<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Niwat&#039;s Blog</title>
	<atom:link href="http://niwatblog.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://niwatblog.com</link>
	<description>Small Stories</description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 Mar 2010 09:06:05 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='niwatblog.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/f5c3fa7aa1cfc8afd73b0e7e9e98b404?s=96&#038;d=http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Niwat&#039;s Blog</title>
		<link>http://niwatblog.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://niwatblog.com/osd.xml" title="Niwat&#039;s Blog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://niwatblog.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>Antonín Dvořák: From The New World</title>
		<link>http://niwatblog.com/2010/03/09/antonin-dvorak-from-the-new-world/</link>
		<comments>http://niwatblog.com/2010/03/09/antonin-dvorak-from-the-new-world/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 01:54:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Niwat Puttaprasart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Classical Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Expresso]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[Antonin Dvorak]]></category>
		<category><![CDATA[นิวัต พุทธประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยดุริยางคศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[BBC]]></category>
		<category><![CDATA[Beethoven]]></category>
		<category><![CDATA[Brahms]]></category>
		<category><![CDATA[Classic]]></category>
		<category><![CDATA[From The New World]]></category>
		<category><![CDATA[Niwat Puttaprasart]]></category>
		<category><![CDATA[Orchestra]]></category>
		<category><![CDATA[Record]]></category>
		<category><![CDATA[Slavonic Dance]]></category>
		<category><![CDATA[Symphonic Variations]]></category>
		<category><![CDATA[Symphony]]></category>
		<category><![CDATA[USA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://niwatblog.com/?p=574</guid>
		<description><![CDATA[Symphony No.9 “From The New World”
Symphonic Variations
Slavonic Dance No.2
ใครว่าของดีราคาถูกไม่มีในโลก มีแน่นอนครับ แต่อาจจะต้องเสี่ยงโชคนิดหนึ่ง เหมือนกับแผ่นซีดีชุดนี้ของ BBC Radio Classic ที่ผมซื้อมาในราคาไม่เกินสามร้อยบาท ถูกกว่าแผ่นเพลงคลาสสิกนำเข้าจากสังกัดอื่นหลายเท่าตัว เป็นโชคร้ายหรือโชคดีของคนไทย ที่สื่อซีดีเพลงไม่ว่าเพลงคลาสสิก เพลงแจ๊ส เวิลด์มิวสิก ร็อค ป๊อป เพลงตลาด เพลงไม่ตลาด ไม่นับแนวเพลงที่ดีมีคุณค่า ล้วนแล้วแต่ต้องเสียภาษีนำเข้าแผ่นซีดีในเรตเดียวกัน รีดภาษีมหาโหดเพราะถูกเหมาเป็นความบันเทิง แม้จะเป็นความบันเทิงทางปัญญา ที่พัฒนาเยาวชน พัฒนารสนิยม พัฒนาคุณค่านามธรรมอันตีค่ามิได้ ที่เรากำลังพร่ำกันว่าจะส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมกันอย่างกว้างขวางกันอย่างไร แต่อาหารสมองทางปัญญากลับถูกตีค่าเป็นของฟุ่มเฟือยไปอย่างน่าเสียดาย ประชากรไทยถ้าไม่ได้บริโภคของดีทั้งอาหารและปัญญา ก็ยากที่จะฝ่าข้ามปัญหาสังคมอันหนักหน่วงไปได้
มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าครับ บ่นไปก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมได้แผ่นซีดีชุดนี้มาในราคาถูก ตอนที่ซื้อก็ไม่ได้หวังกับคุณภาพมากนัก เมื่อมาเปิดดูก็พบว่ามันเป็นแผ่นซีดีที่ทำออกมาเป็นซีรี่ส์ เน้นที่ตัววาทยากร และศิลปิน วงที่เล่นก็เป็นวง BBC Symphony Orchestra อัลบัมของท่านดโวชาร์ค แผ่นนี้รวบรวมผลงานหัวกะทิเอาไว้ถึงสามเพลงคือ Symphonic Variations, Slavonic Dance No.2 และ Symphony [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=574&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Symphony No.9 “From The New World”</p>
<p>Symphonic Variations</p>
<p>Slavonic Dance No.2</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 400px"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Book%20Cover/dvorak_bbc.jpg"><img title="Dvorak" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Book%20Cover/dvorak_bbc.jpg" alt="Antonín Dvořák: From The New World" width="390" height="386" /></a><p class="wp-caption-text">Antonín Dvořák: From The New World</p></div>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ใครว่าของดีราคาถูกไม่มีในโลก มีแน่นอนครับ แต่อาจจะต้องเสี่ยงโชคนิดหนึ่ง เหมือนกับแผ่นซีดีชุดนี้ของ </span>BBC Radio Classic <span style="font-family:Tahoma;">ที่ผมซื้อมาในราคาไม่เกินสามร้อยบาท ถูกกว่าแผ่นเพลงคลาสสิกนำเข้าจากสังกัดอื่นหลายเท่าตัว เป็นโชคร้ายหรือโชคดีของคนไทย ที่สื่อซีดีเพลงไม่ว่าเพลงคลาสสิก เพลงแจ๊ส เวิลด์มิวสิก ร็อค ป๊อป เพลงตลาด เพลงไม่ตลาด ไม่นับแนวเพลงที่ดีมีคุณค่า ล้วนแล้วแต่ต้องเสียภาษีนำเข้าแผ่นซีดีในเรตเดียวกัน รีดภาษีมหาโหดเพราะถูกเหมาเป็นความบันเทิง แม้จะเป็นความบันเทิงทางปัญญา ที่พัฒนาเยาวชน พัฒนารสนิยม พัฒนาคุณค่านามธรรมอันตีค่ามิได้ ที่เรากำลังพร่ำกันว่าจะส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมกันอย่างกว้างขวางกันอย่างไร แต่อาหารสมองทางปัญญากลับถูกตีค่าเป็นของฟุ่มเฟือยไปอย่างน่าเสียดาย ประชากรไทยถ้าไม่ได้บริโภคของดีทั้งอาหารและปัญญา ก็ยากที่จะฝ่าข้ามปัญหาสังคมอันหนักหน่วงไปได้</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าครับ บ่นไปก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมได้แผ่นซีดีชุดนี้มาในราคาถูก ตอนที่ซื้อก็ไม่ได้หวังกับคุณภาพมากนัก เมื่อมาเปิดดูก็พบว่ามันเป็นแผ่นซีดีที่ทำออกมาเป็นซีรี่ส์ เน้นที่ตัววาทยากร และศิลปิน วงที่เล่นก็เป็นวง </span>BBC Symphony Orchestra <span style="font-family:Tahoma;">อัลบัมของท่านดโวชาร์ค แผ่นนี้รวบรวมผลงานหัวกะทิเอาไว้ถึงสามเพลงคือ </span>Symphonic Variations, Slavonic Dance No.2 <span style="font-family:Tahoma;">และ </span>Symphony No.9 From The New World</p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ผลงานของดโวชาร์คนั่นมีนักฟังแบ่งออกเป็นสองซีกอย่างชัดเจน ซีกแรกคือไม่ค่อยชอบแนวเพลงของดโวชาร์คมากนัก เพราะแนวเพลงของท่านมีกลิ่นอายของเสียงที่ “ใหม่” สำหรับคนยุคนั้น เสียงน๊อยส์ที่รกหู บางคนถึงกับเอาแผ่นซีดีของดโวชาร์คอยู่ไกลจากเครื่องเล่น ซีกที่ชื่นชอบนั้นไม่ต้องสงสัย เพราะยกย่องท่านดโวชาร์คกันอย่างเอกเกริก นอกจากท่านจะผสมผสานท่วงทำนองพื้นบ้านในชนบทยุโรป เข้าเกี่ยวเสียงใหม่ ๆ ได้อย่างลงตัวยิ่ง </span>(<span style="font-family:Tahoma;">โดยความชอบส่วนตัวผมชอบท่านดโวชาร์คมากกว่า คีตกวีรัสเซียยุคใหม่ ๆ หลายคน</span>)</p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ท่านดโวชาร์คเกิดวันที่ </span>8 <span style="font-family:Tahoma;">กันยายน </span>1841 <span style="font-family:Tahoma;">ใกล้กรุงปราค </span>(<span style="font-family:Tahoma;">ซึ่งขณะนั้นอยู่ในอาณาจักรออสเตรีย หรือสาธารณรัฐเชคในปัจจุบัน</span>) <span style="font-family:Tahoma;">พ่อของเขาเป็นคนขายเนื้อ แต่ครอบครัวของท่านเป็นครอบครัวนักดนตรีที่มีความสามารถ และท่านดโวชาร์คเองก็เป็นคนที่มีความสามารถทางดนตรีตั้งแต่เด็ก เรียนดนตรีตั้งแต่หกขวบในโรงเรียนของหมู่บ้าน ก่อนจะมาเรียนดนตรีในสถาบันดนตรีที่กรุงปราค ส่วนท่านเลือกเล่นวิโอลาในวง </span>Bohemian Provisional Theater Orchestra <span style="font-family:Tahoma;">ระหว่างที่ท่านเรียนการประพันธ์ดนตรี ท่านเกิดหลงรักนักเรียนในชั้นเดียวกันคือ โจฟีน่า ขนาดเขียนเพลง “ต้นไซเปรส” มอบให้แก่เธอ แต่เธอไม่สนใจความรักของเขา ไปแต่งงานกับผู้ชายอื่น ต่อมาท่านดโวชาร์คได้สมรักกับน้องสาวโจฟีน่าแทน และมีลูกด้วยกันถึงเก้าคน ช่วงปี </span>1892 <span style="font-family:Tahoma;">จนถึง </span>1895 <span style="font-family:Tahoma;">ดโวชาร์คได้รับเชิญให้ไปเป็น </span>Music Director <span style="font-family:Tahoma;">ที่ </span>Nation Conservatory of Music <span style="font-family:Tahoma;">นครนิวยอร์ค โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินสูงถึง </span>15,000 <span style="font-family:Tahoma;">ดอลลาร์ตลอดการทำหน้าที่ ช่วงที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ค ดโวชาร์คประพันธ์บทเพลงเอาไว้อยู่พอสมควร รวมถึงซิมโฟนี่หมายเลขเก้า ฟรอมเดอะนิวเวิลด์ เพลงที่ผมจะแนะนำนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">แผ่นซีดีชุดนี้ เป็นการบันทึกเสียงในการแสดงสดต่างกรรมต่างวาระกัน</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">แทรคแรก </span>Symphonic Variations <span style="font-family:Tahoma;">บันทึกเสียงที่ โรยัลอัลเบิร์ตฮออล์ ณ กรุงลอนดอน ในวันที่ </span>6 <span style="font-family:Tahoma;">สิงหาคม </span>1975 <span style="font-family:Tahoma;">เพลงนี้ดโวชาร์คแต่งขึ้นในช่วงระหว่างแต่งซิมโฟนีหมายเลขห้า กับหมายเลขหก โดยแต่งเสร็จและเล่นครั้งแรกในเดือนธันวาคม </span>1877 <span style="font-family:Tahoma;">ซิมโฟนิค วาริเอชั่นส์ เป็นแนวดนตรีที่มีความผันผวน ความเปลี่ยนแปลง ความเคลื่อนที่ ความเคลื่อนไหว อย่างหลากหลายอยู่ในตัวเพลง ดังนั้นอารมณ์เพลงจึงมีขึ้นลงตามจินตนาการของผู้แต่ง บางครั้งเล่นเบามาก บางครั้งเล่นหนัก จนถึงดังมาก เพลงนี้เริ่มต้นด้วยท่วงทำนองช้า เบา ก่อนจะค่อย ๆ โหนให้ดังขึ้นและกลับไปเล่นช้าอีกครั้ง จากนั้นท่วงทำนองเพิ่มความเร็วมากขึ้น โดยกลุ่มเครื่องเป่าทองเหลืองแผดกร้าว ท่วงทำนองที่รวดเร็ว เสียงทิมพานี่เน้นจังหวะฮึกเหิม</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">แทรคที่สอง </span>Slavonic Dance No.2 <span style="font-family:Tahoma;">เพลงนี้ แสดงในวันที่ </span>2 <span style="font-family:Tahoma;">มิถุนายน </span>1975 <span style="font-family:Tahoma;">ณ บูโดกัน ฮอลล์ กรุงโตเกียว </span>Slavonic Dance <span style="font-family:Tahoma;">มีด้วยกันสองเซ็ตในซีดีนี้นำ </span>Opus <span style="font-family:Tahoma;">ที่ </span>72 <span style="font-family:Tahoma;">มาให้ฟัง </span>Slavonic Dance <span style="font-family:Tahoma;">ของดโวชาร์ค ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ฮังกาเรียน แดนซ์” ของโยฮันเนส บราห์ม  (Brahms) เพลงนี้มีท่วงทำนองที่ไพเราะอ่อนหวาน เพราะได้รับอิทธิพลท่วงทำนองพื้นบ้านในแบบโบฮีเมียนมาอย่างเต็มที่ เป็นเพลงที่ฟังแล้วจับใจกับความงามของธรรมชาติ</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">แทรคที่สาม</span><span style="font-family:Tahoma;">ถึง</span><span style="font-family:Tahoma;">หก </span>From The New World <span style="font-family:Tahoma;">เพลงนี้เล่นและบันทึกเสียงเช่นเดียวกับแทรคที่สอง ซิมโฟนีหมายเลขเก้าแต่งขึ้นระหว่างเดือนมกราคมจนถึงพฤษภาคม ปี </span>1893 <span style="font-family:Tahoma;">ที่นครนิวยอร์ค ดโวชาร์คเป็นผู้ที่มีความสนใจในวิถีชีวิตของชาวนิโกร ชาวอเมริกัน และชาวอินเดียน นอกจากศึกษาชีวิตและดนตรีแล้ว เขายังต้องการสอดใส่ท่วงทำนองเพลงพื้นบ้านอเมริกัน</span>-<span style="font-family:Tahoma;">อินเดียน ลงไปในซิมโฟนีของเขา เพราะดนตรี บทกวี ตำนานพื้นบ้าน จะทำให้ผู้คนตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่ จิตวิญญาณที่ไม่มีวันสูญสลาย ดนตรีเป็นเหมือนสื่อที่จะบอกเล่าตำนานความรู้สึก โดยเฉพาะอารมณ์ในตัวมนุษย์ได้อย่างดี ในมูฟเม้นต์แรก ธีมรอง </span>(Second Theme) <span style="font-family:Tahoma;">ในช่วงที่โซโลฟลุ๊ต ดโวชาร์คได้สอดใส่ท่วงทำนองเพลง “</span>Swing Low, Sweet Chariot <span style="font-family:Tahoma;">ซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านแอฟริกัน</span>-<span style="font-family:Tahoma;">อเมริกัน และยังได้ศึกษา</span>-<span style="font-family:Tahoma;">อ่านบทกวีของ </span>Henry Longfellow <span style="font-family:Tahoma;">ในเรื่อง “</span>Hiawatha”</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 285px"><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Anton%C3%ADn_Dvořák"><img class="  " title="Antonín Dvořák Wikipedia" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fb/Dvorak1.jpg/381px-Dvorak1.jpg" alt="" width="275" height="431" /></a><p class="wp-caption-text">Antonín Dvořák</p></div>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ในมูฟเม้นต์ที่สอง </span>Largo (<span style="font-family:Tahoma;">ท่วงทำนองที่เนิบช้า</span>) <span style="font-family:Tahoma;">แต่เป็นท่วงทำนองที่ไพเราะ ไหลลื่น เต็มไปด้วยอารมณ์หวนไห้ โหยหา เงียบเชียบ เศร้า ภายหลังคนเรียกท่อนนี้ว่า “</span>Goin&#8217; Home” <span style="font-family:Tahoma;">ผมชอบท่อนนี้มาก เพราะฟังแล้วรู้สึกสุขสงบ มีพลังโดยไม่ต้องเคลื่อนไหว</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">มูฟเม้นต์ที่สาม เป็นมูฟเม้นต์ที่เร็ว ดโวชาร์คใส่เสียง </span>Triangle <span style="font-family:Tahoma;">ลงไป ทำให้เกิดน๊อยส์ที่มีพลังเป็นอย่างมาก และบทกวีของลองแฟลโลก็กลับมานำเสนอในมูฟเม้นต์นี้อีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">มูฟเม้นต์ที่สี่ เริ่มขึ้นด้วยกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองและทรัมเปต นำสู่ท่วงทำนองหลัก อันเป็นท่อนที่คนฟังคงคุ้นเคย ประหนึ่งซิมโฟนีหมายเลขห้าของบีโธเฟ่นก็ไม่ผิด คาริเนตเล่นซ้ำท่วงทำนองจากมูฟเม้นต์แรกอย่างเงียบเชียบ และช่วงท้ายซิมโฟนีโหมกระหน่ำราวแสงเจิดจ้าแห่งความรุ่งโรจน์พุ่งขึ้นมาจากพื้นพิภพ</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">สิ่งที่เหนือความคาดหมายสำหรับแผ่นซีดีชุดนี้ก็คือการบันทึกเสียงที่เยี่ยมยอดมาก ต้นฉบับเป็นเทปอนาล็อค และแปลงมาเป็นดิจิตอลได้อย่างไม่เสียอรรถรส เสียงที่ออกมาไม่แห้งแล้ง มีมิติ แม้จะไม่แยกซ้ายขวาแบบจะจะ แต่ถ้าท่านได้ฟังการแสดงสดจริง ๆ ในฮอลล์จะพบว่าการแยกซ้ายขวาแบบสเตริโอนั้นไม่เหมือนกับการฟังคอนเสิร์ตจริง โดยเฉพาะเสียงไอของคนดู เสียงเครื่องดนตรีกระทบสิ่งของ เสียงรูดสายเครื่องสาย ซึ่งไม่โดนลบออกไปในขั้นตอนรีมาสเตอร์ แม้เครื่องเสียง ระดับ </span>Mid-Low <span style="font-family:Tahoma;">ของผมยังให้เสียงเหมือนนั่งอยู่ตรงกลางฮอลล์แถวที่ห้าอย่างไรอย่างนั้น</span></p>
<p>Music 9</p>
<p>Sound 9</p>
