Niwat's Blog

Small Stories

Henri Texier: Love Songs Reflexions

หวานแปร่งแห่งเสียงแจ๊สปารีส

ยูโรเปี้ยนแจ๊สกลายเป็นอีกสายธารหนึ่งของดนตรีแจ๊สในปัจจุบัน แม้ยูโรเปี้ยนแจ๊สจะเป็นการเหมารวมดนตรีแนวแจ๊ส ฝั่งยุโรปเข้าด้วยกัน ทว่าในบรรดาประเทศยุโรปต่างก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะแจ๊สฟากฝั่งปารีสแจ๊สดูจะคึกคัก จะกล่าวว่าเป็นเมืองหลวงของแจ๊สก็ไม่ผิด

สารภาพสัจจริงผมไม่รู้จัก Henri Texier มาก่อน ไม่เคยฟังอัลบัมเขามาแต่หนใด แต่เมื่อแรกฟังก็หลงใหลในพลัน ด้วยเสียงดนตรีแจ๊สที่น่าหลงใหล มันจะอนุรักษ์ในแบบแจ๊สก็ไม่ใช่ ซาวด์จะแหวกแปลกก็ไม่เชิง ทว่ามันเป็นการรวมซาวด์ทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง ซึ่งตรงจุดนี้สำคัญมากนักครับ เพราะดนตรีแจ๊สพยายามมองหาซุ่มเสียงใหม่ ๆ มานำเสนอต่อคนฟังในทุกยุค แม้ผมเองจะมีใจโอนเอนไปกับ Contemporary Jazz แต่ถ้าเจอซาวด์ใหม่ที่หวีดเกินระดับก็ต้องใช้เวลาในการฟังเช่นกัน

รักแรกพบระหว่างผมกับ Henri Texier จึงไม่อยู่เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะชุด Love Songs Reflexions ซึ่งรวบรวมเพลงที่เรารู้จักกันดีมานำเสนอใหม่แล้ว ซาวด์ในอัลบัมก็ช่างแตกต่างกันจนดูเหมือนว่ามันไปกันคนละทางเลย แต่ผมกลับคิดว่านี่แหละครับเพลงหวาน ที่ผสมผสานเพลงแก้เลี่ยนนั้นควรจะอยู่ในอัลบัมเดียวกัน

อองรี เต็กเซียร์ เป็นชาวปารีส เขาเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1945 เขาเป็นมือเบสที่เคยร่วมงานกับดอน เชอร์รี่, โจ ลาวาโน, สตีฟ สวาโลว์, จอห์นี่ กริฟฟิน เป็นต้น เขาออกผลงานในฐานะผู้นำวงพอสมควร และอัลบัม Love Songs Reflexions โดยอัลบัมนี้มีด้วยกัน 12 เพลง จากหลากหลายนักประพันธ์ รวมถึงเพลงที่อองรีแต่ง

เพลงแรก Beautiful Love (V.Young) เริ่มต้นเพลงด้วยการเดินท่วงทำนองหลักโดยเบส โดยมีเสียงฉาบตีคลอเป็นจังหวะ จากนั้นเบสก็เดินลีลาอิมโพรไวส์ กีตาร์เข้ามาร่วมแจมท่วงทำนองโดยการเล่นเสียงประสาน ก่อนที่แซกโซโฟนจะบรรเลงท่วงทำนองเพลงอีกครั้ง Beautiful Love จึงเป็นเพลงเปิดอัลบัมที่งดงามตามแบบเพลงแจ๊สที่น่าหลงใหล ทั้งเสียงประสานของดนตรีก็ทำออกมาได้ไพเราะจับใจ

เมื่อเข้าสู่เพลงที่สอง Intuition (ไม่ได้ระบุชื่อผู้แต่ง) เสียงฉาบอันไพเราะยังคงเริ่มขึ้น ตามด้วยการเดินเบส และเสียงแซกฯ เดินทำนองนำท่วงทำนองหลัก จากนั้นกีตาร์จึงสอดประสาน จากเพลงแรกถึงเพลงที่สองนี้มีแนวดนตรีที่ต่างกัน ซาวด์ดนตรีไม่หวานเหมือนเพลงแรก โดยวงเริ่มนำเสนอเสียงที่ออกล้ำหน้าเล็กน้อย

เพลงที่สาม I Love You (C.Porter) กีตาร์แผดขึ้นด้วยเสียงกร้าวแหบแหลม แซกโซโฟนบรรเลงรับลูกตอบดต้กันไปมา การอิมโพรไวส์อันเป็นอิสระ ทำให้เพลงหวานของโคล พอร์เตอร์กลายเป้นอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมันเร่งเร้าอย่างสุดประมาณ ก่อนจะหักมุมในเพลงที่สี่คือ In A Sentimental Mood (Ellington,Mills, Kutz) อันหวานหยดจนตัดรสจัดของเพลงที่สามอย่างชนิดที่ว่าแทบดึงอารมณ์กลับมาไม่ทัน สำหรับเพลงนี้แม้เราจะฟังมากี่ครั้งกี่หนกี่เวอร์ชั่นมันก็ยังคงทำให้เราจับจิตจับใจกับมันไม่เสื่อมคลาย การตีความในช่วงอิมโพไวส์นั้นทั้งโหยหวน ตัดพ้อ รำพึงรำพัน เสียงแซกโซโฟนฝีมือน้องชายของอองรี คือ Sébastien Texier นั้นทำได้อารมณ์ยิ่งนัก ขณะที่กีตาร์ Manu Codjai  ก็ยังคงเน้นเสียงประสานที่สอดรับอย่างงดงาม

เพลงที่ห้ามือกลอง Christophe Marguet ก็มีโอกาสวาดลวดลายอย่างเอกอุในเพลง Dark Song

สำหรับเพลงที่เหลือนั้นก็ยังควเน้นที่ความสัมพันธ์ของวง ซึ่งเป็นเอกภาพ แต่ละเซ้คชั่นทำได้อย่างลงตัว แม้จะไม่ใช่อัลบัมที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยฟัง แต่ในแง่ที่ว่ามันสร้างซาวด์ดนตรีที่น่าสนใจนั้น โดยเฉพาะเพลงรักหวานที่ทุกคนคุ้นเคย ได้มีแง่มุมใหม่ และเป็นมุมมองที่ไม่หวาน ไม่นำสมัยจนเกินไป

Musicians

Henri Texier: bass
Sébastien Texier: saxophone alto, clarinette, clarinette alto
Manu Codjia: guitare
Christophe Marguet: drums

Song Lists
01.Beautiful Love (V.Young)
02. Intuition (4:36)
03. I Love You (C. Porter) (2:17)
04. In A Sentimental Mood (Ellington / Mills / Kutz) (6:29)
05. Dark Song (2:42) 06. Easy To Love (C. Porter) (3:42)
07. Mistreated (4:08)
08. God Bless The Child (B. Holiday / A. Herzog) (6:42)
09. A Vif (3:26)
10. Nostalgique (4:06)
11. Emouvantes Blues (H. Texier) (4:11)
12. My One And Only Love (R. Mullin / G. Wood) (8:11)

ดาวน์โหลดตัวอย่างเพลง

Filed under: Beauty is a Rare Thing, Jazz Mania, Music, Music Expresso, Music Review, jazz, ดนตรี, บทความน่าสนใจ , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Five Symphonies Please Listen Before Die

