหนังสือขึ้นอยู่กับอารมณ์อ่านในตอนนั้น เช่นถ้าอ่านหนังสือลึกซึ้งมากๆเข้า แบบ Swann’s Way ของ Marcel Proust หลังจากนั้นก็อาจจะอยากอ่านอะไรมันๆแบบ ข้างหลังโปสการ์ดของหลานเสรีไทย หรือถ้าชีวิตกำลังน่าเบื่อก็อยากอ่านอะไรตื่นเต้นคอขาดบาดตาย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ การอ่านคือการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ครั้งหนึ่งคุณอาจจะนิยมลุ่มหลงนักเขียนสักคนมากกว่าผลงานของเขา เพราะเขาเหล่านั้นมีอิทธิพลทางความคิดต่อวัย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งผิด แต่เป็นการเติบโตทางวัยของการอ่าน การอ่านจะทำให้เรารู้จักไม่ตัดสินใครด้วยมาตรฐานของตัวเราเอง เพราะทุกอย่างย่อมมีเหตุผลในตัวมัน การอ่านหนังสือไม่ได้บอกว่าใครดีกว่าใคร และความมหัศจรรย์ของตัวหนังสือทำให้เรารู้จักเคารพความคิดเห็นของคนอื่น เพราะในที่สุดแล้ว ก็ยังมีเรื่องอีกมากที่เรายังไม่รู้….

หมายเหตุการอ่าน: นโปเลียน* เป็นชื่อน้องหมา

ผมอ่านหนังสือเฉลี่ยเดือนละหนึ่งพันหน้าซึ่งเป็นนิสัยที่ทำมานานแล้ว เมื่อก่อนเวลาที่ดีที่สุดคือเวลารถติด ปกติผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือซ้ำ แต่มีรายชื่อหนังสือจำนวนหนึ่งที่อยากอ่านซ้ำและนึกออกตอนนี้

หนังสือน่าอ่าน (เป็นการอ่านซ้ำ *อ่านไม่เคยจบ **อยากอ่านมาก)

Pillar of the Earth – Ken Follet Immortality – Milan Kundera

A Wrinkle In Time – Madeleine L’Engle Lord of the Rings – J.R.R. Tolkien*

Galapagos – Kurt Vonnegut Hotel New Hamshire – John Irving

Atlas Shrugged – Ayn Rand** Daisy Fay and the Miracle Man – Fannie Flagg

ผู้ดี ของดอกไม้สด สามก๊ก** เกิดวังปารุกส์ โสดสโมสร ของว.วินิจฉัยกุล**


หนังสือดีที่เพิ่งอ่าน

Pnin- Vladimir Nabokov Being Dead – Jim Crace Genome – Matt Ridley English Passengers – Matthew Kneale รัตนโกสินทร์ - .วินิจฉัยกุล จิมกระดุมกับลูคัส - มิฆาเอล เอนเด้ ปีนตลิ่ง - ‘รงษ์ วงศ์สวรรค์ เรื่องรักธรรมดา - รวมเรื่องสั้นสนามหญ้า 2

Filed under: Beauty is a Rare Thing, Book Virus , , , , ,

ความงามเศร้า: Atomised

Text : ปรีญา_ญ่า

atomised

ความงามเศร้า

หลังจากที่ฉันอ่าน Atomised นิยายที่เขียนโดยนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อ Michael Houellebecq จบลง ฉันกลับมาคิดว่าตัวละครตัวไหนใน มีชีวิตที่ดีที่สุด (อีกนัยหนึ่งก็คือ ขมขื่นน้อยที่สุด) แล้วถ้าให้ฉันเลือกเป็นตัวละครสักตัวในเรื่องนี้ ฉันจะเลือกเป็นใคร…