<br />Filed under: <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/'>ดนตรี</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/classical-music/'>Classical Music</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/music-expresso/'>Music Expresso</a> Tagged: <a href='http://niwatblog.com/tag/antonin-dvorak/'>Antonin Dvorak</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/'>ดนตรี</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95-%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97/'>นิวัต พุทธประสาท</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b9%8c/'>วิทยาลัยดุริยางคศิลป์</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/bbc/'>BBC</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/beethoven/'>Beethoven</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/brahms/'>Brahms</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/classic/'>Classic</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/classical-music/'>Classical Music</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/from-the-new-world/'>From The New World</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/niwat-puttaprasart/'>Niwat Puttaprasart</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/orchestra/'>Orchestra</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/record/'>Record</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/slavonic-dance/'>Slavonic Dance</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/symphonic-variations/'>Symphonic Variations</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/symphony/'>Symphony</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/usa/'>USA</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/paganini599.wordpress.com/574/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/paganini599.wordpress.com/574/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/paganini599.wordpress.com/574/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/paganini599.wordpress.com/574/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/paganini599.wordpress.com/574/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/paganini599.wordpress.com/574/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/paganini599.wordpress.com/574/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/paganini599.wordpress.com/574/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/paganini599.wordpress.com/574/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/paganini599.wordpress.com/574/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=574&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://niwatblog.com/2010/03/09/antonin-dvorak-from-the-new-world/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9db431e4765cffc3c9655d66b349cd3d?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Niwat</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Book%20Cover/dvorak_bbc.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Dvorak</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fb/Dvorak1.jpg/381px-Dvorak1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Antonín Dvořák Wikipedia</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Pan Pan Restaurant: ครั้งเดียวไม่เคยพอ</title>
		<link>http://niwatblog.com/2010/03/04/pan-pan-restaurant-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://niwatblog.com/2010/03/04/pan-pan-restaurant-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 05:46:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Niwat Puttaprasart</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผกาชวนชิม]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่หนึ่งในหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำร้านอาหารอร่อย]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ป้ายบอกทาง]]></category>
		<category><![CDATA[เดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<category><![CDATA[Food Review]]></category>
		<category><![CDATA[Italian]]></category>
		<category><![CDATA[Pan Pan]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://niwatblog.com/?p=544</guid>
		<description><![CDATA[แนะนำร้านอาหาร โดย ผกาชวนชิม
ร้านปันปัน เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ผกาไปกินเสมอมา นับรวมแล้วไปกินตั้งแต่ลูกยังเล็ก เมื่อสองสามปีก่อนผกาไปกินที่สาขาหลังสวนเป็นประจำเพราะใกล้กว่าที่สาขาสุขุมวิท 33 แต่หลังจากที่สาขาหลังสวนปิด ผกาจึงไม่มีทางเลือกอื่นคือต้องดั้นด้นจากสามพรานไปทานที่นี่ ความไกลไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือว่าเมื่อใดที่โหยหาอาหารอิตาเลี่ยนผกามักนึกถึงที่นี่เป็นลำดับแรก
แน่นอนครับปันปันเป็นร้านอิตาเลียนที่ถูกปากคนไทย แต่ทุกครั้งผกาก็เห็นฝรั่งหลายชาติไปทานกันเยอะ ผกาจึงแน่ใจว่ามันคงไม่ใช่ถูกปากคนไทยเพียงอย่างเดียวแล้วละ
เมื่อมาถึงร้านปันปันสิ่งที่ผกาชื่นชอบมากคือบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเอง เหมือนนั่งกินอาหารที่ร้านเพื่อน พนักงานบริการอย่างดี แต่ไม่เข้ามาทำลายบรรยากาศของผู้มาทานอาหาร ซึ่งผกาคิดว่านี่คือส่วนสำคัญของงานบริการ ที่บางร้านไม่รู้ ปันปันจึงเป็นสถานที่ที่ผกาจะพาครอบครัวมากินอาหารได้อย่างอร่อย พร้อมกับพูดคุยสนทนากันบนโต๊ะอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องรำคาญพนักงานที่บริการเราจนเกินเลยกว่าความต้องการ
ที่ปันปันผกามีอาหารประจำตัวที่ต้องสั่งทุกครั้ง อย่างแรกคืออาหารเรียกน้ำย่อยไส้กรอกอิตาเลียน ซึ่งน่าจะทำจากหมูและเนื้อบดมักด้วยเครื่องเทศ จากนั้นนำมาทอดและอบบนกะทะร้อน เสิร์ฟพร้อมกับแป้งพิซซ่า จานนี้ขอบอกว่าอร่อยครับ รสเค็มกำลังดีของไส้กรอก เข้ากับแป้งพิซซ่าบาง ๆ ทานแกล้มไวน์ ขาว-แดง ได้อร่อย หรือบางคนจะสั่ง หอยแมงภู่อบมะเขือเทศเป็นอีกเมนูที่ขึ้นชื่อของปันปัน ทุกโต๊ะต้องสั่งจานนี้มาทานเล่นก่อน น้ำซอสของจานนี้รสชาติกล่อมกล่อมจนผกาไม่อยากเหลือทิ้ง กินคู่แป้งพิซซ่าก็อร่อย แล้วยังเข้าคู่กับไวน์ขาวอย่างกับเกิดมาคู่กัน
จานที่สองมักกะโรนีเห็ดและกุ้งราดด้วยซอสครีม เป็นอาหารจานที่เด็ก ๆ ชอบใจมากที่สุด หากวันไหนพาหลาน ๆ ไปกินกันต้องสั่งมาสองจาน ไม่อย่างนั้นไม่พอ รสชาติของซอสครีมหอมมันอร่อยจนคิดถึงตลอดเวลา รสชาติความมันของครีมนั้นกำลังดี ทานคู่ไวน์ขาวช่วยลดความเลี่ยนของซอสได้ หรือถ้าใครอยากจะหามักกะโรนีกุ้งซอสมะเขือเทศ จานนี้ก็เด็ดดวง ผกาชอบที่ทางร้านใส่ผักฝรั่งใบหยัก (พาร์สลีย์) สับละเอียดช่อยลดความมันลงได้เยอะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=544&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignnone" style="width: 400px"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017912.jpg"><img class=" " title="Pan Pan" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017912.jpg" alt="" width="390" height="293" /></a><p class="wp-caption-text">หน้าร้านปันปัน ซอยสุขุมวิท 33</p></div>
<p>แนะนำร้านอาหาร โดย ผกาชวนชิม</p>
<p>ร้านปันปัน เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ผกาไปกินเสมอมา นับรวมแล้วไปกินตั้งแต่ลูกยังเล็ก เมื่อสองสามปีก่อนผกาไปกินที่สาขาหลังสวนเป็นประจำเพราะใกล้กว่าที่สาขาสุขุมวิท 33 แต่หลังจากที่สาขาหลังสวนปิด ผกาจึงไม่มีทางเลือกอื่นคือต้องดั้นด้นจากสามพรานไปทานที่นี่ ความไกลไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือว่าเมื่อใดที่โหยหาอาหารอิตาเลี่ยนผกามักนึกถึงที่นี่เป็นลำดับแรก</p>
<p>แน่นอนครับปันปันเป็นร้านอิตาเลียนที่ถูกปากคนไทย แต่ทุกครั้งผกาก็เห็นฝรั่งหลายชาติไปทานกันเยอะ ผกาจึงแน่ใจว่ามันคงไม่ใช่ถูกปากคนไทยเพียงอย่างเดียวแล้วละ</p>
<p>เมื่อมาถึงร้านปันปันสิ่งที่ผกาชื่นชอบมากคือบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเอง เหมือนนั่งกินอาหารที่ร้านเพื่อน พนักงานบริการอย่างดี แต่ไม่เข้ามาทำลายบรรยากาศของผู้มาทานอาหาร ซึ่งผกาคิดว่านี่คือส่วนสำคัญของงานบริการ ที่บางร้านไม่รู้ ปันปันจึงเป็นสถานที่ที่ผกาจะพาครอบครัวมากินอาหารได้อย่างอร่อย พร้อมกับพูดคุยสนทนากันบนโต๊ะอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องรำคาญพนักงานที่บริการเราจนเกินเลยกว่าความต้องการ</p>
<p>ที่ปันปันผกามีอาหารประจำตัวที่ต้องสั่งทุกครั้ง อย่างแรกคืออาหารเรียกน้ำย่อยไส้กรอกอิตาเลียน ซึ่งน่าจะทำจากหมูและเนื้อบดมักด้วยเครื่องเทศ จากนั้นนำมาทอดและอบบนกะทะร้อน เสิร์ฟพร้อมกับแป้งพิซซ่า จานนี้ขอบอกว่าอร่อยครับ รสเค็มกำลังดีของไส้กรอก เข้ากับแป้งพิซซ่าบาง ๆ ทานแกล้มไวน์ ขาว-แดง ได้อร่อย หรือบางคนจะสั่ง หอยแมงภู่อบมะเขือเทศเป็นอีกเมนูที่ขึ้นชื่อของปันปัน ทุกโต๊ะต้องสั่งจานนี้มาทานเล่นก่อน น้ำซอสของจานนี้รสชาติกล่อมกล่อมจนผกาไม่อยากเหลือทิ้ง กินคู่แป้งพิซซ่าก็อร่อย แล้วยังเข้าคู่กับไวน์ขาวอย่างกับเกิดมาคู่กัน</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 400px"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017901.jpg"><img class=" " title="Pan Pan" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017901.jpg" alt="" width="390" height="293" /></a><p class="wp-caption-text">มักกะโรนีซอสครีมเห็ดและกุ้ง</p></div>
<p>จานที่สองมักกะโรนีเห็ดและกุ้งราดด้วยซอสครีม เป็นอาหารจานที่เด็ก ๆ ชอบใจมากที่สุด หากวันไหนพาหลาน ๆ ไปกินกันต้องสั่งมาสองจาน ไม่อย่างนั้นไม่พอ รสชาติของซอสครีมหอมมันอร่อยจนคิดถึงตลอดเวลา รสชาติความมันของครีมนั้นกำลังดี ทานคู่ไวน์ขาวช่วยลดความเลี่ยนของซอสได้ หรือถ้าใครอยากจะหามักกะโรนีกุ้งซอสมะเขือเทศ จานนี้ก็เด็ดดวง ผกาชอบที่ทางร้านใส่ผักฝรั่งใบหยัก (พาร์สลีย์) สับละเอียดช่อยลดความมันลงได้เยอะ แถมยังหอมอร่อยมีรสสัมผัสที่ไม่รู้ลืม ความชุ่มฉ่ำของน้ำซอสที่ไม่เหมือนที่ไหนนี่เองครับที่ผมติดใจรสชาติ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 400px"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/Pan_pan_R0017904.jpg"><img class=" " title="Pan Pan" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/Pan_pan_R0017904.jpg" alt="" width="390" height="293" /></a><p class="wp-caption-text">สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศกุ้ง</p></div>
<p>จานหลักอีกจานที่ผมไม่อยากพลาดคือรีซอสโตเห็ดและทะเล (ข้าวผัดอิตาเลียน) เป็นจานที่ยอดเยี่ยมมาก ความหอมอร่อยของรสชาติทะเล ซึ่งซึมอยู่ในเนื้อข้าว แม้จะหุงด้วยเนยครีม แต่มันจะสดชื่นกว่า กินแล้วหยุดไม่ได้จริง ๆ แล้วจานนี้ต้องมีไวน์ขาวซึ่งดรายเล็กน้อยกินคู่กันจะเป็นอาหารที่ไม่อยากจะลืมเลือน</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 400px"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017906.jpg"><img class=" " title="Pan Pan" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017906.jpg" alt="" width="390" height="293" /></a><p class="wp-caption-text">รีซอสโต้เห็ดและทะเล</p></div>
<p>มาถึงจานสุดท้ายสตูน่องวัว เสิร์ฟคู่กับมันบด ต้องขอบอกว่ารสชาติจานนี้มันสุดยอด ผมจะไม่มีวันพลาดอาหารจานนี้อย่างแน่นอน เนื้อน่องวัวที่เปื่อยจนแทบจะละลายในปาก บางส่วนติดเอ็ดนิด ๆ ยิ่งอร่อย กินคู่กับมันบดซึ่งหอมเนย หากไม่เกรงใจผกาอยากจะสั่งเส้นสปาเก็ตตี้ลวก หรือข้าวเปล่ามากินรับรองว่ามันต้องยอดมาก ที่สำคัญควรสั่งไวน์แดงมาสักแก้วเพื่อกินคู่กับอาหารจานนี้</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 303px"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017909.jpg"><img class=" " title="Pan Pan" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017909.jpg" alt="" width="293" height="390" /></a><p class="wp-caption-text">สตูน่องวัว เสิร์ฟคู่กับมันบด</p></div>
<p>เมื่อกินอาหารจานหลักกันอิ่มหนำแล้วอย่าลืมเผื่อช่องว่างในกระเพาะอาหารเอาไว้สำหรับขนมหวานด้วยนะครับ เพราะที่ปันปัน มีทั้งเค้กและไอศครีมบริการอย่างจุใจ รสชาติขนมหวานก็ยอดเยี่ยมไม่เบาครับ แล้วที่สำคัญสุด ๆ ปิดท้ายด้วยเอ็กเพรสโซสักถ้วย มื้อนี้จบลงอย่างสมบริบูรณ์</p>
<p>ร้านปันปันตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 สามารถจอดรถได้ที่อาคาร UBC II ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ริมถนนสุขุมวิท จากนั้นเดินออกมาจากข้างอาคารแล้วตรงไปที่ร้านใช้เวลาไม่ถึงห้านาที โดยนำบัตรจอดรถไปสแตมป์ไม่ต้องเสียค่าจอด ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น. จนถึง 23.00 น. หากต้องการสำรองโต๊ะโทร.ที่เบอร์ 02-258-9304</p>
<p>นี่คือหนึ่งร้านในดวงใจของผกา ยกสองนิ้ว เยียมมาก</p>
<br />Filed under: <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%9c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1/'>ผกาชวนชิม</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/'>ร้านอาหาร</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88/'>สถานที่หนึ่งในหัวใจ</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2/'>แนะนำร้านอาหารอร่อย</a> Tagged: <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/'>ท่องเที่ยว</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/'>ป้ายบอกทาง</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1/'>ผกาชวนชิม</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88/'>สถานที่หนึ่งในหัวใจ</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/'>เดินทาง</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2/'>แนะนำร้านอาหารอร่อย</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/food/'>food</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/food-review/'>Food Review</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/italian/'>Italian</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/pan-pan/'>Pan Pan</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/restaurant/'>Restaurant</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/thailand/'>Thailand</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/travel/'>travel</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/paganini599.wordpress.com/544/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/paganini599.wordpress.com/544/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/paganini599.wordpress.com/544/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/paganini599.wordpress.com/544/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/paganini599.wordpress.com/544/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/paganini599.wordpress.com/544/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/paganini599.wordpress.com/544/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/paganini599.wordpress.com/544/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/paganini599.wordpress.com/544/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/paganini599.wordpress.com/544/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=544&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://niwatblog.com/2010/03/04/pan-pan-restaurant-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9db431e4765cffc3c9655d66b349cd3d?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Niwat</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017912.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Pan Pan</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017901.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Pan Pan</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/Pan_pan_R0017904.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Pan Pan</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017906.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Pan Pan</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/paga%20go%20to%20Eat/pan_pan_R0017909.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Pan Pan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Henri Texier: Love Songs Reflexions</title>