ห้าซิมโฟนี่ไม่ดังที่ควรฟังก่อนตาย

เผลอไม่หายใจเพียงวินาที หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวสายลมพัดผ่าน ฉบับนี้ผมขอนำเสนอซิมโฟนี่ไม่ดังห้าหมายเลขที่ต้องฟังก่อนตาย นี่คือไฟต์บังคับที่คนฟังเพลงคลาสสิกทั้งขาเก่าขาใหม่ไม่ควรพลาด ทั้งนี้ผมขอละเว้นซิมโฟนี่ของท่านบีโธเฟ่นนะครับ ผมขอละท่านบีโธเฟ่นที่ผมรักเอาไว้บนชั้นชั่วคราว ในฐานะที่เพลงของท่านไม่ว่าแง่ไหนมีคนรู้จักอย่างดียิ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซิมโฟนี่หมายเลข 5 หมายเลข 7 และหมายเลข 9 สามหมายเลขนี้เป็นอมตะนิรันดร์อยู่เหนือกาลเวลาไปแล้ว อีกหลายร้อยปีข้างหน้าทั้งสามซิมโฟนี่ของบีโธเฟ่นก็ยังคงได้รับการเล่นการพูดถึงและการฟังอย่างไม่มีข้อสงสัย และเราคงได้ยินได้ฟังทั้งสามหมายเลขนี้จากสื่ออื่น ๆ ไม่เฉพาะในฐานะดนตรีคลาสสิก เพื่อไม่เสียเวลาผมขอแนะนำเลยนะครับ



The Planets: Gustav Holst

ซิมโฟนี่บทนี้แปลกต่างจากซิมโฟนี่บทอื่น ๆ ที่เราคุ้นเคย โดยเฉพาะรูปแบบการนำเสนอ อาจจะเรียกซิมโฟนี่แบบนี้ว่า Symphony Fantastic ก็ได้ ถ้ากล่าวว่าบีโธเฟ่นเป็นนักปฏิวัติดนตรีคลาสสิก กุสตาฟ โฮสล์ต ก็เป็นหนึ่งที่ได้รับมรดกของแนวคิดนี้ ซิมโฟนี่ เดอะ แพลนเน็ต เป็นการนำเสนอซิมโฟนี่ผ่านคอนเซ็ปต์ว่าด้วยเรื่องราวดาวนพเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล ซิมโฟนี่เพลงนี้มีด้วยกัน 7 มูฟเม้นต์ แต่ละมูฟเม้นต์ตั้งชื่อตามชื่อดาวนพเคราะห์ เริ่มจากมูฟเม้นต์แรก Mars เทพเจ้าแห่งสงคราม Venus เทพเจ้าแห่งสันติสุข Mercury ผู้ส่งสาร Jupiter เจ้าแห่งความสุข Saturn เทพแห่งยุคโบราณ Uranus ความมหัศจรรย์ และ Neptune ความลึกลับ

กุสตาฟ โฮสล์ต เป็นชาวอังกฤษมีเชื้อสายสวีเดน ช่วงวัยหนุ่มของเขาเติบโตมากับวรรณกรรมอย่างออสการ์ ไวลด์, อาร์เธอ โคนัน ดอยท์, เบอร์นาร์ด ชอร์, โมเนต์ และไชคอฟสกี้ จึงไม่แปลกที่โฮสล์ตจึงมีแนวทางดนตรีในรูปแบบสมัยใหม่ (Modern Age) ต่างจากคีตกวีของอังกฤษทั่วไป

เดอะ แพลนเน็ตแต่งขึ้นในช่วง 1914-1916 ซึ่งห้วงเวลาดังกล่าวเป็นห้วงเวลาสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้ดำเนินมาถึงช่วงกลางของสงคราม ชะตากรรมของยุโรปยังมองไม่เห็น การเรียกร้องต่อสันติภาพเริ่มคุกรุ่น และสงครามยิ่งทำให้เศรษฐกิจของยุโรปตกต่ำ จึงไม่เแปลกที่ซิมโฟนี่บทนี้จึงนำเสนอภาพของสงคราม สันติภาพออกมาได้อย่างลึกซึ้งงดงาม การใช้ดาวเคราะห์เป็นตัวแทนของเนื้องเรื่อง ทำให้โฮสล์ตนำเสนอบทเพลงของเขาได้อย่างตรงไปตรงมา รูปแบบของซิมโฟนี่ที่ผสมผสานระหว่างแนวคิดสมัยใหม่ และเพลงในยุคคลาสสิกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ท่อนที่ผู้ฟังคุ้นหูที่สุดท่อนหนึ่งคือ Jupiter สำหรับแผ่นที่น่าฟังของเพลงนี้บรรเลงโดย New York Philharmonic กำกับวงโดย เลียวนาร์ด เบิร์นสไตน์ หรือแผ่นที่เล่นโดย Royal Philharmonic – London Philharmonicกำกับวงโดยอังเดร เพรวิน


Symphony No.7: Antonin Dvorak
คนส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยเพลงที่ฮิตที่สุดของดโวชาร์คคือ ซิมโฟนี่หมายเลขเก้า ฟรอมเดอะนิวเวิลด์ ซึ่งเป็นเพลงที่ไพเราะจับใจแสดงตัวตนของดโวชาร์คได้เป็นอย่างดี ทว่านักฟังเพลงบางคนอาจจะไม่ปลื้มกับผลงานดโวชาร์คเท่าไหร่นัก เพราะความโฉ่งฉ่างอลังการของดโวชาร์คนั้นเป็นสไตล์ที่ทำให้งานของเขากลายเป็นเอกลักษณ์ที่ติดตัว เล่นและฟังเมื่อไหร่ก็จะทราบว่าเป็นของคีตกวีชาวเชกได้ไม่ยาก แต่ท่ามกลางความอึกทึกงานของดโวชาร์คมักจะสอดแทรกท่วงทำนองพื้นบ้านลงไปจึงทำให้บทเพลงของเขาผสมผสานความงดงามไพเราะจับใจ

สำหรับซิมโฟนี่หมายเลข 7 เป็นซิมโฟนี่ที่โดดเด่นของคีตกวีท่านนี้ ท่วงทำนองหลักของเพลงติดหูผู้ฟัง บรรยากาศของเพลงเต็มไปด้วยความไพเราะ ครุ่นคิด โหมกระหน่ำ ตั้งคำถาม
ซิมโฟนี่หมายเลขเจ็ดแต่งขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 1884 ดโวชาร์คชื่นชมซิมโฟนี่หมายเลขสามของบราห์มเป็นอย่างมาก จึงได้รับแรงบันดาลใจจากบราห์มอยู่ไม่น้อย ดโวชาร์คใช้เวลาเขียนเพลงนี้หนึ่งปี เปิดแสดงครั้งแรกที่ลอนดอนในวันที่ 22 เมษายน 1885

แผ่นที่น่าสนใจมีหลายเวอร์ชั่นอันได้แก่ Scottish Nation Orchestra กำกับวงโดย Neeme Jarvi สังกัด Chandos, Berliner Philharmonic กำกับวงโดยแฮร์เบิร์ต ฟอน คารายัน และคลีฟแลนด์ ออร์เครสตร้า กำกับวงโดย Christoph von Dohnányi