The lost kingdom

หนังสือเปิดตัวด้วยชีวิตของ Michael Djerzinski นักวิจัยทางชีววิทยาที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในทางการงาน ถึงแม้ว่างานที่ทำจะไม่ค่อยน่าตื่นเต้น เพราะเป็นงานประจำ ไม่ได้ดีขึ้น แต่ไม่แย่ลง เขาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม็นท์ แทบไม่เคยรู้จักเพื่อนบ้าน เคยมีครั้งหนึ่งที่เขาเหงาแล้วอยากจะมีเพื่อน เขาเลยตัดสินใจซื้อเพื่อนมา 1 ตัว เอาเพื่อนใส่กรงเอาไว้ จากนั้นเขาก็สมใจ ที่มีใครสักคนคอยต้อนรับเขายามที่เขากลับมาที่ห้อง ตอนเช้าเพื่อนก็ร้องเพลงให้ฟัง เพียงแต่เพื่อนของเขาเป็นนก พอเลี้ยงได้สักพักเขาตระหนักว่าเพื่อนจะมีความสุขไหมที่อยู่ในกรง เขาจึงลองปล่อยให้เพื่อนบินออกไป แต่เจ้านกตัวนี้กลับกลัวการมีอิสระ อีกหนึ่งเดือนต่อมาเขาลองอีกครั้ง คราวนี้ได้ผล เพื่อนตกลงไปนอกหน้าต่าง มันลืมการกระพือปีกตามธรรมชาติของนกด้วยซ้ำ ไม่นานเกินรอ เพื่อนจึงต้องตายจากไป นั่นทำให้เขารู้สึกถึงการมีอิสระครั้งแรกของเขา

สำหรับชีวิตวัยกลางคนของเขากับหญิงสาว น่าจะอธิบายได้ด้วยประโยคที่ว่า He used his cock to piss, no more. หนังสือค่อย ๆ เล่าประวัติของ Michael ทำให้เราเห็นภาพ ชายที่มีชีวิตวัยเด็กที่โตมากับคุณย่า เรียนเก่ง คนรอบข้างก็ภาคภูมิใจกับเขา เพียงแต่เขาค่อนข้างโดดเดี่ยว เขามีอาณาจักรส่วนตัวของเขา ซึ่งเป็นอาณาจักรที่แสนเปราะบาง

ต่อมาหนังสือพาให้เราไปรู้จักกับ Bruno ตอนที่ฉันอ่านเรื่องของ Michael ฉันรู้สึกเศร้าอยู่แล้ว แต่พอมาถึง Bruno นั่นทำให้ฉันเศร้ามากไปอีก พล็อตช่วงนี้น้ำเน่ามาก Bruno กับ Michael เป็นพี่น้องกัน (แม่คนเดียวกัน แต่คนละพ่อ ) แต่นิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้ผูกพล็อต แบบนิยายที่ฉันเคยอ่าน หรือเคยดูจากละครไทย Bruno อาศัยอยู่กับตายาย แต่พอคุณตาเสียชีวิต ยายที่เป็นที่พึ่งคนเดียวของเขามีแต่ความโศกเศร้าใจ ไม่มีทางใดที่จะเยียวยาตัวเองได้ นอกจากสิ่งเดียวคือ ฝีมือทำครัวที่ดีมาก นั่นทำให้ Bruno กลายเป็นเด็กอ้วนที่แสนจะน่าเกลียด

เมื่อตอนที่เขาต้องย้ายไปอยู่โรงเรียนประจำ ความอ้วน ความขี้ขลาด ทำให้เขาโดนรุ่นพี่รุมแกล้งอยู่ตลอดเวลา แต่ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เขากับพ่อได้เจอกันบ้าง แต่เมื่อพ่ออยู่กับลูก แทนที่ความสัมพันธ์จะดีขึ้น กลับกลายเป็นว่า มีความห่างมากขึ้น พ่อพยายามที่จะเข้าถึงลูก แต่จริง ๆ แล้วไม่อาจจะเป็นเช่นนั้นได้