		<link>http://niwatblog.com/2010/03/02/henri-texier-love-songs-reflexions/</link>
		<comments>http://niwatblog.com/2010/03/02/henri-texier-love-songs-reflexions/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 02:33:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Niwat Puttaprasart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Beauty is a Rare Thing]]></category>
		<category><![CDATA[Jazz Mania]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Expresso]]></category>
		<category><![CDATA[Music Review]]></category>
		<category><![CDATA[jazz]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[นิวัต พุทธประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[Billie Holiday]]></category>
		<category><![CDATA[Duke Ellington]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[European Jazz]]></category>
		<category><![CDATA[Henri Texier]]></category>
		<category><![CDATA[Jazz View]]></category>
		<category><![CDATA[John Coltrane]]></category>
		<category><![CDATA[Niwat Puttaprasart]]></category>
		<category><![CDATA[Paris]]></category>
		<category><![CDATA[Paris Jazz]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand International Jazz Conference]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://niwatblog.com/?p=536</guid>
		<description><![CDATA[หวานแปร่งแห่งเสียงแจ๊สปารีส

ยูโรเปี้ยนแจ๊สกลายเป็นอีกสายธารหนึ่งของดนตรีแจ๊สในปัจจุบัน แม้ยูโรเปี้ยนแจ๊สจะเป็นการเหมารวมดนตรีแนวแจ๊ส ฝั่งยุโรปเข้าด้วยกัน ทว่าในบรรดาประเทศยุโรปต่างก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะแจ๊สฟากฝั่งปารีสแจ๊สดูจะคึกคัก จะกล่าวว่าเป็นเมืองหลวงของแจ๊สก็ไม่ผิด
สารภาพสัจจริงผมไม่รู้จัก Henri Texier มาก่อน ไม่เคยฟังอัลบัมเขามาแต่หนใด แต่เมื่อแรกฟังก็หลงใหลในพลัน ด้วยเสียงดนตรีแจ๊สที่น่าหลงใหล มันจะอนุรักษ์ในแบบแจ๊สก็ไม่ใช่ ซาวด์จะแหวกแปลกก็ไม่เชิง ทว่ามันเป็นการรวมซาวด์ทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง ซึ่งตรงจุดนี้สำคัญมากนักครับ เพราะดนตรีแจ๊สพยายามมองหาซุ่มเสียงใหม่ ๆ มานำเสนอต่อคนฟังในทุกยุค แม้ผมเองจะมีใจโอนเอนไปกับ Contemporary Jazz แต่ถ้าเจอซาวด์ใหม่ที่หวีดเกินระดับก็ต้องใช้เวลาในการฟังเช่นกัน
รักแรกพบระหว่างผมกับ Henri Texier จึงไม่อยู่เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะชุด Love Songs Reflexions ซึ่งรวบรวมเพลงที่เรารู้จักกันดีมานำเสนอใหม่แล้ว ซาวด์ในอัลบัมก็ช่างแตกต่างกันจนดูเหมือนว่ามันไปกันคนละทางเลย แต่ผมกลับคิดว่านี่แหละครับเพลงหวาน ที่ผสมผสานเพลงแก้เลี่ยนนั้นควรจะอยู่ในอัลบัมเดียวกัน
อองรี เต็กเซียร์ เป็นชาวปารีส เขาเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1945 เขาเป็นมือเบสที่เคยร่วมงานกับดอน เชอร์รี่, โจ ลาวาโน, สตีฟ สวาโลว์, จอห์นี่ กริฟฟิน เป็นต้น เขาออกผลงานในฐานะผู้นำวงพอสมควร และอัลบัม Love Songs Reflexions โดยอัลบัมนี้มีด้วยกัน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=536&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หวานแปร่งแห่งเสียงแจ๊สปารีส</p>
<p><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/tapaLoveSongsReflexions.jpg"><img class="alignnone" title="Love Songs Refection" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/tapaLoveSongsReflexions.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ยูโรเปี้ยนแจ๊สกลายเป็นอีกสายธารหนึ่งของดนตรีแจ๊สในปัจจุบัน แม้ยูโรเปี้ยนแจ๊สจะเป็นการเหมารวมดนตรีแนวแจ๊ส ฝั่งยุโรปเข้าด้วยกัน ทว่าในบรรดาประเทศยุโรปต่างก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะแจ๊สฟากฝั่งปารีสแจ๊สดูจะคึกคัก จะกล่าวว่าเป็นเมืองหลวงของแจ๊สก็ไม่ผิด</p>
<p>สารภาพสัจจริงผมไม่รู้จัก Henri Texier มาก่อน ไม่เคยฟังอัลบัมเขามาแต่หนใด แต่เมื่อแรกฟังก็หลงใหลในพลัน ด้วยเสียงดนตรีแจ๊สที่น่าหลงใหล มันจะอนุรักษ์ในแบบแจ๊สก็ไม่ใช่ ซาวด์จะแหวกแปลกก็ไม่เชิง ทว่ามันเป็นการรวมซาวด์ทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง ซึ่งตรงจุดนี้สำคัญมากนักครับ เพราะดนตรีแจ๊สพยายามมองหาซุ่มเสียงใหม่ ๆ มานำเสนอต่อคนฟังในทุกยุค แม้ผมเองจะมีใจโอนเอนไปกับ Contemporary Jazz แต่ถ้าเจอซาวด์ใหม่ที่หวีดเกินระดับก็ต้องใช้เวลาในการฟังเช่นกัน</p>
<p>รักแรกพบระหว่างผมกับ Henri Texier จึงไม่อยู่เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะชุด Love Songs Reflexions ซึ่งรวบรวมเพลงที่เรารู้จักกันดีมานำเสนอใหม่แล้ว ซาวด์ในอัลบัมก็ช่างแตกต่างกันจนดูเหมือนว่ามันไปกันคนละทางเลย แต่ผมกลับคิดว่านี่แหละครับเพลงหวาน ที่ผสมผสานเพลงแก้เลี่ยนนั้นควรจะอยู่ในอัลบัมเดียวกัน</p>
<p>อองรี เต็กเซียร์ เป็นชาวปารีส เขาเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1945 เขาเป็นมือเบสที่เคยร่วมงานกับดอน เชอร์รี่, โจ ลาวาโน, สตีฟ สวาโลว์, จอห์นี่ กริฟฟิน เป็นต้น เขาออกผลงานในฐานะผู้นำวงพอสมควร และอัลบัม Love Songs Reflexions โดยอัลบัมนี้มีด้วยกัน 12 เพลง จากหลากหลายนักประพันธ์ รวมถึงเพลงที่อองรีแต่ง</p>
<p>เพลงแรก Beautiful Love (V.Young) เริ่มต้นเพลงด้วยการเดินท่วงทำนองหลักโดยเบส โดยมีเสียงฉาบตีคลอเป็นจังหวะ จากนั้นเบสก็เดินลีลาอิมโพรไวส์ กีตาร์เข้ามาร่วมแจมท่วงทำนองโดยการเล่นเสียงประสาน ก่อนที่แซกโซโฟนจะบรรเลงท่วงทำนองเพลงอีกครั้ง Beautiful Love จึงเป็นเพลงเปิดอัลบัมที่งดงามตามแบบเพลงแจ๊สที่น่าหลงใหล ทั้งเสียงประสานของดนตรีก็ทำออกมาได้ไพเราะจับใจ</p>
<p>เมื่อเข้าสู่เพลงที่สอง Intuition (ไม่ได้ระบุชื่อผู้แต่ง) เสียงฉาบอันไพเราะยังคงเริ่มขึ้น ตามด้วยการเดินเบส และเสียงแซกฯ เดินทำนองนำท่วงทำนองหลัก จากนั้นกีตาร์จึงสอดประสาน จากเพลงแรกถึงเพลงที่สองนี้มีแนวดนตรีที่ต่างกัน ซาวด์ดนตรีไม่หวานเหมือนเพลงแรก โดยวงเริ่มนำเสนอเสียงที่ออกล้ำหน้าเล็กน้อย</p>
<p>เพลงที่สาม I Love You (C.Porter) กีตาร์แผดขึ้นด้วยเสียงกร้าวแหบแหลม แซกโซโฟนบรรเลงรับลูกตอบดต้กันไปมา การอิมโพรไวส์อันเป็นอิสระ ทำให้เพลงหวานของโคล พอร์เตอร์กลายเป้นอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมันเร่งเร้าอย่างสุดประมาณ ก่อนจะหักมุมในเพลงที่สี่คือ In A Sentimental Mood (Ellington,Mills, Kutz) อันหวานหยดจนตัดรสจัดของเพลงที่สามอย่างชนิดที่ว่าแทบดึงอารมณ์กลับมาไม่ทัน สำหรับเพลงนี้แม้เราจะฟังมากี่ครั้งกี่หนกี่เวอร์ชั่นมันก็ยังคงทำให้เราจับจิตจับใจกับมันไม่เสื่อมคลาย การตีความในช่วงอิมโพไวส์นั้นทั้งโหยหวน ตัดพ้อ รำพึงรำพัน เสียงแซกโซโฟนฝีมือน้องชายของอองรี คือ Sébastien Texier นั้นทำได้อารมณ์ยิ่งนัก ขณะที่กีตาร์ Manu Codjai  ก็ยังคงเน้นเสียงประสานที่สอดรับอย่างงดงาม</p>
<p>เพลงที่ห้ามือกลอง Christophe Marguet ก็มีโอกาสวาดลวดลายอย่างเอกอุในเพลง Dark Song</p>
<p>สำหรับเพลงที่เหลือนั้นก็ยังควเน้นที่ความสัมพันธ์ของวง ซึ่งเป็นเอกภาพ แต่ละเซ้คชั่นทำได้อย่างลงตัว แม้จะไม่ใช่อัลบัมที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยฟัง แต่ในแง่ที่ว่ามันสร้างซาวด์ดนตรีที่น่าสนใจนั้น โดยเฉพาะเพลงรักหวานที่ทุกคนคุ้นเคย ได้มีแง่มุมใหม่ และเป็นมุมมองที่ไม่หวาน ไม่นำสมัยจนเกินไป</p>
<p><strong>Musicians </strong></p>
<p>Henri Texier: bass<br />
Sébastien Texier: saxophone alto, clarinette, clarinette alto<br />
Manu Codjia: guitare<br />
Christophe Marguet: drums</p>
<p><strong>Song Lists</strong><br />
<a title="Beautiful Love" href="http://www.box.net/shared/d0546e0sd3"> 01.Beautiful Love</a> (V.Young)<br />
02. Intuition (4:36)<br />
03. I Love You (C. Porter) (2:17)<br />
04. In A Sentimental Mood (Ellington / Mills / Kutz) (6:29)<br />
05. Dark Song (2:42) 06. Easy To Love (C. Porter) (3:42)<br />
07. Mistreated (4:08)<br />
08. God Bless The Child (B. Holiday / A. Herzog) (6:42)<br />
09. A Vif (3:26)<br />
10. Nostalgique (4:06)<br />
11. Emouvantes Blues (H. Texier) (4:11)<br />
12. My One And Only Love (R. Mullin / G. Wood) (8:11)</p>
<p><a title="ดาวโหลดตัวอย่างเพลง" href="http://www.box.net/shared/d0546e0sd3">ดาวน์โหลดตัวอย่างเพลง</a></p>
<br />Filed under: <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/'>ดนตรี</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/'>บทความน่าสนใจ</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/'>Beauty is a Rare Thing</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/jazz/'>jazz</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/jazz-mania/'>Jazz Mania</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/music/'>Music</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/music-expresso/'>Music Expresso</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/music-review/'>Music Review</a> Tagged: <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/'>ดนตรี</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95-%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97/'>นิวัต พุทธประสาท</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/beauty-is-a-rare-thing/'>Beauty is a Rare Thing</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/billie-holiday/'>Billie Holiday</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/duke-ellington/'>Duke Ellington</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/eu/'>EU</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/european-jazz/'>European Jazz</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/henri-texier/'>Henri Texier</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/jazz/'>jazz</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/jazz-mania/'>Jazz Mania</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/jazz-view/'>Jazz View</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/john-coltrane/'>John Coltrane</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/music/'>Music</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/niwat-puttaprasart/'>Niwat Puttaprasart</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/paris/'>Paris</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/paris-jazz/'>Paris Jazz</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/thailand-international-jazz-conference/'>Thailand International Jazz Conference</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/paganini599.wordpress.com/536/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/paganini599.wordpress.com/536/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/paganini599.wordpress.com/536/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/paganini599.wordpress.com/536/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/paganini599.wordpress.com/536/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/paganini599.wordpress.com/536/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/paganini599.wordpress.com/536/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/paganini599.wordpress.com/536/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/paganini599.wordpress.com/536/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/paganini599.wordpress.com/536/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=536&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://niwatblog.com/2010/03/02/henri-texier-love-songs-reflexions/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9db431e4765cffc3c9655d66b349cd3d?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Niwat</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/tapaLoveSongsReflexions.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Love Songs Refection</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Brüno</title>
		<link>http://niwatblog.com/2010/03/01/bruno/</link>
		<comments>http://niwatblog.com/2010/03/01/bruno/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 03:34:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Niwat Puttaprasart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Comedy]]></category>
		<category><![CDATA[Drama]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[แสงกระทบฟิล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[นิวัต พุทธประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[Borat]]></category>
		<category><![CDATA[Brüno]]></category>
		<category><![CDATA[Cohen]]></category>