Symphony: No.7 (8) “Unfinished”: Franz Schubert
ถ้าหากพูดถึงซิมโฟนี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว โดยไม่พูดถึงผลงานของชูเบิร์ต ก็คงจะทำให้การฟังเพลงคลาสสิกหมดซึ่งรสชาติหอมหวาน จะกล่าวว่าชูเบิร์ตเป็นเหมือนเงาของท่านบีโธเฟ่นก็อาจจะพูดได้ บางคนอาจจะนึกถึงชื่อของชูเบิร์ตได้แต่ระลึกไม่ได้ว่าท่านแต่งซิมโฟนี่เอาไว้กี่เพลง และในจำนวนนั้นมีท่อนไหนบ้างที่ทำให้เรานึกถึงความยิ่งใหญ่แสนสาหัสของท่าน

การจัดอันดับหมายเลขซิมโฟนี่ของชูเบิร์ตค่อนข้างจะมีรายละเอียดพอสมควร เพราะมีการค้นพบซิมโฟนี่อื่น ๆ ของคีตกวีท่านนี้ในภายหลัง ซิมโฟนี่หมายเลข 7 หรือบางสำนักก็เรียกว่าหมายเลข 8 แต่ชื่อที่คนทั่วไปรู้จักกันดีก็คือ “Unfinished” ซึ่งมีสองมูฟเม้นต์ที่แต่งเป็นออร์เครสตร้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนท่อน Scherzo นั้นใกล้จะสมบูรณ์สำหรับเปียโนสกอร์ และแต่งเป็นออร์เครสตร้าสำเร็จไปเพียงสองหน้าเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าท่านชูเบิร์ตน่าจะแต่งท่อน Finale ด้วย แต่ทั้งนี้ก็มีเพียงสองท่อนเท่านั้นที่สมบูรณ์ เวลาวงออร์เครสตร้านำมาบรรเลงก็จะนำมาบรรเลงเพียงสองท่อนที่แต่งเสร็จสมบูรณ์เท่านั้น

Unfinished เพลงนี้แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของชูเบิร์ต ลักษณะเพลงที่เต็มไปด้วยความโอ่อ่า ดนตรีบรรเลงอย่างนุ่มนวล จังหวะช้าเร็วไม่กระแทกกระทั้น การสอดประสานของเสียงประสานที่อ่อนช้อย แม้เพลงยังแต่งไม่เสร็จ แต่สาระของดนตรีชูเบิร์ตก็ยังไม่เจือจางลงไป การทิ้งให้ฟังเพลงสองท่อนก็มีเสน่ห์น่าติดตามไปอีกแบบ สำหรับแผ่นที่น่าสนใจคือ Columbia Symphony Orchestra กำกับวงโดย Bruno Walter หรือจะเป็นแผ่นที่เล่นโดยวง Vienna Philharmonic Orchestra กำกับวงโดย Carlos Kleiber


Symphony No.1: Gustav Mahler

กุสตาฟ มาเฮอร์เป็นชาวโบฮีเมียร์ เยอรมันเชื้อสายยิว เป็นทั้งคีตกวี เป็นทั้งคอนดักเตอร์ ท่านเกิดมาในช่วงรุ่งโรจน์แห่งยุคโมเดิร์น วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้า อุตสาหกรรมเฟื่องฟู และมนุษย์ค้นพบความลับของธรรมชาติมากมายมหาศาล ถึงขั้นเข้าใกล้เข้าใจความเป็นไปของสวรรค์แม้น้อยนิดก็ตาม ดนตรีของมาเฮอร์จึงนำเสนอดนตรีสมัยใหม่ แต่แนวคิดทางด้านดนตรีของท่านก้ยังผูกติดอยู่กับความโรแมนติก แม้จะมองสรรพสิ่งของยุคซึ่งเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคใหม่ แต่ศิลปินก็ยังต้องทำงานศิลปะภายใต้อารมณ์และความอ่อนไหว

ซิมโฟนี่หมายเลข 1 ของกุสตาฟ มาเฮอร์ เขียนขึ้นและแสดงครั้งแรกในปี 1888 และแสดงในรอบปฐมทัศน์ในปี 1889 ที่บูดาเปรส ในตอนนั้นนำเสนอในฐานะ Symphonic Poem ซึ่งแบ่งออกเป็นสองภาค จากนั้นจึงมาเปลี่ยนชื่อเพลงเป็น Titan กระนั้นก็ยังเรียกซิมโฟนี่บทนี้ว่า Symphony in D Major จนกระทั่งปี 1899 จึงได้ชื่อว่า ซิมโฟนี่หมายเลข 1 แค่ชื่อเพลงก็มีความเป็นมายืดยาว เป็นธรรมดาการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชื่อผลงาน หรือชื่อเพลงนั้นเกิดขึ้นเสมอ ไม่เฉพาะคีตกวีท่านนี้เท่านั้น

ท่านมาเฮอร์เป็นคีตกวียุคใหม่ไฟแรง ผลงานของท่านอาจจะฟังยากกว่าดนตรีในยุคบาโร้ค การผสมวงออร์เครสตร้าของมาเฮอร์นั้นยิ่งใหญ่อลังการ ซิมโฟนี่ของท่านหลายเพลงยาวเหยียดเกินชั่วโมง คนฟังจึงต้องตั้งสมาธิกันยาวนานหน่อย แต่รับรองว่าความยิ่งใหญ่ของดนตรีไม่เป็นรองใคร แผ่นที่น่าสนใจก็ได้แก่ Saint Louis Symphony Orchestra กำกับวงโดย Leonard Slatkin สังกัด Terlarc


Symphony No.4: Johannes Brahms
บราห์มเป็นคีตกวีที่สำคัญคนหนึ่งของโลก ผู้คนรู้จักเปียโนคอนแชร์โต้ของคีตกวีท่านนี้อย่างประจักษ์แจ้งว่าไพเราะเสนาะโสตเพียงไร บราห์มแต่งซิมโฟนี่เอาไว้ด้วยกันเพียงสี่ซิมโฟนี่ บางคนอาจจะว่าน้อยเกินไป แต่สำหรับแฟนของบราห์มแล้วคิดว่าเพียงสี่ซิมโฟนี่เท่านั้นก็บรรลุถึงขั้นโสดาบรรณทางดนตรี ไม่มีอะไรพิสูจน์คำอ้างได้เท่าทดลองฟังเอง

อิทธิพลของบราห์มมิใช่แค่ในยุคของเขา แต่ส่งถึงดนตรีคลาสสิกในยุคหลังด้วย โจอาคิม (นักไวโอลินชื่อก้องในสมัยนั้น) ได้มอบจดหมายแนะนำตัวบราห์มในวัยหนุ่มนำไปให้กับชูมานน์ ชูมานน์นั้นก็ทึ่งกับเด็กหนุ่มอัจฉริยะคนนี้จนถึงกับเขียนบทความถึงบราห์ม บราห์มหลงรักคาร่าภรรยาของชูมานน์ แม้เขาจะผ่านพบหญิงสาวหลายคนทว่าเขาเก็บเธอไว้ในดวงใจ ไม่เคยแต่งงานกับหญิงอื่นอยู่เป็นโสดจนสิ้นลม

ซิมโฟนี่หมายเลขสี่ เป็นผลงานชิ้นใหญ่ของบราห์มชิ้นหนึ่งที่เต็มไปด้วยความไพเราะ ครุ่นคำนึง เป็นซิมโฟนี่ที่หนักแน่นของคีตกวีผู้นี้ แผ่นที่น่าสนใจ เล่นโดยวง Vienna Philharmonic Orchestra กำกับวงโดย Carlos Kleiber หรือ เลียวนาร์ด เบิร์นสไตน์ สองแผ่นนี้สังกัดดอยท์แกรมมาโฟน