ตัวละครอีกตัวคือ Annabelle เด็กสาวแสนสวย อาศัยอยู่แถบเดียวกับ Michael ตัวหนังสือบรรยายถึงเธอเอาไว้สวยงามมาก เกิดในครอบครัวที่ดี 25 พ่อแม่ไม่เคยทะเลาะกันเลย เธอมีความฝัน ฝันว่าจะมีครอบครัวที่ดี ชายที่เธอเลือก จะเป็นคนเดียวที่เธอจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต (เธอคิดตั้งแต่ก่อนพบ Michael ด้วยซ้ำไป )

ชีวิตของเธอช่วงนั้นดีมาก ดีกว่าใครทั้งหมด Annabelle และ Michael จูงมือกันตอนกลับจากโรงเรียนทุกวัน แต่ความสวยงามและความอ่อนต่อโลกของเธอ กลับทำให้เธอต้องมีชีวิตที่ล้มเหลว และช่วงนี้เอง ที่พระเจ้าได้จัดการให้ พี่น้อง Michael และ Bruno มาพบกัน เมื่อฉันอ่านถึงตอนนี้ ฉันก็เริ่มคิดถึงพล็อตเน่า ๆ แบบที่ฉันเคยอ่านมาอีกแล้ว แต่ไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดเอาไว้แม้แต่ฉากเดียว

คนสามคนกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุด หลังจากนั้น ฉันเริ่มจะรู้จักตัวละครแต่ละตัวมากขึ้น Bruno (ช่วงนี้เป็นวัยรุ่นแล้ว ) มีอารมณ์กวี อ่าน Kafka , Annabelle อ่าน Kreutzer Zonata ส่วน Michael ก็สนใจหนังสือประเภท วิทยาศาสตร์ต่าง ๆ

Bruno ฝักใฝ่เรื่องเพศ เขา สำเร็จความใคร่ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา มีอาการทางจิตแบบ Exhibitionist Bruno มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนประเภทไร้ประโยชน์ เคยคิดว่า ถ้าหากเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเขาต้องเป็นคนจัดการโลกนี้ด้วยตัวเองเขาจะทำไม่ได้ ตลอดเวลาเขาคิดว่าคนอย่าง Michael เป็นคนที่มีประโยชน์มากกว่าเขา (ในความเป็นนักวิทยาศาสตร์ เช่นสามารถพัฒนาวัวให้มีน้ำนมมากขึ้น ) จุดเปลี่ยนของภาคนี้อยู่ที่งานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของ Annabelle และ Michael ไม่เหมือนเดิม

Michel Houellebecq

Strang Moment

ภาคนี้ว่าด้วยเรื่องของ Bruno ในตอนแรก ทำให้เราได้รู้จักตัวละครอีกตัว คือ Christiane ผู้ซึ่งมาเติมชีวิตในด้านเซ็กส์ ที่ขาดหายไปของ Bruno ให้เต็ม จากชายที่ต้องใช้เงินแลกเซ็กส์อยู่ตลอดเวลา จู่ ๆ เขาก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา พาเขาเข้าไปในสังคมที่อิสระในเรื่องเซ็กส์

ห้วงเวลานี้ของ Bruno จึงเต็มไปด้วยการเสพเมถุนอย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าเขาจะมีภาระอะไรบางอย่างในชีวิต แต่ชีวิตก็ดีขึ้น ภาระนั้นคือชีวิตครอบครัวตัวเองแย่มาก ถึงแย่ที่สุด เขามีลูก เด็กคนนั้นตกที่นั่งไม่ต่างจาก Bruno ในตอนเด็กเลย เขาเองก็รู้ตัวดี แต่ไม่สามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

Michael Houellebecq คนเขียนนิยายเรื่องนี้ค่อนข้างโหดร้าย เขาสามารถล่อคนอ่านให้ติดกับเขาได้ไม่ยาก กับดักที่ว่าก็คือความงามที่แสนเศร้า ประมาณว่าอ่านไปเพลิน ๆ แล้วเอาฆ้อนทุบหัวคนอ่านเสียดื้อ ๆ