		<category><![CDATA[Larry Charles]]></category>
		<category><![CDATA[Niwat Puttaprasart]]></category>
		<category><![CDATA[USA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://niwatblog.com/?p=534</guid>
		<description><![CDATA[การต่อต้านสังคมเซเล็ปด้วยความไร้เดียงสา

ในศตวรรษนี้คงไม่มีใครจะเขียนบท-นำแสดง หนังได้อื้อฉาวเท่า Sacha Baron Cohen อีกแล้วหรือถ้านึกหน้าเขาไม่ออก คุณก็คงพอจะได้ยินหนังชื่อหนังเรื่อง Borat กับภาพนักแสดงน่าตากวน ๆ พูดจาดูถูกเหยียดหยามผู้คน บทลามกสองแง่สองง่าม รวมไปถึงการกระทำที่น่าตบกระโหลก หนังเรื่อง Brüno เองก็เช่นกันแต่คราวนี้แทนที่จะเล่นเรื่องการเมือง Cohen จับตัวเองแปลงโฉมเป็นผู้สื่อข่าวสายแฟชั่นแห่งสถานีโทรทัศน์ของเยอรมัน การเป็นผู้สื่อข่าวทีวีสายแฟชั่นทำให้เขาเสพติดการเป็นคนแถวหน้า First Row ความฝันของบรูโนคือการก้าวไปเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการบันเทิง แต่ความฝันแทนที่ด้วยความตกอัับ เขาถูกอัปเปหิมาจากวงการแฟชั่นยุโรป บรูโนโดนต่อต้านอย่างหนักเพราะทำตัวเป็นผู้วิจารณ์วงการในแบบสาวไส้ถึงแก่น เมื่อไม่มีใครต้อนรับเขาที่ยุโรปเขาจึงออกแสวงหาความโด่งดังที่ดินแดนเสรีอย่างอเมริกา
การมาอเมริกาของบรูโนนั้นมาในแบบไร้เครดิตร เขาเริ่มด้วยการมีตัวตนศูนย์กระนั้นเขาก็ใช้ช่องทางต่าง ๆ ที่เขาเคยเรียนรู้ เพื่อนำพาเขาไปยังจุดหมายนั้น แต่ว่าความไร้เดียงสาในแบบตัวเขา ซึ่ง &#8220;ตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล&#8221; อีโก้ในตัวเขาจึงแทนที่จะผลักให้เขาประสบความสำเร็จ กลับผลักให้เขาถูกรังเกียจหนักยิ่งขึ้นไป
หากอ่านพล๊อตคร่าว ๆ เช่นนี้ หนังเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากหนังวิจารณ์วงการบันเทิงดาษดื่น ทว่าวิธีการสร้างหนังของ Larry Charles นั้นมันเพิ่มขั้นตอนที่ดูเป็นจริงเป็นจังเข้าไปในหนัง เพื่อทำให้หนังดูสมจริงสมจังมากยิ่งขึ้น กล่าวคือหนังถูกสร้างจัดฉากขึ้น จากนั้นก็กะเกณฑ์ตัวแสดงสมทบเข้ามาในหนัง โดยที่ตัวแสดงสมทบแทบไม่รู้โครงเรื่องหรือบทที่ถูกสร้างสถานการณ์ขึ้น นั่นจึงทำให้เรื่องราวของหนัง ถูกตัวแสดงสมทบต่อต้าน หากมองในเชิงอารมณ์ความรู้สึกในแบบมนุษย์ ขั้นของสิ่งที่บรูโนทำลงไปนั้นมันคือความเหลืออด เช่นเขารู้ว่าจะต้องทำอย่างโจลี เพื่อที่จะได้มีนักข่าวสนใจเขา เขาจึงรับเลี้ยงเด็กอัฟริกันมาเป็นลูกเลี้ยง เมือเขาพาเด็กออกทีวี เขาให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลลูกในแบบที่เขาเป็น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=534&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การต่อต้านสังคมเซเล็ปด้วยความไร้เดียงสา</p>
<p><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Bruno1.jpg"><img class="alignnone" title="Bruno" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Bruno1.jpg" alt="" width="270" height="400" /></a></p>
<p>ในศตวรรษนี้คงไม่มีใครจะเขียนบท-นำแสดง หนังได้อื้อฉาวเท่า Sacha Baron Cohen อีกแล้วหรือถ้านึกหน้าเขาไม่ออก คุณก็คงพอจะได้ยินหนังชื่อหนังเรื่อง Borat กับภาพนักแสดงน่าตากวน ๆ พูดจาดูถูกเหยียดหยามผู้คน บทลามกสองแง่สองง่าม รวมไปถึงการกระทำที่น่าตบกระโหลก หนังเรื่อง Brüno เองก็เช่นกันแต่คราวนี้แทนที่จะเล่นเรื่องการเมือง Cohen จับตัวเองแปลงโฉมเป็นผู้สื่อข่าวสายแฟชั่นแห่งสถานีโทรทัศน์ของเยอรมัน การเป็นผู้สื่อข่าวทีวีสายแฟชั่นทำให้เขาเสพติดการเป็นคนแถวหน้า First Row ความฝันของบรูโนคือการก้าวไปเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการบันเทิง แต่ความฝันแทนที่ด้วยความตกอัับ เขาถูกอัปเปหิมาจากวงการแฟชั่นยุโรป บรูโนโดนต่อต้านอย่างหนักเพราะทำตัวเป็นผู้วิจารณ์วงการในแบบสาวไส้ถึงแก่น เมื่อไม่มีใครต้อนรับเขาที่ยุโรปเขาจึงออกแสวงหาความโด่งดังที่ดินแดนเสรีอย่างอเมริกา</p>
<p>การมาอเมริกาของบรูโนนั้นมาในแบบไร้เครดิตร เขาเริ่มด้วยการมีตัวตนศูนย์กระนั้นเขาก็ใช้ช่องทางต่าง ๆ ที่เขาเคยเรียนรู้ เพื่อนำพาเขาไปยังจุดหมายนั้น แต่ว่าความไร้เดียงสาในแบบตัวเขา ซึ่ง &#8220;ตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล&#8221; อีโก้ในตัวเขาจึงแทนที่จะผลักให้เขาประสบความสำเร็จ กลับผลักให้เขาถูกรังเกียจหนักยิ่งขึ้นไป</p>
<p>หากอ่านพล๊อตคร่าว ๆ เช่นนี้ หนังเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากหนังวิจารณ์วงการบันเทิงดาษดื่น ทว่าวิธีการสร้างหนังของ Larry Charles นั้นมันเพิ่มขั้นตอนที่ดูเป็นจริงเป็นจังเข้าไปในหนัง เพื่อทำให้หนังดูสมจริงสมจังมากยิ่งขึ้น กล่าวคือหนังถูกสร้างจัดฉากขึ้น จากนั้นก็กะเกณฑ์ตัวแสดงสมทบเข้ามาในหนัง โดยที่ตัวแสดงสมทบแทบไม่รู้โครงเรื่องหรือบทที่ถูกสร้างสถานการณ์ขึ้น นั่นจึงทำให้เรื่องราวของหนัง ถูกตัวแสดงสมทบต่อต้าน หากมองในเชิงอารมณ์ความรู้สึกในแบบมนุษย์ ขั้นของสิ่งที่บรูโนทำลงไปนั้นมันคือความเหลืออด เช่นเขารู้ว่าจะต้องทำอย่างโจลี เพื่อที่จะได้มีนักข่าวสนใจเขา เขาจึงรับเลี้ยงเด็กอัฟริกันมาเป็นลูกเลี้ยง เมือเขาพาเด็กออกทีวี เขาให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลลูกในแบบที่เขาเป็น แต่ตัวประกอบที่เข้ามาแสดงในรายการเกมโชว์รับในสิ่งที่เขากระทำไม่ได้เพราะบรูโนเป็นเกย์ และเขาก็เลี้ยงลูกให้อยู่ในสภาพแบบนั้น</p>
<p>หรือฉากที่เขาเชิญดาราดัง ๆ มาสัมภาษณ์ และใช้คนทำงานบ้านชาวเม็กซิกันมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่คนในแวดวงบันเทิงออกมาต่อต้านเรื่องการกดขี่แรงงาน เหมือนพวกเขากำลังช่วยเหลือสังคมนี้ แต่ไม่ใช่&#8230;เพราะแท้แล้วพวกเขากำลังนั่งอยู่บนแรงงานนั้น จึงกล่าวได้ว่าบรูโนชำแหละภาพทางสังคมผ่านความไร้เดียงสาของตัวเอง เป็นการสาวไส้เหล่าเซเล็ปที่ชอบทำตัวเป็นนางฟ้าเทวดา เพราะเอาเข้าจริง ๆ สังคมก็ยังมีการกดขี่ชนชั้นอย่างแจ่มชัด</p>
<p>ส่วนฉากที่ผมชอบมากที่สุดในเรื่องคือฉากที่บรูโนต้องการคัดเลือกเด็กมาถ่ายแฟชั่น ขั้นตอนการสัมภาษณ์ผู้ปกครองเด็กบรูโนได้ถามคำถามแรง ๆ ต่อตัวผู้ปกครองเด็กว่า ถ้าเด็กต้องอยู่ในสภาวะเสี่ยงเช่นมีฉากที่ต้องถ่ายกับสารอันตรายจะยินยอมไหม ผู้ปกครองทุกคนต่างยินยอม และคิดว่าเด็กทำได้ นี่คือสิ่งที่เราเห็นในปัจจุบัน เมื่อพ่อแม่พยายามปั้นลูกให้เป็นดารา ต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับลูก พวกเขาแทบไม่สนใจ และตอบรับแทนเด็กในทันที</p>
<p>Brüno น่าจะเป็นหนังที่คุณดูครั้งแรกแล้วคุณจะเกลียดแล้วไม่ชอบมันเลย เพราะมันเต็มไปด้วยภาพทะลึ่งสุดบรรยาย อวัยวะเพศชายที่แกว่งไปมาหน้าจอ ฉากร่วมเพศของบรูโนกับคู่ขาเกย์ในแบบวิตถาร การกระทำที่สุดทานทนของบรูโน และแนวความคิดอันสุดขั้วที่เขาคิดได้ล้วนแล้วแต่หายนะ แต่ถ้ามองเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง คุณจะมองเห็นว่า บรูโนนั้นช่วยขัดเกลาสังคมนี้ ด้วยการกระชากหน้ากากอันจอมปลอมของสังคมออกมาได้อย่างแจ่มชัดที่สุด เขาโบยตีวงการเซเล็ปชนิดที่ว่าถ้าคุณเป็นพวกหน้าไหวหลังหลอกคุณแทบไม่มีที่ยืนในสังคมนี้เลย ที่น่าเศร้าก็คือสังคมนี้ยังเต็มไปด้วยผู้คนเหยียดผิว เหยียดเพศที่สาม ขณะที่เหล่าดารา+นักการเมือง เสียสละตัวเองเพื่อสังคม ล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำที่ปลิ้นปล้อนตอหลดตอแหลที่สุด</p>
<p>Brüno ไม่ใช่หนังต่อต้านสังคมที่ดีที่สุด แต่มันเป็นหนังที่ตบหน้าพวกเราได้อย่างสุดขั้ว เพราะเราเองก็ตกเป็นส่วนหนึ่งให้ชนชั้นำชักใยให้เราเป็น เชื่อในสิ่งที่เป็นและเป็น&#8230;ในสิ่งที่ต้องการ</p>
<br />Filed under: <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1-beauty-is-a-rare-thing/'>แสงกระทบฟิล์ม</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1-beauty-is-a-rare-thing/comedy/'>Comedy</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1-beauty-is-a-rare-thing/drama-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1-beauty-is-a-rare-thing-beauty-is-a-rare-thing/'>Drama</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/film/'>Film</a> Tagged: <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95-%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97/'>นิวัต พุทธประสาท</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c/'>ภาพยนตร์</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/'>วิจารณ์หนัง</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1/'>แสงกระทบฟิล์ม</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/borat/'>Borat</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/bruno/'>Brüno</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/cohen/'>Cohen</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/film/'>Film</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/larry-charles/'>Larry Charles</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/niwat-puttaprasart/'>Niwat Puttaprasart</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/usa/'>USA</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/paganini599.wordpress.com/534/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/paganini599.wordpress.com/534/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/paganini599.wordpress.com/534/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/paganini599.wordpress.com/534/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/paganini599.wordpress.com/534/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/paganini599.wordpress.com/534/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/paganini599.wordpress.com/534/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/paganini599.wordpress.com/534/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/paganini599.wordpress.com/534/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/paganini599.wordpress.com/534/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=534&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://niwatblog.com/2010/03/01/bruno/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9db431e4765cffc3c9655d66b349cd3d?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Niwat</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Bruno1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bruno</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Bomroya: Melody of Tears</title>
		<link>http://niwatblog.com/2010/02/25/bomroya-melody-of-tears-2/</link>
		<comments>http://niwatblog.com/2010/02/25/bomroya-melody-of-tears-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Feb 2010 08:11:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Niwat Puttaprasart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Art View]]></category>
		<category><![CDATA[Book Virus]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่หนึ่งในหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เพลินพรมแดน]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist]]></category>
		<category><![CDATA[นิยมอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิวัต พุทธประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์เม่นวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮ่องกง]]></category>
		<category><![CDATA[เดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[Bomroya]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Hong Kong]]></category>
		<category><![CDATA[hongkong]]></category>
		<category><![CDATA[Korea]]></category>
		<category><![CDATA[Macua]]></category>
		<category><![CDATA[Niwat Puttaprasart]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://niwatblog.com/?p=532</guid>
		<description><![CDATA[มาเก๊าวันฝนฉ่ำ

ผมตื่นนอนประมาณเจ็ดโมงเช้าด้วยอาการสะลึมสะลือเต็มพิกัด มองไปยังหน้าต่างที่ปิดด้วยม่านสองชั้น มีเพียงแสงสีขาวรอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย ขยับพลิกตัวอีกครั้งหนึ่ง หลับตาพยายามจะนอนหลับแต่ก็ไม่หลับจึงตัดสินใจลุกจากที่นอน เดินมาที่ม่าน แง้มม่านดูบรรยากาศข้างนอก ฝนเทลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง เมฆเทาปกคลุมท้องฟ้า น้ำฝนเกาะพราวที่กระจก วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเดินทาง เรามีเวลาเดินเที่ยวที่มาเก๊าอีกเกือบจะหนึ่งวัน
ไม่รู้มีอะไรดลใจให้เรากลับไปที่ Saint Paul Ruin ทั้งที่เมื่อเย็นวานเราก็ไปที่นั่นมาแล้วหนหนึ่ง และใช้เวลาถ่ายรูปนั่งชมวิวกันหลายชั่วโมง กินข้าวเช้าจากโรงแรมเรียบร้อยเราก็ขึ้นมาพักที่ห้อง อาบน้ำแต่งตัว รอให้ฝนหยุดตก ผมอาศัยช่วงนี้งีบหลับอีกหนหนึ่ง ราว ๆ เที่ยงเราจึงออกจากโรงแรมไปที่ซากโบสถ์ Saint Paul ท่ามกลางความฉ่ำของบรรยากาศ
ไปถึงที่เซ็นต์ปอล ผมมุ่งตรงไปยังป้อมปราการโบราญที่อยู่ทางด้านขวามือ ที่นั่นถูกดัดแปลงให้เป็นสวนสาธารณะสวยงาม ทั้งต้นไม้ใหญ่และต้นไม้ประดับ เมื่อไปถึงยอดสุดของป้อมพบว่ามันเป็นป้อมที่ใหญ่มาก พวกโปตุเกสไปที่แห่งไหนชอบที่จะสร้างป้อมเสมอ ต่างจากพวกฮอลแลนด์และอังกฤษ บนป้อมสามารถมองเห็นเมืองมาเก๊าได้ 360 องศา ผมถ่ายรูปมาเยอะพอสมควร ถ่ายรูปเสร็จจึงเดินกลับลงมาสมทบกับครอบครัวที่พากันไปช๊อปปิ้งที่ร้านขายของเล่น
เมื่อครบองค์คณะแล้ว หมูขอตัวไปห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ข้างเซ็นต์ปอล ระหว่างที่รอ ผมมองไปยังถนนซึ่งมีตัวตึกสีเหลืองอ่อนตั้งอยู่ทางขวามือ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเล็ก ๆ ที่ตัดกับถนนสู่เซ็นต์ปอล งเมื่อวานเราก็มองดูมันอยู่ แต่ไม่ได้เดินเข้าไป เพราะคิดว่าเป็นร้านอาหาร แต่วันนี้หมูชวนให้เดินดูจะได้ไปถ่ายรูป