ห้าซิมโฟนี่ที่ผมแนะนำนี้ แม้จะไม่ใช่ห้าซิมโฟนี่ฮิต แต่เป็นห้าซิมโฟนี่ที่ได้รับการยอมรับจากคนฟังมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง ทั้งห้าบทเพลงมีสารัตถะของมันแฝงเร้นอยู่ แน่นอนอาจจะฟังยากบ้างง่ายบ้าง แต่ผมเชื่อว่าดนตรีคลาสสิกเป็นงานเพลงที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะซิมโฟนี่ซึ่งต้องบรรเลงด้วยวงขนาดใหญ่ เสียงดนตรีที่เกิดจากวงออร์เครสตร้ามิได้เกิดจากเสียงใดเสียงหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่พร้อมเพรียงกันบรรเลงตัวโน้ต

Filed under: Beauty is a Rare Thing, Classical Music, Music, Music Review , , , , , , , , , , , , , , ,

Thailand International Jazz Conference Day 2

โดย นิวัต พุทธประสาท

อ่านตอนแรก


บรรยากาศการแสดงเทศกาลแจ๊สมหิดล

หลังจากชมวันแรกจบลงแล้ว ผมกลับถึงบ้านแบบลากสังขารครับ ขากลับแวะกินโจ๊กบางกอกริมถนนเพชรเกษม เกือบเที่ยงคืนจึงถึงบ้าน อาบน้ำเสร็จก็สลบเลยครับ ตอนเช้าต้องตื่นเช้าทำภารกิจอีกต่างหาก ตอนแรกผมกะจะไปร่วมกิจกรรมในงานตอนกลางวัน แต่พอช่วงบ่ายหมดแรงเสียก่อนตามประสาคนเริ่มมีอายุ จึงงีบหลับช่วงเย็นแล้วกว่าจะออกมาชมคอนเสิร์ตได้ก็ทุ่มครึ่ง ยังดีที่ออฟฟิศของผมอยู่ที่สามพรานจึงเดินทางไปยังมหิดลศาลายาไม่ยากเย็นนัก

ผมไปถึงคอนเสิร์ตตอนที่โก้แซกแมนเล่นจะจบอยู่แล้ว แม้ว่าจะไปดูในช่วงท้าย แต่สิ่งที่ผมรับรู้คือโก้นั้นมีการแสดงที่ยอดเยี่ยมมากครับ นี่เป็นข้อดีที่เชิญนักดนตรีอาชีพมาเล่นในงาน เพราะการแสดงในเวทีกลางแจ้งแบบนี้ การเอนเตอร์เทนคนดูมีส่วนสำคัญมาก การเอาคนดูให้อยู่ไม่ใช่เฉพาะฝีมือ แต่มันต้องผสมการแสดงลงไปด้วย แล้วนักดนตรีอาชีพที่ผ่านเวทีการเล่นมาโชกโชนเท่านั้นที่จะทำได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศวันนี้ยังคงคึกคัก แฟนเพลงของโก้มาชมอุ่นหนาฝาคั่ง อาจจะเป็นเพราะรายการแรก ซึ่งต่อมาจากช่วงกลางวัน คอนเสิร์ตจบก็ยังไม่ดึกมากนัก

โก้ มิสเตอร์แซกแมน

วันนี้สนามหญ้าที่เป็นจุดนั่งฟังแห้งสนิททำให้การเดินสำรวจรอบบริเวณทำได้อย่างดี พอโก้แสดงเสร็จผมก็เดินสำรวจ วันนี้ผู้ชมเตรียมตัวมาชมพอสมควร ด้วยการเตรียมเครื่องดื่มมาดื่มไปดูไป ซึ่งผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมากครับ การดูคอนเสิร์ตแจ๊สกลางแจ้งมันต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์บ้างครับ เพราะมันเข้ากันอย่างดีกับบรรยากาศ การดื่มแอลกอฮอร์ไม่ใช่อาชญากรรมเหมือนพวกมือถือสากปากถือศีลพูดกล่อมกันเช้าเย็น การดื่มอย่างพอเหมาะนั้นเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ดังที่ผู้มีรสนิยมดีปฏิบัติกัน แม้เทศกาลแจ๊สจะจัดกันในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กระนั้นโอกาสแบบนี้ผมก็คิดว่าไม่น่าเกลียดหรอกครับ คนที่คิดน่ะอกุศลต่างหาก กฎทั้งหลายมนุษย์ล้วนตั้งขึ้น และคนที่จะเอามันลงมาพักบ้างก็คือมนุษย์นั่นเอง (ใครจะเถียงเรื่องนี้กับผมได้เลยนะครับ)

วงแม้นศรี

วงที่สองของค่ำคืนนี้คือวงแม้นศรี วงแม้นศรีเป็นวงที่ก่อตั้งขึ้นจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นวงที่ตั้งวงกันมานานพอสมควร เคยบันทึกเสียงหลายครั้ง วงแม้นศรีเล่นดนตรีค่อนข้างละเมียด ไม่เน้นจังหวะรวดเร็ว เล่นกันละเอียดละออ

ส่วนวงสุดท้ายของค่ำคืน Rich Perry Quartet เป็นวงปิดท้าย ระหว่างรอการตั้งเครื่องวันนี้ผมก็เดินสำรวจตามเคยครับ ขี้เกียจนั่งอยู่กับที่ เทศกาลแจ๊สคราวนี้นอกจากมีดนตรีบรรเลงแล้วยังมีร้านมาออกร้านขายของด้วย แต่ละร้านชวนให้เสียเงินจริง ๆ ตั้งแต่ค่ายเพลงแจ๊สอย่างฮิตแมน มีหลายอัลบัมน่าสนใจครับ (ส่วนใหญ่ผมมีแล้ว) ผมไม่แน่ใจว่าเวบไซต์ของฮิตแมนแจ๊สมันจะเจ๊งอีกนานหรือเปล่าเพราะเข้าไม่ได้มาเป็นเดือน ๆ แล้ว นอกจากนั้นยังมีร้านของวิทยาลัยดนตรี ขายอัลบัมน่าสนใจคือ The Pomelo Town และเสื้อยืดของเทศกาล ที่น่าสนใจอีกร้านคือร้านใบชาซอง ที่คุณบรรณ และภรรยามาออกร้านขายกันเอง นอกจากอัลบัมที่ทางคุณบรรณผลิตเองแล้ว ยังมีอัลบัมเพลงอื่น ๆ อีก ส่วนร้านของคุณสมนึกมีอัลบัมน่าสนใจเยอะ แต่ไม่ค่อยกล้าแตะเท่าไหร่ ก่อนซื้อควรถามราคาก่อนเพราะมันขึ้นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากร้านต่าง ๆ แล้วยังมีร้านมาขายอาหาร ซึ่งก็มีพอสมควรช่วยรองท้องผู้ชมได้อย่างดี ร้านที่ฮิตที่สุดและกลิ่นอบอวนชวนท้องร้องก็คือข้าวไข่เจียว

Rich Perry Quartet

ระหว่างที่ผมเดินเล่นรอบสนามช่วงรอตั้งเครื่องก็บังเอิญพบกับคอลัมนิสต์ดนตรีผู้คว่ำหวอดในวงการมานานอย่าง ปรารถนา รัตนะ ซึ่งปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์ประจำในหนังสือมติชนสุุดสัปดาห์ ก็เลยคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอตั้งใจมาชมคุณริช เพอร์รี่แสดงโดยเฉพาะ