ตอนท้ายเรื่องเขากล่าวถึง Annabelle อีกครั้ง คราวนี้ทำเอาฉันน้ำตาตกไปเลย ประโยคที่ว่า ‘ Life seemed to her like a bad joke , an unacceptable joke , but acceptalble or not , that what it was . (หน้า 336 )

Infinite emotional

ภาคนี้เป็นตอนจบของเรื่อง สรุปเรื่องของ Michael ที่ยังค้างคาอยู่ แต่ฉันยังคาใจกับคนเขียนที่เหมือนกับว่าเขาทิ้งตัวละคร Bruno ให้เผชิญชะตากรรมของเขาต่อไป ขณะเดียวกันตัวละครตัวอื่นเหมือนมีหนทางของตัวเอง (ไม่ว่าจะดีหรือร้าย)

Atomised มีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมากมาย มีการกล่าวถึงหนังสืออีกหลายเล่ม ที่ผู้เขียนสนใจ รวมถึงทฤษฎีต่างๆที่มีอยู่ในโลกนี้ และยังมีตัวละครอีกหลายตัวที่เต็มไปด้วยความขมขื่น บางครั้งดูน่าขบขัน

Atomised เป็นหนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลง แต่ถึงนาทีนี้ฉันตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกเป็นตัวละครตัวไหน Annabelle ไงล่ะ เพราะว่าเธอดูเป็นนางเอกที่คล้าย ๆ กับนางเอกที่ฉันคุ้นเคยมานั่นเอง

Filed under: Beauty is a Rare Thing, Book Virus , , , , , , , , ,

NiwatBlog.com

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน มีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของชื่อเวบเล็กน้อยนะครับ เพื่อที่ผู้อ่านจะได้เข้าถึง Blog แห่งนี้ได้ง่ายขึ้นคือ ทางเราได้เพิ่มชื่อโดเมนจากเดิม www.paganini599.wordpress.com ซึ่งชื่อค่อนข้างยาว และจดจำยาก ต่อไปนี้ท่านผู้อ่านสามารถเข้าถึง Blog ของผู้เขียนด้วยชื่อที่จำง่ายขึ้นและสั้นคือ www.niwatblog.com

ส่วนเนื้อหาของเราจะค่อย ๆ ปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อย ๆ นะครับ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุด

Twitter

ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร: ทินกร หุตางกูร

Tinnakorn

ผลงานเรื่องสั้นเล่มที่สองของทินกร 9 เรื่องสั้นน่าอ่าน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2

ลมหายใจอุบัติซ้ำ: นิวัต พุทธประสาท

Niwat Puttaprasart

"ลมหายใจอุบัติซ้ำ" จะนำผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค พวกเขาจะฝ่าฟันอุปสรรคความรักไปได้อย่างไร