เดินเข้าไปถึงตัวอาคารก็ยังรู้สึกงงเพราะมันไม่ใช่ร้านอาหารแต่เป็น Gallery แสดงภาพ โดยห้องแรกเป็นงานร่วมสมัยของศิลปินมาเก๊า ผมเดินเข้าไปดูงานซึ่งมีไม่มากชิ้นนัก แนวของงานเป็นภาพแอบสแต๊ค ดูแล้วไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ อาจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยพิศมัยกับงานแอบสแต๊คนัก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=532&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family:Tahoma, 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif;">มาเก๊าวันฝนฉ่ำ</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma, 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif;"><a href="http://bomroya.com/"><img class="alignnone" title="Bomroya" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Porcupine/bomroya_work_008.jpg" alt="" width="270" height="459" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ผมตื่นนอนประมาณเจ็ดโมงเช้าด้วยอาการสะลึมสะลือเต็มพิกัด มองไปยังหน้าต่างที่ปิดด้วยม่านสองชั้น มีเพียงแสงสีขาวรอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย ขยับพลิกตัวอีกครั้งหนึ่ง หลับตาพยายามจะนอนหลับแต่ก็ไม่หลับจึงตัดสินใจลุกจากที่นอน เดินมาที่ม่าน แง้มม่านดูบรรยากาศข้างนอก ฝนเทลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง เมฆเทาปกคลุมท้องฟ้า น้ำฝนเกาะพราวที่กระจก วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเดินทาง เรามีเวลาเดินเที่ยวที่มาเก๊าอีกเกือบจะหนึ่งวัน</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ไม่รู้มีอะไรดลใจให้เรากลับไปที่ </span>Saint Paul Ruin <span style="font-family:Tahoma;">ทั้งที่เมื่อเย็นวานเราก็ไปที่นั่นมาแล้วหนหนึ่ง และใช้เวลาถ่ายรูปนั่งชมวิวกันหลายชั่วโมง กินข้าวเช้าจากโรงแรมเรียบร้อยเราก็ขึ้นมาพักที่ห้อง อาบน้ำแต่งตัว รอให้ฝนหยุดตก ผมอาศัยช่วงนี้งีบหลับอีกหนหนึ่ง ราว ๆ เที่ยงเราจึงออกจากโรงแรมไปที่ซากโบสถ์ </span>Saint Paul <span style="font-family:Tahoma;">ท่ามกลางความฉ่ำของบรรยากาศ</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ไปถึงที่เซ็นต์ปอล ผมมุ่งตรงไปยังป้อมปราการโบราญที่อยู่ทางด้านขวามือ ที่นั่นถูกดัดแปลงให้เป็นสวนสาธารณะสวยงาม ทั้งต้นไม้ใหญ่และต้นไม้ประดับ เมื่อไปถึงยอดสุดของป้อมพบว่ามันเป็นป้อมที่ใหญ่มาก พวกโปตุเกสไปที่แห่งไหนชอบที่จะสร้างป้อมเสมอ ต่างจากพวกฮอลแลนด์และอังกฤษ บนป้อมสามารถมองเห็นเมืองมาเก๊าได้ </span>360 <span style="font-family:Tahoma;">องศา ผมถ่ายรูปมาเยอะพอสมควร ถ่ายรูปเสร็จจึงเดินกลับลงมาสมทบกับครอบครัวที่พากันไปช๊อปปิ้งที่ร้านขายของเล่น</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">เมื่อครบองค์คณะแล้ว หมูขอตัวไปห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ข้างเซ็นต์ปอล ระหว่างที่รอ ผมมองไปยังถนนซึ่งมีตัวตึกสีเหลืองอ่อนตั้งอยู่ทางขวามือ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเล็ก ๆ ที่ตัดกับถนนสู่เซ็นต์ปอล งเมื่อวานเราก็มองดูมันอยู่ แต่ไม่ได้เดินเข้าไป เพราะคิดว่าเป็นร้านอาหาร แต่วันนี้หมูชวนให้เดินดูจะได้ไปถ่ายรูป</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://bomroya.com"><img class="alignnone" title="Bomroya" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Porcupine/Picture6.png" alt="" width="384" height="254" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">เดินเข้าไปถึงตัวอาคารก็ยังรู้สึกงงเพราะมันไม่ใช่ร้านอาหารแต่เป็น </span>Gallery <span style="font-family:Tahoma;">แสดงภาพ โดยห้องแรกเป็นงานร่วมสมัยของศิลปินมาเก๊า ผมเดินเข้าไปดูงานซึ่งมีไม่มากชิ้นนัก แนวของงานเป็นภาพแอบสแต๊ค ดูแล้วไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ อาจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยพิศมัยกับงานแอบสแต๊คนัก ไม่ใช่ว่าดูแล้วไม่เข้าใจนะครับ แต่ผมคิดว่าเทคนิคภาพของแอบสแตคมันไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของศิลปินได้ครบถ้วน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ชมเป็นหลักด้วย งานแอบสแตคจะสมบุรณ์ได้ ศิลปินจะต้องเป็นที่รู้จัก และเราศึกษางานของเขามาแล้วระยะหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ออกมาจากห้องแสดงภาพแรกก็เดินมาเรื่อย ๆ จนถึงปลายสุดของถนน ผมไปสะดุดใจอยู่ที่หน้าต่าง ซึ่งมีตัวอักษรสีเขียเอาไว้บนกระจก </span>of Tears Melody <span style="font-family:Tahoma;">ทำให้ผมมองเข้าไปด้านในห้องเล็ก ๆ สี่เหลี่ยมนั้น จึงได้รู้ว่าแท้แล้วมีงานแสดงภาพอีกชุดหนึ่งอยู่ที่นี่</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ทางเข้าตัวอาคารเป็นประตูเล็ก ๆ กำแพงด้านซ้ายศิลปินแขวนภาพผลงานต่าง ๆ เอาไว้โดยไม่ใช่กรอบ บ้างอยู่ในถุงแฟ้มพลาสสติก ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นภาพเขียนของฟรีดา คาห์โล </span>(Frida Kahlo) <span style="font-family:Tahoma;">ศิลปินสาวชาวอาเจนตินาที่มีผลงานโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ </span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">เมื่อเดินเข้าไปยังห้องแสดงงาน เสียงเพลงจากวิทยุเครื่องเล็กดังแว่วเป็นบรรยากาศจากมุมห้อง ภาพวาดหลายสิบภาพแขวนอยู่บนผนัง ภาพแต่ละภาพแม้จะได้รับอิทธิพลจากศิลปินหลากหลาย ทว่าก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เป็นการนำภาพเก่ามาเล่าด้วยมุมมองใหม่ จนผู้ชมได้รับสารซึ่งแตกต่างจากเดิม จะบอกว่าภาพของเธออาจะไม่เนี๊ยบเท่าศิลปินใหญ่ แต่อารมณ์ความรู้สึกที่แสดงออกมาจากภาพกลับมีความแจ่มชัด มีความซื่อตรง มีความงดงามโดยไม่เสแสร้ง ซึ่งตรงนี้เองที่ผมคิดว่าศิลปินไทยยังไม่สามารถแสดงออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะบอกว่างานของศิลปินไทยหลายคนมักเทศนาในสิ่งที่ตัวเองไม่เชื่อก็อาจจะถูกส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งคิดว่าภาพงานศิลปะจะต้องสอดแทรกเรื่องราวในการวิจารณ์สังคมอย่างเข้มข้น ซึ่งผมว่ามันไม่จำเป็นสำหรับงานทุกชิ้น ทว่างานที่ต้องการแสดงอารมณ์นั้น อารมณ์ของภาพจะต้องเข้มข้น ดังที่ </span>Bomroya <span style="font-family:Tahoma;">สามารถสำแดงภาพของเธอเต็มที่ผ่านศักยภาพของเธอ</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ดูภาพแล้วจึงได้รู้ว่าศิลปินที่มาแสดงงานเป็นสาวชาวเกาหลีนามว่า </span>Bomroya <span style="font-family:Tahoma;">เมื่ออ่านสูจิบัตรเพิ่งรู้ว่าเมือวานเธอมาเปิดงานด้วยการแสดงดนตรี และไม่ต้องสงสัยเพลงที่เปิดเป็นบรรยากาศของงานแสดงภาพก็คือเพลงที่เธอร้องและแต่งร่วมกับเพื่อนนักดนตรี ไม่อยากเชื่อว่าความบังเอิญจะทำให้ได้รู้จักศิลปินคนนี้ พร้อมกันนั้นผมก็ได้ซื้อแผ่นซีดีเพลงที่เธอร้องติดมือมาฟังที่กรุงเทพฯด้วย</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ผมยังนึกในใจว่าถ้ามีโอกาสอยากชักชวนให้เธอมาร่วมงานกับสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรมสักหน่อย</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013434.jpg"><img class="alignnone" title="Bomroya" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013434.jpg" alt="" width="315" height="420" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013417.jpg"><img class="alignnone" title="Bomroya" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013417.jpg" alt="" width="420" height="315" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013419.jpg"><img class="alignnone" title="Bomroya" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013419.jpg" alt="" width="315" height="420" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013430.jpg"><img class="alignnone" title="Bom" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013430.jpg" alt="" width="315" height="420" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013420.jpg"><img class="alignnone" title="Roya" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013420.jpg" alt="" width="315" height="420" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013410.jpg"><img class="alignnone" title="Bomroya" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013410.jpg" alt="" width="315" height="420" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013406.jpg"><img class="alignnone" title="Roya" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013406.jpg" alt="" width="420" height="315" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013405.jpg"><img class="alignnone" title="Bom" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013405.jpg" alt="" width="420" height="315" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma, 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><a href="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013412.jpg"><img class="alignnone" title="Bom" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013412.jpg" alt="" width="420" height="315" /></a></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-family:Georgia, 'Times New Roman', 'Bitstream Charter', Times, serif;"><img class="alignnone" title="Bom" src="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013408.jpg" alt="" width="315" height="420" /></span></span></p>
<br />Filed under: <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/art-view/'>Art View</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/'>ดนตรี</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/'>บทความน่าสนใจ</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88/'>สถานที่หนึ่งในหัวใจ</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%/'>เพลินพรมแดน</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/book-virus/'>Book Virus</a> Tagged: <a href='http://niwatblog.com/tag/art/'>Art</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/artist/'>Artist</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/'>นิยมอ่าน</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95-%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97/'>นิวัต พุทธประสาท</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93/'>สำนักพิมพ์เม่นวรรณ</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%87/'>ฮ่องกง</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/'>เดินทาง</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/'>เพลินพรมแดน</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/bomroya/'>Bomroya</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/book/'>Book</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/hong-kong/'>Hong Kong</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/hongkong/'>hongkong</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/korea/'>Korea</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/macua/'>Macua</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/niwat-puttaprasart/'>Niwat Puttaprasart</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/travel/'>travel</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/paganini599.wordpress.com/532/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/paganini599.wordpress.com/532/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/paganini599.wordpress.com/532/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/paganini599.wordpress.com/532/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/paganini599.wordpress.com/532/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/paganini599.wordpress.com/532/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/paganini599.wordpress.com/532/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/paganini599.wordpress.com/532/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/paganini599.wordpress.com/532/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/paganini599.wordpress.com/532/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=532&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://niwatblog.com/2010/02/25/bomroya-melody-of-tears-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9db431e4765cffc3c9655d66b349cd3d?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Niwat</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Porcupine/bomroya_work_008.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bomroya</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/Porcupine/Picture6.png" medium="image">
			<media:title type="html">Bomroya</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013434.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bomroya</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013417.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bomroya</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013419.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bomroya</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013430.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bom</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013420.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Roya</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013410.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bomroya</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013406.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Roya</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013405.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bom</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013412.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bom</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i304.photobucket.com/albums/nn162/paganini599/bomroya0013408.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Bom</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Blu-Ray Disc</title>
		<link>http://niwatblog.com/2010/02/19/blu-ray-disc/</link>
		<comments>http://niwatblog.com/2010/02/19/blu-ray-disc/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Feb 2010 06:11:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Niwat Puttaprasart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Audiophile]]></category>
		<category><![CDATA[Front End]]></category>
		<category><![CDATA[High Fidelity]]></category>
		<category><![CDATA[นิวัต พุทธประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[บลูเรย์ดิสต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[BLU-RAY DISC]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[High Definition]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[Niwat Puttaprasart]]></category>
		<category><![CDATA[panasonic]]></category>
		<category><![CDATA[samsung]]></category>
		<category><![CDATA[sony]]></category>
		<category><![CDATA[USA]]></category>
		<category><![CDATA[VSH]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://niwatblog.com/?p=528</guid>
		<description><![CDATA[บลูเรย์ดิสก์ พร้อมหรือยังที่จะลุย!