การแสดงของวงริชเพอร์รี่ควอตเต็ต เป็นไปดังที่คาดครับ เล่นได้ดีสมมาตรฐาน แม้คุณริชแกจะออกตัวว่าไม่ได้ซ้อมมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว (ตอนที่เวิร์คช็อป) แต่ผมดูแล้ววงฝรั่งอาชีพมันเขี้ยวลากดินดีแท้ เล่นกันอย่างไหลลื่นทุกเม็ด เรื่องทีมเวิร์คไม่ต้องสงสัย รวมกันเป้นหนึ่ง เล่นเข้าขากันอย่างไม่ต้องมองด้วยสายตา ทว่าสัมผัสด้วยเสียงดนตรี ผมชอบรสนิยมการบรรเลงแซกโซโฟนของคุณริชเป็นอย่างมาก ยิ่งเขาแสดงความคิดเห็นในเรื่องสไตล์ของเขาในวันเวิร์คช็อป แล้วเขาก็แสดงสิ่งที่เขาคิดให้เราชมในคอนเสิร์ต มันตอกย้ำว่าเขาเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด การเล่นจึงสมบูรณ์แบบแม้ว่าสถานที่การแสดงนั้นจะอยู่ที่ไหน เล่นที่ใด มีใครเป็นผู้ชม หรือผู้ชมมีจำนวนเท่าไร

เสียงแซกฯของคุณริชทำให้ผมคิดถึงเสียงแซกฯของเด็กซ์เตอร์ กอร์ดอนไม่น้อย เป็นเพียงการระลึกถึงเท่านั้นนะครับ เพราะแนวทางมันคล้าย ๆ กัน

การแสดงจบลงราว ๆ ห้าทุ่มครึ่ง เป็นอีกคืนที่อิ่มสุข แต่ก็เพลียเอาเรื่องเหมือนกัน

ส่วนการแสดงในวันที่สาม ผมพลาดตลอดทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนครับ น่าเสียดายครับ แต่ก็พลาดไปแล้ว

มีข้อน่าติติงนิดหนึ่งขอติเพื่อก่อนะครับ ผมคิดว่างานคอนเสิร์ตครั้งนี้โปรแกรมที่จัดเหมาะสำหรับคนที่จะมาเพียงวันเดียว คือโปรแกรมเช้ากับเย็น ไม่ใช่มาสามวันในช่วงใดช่วงหนึ่ง (ใจจริงผมอยากมาร่วมทั้งสามวันสามคืน ถ้ามีสถานที่พักให้งีบหลับได้สักแป๊ปหนึ่งในช่วงบ่ายแก่ ๆ) เทศกาลนี้ผมมีเวลาเฉพาะช่วงไนท์ไทม์เท่านั้น จึงพลาดกิจกรรมตอนกลางวันทั้งหมด ทั้งที่โปรแกรมกลางวันบางอันน่าสนใจมาก อีกประการหนึ่งก็คือ การบรรเลงเพลงแจ๊สในเวทีกลางแจ้ง เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะดึงอารมณ์ร่วมของคนดูให้เป็นหนึ่ง ดังนั้นเวที Main Stage ในคราวนี้มีวงที่เพอร์ฟรอมเม้นต์เก่ง ๆ ไม่กี่วงที่เหมาะแก่การแสดงกลางแจ้ง ผมคิดว่าวงที่เล่นด้วยฝีมือควรจัดให้เล่นในหอการแสดงมากกว่า เพราะจะสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า อย่างเช่นวงแม้นศรีเล่นเพลงที่ละเอียดมาก คนดูต้องตั้งใจฟัง การเล่นกลางแจ้งเป็นการทำลายการแสดงโดยไม่ต้ังใจ รวมถึงวงอย่างริชเพอร์รี่ควอตเต็ตก็ควรค่าแก่การแสดงในหอการแสดงมากกว่ากลางแจ้งที่ต้องเสี่ยงต่อสภาพอากาศและคนดูที่ไม่มีสมาธิ

กระนั้นในปีหน้าผมก็ยังคงมาชมอยู่ดี (และยังสมัครใจเป็นแฟนวงดุริยางค์ฟิลฮาร์โมนิคแห่งประเทศไทยอย่างไม่ครามครัน)

ขอบคุณการแสดงดี รายการดี ๆ ที่ผู้จัดที่ทุ่มเทแรงกายและใจจัดขึ้น ขอปรบมือดัง ๆ และคารวะงาม ๆ

อ่านตอนแรก

Filed under: Classical Music, Jazz Mania, Music Expresso, Music Review, บทความน่าสนใจ , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Thailand International Jazz Conference Day 1

เทศกาลเพลงแจ๊สมหิดล 2010

โดย นิวัต พุทธประสาท

อ่านตอนที่สอง

นี่เป็นเทศกาลเพลงแจ๊สที่ผมรอคอย หลังจากปีที่แล้วพลาดมาแล้ว ก่อนที่จะไปชมเทศกาลนี้ผมบอกตัวเองอยู่สองสามประการคือ ประการแรกผมไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องดีเลิศกว่าเทศกาลอื่น ประการที่สองผมไม่เอาไปเปรียบเทียบกับเทศกาลของต่างประเทศหรือไทยที่เคยจัดขึ้นรวมถึงคอนเสิร์ตแจ๊สอื่น ๆ ประการสุดท้ายผมไม่อยากสรุปผลลัพธ์ที่เราจะได้ แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นมากที่สุดของเทศกาลนี้คือ การจัดอย่างต่อเนื่องจากปีนี้สู่ปีหน้า และจากปีหน้าดำเนินต่อไปให้ได้ เพราะถ้าต้องการงานที่สมบูรณ์แบบผมมองว่าเราต้องจัดอย่างน้อยสิบปีขึ้นไป แต่จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แบบนี้จะเพิ่มคุณภาพไปได้เอง

วันแรกผมไปถึงบริเวณงานซึ่งใช้พื้นที่ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา กล่าวว่าที่นี่มีความพร้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่หอแสดงดนตรี (Auditorium) ซึ่งเป็นหอแสดงดนตรีขนาดกลางจุผู้ชมได้ประมาณห้าร้อยคน เวทีแสดงกลางแจ้งขนาดเล็ก (Oval Stage) และเวทีกลางแจ้งขนาดใหญ่ (Main Stage) ซึ่งตั้งเวทีเอาไว้ที่สนามหญ้าซึ่งรายล้อมด้วยหลากหลายพันธุ์ไม้ซึ่งนำมาทำเครื่องดนตรีได้

Main Stage

งานในครั้งนี้มีกิจกรรมมากมายตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มต้นที่เวิร์คช็อป แสดงดนตรี ประกวดดนตรีรอบสุดท้าย (วันที่ 30 และ 31) ตลอดวันถ้าใครมาร่วมงานก็จะทราบว่างานที่หลากหลายแบบนี้มันน่าสนุกไม่น้อย