เรื่องรักธรรมดา: เรื่องรักที่คุณจะไม่มีวันลืม

รวมเรื่องสั้นว่าด้วยความรัก จากปลายปากกาหลายนักเขียนร่วมสมัย

RSS Sky 365 Diary

  • 06 Mar 10
    โดดเดี่ยวกลางทุ่ง อ้างว้างเหน็บหนาว แม้แดดแผดเปรี้ยง Filed under: MAR 2010 Tagged: สุพรรณบุรี, MAR, Sky365
  • 05 Mar 2010
    ท้องฟ้ายามเย็น Filed under: MAR 2010 Tagged: สุพรรณบุรี, MAR, Sky365
  • MARCH 04 2010
    ความรักแสนเศร้า Filed under: MAR 2010 Tagged: นครปฐม, Love, MAR, Sky365
  • 3 March 2010
    Filed under: MAR 2010 Tagged: กาญจนบุรี, เลาขวัญ, MAR
  • FEB-12-2010
    ขอบฟ้าก่อนวาเลนไทน์สองวัน Filed under: FEB 2010 Tagged: กาญจนบุรี, เลาขวัญ, FEB, Sky365
  • FEB 2010: How Hight The Moon
    จักขานเพรียกเรียกเดือนเพ็ญเยี่ยงไรในคืนที่มืดมน Filed under: Uncategorized Tagged: นครปฐม, ศาลายา, Bangkok, FEB, Sky365
  • Jan 29: หัวหินยามเช้า
    หัวหินยามเช้า แสงแดดอุ่น น้ำทะเลเย็น หาดทรายสงบ Filed under: Jan 2010 Tagged: หัวหิน, Hau-Hin, Jan, Sky365
  • Jan 2010: ความมืดในฤดูหนาว
    วันเหงา ๆ ที่ผ่านไปเชื่องช้าผสมรวดเร็ว บางทีก็เหนื่อยหน่าย บางทีก็ระทึกปนเปกันไป Posted in Jan 2010 Tagged: กรุงเทพฯ, บางบอน, Bangkok, Jan, Sky365
  • Jan/24/2010: ยามเช้าหน้าค่ายลูกเสือ
    ยามเช้าหน้าค่ายลูกเสือโรงเรียนสารสาร์ทบางบอน อากาศเย็นประมาณยี่สิบห้าองศาเซลเซียส มีหมอกในตอนเช้า แต่พอแสงแดดส่อง ท้องฟ้าก็โปร่งใส Posted in Jan 2010 Tagged: กรุงเทพฯ, Bangkok, Jan, Sky365 […]
  • Jan/23/10
    ภาพถ่ายท้องฟ้าหน้าโรงเรียนสาธิตศิลปากร นครปฐม ในช่วงเวลาเช้า Posted in Jan 2010 Tagged: นครปฐม, Jan, Nakornpathom, Sky365

RSS Alternative Book

  • หลักการพิมพ์งานกับ Alternative Book
    Alternative Book / อัลเธอเนทีฟบุ๊ค เป็นสำนักพิมพ์อิสระซึ่งก่อตั้ง-ต่อเนื่องมาจากบู๊ธ Alternative Writers  (AW) ซึ่งเป็นบู๊ธหนังสือวึ่งเปิดขายหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือ-มหกรรมหนังสือ อย่างต่อเนื่อง อัลเธอเนทีฟบุ๊คจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางทาง AW ต้องการสนับสนุน โดยเฉพาะนักเขียนหน้าใหม่ นักเขียนอิสระ นักเขียนที่มีผลงานอยู่แล้ว แต่ต้องการผลิตงานในแบบฉบับเฉพาะ […]
  • Alternative Book
    สำนักพิมพ์อัลเธอเนทีฟบุ๊ค หนึ่งในกิจกรรมของบู๊ธ Alternative Writers ในงานสัปดาห์หนังสือ ทางสำนักพิมพ์จะมีผลงานใหม่ล่าสุดของนักเขียนมานำเสนอ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของสำนักพิมพ์ที่จะจัดพิมพ์หนังสือในฐานะหนังสือทางเลือก Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Thailand, Writers […]
  • พบกับบู๊ธ Alternative Writers ในงานสัปดาห์หนังสือ
    พบกับบู๊ธอัลเธอเนทีฟไรเตอร์ในงานสัปดาห์หนังสือระหว่างวันที่ 26 มีนาคม- 5 เมษายน 2553 เลขที่บู๊ธ M12 โซน C ชั้น 1 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Alternative Writers, งานสัปดาห์หนังสือ, Thailand, Writers […]
  • Hello world!
    สำนักพิมพ์อัลเธอเนทีฟบุ๊คขอต้อนรับทุกท่านสู่เวบไซต์อันเป็นช่องทางการสื่อสาร เพื่อเข้าถึงความเคลื่อนไหวของสำนักพิมพ์ Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Thailand, Writers […]