โดยนิวัต พุทธประสาท



ผมคิดว่าในช่วงปีใหม่ท่านผู้อ่านคงกำลังจด ๆ จ้อง ๆ เพื่อจ่ายเงินซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใหม่ตอนเงินโบนัสออกต้นปีเป็นแน่ แล้วสิ่งที่จดจ้องอยู่นานสองนาน เวียนไปชมไปดูหาข้อมูลจนเหงือกแทบจะแห้ง แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจซื้อเสียทีนั่นก็คือเจ้าเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ดิสก์ หรือแสงสีน้ำเงินมหัศจรรย์นั่นเอง ที่ได้แต่จดจ้องแล้วยังไม่ซื้ออาจเป็นเพราะว่าฟอร์แมตใหม่นี้เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาได้ไม่นาน ทำให้ผู้เล่นยังไม่มั่นใจว่ามันจะดีจริงหรือเปล่า แล้วมันจะอยู่นานแค่ไหน ขนาดแผ่นดีวีดีที่เราสะสมมาเกือบสิบปีจะกลายเป็นฟอร์แมตที่ตายแล้วแบบเทป VHS หรือไม่ ไม่อาจทำนายอนาคต รวมถึงราคาของมันทั้งตัวเครื่องเล่นทั้งตัวแผ่นยังมีราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับราคาเครื่องเล่นดีวีดี-แผ่นดีวีดี ซึ่งเป็นที่นิยมยังไม่เสื่อมคลาย
แม้บลูเรย์ดิสก์เพิ่งผ่านสงครามฟอร์แมตวีดีโอความคมชัดสูงอย่าง High Definition (HD) ระหว่าง HD-DVD กับ BLU-RAY DISC แล้วผลก็ออกมาว่า HD-DVD ที่มีโตชิบาเป็นหัวหอกยอมยกธงขาวโดยปราศจากข้อแม้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่ชักดาบรบกันอย่างรุนแรง เพราะทั้งสองค่ายคงรู้ว่าถ้ารบกันหนัก อาจจะพ่ายแพ้ทั้งคู่ และอาจจะสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลจากการแข่งขันที่ไม่รู้อนาคต ขณะที่เจ้าแสงสีน้ำเงินแม้ได้รับชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่าในสนามการค้าของบลูเรย์ ก็ใช่ว่าจะปูด้วยกลีบดอกกุหลาบอย่างที่ใครอยากให้เป็น เพราะผ่านมาสองสามปีจำนวนแผ่นบลูเรย์ดิสก์ก็ยังผลิตออกมาไม่มากนัก ที่แย่ไปกว่านั้นจำนวนผู้ใช้ก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ก้าวกระโดดแบบเครื่องรับโทรทัศน์พลาสมา หรือแอลซีดี 
ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ เรามาดูกันว่าสมควรที่จะก้าวกระโดดลงไปเล่นกับมันหรือไม่ หรือจะรอเวลาออกไปจนกว่าราคาของมันจะลดลงเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติที่เป็นอยู่ของผลิตภัณฑ์อิเลคโทรนิค
อนาโตมีของบลูเรย์ดิสก์
บลูเรย์ดิสก์เป็นฟอร์แมตที่มีบริษัทคอมพิวเตอร์และสื่อบันเทิงชั้นนำของโลกร่วมกันพัฒนาขึ้นมาอาทิเช่น แอบเปิ้ล ฮิตาชิ เจวีซี เดลล์ แอลจี ฟิลิปส์ ซัมซุง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=528&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family:Tahoma;">บลูเรย์ดิสก์ พร้อมหรือยังที่จะลุย</span>!</p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">โดยนิวัต พุทธประสาท</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><br />
</span></p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" title="Blu-Ray Player" src="http://ecx.images-amazon.com/images/I/31lPyqxuZzL.jpg" alt="" width="300" height="185" /></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ผมคิดว่าในช่วงปีใหม่ท่านผู้อ่านคงกำลังจด ๆ จ้อง ๆ เพื่อจ่ายเงินซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใหม่ตอนเงินโบนัสออกต้นปีเป็นแน่ แล้วสิ่งที่จดจ้องอยู่นานสองนาน เวียนไปชมไปดูหาข้อมูลจนเหงือกแทบจะแห้ง แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจซื้อเสียทีนั่นก็คือเจ้าเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ดิสก์ หรือแสงสีน้ำเงินมหัศจรรย์นั่นเอง ที่ได้แต่จดจ้องแล้วยังไม่ซื้ออาจเป็นเพราะว่าฟอร์แมตใหม่นี้เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาได้ไม่นาน ทำให้ผู้เล่นยังไม่มั่นใจว่ามันจะดีจริงหรือเปล่า แล้วมันจะอยู่นานแค่ไหน ขนาดแผ่นดีวีดีที่เราสะสมมาเกือบสิบปีจะกลายเป็นฟอร์แมตที่ตายแล้วแบบเทป </span>VHS <span style="font-family:Tahoma;">หรือไม่ ไม่อาจทำนายอนาคต รวมถึงราคาของมันทั้งตัวเครื่องเล่นทั้งตัวแผ่นยังมีราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับราคาเครื่องเล่นดีวีดี</span>-<span style="font-family:Tahoma;">แผ่นดีวีดี ซึ่งเป็นที่นิยมยังไม่เสื่อมคลาย</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">แม้บลูเรย์ดิสก์เพิ่งผ่านสงครามฟอร์แมตวีดีโอความคมชัดสูงอย่าง </span>High Definition (HD) <span style="font-family:Tahoma;">ระหว่าง </span>HD-DVD <span style="font-family:Tahoma;">กับ </span>BLU-RAY DISC <span style="font-family:Tahoma;">แล้วผลก็ออกมาว่า </span>HD-DVD <span style="font-family:Tahoma;">ที่มีโตชิบาเป็นหัวหอกยอมยกธงขาวโดยปราศจากข้อแม้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่ชักดาบรบกันอย่างรุนแรง เพราะทั้งสองค่ายคงรู้ว่าถ้ารบกันหนัก อาจจะพ่ายแพ้ทั้งคู่ และอาจจะสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลจากการแข่งขันที่ไม่รู้อนาคต ขณะที่เจ้าแสงสีน้ำเงินแม้ได้รับชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่าในสนามการค้าของบลูเรย์ ก็ใช่ว่าจะปูด้วยกลีบดอกกุหลาบอย่างที่ใครอยากให้เป็น เพราะผ่านมาสองสามปีจำนวนแผ่นบลูเรย์ดิสก์ก็ยังผลิตออกมาไม่มากนัก ที่แย่ไปกว่านั้นจำนวนผู้ใช้ก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ก้าวกระโดดแบบเครื่องรับโทรทัศน์พลาสมา หรือแอลซีดี </span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ เรามาดูกันว่าสมควรที่จะก้าวกระโดดลงไปเล่นกับมันหรือไม่ หรือจะรอเวลาออกไปจนกว่าราคาของมันจะลดลงเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติที่เป็นอยู่ของผลิตภัณฑ์อิเลคโทรนิค</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><strong>อนาโตมีของบลูเรย์ดิสก์</strong></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">บลูเรย์ดิสก์เป็นฟอร์แมตที่มีบริษัทคอมพิวเตอร์และสื่อบันเทิงชั้นนำของโลกร่วมกันพัฒนาขึ้นมาอาทิเช่น แอบเปิ้ล ฮิตาชิ เจวีซี เดลล์ แอลจี ฟิลิปส์ ซัมซุง มิตซูบิชิ โซนี่ ทอป์สัน ชาร์ป ทีดีเค เฮชพี วอลท์ดิสนีย์ วอร์เนอร์บราเทอร์ ไพโอเนีย เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ดีวีดีโดยทั่วไปอ่านและบันทึกข้อมูลด้วยลำแสงเลเซอร์สีแดง แต่สำหรับบลูเรย์ดิสก์อ่านและบันทึกข้อมูลด้วยเลเซอร์สีน้ำเงิน กระนั้นแม้จะใช้ลำแสงสีน้ำเงินม่วงก็ตาม ทว่าบลูเรย์สามารถใช้ลำแสงร่วมกับซีดีและดีวีดีได้อย่างง่ายดาย เพราะมีหน่วยจับสัญญาณที่ตรงกัน ทว่าบลูเรย์ดิสก์ได้เปรียบตรงที่ว่ามีความยาวคลื่นที่สั้นกว่าเลเซอร์แดง </span>405 nm <span style="font-family:Tahoma;">ต่อ </span>650 nm <span style="font-family:Tahoma;">ทำให้เกิดความแม่นยำในการโฟกัสสูงกว่า และทำให้การบีบอัดข้อมูลได้แน่นขึ้นโดยใช้เนื้อที่ที่น้อยกว่า ซึ่งทำให้บรรจุข้อมูลได้มากกว่าแม้จะมีขนาดเท่ากับซีดีหรือดีวีดี พร้อมกับเปลี่ยนจำนวนช่องรับแสงเป็น </span>0.85</p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">บลูเรย์หรือที่เรียกกันว่าบลูเรย์ดิสก์เป็นชื่อเรียกของฟอร์แมตรุ่นใหม่ของออปติกดิสก์ ฟอร์แมตดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการบันทึกแสดงผลไฟล์วีดีโอในระบบ </span>HD <span style="font-family:Tahoma;">หรือไฮเดฟ มีความจุข้อมูลอยู่ที่ </span>25 GB <span style="font-family:Tahoma;">ในแบบแผ่นซิงเกิลเลเยอร์ หรือมากกว่าดีวีดีถึงห้าเท่า ขณะที่แผ่นดูอัลเลเยอร์มีความจุอยู่ที่ </span>50 GB <span style="font-family:Tahoma;">ซึ่งความจุดังกล่าวทำให้สามารถบันทึกข้อมูลได้อย่างจุใจ ควมจุระดับ </span>50 GB <span style="font-family:Tahoma;">นั้นสามารถบันทึกไฟล์วีดีโอระดับไฮเดฟได้นานกว่าเก้าชั่วโมง หรือถ้าเป็นไฟล์ดีวีดีทั่วไปบรรจุถึง </span>23 <span style="font-family:Tahoma;">ชั่วโมง ส่วนความเร็วในการอ่านข้อมมูล และในการบันทึกข้อมูลของแผ่นบลูเรย์ หากใช้ความเร็วที่ </span>1X <span style="font-family:Tahoma;">จะมีความเร็วอยู่ที่ </span>36 MB <span style="font-family:Tahoma;">ต่อวินาที ขณะที่มาตรฐานการอ่านภาพยนตร์ในฟอร์แมตนี้ข้อมูลขั้นต่ำอยู่ที่ </span>54MB <span style="font-family:Tahoma;">ต่อวินาที จึงเป็นไปได้ว่าความเร็วของบลูเรบ์ดิสก์ที่ใช้อยู่ ใช้ความเร็วอยู่ที่ </span>2X <span style="font-family:Tahoma;">ซึ่งเป็นความเร็ว</span>72MB <span style="font-family:Tahoma;">ต่อวินาที ทั้งนี้ศักยภาพของแผ่นบลูเรย์นั้นมีมากกว่านี้ ซึ่งความเร็วสูงสุดทำได้ได้ถึง </span>12X 432MB <span style="font-family:Tahoma;">ต่อวินาที</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ส่วนไฟล์วีดีโอที่รองรับสำหรับแผ่นบลูเรย์ดิสก์คือ </span>MPEG-2, MPEG-4 AVC, SMPTE CC-1 (<span style="font-family:Tahoma;">เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของไมโครซอร์ฟมีเดีย วิดีโอ </span>WMV) <span style="font-family:Tahoma;">และไฟล์เสียงสามารถรองรับ </span>Linear PCM (LPCM), Dildy Dugutal 5.1 Channel, Dolby Digital Plus 7.1 Chanel , Dolby TrueHD (Lossless Encoding) , DTS Digital Surround, DTS-HD High, DTS-HD Master Audio</p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ไฟล์ทั้งหลายเหล่านี้ทั้งภาพและเสียงทำให้สตูดิโอ หรือค่ายหนังที่ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ ตัดสินใจที่จะนำหนังเรื่องนั้น ๆ ของตนผลิตออกมาเป็นแผ่นบลูเรย์เพื่อขายออกสู่ตลาด ซึ่งถ้าแผ่นไม่รองรับความจต้องการของค่ายหนัง ต่อให้มีคุณภาพดีเลิศเพียงใดก็ไม่มีผู้ผลิตแผ่นออกมา แม้ในเวลานี้ค่ายหนังบางแห่งก็ยังไม่เดินหน้าผลิตหนังบลูเรย์ดิสก์อย่างเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><strong>บลูเรย์ลุยดีไหม</strong></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ทุกวันนี้เทคโนโลยีแล่นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอะไรที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์หรือไฟล์ดิจิตอล มีเรื่องพูดกันเล่น ๆ ว่า คอมพิวเตอร์ซื้อในวันนี้ตื่นนอนวันรุ่งขึ้นก็ตกรุ่นเสียแล้ว คำพูดนี้เป็นความจริงอย่างไม่น่าเชื่อ และมันได้ลามมาถึงผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทันสมัยอาทิเช่นโทรทัศน์จอพลาสมา โทรทัศน์แอลซีดี เครื่องเล่นดีวีดี จนมาถึงยุคไฮเดฟที่นำเรือธงด้วยเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ น่าใจหายว่าทั้งเทคโนโลยีและราคาต่างเดินสวนทางกันอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อสองปีที่แล้วราคาโทรทัศน์จอพลาสมาขนาดสี่สิบนิ้วความคมชัดระดับกลาง ๆ ต้องกำเงินสด ๆ ราคาเหยียบแสนไปซื้อ ทว่าทุกวันนี้มีเงินไม่ถึงสามหมื่นก็สามารถเป็นเจ้าของได้ แถมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ออฟชั่นมากขึ้น สเปคที่ดีขึ้น รวมถึงครอบคลุมการใช้งานได้หลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">สิ่งเหล่านี้ทำให้คนซื้อต้องพะวักพะวงว่าเมื่อจ่ายเงินจำนวนนี้แล้วยังแพงอยู่หรือไม่ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องชาชินกับมันไปแล้ว แต่สำหรับคนชอบดูหนังฟังเพลงย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องพบกับเหตุการณ์ที่มีฮาร์ดแวร์ใหม่มาให้เล่น ถือเป็นการซื้อความบันเทิงที่ต่อเติมเข้ามาในชีวิต เป็นการตอบสนองความอ่อนล้าหลังการทำงานอันหนักเหนื่อย ไม่ต้องถ่อรถถ่อเรือไปต่อแถวซื้อตั๋วหนังในราคาแพง แถมได้รับบริการที่แสนจะน้อยนิด ไม่นับว่าต้องไปนั่งดูโฆษณาก่อนหนังฉายเกือบครึ่งชั่วโมง </span>(<span style="font-family:Tahoma;">ตกลงซื้อตั๋วไปดูโฆษณาหรือไง</span>) <span style="font-family:Tahoma;">ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือโรงหนังบางโรงคุณภาพไม่มีมาตรฐาน ภาพเบลอร์ เสียงห่วย แล้วถ้าถูกหวยไปเจอหนังขาดกลางเรื่อง ต้องนั่งรอเกือบห้าถึงสิบนาที เสียทั้งอารฒณ์เสียทั้งเวลา จะเดินออกจากโรงก็ขี้เกียจไปทะเลาะขอเงินคืนกับคนขายตั๋ว แล้วต้นทุนในการดูหนัง </span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ทางเดียวคือดูหนังที่บ้าน ค่อย ๆ สร้างโฮมเธียเตอร์น้อย ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ดังนั้นก่อนจะเข้าสู่โฮมเธียเตอร์ดิจิตอลความละเอียดสูง ลองสำรวจดูว่าเราพร้อมแค่ไหนต่อการเข้าสู่โลกไฮเดฟ</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ประการแรกจอโทรทัศน์ของเราไม่ว่าจะเป็นพลาสมาหรือแอลซีดี รองรับระบบภาพ </span>Full-HD <span style="font-family:Tahoma;">หรือ </span>Ready-HD <span style="font-family:Tahoma;">หรือไม่ ถ้าโทรทัศน์ของท่านเป็น </span>Full-HD <span style="font-family:Tahoma;">ก็พร้อมที่จะเล่นกับแผ่นบลูเรย์ดิสก์ได้เลย แต่ถ้ายังเป็น </span>Ready-HD <span style="font-family:Tahoma;">ลองสอบถามไปยังตัวแทนจำหน่ายเพื่ออัพเกรดเครื่อง </span>(<span style="font-family:Tahoma;">แต่ถ้าไม่อัพเกรดก็เล่นได้ครับ ทว่ามันก็ยังไปไม่สุดอย่างที่เราต้องการ</span>) <span style="font-family:Tahoma;">กระนั้นโทรทัศน์จอสลิมรุ่นใหม่ ๆ นั้นรองรับ </span>Full-HD <span style="font-family:Tahoma;">จนเกือบหมดแล้ว จะมีเฉพาะโทนทัศน์ค้างสต๊อคเท่านั้นที่ยังเป็น </span>Ready-HD (<span style="font-family:Tahoma;">ดังนั้นก่อนซื้อโทรทัศน์ลดราคา</span>-<span style="font-family:Tahoma;">โปรโมชั่น หากราคาถูกเกินไปควรขอดูสเปคก่อนซื้อเพื่อจะได้ไม่ซื้อของตกรุ่นที่ไม่อาจจะยอมรับได้</span>)</p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ประการที่สองโทรทัศน์ของท่านผู้อ่านมีความละเอียดในการแสดงผลภาพขนาด </span>1,920X1,080 Pixels <span style="font-family:Tahoma;">และควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีช่องต่อ </span>HDMI <span style="font-family:Tahoma;">อย่างน้อยหนึ่งชุด