ผมไปถึงงานวันแรกตอนสี่โมงเย็น ไปทันช่วงเวลาที่คุณริช เพอร์รี (Rich Perry) เวิร์คช็อปในเรื่องการฝึกซ้อมแซกโซโฟน โดยมี ดร.เด่น อยู่ประเสิร์ฐ เป็นผู้แปลความ ผมเข้าไปชมในแบบไม่ใช่นักดนตรีที่เล่นแซกฯไม่เป็นก็ได้ประโยชน์ไม่น้อย หลังจากจบเวิร์คช็อปผมก็ออกไปหากาแฟดื่มค่าเวลาก่อนการแสดงในช่วงเย็นจะเริ่มขึ้น ระหว่างดื่มกาแฟอ่านหนังสือคุณอนันต์ ลือประดิษฐ์เข้ามาทักทาย ได้คุยกันเล็กน้อยเพราะคุณอนันต์ต้องไปเขียนต้นฉบับต่อ ผมนั่งสักพักไฟก็ดับครับ (ก่อนหน้านั้นฝนตกลงมาพอสมควร) แต่ผมดูนาฬิกาแล้วก็เริ่มได้เวลาแสดงดนตรีในช่วงเย็น จึงเดินไปยังเวทีกลางแจ้ง ผมคงไม่ต้องบรรยายภาพของสถานที่แห่งนี้นะครับ เพราะผมเขียนถึงหลายคราวแล้วว่าบรรยากาศดีมาก

ริช เพอร์รี กำลังสาธิตการซ้อมแซกโซโฟน

เมื่อถึงเวทีกลางแจ้ง ซึ่งเวทีมีขนาดไม่ใหญ่มากซึ่งผมคิดว่าดีมากครับ สนามหญ้าสีเขียว โดนฝนถล่มเฉอะแฉะนิดหน่อย เวลาการแสดงเลตไปครึ่งชั่วโมง เพราะไฟยังดับอยู่ ดีที่มีการเตรียมเครื่องปั่นไฟเอาไว้ วงแรกที่จะประเดิมเทศกาลในช่วงค่ำก็คือ Mahidol University Jazz Orchestra (MUJO) เมื่อ MUJO ขึ้นเวที ทำให้เวทีการแสดงเล็กลงไปในทันที การแสดงของ MUJO คั่นรายการด้วยพิธีกร ซึ่งเป็นทั้งส่วนดีส่วนไม่ดีครับ เป็นว่า ผมเห็นว่าระหว่างแสดง ควรจะให้พิธีกรของวงแนะนำเพลงมากกว่าให้พิธีกรเชื่อมรายการ เพราะมันทำให้การเล่นไม่ต่อเนื่อง อารมณ์มันไม่บิวท์เท่าที่ควร MUJO เล่นได้ตามมาตรฐานของตนครับ สองเพลงแรกเล่นใกล้เคียงแนวสวิง ใส่กันสนุกทุกเซคชั่น ที่ผมรู้สึกเสียดายคือน่าจะมีเพลงร้องเข้ามาด้วย จะทำให้บรรยากาศคึกคักมากกว่านี้ ตอนกลางแสดงความมืดค่อย ๆ โรยตัวลง ประกอบกับไฟฟ้ายังไม่มาทำให้รอบบริเวณมืดมิด น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ตอนแรกผมกลัวว่ายุงจะเยอะ ยุงก็เยอะนะครับในช่วงหัวค่ำ แต่จำนวนผู้มาชมช่วยกันแบ่งปันการโดนกัดไปตาม ๆ กัน จึงทำให้ไม่รำคาญเรื่องยุงมากนัก

วงที่สอง โปรด ธนภัทร แจ๊ส กรุ๊ป (PTJG) ตอนนี้ไฟมาแล้วครับ ทำให้รอบบริเวณเริ่มมีแสงเรื่อเรืองของหลอดไฟ อาจารย์โปรดเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกันครับทีมเวิร์คของวงไม่ต้องพูดถึง มีบ้างที่เสียงสะดุดซึ่งผมไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่เป็นช่วงสั้น ๆ วงของอาจารย์โปรดเล่นอิมโพไวส์ได้ดีมากโดยเฉพาะคุณอีกอร์ซึ่งเล่นเปียโน แกเหมือนไม่ได้โชว์อะไรมากแต่แน่นเหลือเกิน อาจารย์โปรดนั้นไม่ต้องพูดถึง ทุกเม็ดไม่มีพลาดเลย มีช่วงเพลงที่สอง ซึ่งแกยังกังวนใจกับแอมป์กีตาร์พอสมควรแต่เสียงก็เนียนขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งจบการแสดงอย่างสมบูรณ์

โปรด ธนภัทร

วงที่สามของค่ำคืน Danny&Friend ที่มีอาจารย์เด่นเป็นหัวหน้าวง โดยผู้ร่วมเล่นเป็นคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งโดดเด่นเรื่องดนตรีแจ๊สเช่นกัน วงนี้ประสมวงมีกีตาร์สองตัว แต่ชมแล้วก็ไม่ขัด ผมกลับชอบเสียอีก เพราะกีตาร์สองตัวประสานงานกันได้ดี และเล่นโซโลต่างแนวทางค่อนข้างมาก วงของอาจารย์เด่นแต่ละคนเชี่ยว ๆ ทั้งนั้น แม้จะดูว่าร่วมซ้อมกันไม่มาก อาศัยจังหวะฝีมือกันอย่างชนิดที่ว่ามองหน้ากันบนเวทีก็รู้ใจ ที่ผมชอบก็คือวงเล่นดนตรีที่ประพันธ์กันเอง อย่างเพลงก่อนสุดท้ายคล้าย ๆ เพลงของญาณ การ์เบค ซึ่งผมชอบมาก ๆ ถ้าพัฒนาขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง ผมอยากเห็นแนวแจ๊สแบบ ECM เกิดขึ้นในเมืองไทย ต่อยอดให้เป็นอีกแนวทางที่ชัดเจน

Danny&Friend

วงสุดท้ายของงานคือ Baptiste Herbin Quartet วงจากประเทศฝรั่งเศส ต้องกล่าวว่าแจ๊สจายุโรปนั้นก้าวหน้าพัฒนามาไกลมาก ๆ จนบางครั้งมีรากฐานสแตนดาร์ดแจ๊สแน่นกว่าต้นกำเนิดเสียอีก แถมยังพัฒนาต่อยอดรากฐานแจ๊สได้อย่างถึงพริกถึงขิง จนบางครั้งผมฟังแจ๊สจากยุโรปแล้วได้อะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น ทีมเวิร์คของ BHQ เป็นจุดเด่นที่ชัดเจน แต่ละตำแหน่งเล่นกันได้อย่างลงตัว

Baptiste Herbin Quartet

พอถึงห้าทุ่มกว่า ๆ ผมก็อ่อนแรงแล้วครับ ยอมรับว่าทั้งสนุก สุข และเหนื่อย เพราะอากาศร้อนอบอ้าวได้ใจจริง ๆ ที่น่ายกย่องคือคนดูนั้นปักหลักชมกันไม่ลดละเลยทีเดียว ปรบมือให้ดัง ๆ ครับ

สิ่งที่ต้องเขียนถึงอีกประเด็นหนึ่งก็คือเวทีกลางแจ้งเป็นอะไรที่ควบคุมยากมาก แม้เป็นเวทีขนาดกลางก็ตาม แต่ที่สุดแล้วทาง TIJC ก็ทำออกมาได้ดีพอสมควรถ้าคะแนนในวันนี้เจ็มสิบผมให้คะแนน 7 โดยเฉพาะระบบเสียงนั้นไม่ค่อยไม่ดังจนเกินไป เสียงเครื่องดนตรีอยู่ในเกนที่ฟังรายละเอียดได้ ผมยังไม่ได้เดินไปฟังในแต่ละจุดว่าเป็นอย่างไร ผมนั่งอยู่ตรงด้านหน้าที่เดียว เพราะสนามหญ่าแฉะด้วยน้ำจึงไม่อยากเดินร่อนไปร่อนมา เอาไว้วันที่สองค่อยพูดถึงเรื่องเสียงนะครับ