RSS บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด

  • ปี๊ปพลาสติกเล็ก
    ปี๊ปพลาสติกเล็ก หรือ ปี๊ปเล็ก มีขนาดเล็กลงมาจากปี๊ปกระจกใหญ่ สามารถนำไปใส่ขนมปังไส้ประรด ไส้ครีมกลิ่นต่าง ๆ เชสชีส ทองม้วน ขนมอบกรอบ ปี๊ปเล็กนี้มีความกว้าง 17.50 เซ็นติเมตร หนา 14.50 เซ็นติเมตร โดยมีความสูงอยู่ที่ 24 เซ็นติเมตร […]
  • ปี๊ปกระจกใหญ่
    ปี๊ปกระจกใหญ่ผลิตจากเหล็กพิมพ์สีเกรดอาหาร กระจกซีลด้วยกาวป้องกันอากาศเข้า ปี๊ปกระจกใหญ่สามารถใส่ขนมได้หนักถึงห้ากิโลกรัม เหมาะสำหรับนำไปใส่ขนมปัง บิสกิต ทองม้วน ขนมขาไก่ […]
  • บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด
    บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 9/8 หมู่ที่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73110 โทรศัพท์ 034-295-424 โทรสาร 034-295-283 […]

วันเวลาที่ผ่านเลย

มีนาคม 2010
พฤ อา
« ก.พ.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

RSS บทความจาก thaiwriter.net

  • My favorite book มีนาคม 5, 2010
    Niwat Puttaprasart
  • Like Water For Chocolate กุมภาพันธ์ 5, 2010
    มหัศจรรย์ภาพยนตร์ในแบบอัตถนิยมมายา โดย หอมรำเพย ตั้งแต่ภาพยนตร์กำเนิดขึ้นมายาภาพบนหนังล้วนถูกเกสรรค์ให้ภาพยนตร์เป็นเหมือนจริง มากกว่าเสกสรรค์ให้มันกลายเป็นเรื่องโกหก เราจึงแลเห็นเทคนิคต่าง ๆ ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนเดินเข้าไปในโลกที่ผู้กำกับสร้างขึ้นอย่างเสมือนจริง ดูนั่นสิ “อวตาร” ภาพดาวเพนโดราที่ประกาศว่ามันมีอยู่จริง แม้มันคือโลกจินตนาการก็ตามที ตรงข้ […]
    Other Author
  • แรงกระเพื่อมของปัจเจกชน มกราคม 28, 2010
    ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร: แรงกระเพื่อมของปัจเจกชน โดย ‘หอมรำเพย’ “ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร” เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มที่สองของทินกร หุตางกูร นักเขียนร่วมสมัยที่หลายคนยกย่องให้ผลงานของเขาแปลกตา มีเอกลักษณ์เฉพาะ อย่างที่หานักเขียนร่วมสมัยของไทยเสมอเหมือน งานเขียนของทินกรมีรูปแบบที่เป็นอิสระ หากจะบอกว่าตัวตนของเขาเกิดจากภาวะไม่สามารถเคลื่อนย้ายทางกายภาพ ทว่าสิ่งท […]
    Other Author
  • Tango มกราคม 25, 2010
    หนังซ้อนเบื้องหลังหนัง ไม่บ่อยนักที่ผมจะซื้อแผ่นซีดีเพลงประกอบหนังมาฟังก่อนได้ดูหนัง ทว่ากฎนี้ของตัวเองหมดไป เพราะผมอดใจที่จะฟังเพลงจากเรื่อง Tango ก่อนไม่ได้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะซีดีเพลงประกอบหนังชุดนี้ถือว่าสุดยอดชุดหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ชอบเพลงแทงโก้ ส่วนคนที่จะเริ่มฟังเพลงคลาสสิก หรือกำลังหาเพลงประเภทนี้มาฟัง ซีดีประกอบหนังชุดนี้สมบูรณ์ และไพเราะมาก ๆ เมื […]
    Niwat Puttaprasart
  • อนุสรณ์ ติปยานนท์: มรณสักขี มกราคม 22, 2010
    ภาพเลือนของความจริง โดย หอมรำเพย มรณสักขี เป็นผลงานเล่มใหม่ล่าสุดของอนุสรณ์ ติปยานนท์ หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องสั้นเรื่องเดียว จัดพิมพ์ในรูปแบบพ็อคเก็ตบุ๊คขนาดกระทัดรัด จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เคหวัตถุ ซึ่งอนุสรณ์เป็นผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันนักเขียนต้องขยับตัวเองมาเป็นผู้ผลิตหนังสือ แม้การสวมหมวกหลายใบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่โดยความเป็นจริงแล้วความบิดเบี้ยวของระบบใ […]