เพราะถ้ารายละเอียดภาพไม่รองรับภาพรายละเอียดสูง การเข้ามาเล่นแผ่นบลูเรย์ก็ไม่มีความจำเป็นมากนัก ดีวีดีอัพสเกลยังเป็นทางเลือกที่ดีเสมอสำหรับผู้เขียน</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ประการสาม กำลังทรัพย์ในการจ่ายค่าซอร์ฟแวร์บลูเรย์ดิสก์มีมากแค่ไหน เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ราคาแผ่นบลูเรย์ดิสก์ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง และค่ายหนังยังไม่ปูพรมผลิตหนังออกมาเป็นบลูเรย์ดิสก์มากเท่าไหร่ทั้งหนังเก่าและใหม่ แต่ในอนาคตมีแนวโน้มว่าแผ่นบลูเรย์ดิสก์น่าจะก้าวเข้ามาแทนที่แผ่นดีวีดีแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ถ้าท่านผู้อ่านมีทั้งสามประการครบถ้วนแล้ว และกำลังคันไม้คันมือ ก็ลุยกับเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ได้เลย เพราะในปัจจุบันราคาเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์นั้นมีแนวโน้มต่ำลงเรื่อย ๆ ขณะที่ตัวเครื่องก็ดีขึ้น เรื่องเทคโนโลยีล้ำยุค หรือตามเทคโนโลยีเป็นเรื่องเล็กครับ เพราะสุดท้ายก้ต้องเก่าลงอยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">ที่สำคัญก็คือโทรทัศน์พลาสมาและแอลซีดีที่เราซื้อไปใช้จะได้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าเสียที เพราะดูหนังจากเคเบิล ดาวเทียม หรือสัญญาณภาพฟรีทีวีบ้านเรายังไม่ปล่อยสัญญาณคุณสูงมาให้ชม เท่ากับเราซื้อรถเฟอร์ราลีมาวิ่งบนถนนฝุ่นก็ไม่ผิด ดังนั้นการเล่นแผ่นบลูเรย์ดิสก์จึงเท่ากับเราได้ใช้เครื่องรับโทรทัศน์แสนแพงของเราได้อย่างคุ้มค่า หรือถ้าหากใครคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะลุย การรอให้เทคโนโลยีสูงขึ้นทว่าราคาต่ำลงนั้นก็ยังไม่เสียหาย แต่ถ้าจะถามว่าก้นเหวของเทคโนโลยีสูงสุดอยู่ที่ไหน ผมตอบได้ทันทีว่าไม่มี และการซื้อเครื่องเผื่ออนาคตนั้นก็ไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด การซื้อเทคโนโลยีรุ่นใหม่ไม่อาจะมองที่ตัวนวตกรรมเพียงอย่างเดียว ต้องรวมปัจจัยอื่น ๆ เข้าไปด้วยโดยเฉพาะกำลังทรัพย์ ที่ไม่ทำให้เดือดร้อนต่อการดำรงชีพ มิเช่นนั้นอาจจะเป็นราชาเงินผ่อน ที่วิ่งไล่ตามเทคโนโลยีไม่รู้จบ</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;"><strong>ตารางเปรียบเทียบระหว่าง </strong></span><strong>DVD </strong><span style="font-family:Tahoma;"><strong>และ </strong></span><strong>Blu-Ray</strong></p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="4" width="643">
<col width="205"></col>
<col width="206"></col>
<col width="205"></col>
<tbody>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><strong>Specifications</strong></td>
<td width="206"><strong>Blu-Ray</strong></td>
<td width="205"><strong>DVD</strong></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">ความจุ</span></td>
<td width="206">25 GB (Single Layer)</p>
<p>50 GB (Dual Layer)</td>
<td width="205">4.7 GB (Single Layer)</p>
<p>8.5 GB (Dual Layer)</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">ความยาวคลื่น</span></td>
<td width="206">405 nm (Blue Laser)</td>
<td width="205">650 nm (Red Laser)</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">ช่องรับแสง</span></td>
<td width="206">0.85</td>
<td width="205">0.6</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">เส้นผ่าศูนย์กลางของแผ่น</span></td>
<td width="206">120 mm</td>
<td width="205">120 mm</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">ความหนาของแผ่น</span></td>
<td width="206">1.2 mm</td>
<td width="205">1.2 mm</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">เลเยอร์เคลือบ</span></td>
<td width="206">0.1 mm</td>
<td width="205">0.6 mm</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">เคลือบแข็ง</span></td>
<td width="206"><span style="font-family:Tahoma;">เคลือบ</span></td>
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">ไม่เคลือบ</span></td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">ระดับการยก</span></td>
<td width="206">0.32 <span style="font-family:CordiaUPC, sans-serif;">µ</span>m</td>
<td width="205">0.74 <span style="font-family:CordiaUPC, sans-serif;">µ</span>m</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">อัตราการโอนถ่ายข้อมูล </span>(Data)</td>
<td width="206">3.6 Mbps (1x)</td>
<td width="205">11.08 Mbps (1x)</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">อัตราการโอนถ่ายข้อมูล </span>(Video/audio)</td>
<td width="206">54.0 Mbps (1x)</td>
<td width="205">10.08 Mbps (1x)</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">รายละเอียดภาพสูงสุด</span></td>
<td width="206">1920&#215;1080 (1080p)</td>
<td width="205">720&#215;4580/720&#215;576</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205">Bit Rate <span style="font-family:Tahoma;">ภาพสูงสุด</span></td>
<td width="206">40.0 Mbps</td>
<td width="205">(480i/576i) 9.8 Mbps</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">รองรับไฟล์วีดีโอ</span></td>
<td width="206">MPEG-2</p>
<p>MPEG-4</p>
<p>SMPTE VC-1</td>
<td width="205">MPEG-2</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205"><span style="font-family:Tahoma;">รองรับไฟล์เสียง</span></td>
<td width="206">Linear PCM</p>
<p>Dolby Digital</p>
<p>Dolby Digital Plus</p>
<p>Dolby Digital True HD</p>
<p>DTS Digital Surround</p>
<p>DTS-HD</td>
<td width="205">Linear PCM</p>
<p>Dolby Digital Digital</p>
<p>DTS Digital Surround</td>
</tr>
<tr valign="TOP">
<td width="205">Interactive</td>
<td width="206">BD-J</td>
<td width="205">DVD-Video</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<br />Filed under: <a href='http://niwatblog.com/category/audiophile/'>Audiophile</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/audiophile/front-end/'>Front End</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/audiophile/high-fidelity-audiophile/'>High Fidelity</a> Tagged: <a href='http://niwatblog.com/tag/audiophile/'>Audiophile</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95-%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97/'>นิวัต พุทธประสาท</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8c/'>บลูเรย์ดิสต์</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87/'>เครื่องเสียง</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/blu-ray-disc/'>BLU-RAY DISC</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/dvd/'>DVD</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/high-definition/'>High Definition</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/high-fidelity/'>High Fidelity</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/japan/'>japan</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/niwat-puttaprasart/'>Niwat Puttaprasart</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/panasonic/'>panasonic</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/samsung/'>samsung</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/sony/'>sony</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/usa/'>USA</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/vsh/'>VSH</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/paganini599.wordpress.com/528/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/paganini599.wordpress.com/528/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/paganini599.wordpress.com/528/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/paganini599.wordpress.com/528/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/paganini599.wordpress.com/528/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/paganini599.wordpress.com/528/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/paganini599.wordpress.com/528/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/paganini599.wordpress.com/528/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/paganini599.wordpress.com/528/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/paganini599.wordpress.com/528/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=528&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://niwatblog.com/2010/02/19/blu-ray-disc/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9db431e4765cffc3c9655d66b349cd3d?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Niwat</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ecx.images-amazon.com/images/I/31lPyqxuZzL.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Blu-Ray Player</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Five Symphonies Please Listen Before Die</title>
		<link>http://niwatblog.com/2010/02/12/five-symphonies-please-listen-before-die/</link>
		<comments>http://niwatblog.com/2010/02/12/five-symphonies-please-listen-before-die/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Feb 2010 03:50:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Niwat Puttaprasart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Beauty is a Rare Thing]]></category>
		<category><![CDATA[Classical Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Review]]></category>
		<category><![CDATA[Antonin Dvorak]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[นิวัต พุทธประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยดุริยางคศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[Beethoven]]></category>
		<category><![CDATA[Berliner Philharmonic]]></category>
		<category><![CDATA[Bruno Walter]]></category>
		<category><![CDATA[Franz Schubert]]></category>
		<category><![CDATA[Gustav Holst]]></category>
		<category><![CDATA[Gustav Mahler]]></category>
		<category><![CDATA[Johannes Brahms]]></category>
		<category><![CDATA[Niwat Puttaprasart]]></category>
		<category><![CDATA[Symphony]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://niwatblog.com/?p=523</guid>
		<description><![CDATA[ห้าซิมโฟนี่ไม่ดังที่ควรฟังก่อนตาย
เผลอไม่หายใจเพียงวินาที หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวสายลมพัดผ่าน ฉบับนี้ผมขอนำเสนอซิมโฟนี่ไม่ดังห้าหมายเลขที่ต้องฟังก่อนตาย นี่คือไฟต์บังคับที่คนฟังเพลงคลาสสิกทั้งขาเก่าขาใหม่ไม่ควรพลาด ทั้งนี้ผมขอละเว้นซิมโฟนี่ของท่านบีโธเฟ่นนะครับ ผมขอละท่านบีโธเฟ่นที่ผมรักเอาไว้บนชั้นชั่วคราว ในฐานะที่เพลงของท่านไม่ว่าแง่ไหนมีคนรู้จักอย่างดียิ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซิมโฟนี่หมายเลข 5 หมายเลข 7 และหมายเลข 9 สามหมายเลขนี้เป็นอมตะนิรันดร์อยู่เหนือกาลเวลาไปแล้ว อีกหลายร้อยปีข้างหน้าทั้งสามซิมโฟนี่ของบีโธเฟ่นก็ยังคงได้รับการเล่นการพูดถึงและการฟังอย่างไม่มีข้อสงสัย และเราคงได้ยินได้ฟังทั้งสามหมายเลขนี้จากสื่ออื่น ๆ ไม่เฉพาะในฐานะดนตรีคลาสสิก เพื่อไม่เสียเวลาผมขอแนะนำเลยนะครับ

 

The Planets: Gustav Holst
ซิมโฟนี่บทนี้แปลกต่างจากซิมโฟนี่บทอื่น ๆ ที่เราคุ้นเคย โดยเฉพาะรูปแบบการนำเสนอ อาจจะเรียกซิมโฟนี่แบบนี้ว่า Symphony Fantastic ก็ได้ ถ้ากล่าวว่าบีโธเฟ่นเป็นนักปฏิวัติดนตรีคลาสสิก กุสตาฟ โฮสล์ต ก็เป็นหนึ่งที่ได้รับมรดกของแนวคิดนี้ ซิมโฟนี่ เดอะ แพลนเน็ต เป็นการนำเสนอซิมโฟนี่ผ่านคอนเซ็ปต์ว่าด้วยเรื่องราวดาวนพเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล ซิมโฟนี่เพลงนี้มีด้วยกัน 7 มูฟเม้นต์ แต่ละมูฟเม้นต์ตั้งชื่อตามชื่อดาวนพเคราะห์ เริ่มจากมูฟเม้นต์แรก Mars เทพเจ้าแห่งสงคราม Venus เทพเจ้าแห่งสันติสุข Mercury ผู้ส่งสาร Jupiter เจ้าแห่งความสุข Saturn เทพแห่งยุคโบราณ Uranus ความมหัศจรรย์ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=523&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ห้าซิมโฟนี่ไม่ดังที่ควรฟังก่อนตาย</p>
<p>เผลอไม่หายใจเพียงวินาที หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวสายลมพัดผ่าน ฉบับนี้ผมขอนำเสนอซิมโฟนี่ไม่ดังห้าหมายเลขที่ต้องฟังก่อนตาย นี่คือไฟต์บังคับที่คนฟังเพลงคลาสสิกทั้งขาเก่าขาใหม่ไม่ควรพลาด ทั้งนี้ผมขอละเว้นซิมโฟนี่ของท่านบีโธเฟ่นนะครับ ผมขอละท่านบีโธเฟ่นที่ผมรักเอาไว้บนชั้นชั่วคราว ในฐานะที่เพลงของท่านไม่ว่าแง่ไหนมีคนรู้จักอย่างดียิ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซิมโฟนี่หมายเลข 5 หมายเลข 7 และหมายเลข 9 สามหมายเลขนี้เป็นอมตะนิรันดร์อยู่เหนือกาลเวลาไปแล้ว อีกหลายร้อยปีข้างหน้าทั้งสามซิมโฟนี่ของบีโธเฟ่นก็ยังคงได้รับการเล่นการพูดถึงและการฟังอย่างไม่มีข้อสงสัย และเราคงได้ยินได้ฟังทั้งสามหมายเลขนี้จากสื่ออื่น ๆ ไม่เฉพาะในฐานะดนตรีคลาสสิก เพื่อไม่เสียเวลาผมขอแนะนำเลยนะครับ</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" title="The Planet" src="http://image.listen.com/img/170x170/7/6/8/7/1487867_170x170.jpg" alt="" width="170" height="170" /><br />