อ่านตอนที่สอง

Filed under: Beauty is a Rare Thing, Jazz Mania, Music Expresso, Music Review, บทความน่าสนใจ, สถานที่หนึ่งในหัวใจ , , , , , , , , , , , , , ,

NiwatBlog.com

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน มีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของชื่อเวบเล็กน้อยนะครับ เพื่อที่ผู้อ่านจะได้เข้าถึง Blog แห่งนี้ได้ง่ายขึ้นคือ ทางเราได้เพิ่มชื่อโดเมนจากเดิม www.paganini599.wordpress.com ซึ่งชื่อค่อนข้างยาว และจดจำยาก ต่อไปนี้ท่านผู้อ่านสามารถเข้าถึง Blog ของผู้เขียนด้วยชื่อที่จำง่ายขึ้นและสั้นคือ www.niwatblog.com

ส่วนเนื้อหาของเราจะค่อย ๆ ปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อย ๆ นะครับ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุด

Twitter

ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร: ทินกร หุตางกูร

Tinnakorn

ผลงานเรื่องสั้นเล่มที่สองของทินกร 9 เรื่องสั้นน่าอ่าน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2

ลมหายใจอุบัติซ้ำ: นิวัต พุทธประสาท

Niwat Puttaprasart

"ลมหายใจอุบัติซ้ำ" จะนำผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค พวกเขาจะฝ่าฟันอุปสรรคความรักไปได้อย่างไร

เรื่องรักธรรมดา: เรื่องรักที่คุณจะไม่มีวันลืม

รวมเรื่องสั้นว่าด้วยความรัก จากปลายปากกาหลายนักเขียนร่วมสมัย

RSS Sky 365 Diary

  • 06 Mar 10
    โดดเดี่ยวกลางทุ่ง อ้างว้างเหน็บหนาว แม้แดดแผดเปรี้ยง Filed under: MAR 2010 Tagged: สุพรรณบุรี, MAR, Sky365
  • 05 Mar 2010
    ท้องฟ้ายามเย็น Filed under: MAR 2010 Tagged: สุพรรณบุรี, MAR, Sky365
  • MARCH 04 2010
    ความรักแสนเศร้า Filed under: MAR 2010 Tagged: นครปฐม, Love, MAR, Sky365
  • 3 March 2010
    Filed under: MAR 2010 Tagged: กาญจนบุรี, เลาขวัญ, MAR
  • FEB-12-2010
    ขอบฟ้าก่อนวาเลนไทน์สองวัน Filed under: FEB 2010 Tagged: กาญจนบุรี, เลาขวัญ, FEB, Sky365
  • FEB 2010: How Hight The Moon
    จักขานเพรียกเรียกเดือนเพ็ญเยี่ยงไรในคืนที่มืดมน Filed under: Uncategorized Tagged: นครปฐม, ศาลายา, Bangkok, FEB, Sky365
  • Jan 29: หัวหินยามเช้า
    หัวหินยามเช้า แสงแดดอุ่น น้ำทะเลเย็น หาดทรายสงบ Filed under: Jan 2010 Tagged: หัวหิน, Hau-Hin, Jan, Sky365
  • Jan 2010: ความมืดในฤดูหนาว
    วันเหงา ๆ ที่ผ่านไปเชื่องช้าผสมรวดเร็ว บางทีก็เหนื่อยหน่าย บางทีก็ระทึกปนเปกันไป Posted in Jan 2010 Tagged: กรุงเทพฯ, บางบอน, Bangkok, Jan, Sky365
  • Jan/24/2010: ยามเช้าหน้าค่ายลูกเสือ
    ยามเช้าหน้าค่ายลูกเสือโรงเรียนสารสาร์ทบางบอน อากาศเย็นประมาณยี่สิบห้าองศาเซลเซียส มีหมอกในตอนเช้า แต่พอแสงแดดส่อง ท้องฟ้าก็โปร่งใส Posted in Jan 2010 Tagged: กรุงเทพฯ, Bangkok, Jan, Sky365 […]
  • Jan/23/10
    ภาพถ่ายท้องฟ้าหน้าโรงเรียนสาธิตศิลปากร นครปฐม ในช่วงเวลาเช้า Posted in Jan 2010 Tagged: นครปฐม, Jan, Nakornpathom, Sky365

RSS Alternative Book

  • หลักการพิมพ์งานกับ Alternative Book
    Alternative Book / อัลเธอเนทีฟบุ๊ค เป็นสำนักพิมพ์อิสระซึ่งก่อตั้ง-ต่อเนื่องมาจากบู๊ธ Alternative Writers  (AW) ซึ่งเป็นบู๊ธหนังสือวึ่งเปิดขายหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือ-มหกรรมหนังสือ อย่างต่อเนื่อง อัลเธอเนทีฟบุ๊คจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางทาง AW ต้องการสนับสนุน โดยเฉพาะนักเขียนหน้าใหม่ นักเขียนอิสระ นักเขียนที่มีผลงานอยู่แล้ว แต่ต้องการผลิตงานในแบบฉบับเฉพาะ […]
  • Alternative Book
    สำนักพิมพ์อัลเธอเนทีฟบุ๊ค หนึ่งในกิจกรรมของบู๊ธ Alternative Writers ในงานสัปดาห์หนังสือ ทางสำนักพิมพ์จะมีผลงานใหม่ล่าสุดของนักเขียนมานำเสนอ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของสำนักพิมพ์ที่จะจัดพิมพ์หนังสือในฐานะหนังสือทางเลือก Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Thailand, Writers […]
  • พบกับบู๊ธ Alternative Writers ในงานสัปดาห์หนังสือ
    พบกับบู๊ธอัลเธอเนทีฟไรเตอร์ในงานสัปดาห์หนังสือระหว่างวันที่ 26 มีนาคม- 5 เมษายน 2553 เลขที่บู๊ธ M12 โซน C ชั้น 1 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Alternative Writers, งานสัปดาห์หนังสือ, Thailand, Writers […]
  • Hello world!
    สำนักพิมพ์อัลเธอเนทีฟบุ๊คขอต้อนรับทุกท่านสู่เวบไซต์อันเป็นช่องทางการสื่อสาร เพื่อเข้าถึงความเคลื่อนไหวของสำนักพิมพ์ Filed under: News Tagged: Alternative, Alternative Book, Thailand, Writers […]