    Other Author
  • ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก มกราคม 13, 2010
    ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก โดย: มณีกาญจน์ ไชยนนท์ นักวิจัย สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พิมพ์ครั้งแรก: มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน แนวคิดเกี่ยวกับภาพยนตร์ ยุคเริ่มต้น 1880-1915 ภาพยนตร์ในฐานะศิลปะในยุคเงียบ (Silent Era) บริบทแรก ของการมองภาพยนตร์ในฐานะภาพรวม อย่างที่ Melies, Ricciotoo Canudo และ Abel Gance มองว่าภาพย […]
    Other Author
  • เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ธันวาคม 18, 2009
    เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ภัควดี วีระภาสพงษ์ พิมพ์ครั้งแรกที่ ประชาไทยเวบไซต์ หมายเหตุ: อันที่จริง ผู้เขียนไม่ค่อยให้ความสนใจกับรางวัลโนเบลหรือรางวัลใด ๆ ด้านวรรณกรรมมากนัก (แน่นอน รวมทั้งซีไรท์ด้วย) บางปีก็ตกข่าวด้วยซ้ำว่าใครได้ แต่เนื่องจากผู้เขียนได้รับคำชวนที่ไม่ควรปฏิเสธจาก อ.ชัชวาล ปุญปันให้ไปร่วมงานเสวนาวิชาการในดวงใจ […]
    Other Author
  • สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ตุลาคม 28, 2009
    สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักวิชาการและนักแปลอิสระ หมายเหตุ บทความแปลชิ้นนี้ ได้รับมาจากผู้เขียน ทางกองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนต้องขอขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี้ ต้นฉบับของบทความนี้ชื่อ Superstars and Globalization: Interviewing Arundhati Roy by Sonali Kolhatkar, Znet (บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา) บทความฟรี […]
    Other Author
  • ขอเชิญร่วมงานมหกรรมหนังสือครั้งที่ 14 ตุลาคม 13, 2009
    ในงานมหกรรมหนังสือ ครั้งที่ 14 พบกับบู๊ธ ALTERNATIVE WRITERS หมายเลขบู๊ธ O15 โซนซีชั้นหนึ่ง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2552 ระหว่างเวลา 10.00น.-20.30 น. ที่บู๊ธพบกับหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายอาทิเช่น สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น ของปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์กำมะหยี่ ผู้จัดพิมพ์งานของมูราคามิ สำนั […]
    Niwat Puttaprasart
  • ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา กันยายน 28, 2009
    ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา ประจักษ์ ก้องกีรติ : เขียน คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกริ่นนำ ราวปี 2513 ท่ามกลางบรรยากาศของสังคมไทยยุค "แห่งการพัฒนา", "อเมริกันในไทย" และ "เผด็จการคณาธิปไตย" แม้จะไม่ใช่ปีที่สลักสำคัญจนถูกบันทึกหรือได้รับการจดจำเป็นพิเศษ ในหน้าปฏิทินประวัติศาสตร์ไทย แต่เป็นปีท […]
    Other Author

Watch videos at Vodpod and other videos from this collection.

Flickr Photos

Marsden Rocks

Gull

Fireplace Ferns

Inside The Crocus Head

Snowy Droplets

Waving Stamen

Snowdrop

Crag

Crocus Blue

Gossamer Threads

More Photos

Top Rated

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Since May 2008

  • 29,598 hits