RSS บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด

  • ปี๊ปพลาสติกเล็ก
    ปี๊ปพลาสติกเล็ก หรือ ปี๊ปเล็ก มีขนาดเล็กลงมาจากปี๊ปกระจกใหญ่ สามารถนำไปใส่ขนมปังไส้ประรด ไส้ครีมกลิ่นต่าง ๆ เชสชีส ทองม้วน ขนมอบกรอบ ปี๊ปเล็กนี้มีความกว้าง 17.50 เซ็นติเมตร หนา 14.50 เซ็นติเมตร โดยมีความสูงอยู่ที่ 24 เซ็นติเมตร […]
  • ปี๊ปกระจกใหญ่
    ปี๊ปกระจกใหญ่ผลิตจากเหล็กพิมพ์สีเกรดอาหาร กระจกซีลด้วยกาวป้องกันอากาศเข้า ปี๊ปกระจกใหญ่สามารถใส่ขนมได้หนักถึงห้ากิโลกรัม เหมาะสำหรับนำไปใส่ขนมปัง บิสกิต ทองม้วน ขนมขาไก่ […]
  • บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด
    บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 9/8 หมู่ที่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73110 โทรศัพท์ 034-295-424 โทรสาร 034-295-283 […]

วันเวลาที่ผ่านเลย

มีนาคม 2010
พฤ อา
« ก.พ.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

RSS บทความจาก thaiwriter.net

  • My favorite book มีนาคม 5, 2010
    Niwat Puttaprasart
  • Like Water For Chocolate กุมภาพันธ์ 5, 2010
    มหัศจรรย์ภาพยนตร์ในแบบอัตถนิยมมายา โดย หอมรำเพย ตั้งแต่ภาพยนตร์กำเนิดขึ้นมายาภาพบนหนังล้วนถูกเกสรรค์ให้ภาพยนตร์เป็นเหมือนจริง มากกว่าเสกสรรค์ให้มันกลายเป็นเรื่องโกหก เราจึงแลเห็นเทคนิคต่าง ๆ ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนเดินเข้าไปในโลกที่ผู้กำกับสร้างขึ้นอย่างเสมือนจริง ดูนั่นสิ “อวตาร” ภาพดาวเพนโดราที่ประกาศว่ามันมีอยู่จริง แม้มันคือโลกจินตนาการก็ตามที ตรงข้ […]
    Other Author
  • แรงกระเพื่อมของปัจเจกชน มกราคม 28, 2010
    ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร: แรงกระเพื่อมของปัจเจกชน โดย ‘หอมรำเพย’ “ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร” เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มที่สองของทินกร หุตางกูร นักเขียนร่วมสมัยที่หลายคนยกย่องให้ผลงานของเขาแปลกตา มีเอกลักษณ์เฉพาะ อย่างที่หานักเขียนร่วมสมัยของไทยเสมอเหมือน งานเขียนของทินกรมีรูปแบบที่เป็นอิสระ หากจะบอกว่าตัวตนของเขาเกิดจากภาวะไม่สามารถเคลื่อนย้ายทางกายภาพ ทว่าสิ่งท […]
    Other Author
  • Tango มกราคม 25, 2010
    หนังซ้อนเบื้องหลังหนัง ไม่บ่อยนักที่ผมจะซื้อแผ่นซีดีเพลงประกอบหนังมาฟังก่อนได้ดูหนัง ทว่ากฎนี้ของตัวเองหมดไป เพราะผมอดใจที่จะฟังเพลงจากเรื่อง Tango ก่อนไม่ได้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะซีดีเพลงประกอบหนังชุดนี้ถือว่าสุดยอดชุดหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ชอบเพลงแทงโก้ ส่วนคนที่จะเริ่มฟังเพลงคลาสสิก หรือกำลังหาเพลงประเภทนี้มาฟัง ซีดีประกอบหนังชุดนี้สมบูรณ์ และไพเราะมาก ๆ เมื […]
    Niwat Puttaprasart
  • อนุสรณ์ ติปยานนท์: มรณสักขี มกราคม 22, 2010
    ภาพเลือนของความจริง โดย หอมรำเพย มรณสักขี เป็นผลงานเล่มใหม่ล่าสุดของอนุสรณ์ ติปยานนท์ หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องสั้นเรื่องเดียว จัดพิมพ์ในรูปแบบพ็อคเก็ตบุ๊คขนาดกระทัดรัด จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เคหวัตถุ ซึ่งอนุสรณ์เป็นผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันนักเขียนต้องขยับตัวเองมาเป็นผู้ผลิตหนังสือ แม้การสวมหมวกหลายใบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่โดยความเป็นจริงแล้วความบิดเบี้ยวของระบบใ […]
    Other Author
  • ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก มกราคม 13, 2010
    ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก โดย: มณีกาญจน์ ไชยนนท์ นักวิจัย สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พิมพ์ครั้งแรก: มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน แนวคิดเกี่ยวกับภาพยนตร์ ยุคเริ่มต้น 1880-1915 ภาพยนตร์ในฐานะศิลปะในยุคเงียบ (Silent Era) บริบทแรก ของการมองภาพยนตร์ในฐานะภาพรวม อย่างที่ Melies, Ricciotoo Canudo และ Abel Gance มองว่าภาพย […]
    Other Author
  • เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ธันวาคม 18, 2009
    เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ภัควดี วีระภาสพงษ์ พิมพ์ครั้งแรกที่ ประชาไทยเวบไซต์ หมายเหตุ: อันที่จริง ผู้เขียนไม่ค่อยให้ความสนใจกับรางวัลโนเบลหรือรางวัลใด ๆ ด้านวรรณกรรมมากนัก (แน่นอน รวมทั้งซีไรท์ด้วย) บางปีก็ตกข่าวด้วยซ้ำว่าใครได้ แต่เนื่องจากผู้เขียนได้รับคำชวนที่ไม่ควรปฏิเสธจาก อ.ชัชวาล ปุญปันให้ไปร่วมงานเสวนาวิชาการในดวงใจ […]
    Other Author
  • สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ตุลาคม 28, 2009
    สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักวิชาการและนักแปลอิสระ หมายเหตุ บทความแปลชิ้นนี้ ได้รับมาจากผู้เขียน ทางกองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนต้องขอขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี้ ต้นฉบับของบทความนี้ชื่อ Superstars and Globalization: Interviewing Arundhati Roy by Sonali Kolhatkar, Znet (บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา) บทความฟรี […]
    Other Author
  • ขอเชิญร่วมงานมหกรรมหนังสือครั้งที่ 14 ตุลาคม 13, 2009
    ในงานมหกรรมหนังสือ ครั้งที่ 14 พบกับบู๊ธ ALTERNATIVE WRITERS หมายเลขบู๊ธ O15 โซนซีชั้นหนึ่ง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2552 ระหว่างเวลา 10.00น.-20.30 น. ที่บู๊ธพบกับหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายอาทิเช่น สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น ของปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์กำมะหยี่ ผู้จัดพิมพ์งานของมูราคามิ สำนั […]
    Niwat Puttaprasart
  • ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา กันยายน 28, 2009
    ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา ประจักษ์ ก้องกีรติ : เขียน คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกริ่นนำ ราวปี 2513 ท่ามกลางบรรยากาศของสังคมไทยยุค "แห่งการพัฒนา", "อเมริกันในไทย" และ "เผด็จการคณาธิปไตย" แม้จะไม่ใช่ปีที่สลักสำคัญจนถูกบันทึกหรือได้รับการจดจำเป็นพิเศษ ในหน้าปฏิทินประวัติศาสตร์ไทย แต่เป็นปีท […]
    Other Author

Watch videos at Vodpod and other videos from this collection.

Flickr Photos

Marsden Rocks

Gull

Fireplace Ferns

Inside The Crocus Head

Snowy Droplets

Waving Stamen

Snowdrop

Crag

Crocus Blue

Gossamer Threads

More Photos

Top Rated

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Since May 2008

  • 29,598 hits