<strong> </strong></p>
<p><strong><br />
The Planets: Gustav Holst</strong><br />
ซิมโฟนี่บทนี้แปลกต่างจากซิมโฟนี่บทอื่น ๆ ที่เราคุ้นเคย โดยเฉพาะรูปแบบการนำเสนอ อาจจะเรียกซิมโฟนี่แบบนี้ว่า Symphony Fantastic ก็ได้ ถ้ากล่าวว่าบีโธเฟ่นเป็นนักปฏิวัติดนตรีคลาสสิก กุสตาฟ โฮสล์ต ก็เป็นหนึ่งที่ได้รับมรดกของแนวคิดนี้ ซิมโฟนี่ เดอะ แพลนเน็ต เป็นการนำเสนอซิมโฟนี่ผ่านคอนเซ็ปต์ว่าด้วยเรื่องราวดาวนพเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล ซิมโฟนี่เพลงนี้มีด้วยกัน 7 มูฟเม้นต์ แต่ละมูฟเม้นต์ตั้งชื่อตามชื่อดาวนพเคราะห์ เริ่มจากมูฟเม้นต์แรก Mars เทพเจ้าแห่งสงคราม Venus เทพเจ้าแห่งสันติสุข Mercury ผู้ส่งสาร Jupiter เจ้าแห่งความสุข Saturn เทพแห่งยุคโบราณ Uranus ความมหัศจรรย์ และ Neptune ความลึกลับ</p>
<p>กุสตาฟ โฮสล์ต เป็นชาวอังกฤษมีเชื้อสายสวีเดน ช่วงวัยหนุ่มของเขาเติบโตมากับวรรณกรรมอย่างออสการ์ ไวลด์, อาร์เธอ โคนัน ดอยท์, เบอร์นาร์ด ชอร์, โมเนต์ และไชคอฟสกี้ จึงไม่แปลกที่โฮสล์ตจึงมีแนวทางดนตรีในรูปแบบสมัยใหม่ (Modern Age) ต่างจากคีตกวีของอังกฤษทั่วไป</p>
<p>เดอะ แพลนเน็ตแต่งขึ้นในช่วง 1914-1916 ซึ่งห้วงเวลาดังกล่าวเป็นห้วงเวลาสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้ดำเนินมาถึงช่วงกลางของสงคราม ชะตากรรมของยุโรปยังมองไม่เห็น การเรียกร้องต่อสันติภาพเริ่มคุกรุ่น และสงครามยิ่งทำให้เศรษฐกิจของยุโรปตกต่ำ จึงไม่เแปลกที่ซิมโฟนี่บทนี้จึงนำเสนอภาพของสงคราม สันติภาพออกมาได้อย่างลึกซึ้งงดงาม การใช้ดาวเคราะห์เป็นตัวแทนของเนื้องเรื่อง ทำให้โฮสล์ตนำเสนอบทเพลงของเขาได้อย่างตรงไปตรงมา รูปแบบของซิมโฟนี่ที่ผสมผสานระหว่างแนวคิดสมัยใหม่ และเพลงในยุคคลาสสิกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ท่อนที่ผู้ฟังคุ้นหูที่สุดท่อนหนึ่งคือ Jupiter สำหรับแผ่นที่น่าฟังของเพลงนี้บรรเลงโดย New York Philharmonic กำกับวงโดย เลียวนาร์ด เบิร์นสไตน์ หรือแผ่นที่เล่นโดย Royal Philharmonic – London Philharmonicกำกับวงโดยอังเดร เพรวิน</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" title="Dvorak" src="http://rsindex.pictures-hosting.com/2009-12-02/000eed39_medium.jpeg" alt="" width="305" height="300" /><br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>Symphony No.7: Antonin Dvorak</strong><br />
คนส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยเพลงที่ฮิตที่สุดของดโวชาร์คคือ ซิมโฟนี่หมายเลขเก้า ฟรอมเดอะนิวเวิลด์ ซึ่งเป็นเพลงที่ไพเราะจับใจแสดงตัวตนของดโวชาร์คได้เป็นอย่างดี ทว่านักฟังเพลงบางคนอาจจะไม่ปลื้มกับผลงานดโวชาร์คเท่าไหร่นัก เพราะความโฉ่งฉ่างอลังการของดโวชาร์คนั้นเป็นสไตล์ที่ทำให้งานของเขากลายเป็นเอกลักษณ์ที่ติดตัว เล่นและฟังเมื่อไหร่ก็จะทราบว่าเป็นของคีตกวีชาวเชกได้ไม่ยาก แต่ท่ามกลางความอึกทึกงานของดโวชาร์คมักจะสอดแทรกท่วงทำนองพื้นบ้านลงไปจึงทำให้บทเพลงของเขาผสมผสานความงดงามไพเราะจับใจ</p>
<p>สำหรับซิมโฟนี่หมายเลข 7 เป็นซิมโฟนี่ที่โดดเด่นของคีตกวีท่านนี้ ท่วงทำนองหลักของเพลงติดหูผู้ฟัง บรรยากาศของเพลงเต็มไปด้วยความไพเราะ ครุ่นคิด โหมกระหน่ำ ตั้งคำถาม<br />
ซิมโฟนี่หมายเลขเจ็ดแต่งขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 1884 ดโวชาร์คชื่นชมซิมโฟนี่หมายเลขสามของบราห์มเป็นอย่างมาก จึงได้รับแรงบันดาลใจจากบราห์มอยู่ไม่น้อย ดโวชาร์คใช้เวลาเขียนเพลงนี้หนึ่งปี เปิดแสดงครั้งแรกที่ลอนดอนในวันที่ 22 เมษายน 1885</p>
<p>แผ่นที่น่าสนใจมีหลายเวอร์ชั่นอันได้แก่ Scottish Nation Orchestra กำกับวงโดย Neeme Jarvi สังกัด Chandos, Berliner Philharmonic กำกับวงโดยแฮร์เบิร์ต ฟอน คารายัน และคลีฟแลนด์ ออร์เครสตร้า กำกับวงโดย Christoph von Dohnányi</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" title="Franz Shubert" src="http://landolt-c.seesaa.net/image/B000002A8D.01.MZZZZZZZ.jpg" alt="" width="131" height="130" /><br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>Symphony: No.7 (8) “Unfinished”: Franz Schubert</strong><br />
ถ้าหากพูดถึงซิมโฟนี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว โดยไม่พูดถึงผลงานของชูเบิร์ต ก็คงจะทำให้การฟังเพลงคลาสสิกหมดซึ่งรสชาติหอมหวาน จะกล่าวว่าชูเบิร์ตเป็นเหมือนเงาของท่านบีโธเฟ่นก็อาจจะพูดได้ บางคนอาจจะนึกถึงชื่อของชูเบิร์ตได้แต่ระลึกไม่ได้ว่าท่านแต่งซิมโฟนี่เอาไว้กี่เพลง และในจำนวนนั้นมีท่อนไหนบ้างที่ทำให้เรานึกถึงความยิ่งใหญ่แสนสาหัสของท่าน</p>
<p>การจัดอันดับหมายเลขซิมโฟนี่ของชูเบิร์ตค่อนข้างจะมีรายละเอียดพอสมควร เพราะมีการค้นพบซิมโฟนี่อื่น ๆ ของคีตกวีท่านนี้ในภายหลัง ซิมโฟนี่หมายเลข 7 หรือบางสำนักก็เรียกว่าหมายเลข 8 แต่ชื่อที่คนทั่วไปรู้จักกันดีก็คือ “Unfinished” ซึ่งมีสองมูฟเม้นต์ที่แต่งเป็นออร์เครสตร้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนท่อน Scherzo นั้นใกล้จะสมบูรณ์สำหรับเปียโนสกอร์ และแต่งเป็นออร์เครสตร้าสำเร็จไปเพียงสองหน้าเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าท่านชูเบิร์ตน่าจะแต่งท่อน Finale ด้วย แต่ทั้งนี้ก็มีเพียงสองท่อนเท่านั้นที่สมบูรณ์ เวลาวงออร์เครสตร้านำมาบรรเลงก็จะนำมาบรรเลงเพียงสองท่อนที่แต่งเสร็จสมบูรณ์เท่านั้น</p>
<p>Unfinished เพลงนี้แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของชูเบิร์ต ลักษณะเพลงที่เต็มไปด้วยความโอ่อ่า ดนตรีบรรเลงอย่างนุ่มนวล จังหวะช้าเร็วไม่กระแทกกระทั้น การสอดประสานของเสียงประสานที่อ่อนช้อย แม้เพลงยังแต่งไม่เสร็จ แต่สาระของดนตรีชูเบิร์ตก็ยังไม่เจือจางลงไป การทิ้งให้ฟังเพลงสองท่อนก็มีเสน่ห์น่าติดตามไปอีกแบบ สำหรับแผ่นที่น่าสนใจคือ Columbia Symphony Orchestra กำกับวงโดย Bruno Walter หรือจะเป็นแผ่นที่เล่นโดยวง Vienna Philharmonic Orchestra กำกับวงโดย  Carlos Kleiber</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" title="Mahler" src="http://www.classicalarchives.com/images/coverart/6/d/b/a/028947582304_300.jpg" alt="" width="300" height="299" /><br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>Symphony No.1: Gustav Mahler</strong></p>
<p>กุสตาฟ มาเฮอร์เป็นชาวโบฮีเมียร์ เยอรมันเชื้อสายยิว เป็นทั้งคีตกวี เป็นทั้งคอนดักเตอร์ ท่านเกิดมาในช่วงรุ่งโรจน์แห่งยุคโมเดิร์น วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้า อุตสาหกรรมเฟื่องฟู และมนุษย์ค้นพบความลับของธรรมชาติมากมายมหาศาล ถึงขั้นเข้าใกล้เข้าใจความเป็นไปของสวรรค์แม้น้อยนิดก็ตาม ดนตรีของมาเฮอร์จึงนำเสนอดนตรีสมัยใหม่ แต่แนวคิดทางด้านดนตรีของท่านก้ยังผูกติดอยู่กับความโรแมนติก แม้จะมองสรรพสิ่งของยุคซึ่งเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคใหม่ แต่ศิลปินก็ยังต้องทำงานศิลปะภายใต้อารมณ์และความอ่อนไหว</p>
<p>ซิมโฟนี่หมายเลข 1 ของกุสตาฟ มาเฮอร์ เขียนขึ้นและแสดงครั้งแรกในปี 1888 และแสดงในรอบปฐมทัศน์ในปี 1889 ที่บูดาเปรส ในตอนนั้นนำเสนอในฐานะ Symphonic Poem ซึ่งแบ่งออกเป็นสองภาค จากนั้นจึงมาเปลี่ยนชื่อเพลงเป็น Titan กระนั้นก็ยังเรียกซิมโฟนี่บทนี้ว่า Symphony in D Major จนกระทั่งปี 1899 จึงได้ชื่อว่า ซิมโฟนี่หมายเลข 1 แค่ชื่อเพลงก็มีความเป็นมายืดยาว เป็นธรรมดาการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชื่อผลงาน หรือชื่อเพลงนั้นเกิดขึ้นเสมอ ไม่เฉพาะคีตกวีท่านนี้เท่านั้น</p>
<p>ท่านมาเฮอร์เป็นคีตกวียุคใหม่ไฟแรง ผลงานของท่านอาจจะฟังยากกว่าดนตรีในยุคบาโร้ค การผสมวงออร์เครสตร้าของมาเฮอร์นั้นยิ่งใหญ่อลังการ ซิมโฟนี่ของท่านหลายเพลงยาวเหยียดเกินชั่วโมง คนฟังจึงต้องตั้งสมาธิกันยาวนานหน่อย แต่รับรองว่าความยิ่งใหญ่ของดนตรีไม่เป็นรองใคร แผ่นที่น่าสนใจก็ได้แก่ Saint Louis Symphony Orchestra กำกับวงโดย Leonard Slatkin สังกัด Terlarc</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" title="Brahms" src="http://esoteric.teac.com/resources/gallery/johannes_brahms_-_symphony_no.4/johannes_brahms_-_symphony_no.4_thumb.jpg" alt="" width="258" height="258" /><br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>Symphony No.4: Johannes Brahms</strong><br />
บราห์มเป็นคีตกวีที่สำคัญคนหนึ่งของโลก ผู้คนรู้จักเปียโนคอนแชร์โต้ของคีตกวีท่านนี้อย่างประจักษ์แจ้งว่าไพเราะเสนาะโสตเพียงไร บราห์มแต่งซิมโฟนี่เอาไว้ด้วยกันเพียงสี่ซิมโฟนี่ บางคนอาจจะว่าน้อยเกินไป แต่สำหรับแฟนของบราห์มแล้วคิดว่าเพียงสี่ซิมโฟนี่เท่านั้นก็บรรลุถึงขั้นโสดาบรรณทางดนตรี ไม่มีอะไรพิสูจน์คำอ้างได้เท่าทดลองฟังเอง</p>
<p>อิทธิพลของบราห์มมิใช่แค่ในยุคของเขา แต่ส่งถึงดนตรีคลาสสิกในยุคหลังด้วย โจอาคิม (นักไวโอลินชื่อก้องในสมัยนั้น) ได้มอบจดหมายแนะนำตัวบราห์มในวัยหนุ่มนำไปให้กับชูมานน์ ชูมานน์นั้นก็ทึ่งกับเด็กหนุ่มอัจฉริยะคนนี้จนถึงกับเขียนบทความถึงบราห์ม บราห์มหลงรักคาร่าภรรยาของชูมานน์ แม้เขาจะผ่านพบหญิงสาวหลายคนทว่าเขาเก็บเธอไว้ในดวงใจ ไม่เคยแต่งงานกับหญิงอื่นอยู่เป็นโสดจนสิ้นลม</p>
<p>ซิมโฟนี่หมายเลขสี่ เป็นผลงานชิ้นใหญ่ของบราห์มชิ้นหนึ่งที่เต็มไปด้วยความไพเราะ ครุ่นคำนึง เป็นซิมโฟนี่ที่หนักแน่นของคีตกวีผู้นี้ แผ่นที่น่าสนใจ เล่นโดยวง Vienna Philharmonic Orchestra กำกับวงโดย  Carlos Kleiber หรือ เลียวนาร์ด เบิร์นสไตน์ สองแผ่นนี้สังกัดดอยท์แกรมมาโฟน</p>
<p>ห้าซิมโฟนี่ที่ผมแนะนำนี้ แม้จะไม่ใช่ห้าซิมโฟนี่ฮิต แต่เป็นห้าซิมโฟนี่ที่ได้รับการยอมรับจากคนฟังมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง ทั้งห้าบทเพลงมีสารัตถะของมันแฝงเร้นอยู่ แน่นอนอาจจะฟังยากบ้างง่ายบ้าง แต่ผมเชื่อว่าดนตรีคลาสสิกเป็นงานเพลงที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะซิมโฟนี่ซึ่งต้องบรรเลงด้วยวงขนาดใหญ่ เสียงดนตรีที่เกิดจากวงออร์เครสตร้ามิได้เกิดจากเสียงใดเสียงหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่พร้อมเพรียงกันบรรเลงตัวโน้ต</p>
<br />Filed under: <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/'>Beauty is a Rare Thing</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/beauty-is-a-rare-thing/classical-music/'>Classical Music</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/music/'>Music</a>, <a href='http://niwatblog.com/category/music-review/'>Music Review</a> Tagged: <a href='http://niwatblog.com/tag/antonin-dvorak/'>Antonin Dvorak</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/'>ดนตรี</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95-%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97/'>นิวัต พุทธประสาท</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5/'>มหาวิทยาลัยมหิดล</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b9%8c/'>วิทยาลัยดุริยางคศิลป์</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/beethoven/'>Beethoven</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/berliner-philharmonic/'>Berliner Philharmonic</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/bruno-walter/'>Bruno Walter</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/classical-music/'>Classical Music</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/franz-schubert/'>Franz Schubert</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/gustav-holst/'>Gustav Holst</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/gustav-mahler/'>Gustav Mahler</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/johannes-brahms/'>Johannes Brahms</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/niwat-puttaprasart/'>Niwat Puttaprasart</a>, <a href='http://niwatblog.com/tag/symphony/'>Symphony</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/paganini599.wordpress.com/523/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/paganini599.wordpress.com/523/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/paganini599.wordpress.com/523/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/paganini599.wordpress.com/523/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/paganini599.wordpress.com/523/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/paganini599.wordpress.com/523/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/paganini599.wordpress.com/523/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/paganini599.wordpress.com/523/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/paganini599.wordpress.com/523/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/paganini599.wordpress.com/523/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=niwatblog.com&blog=3740093&post=523&subd=paganini599&ref=&feed=1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://niwatblog.com/2010/02/12/five-symphonies-please-listen-before-die/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9db431e4765cffc3c9655d66b349cd3d?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Niwat</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://image.listen.com/img/170x170/7/6/8/7/1487867_170x170.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">The Planet</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://rsindex.pictures-hosting.com/2009-12-02/000eed39_medium.jpeg" medium="image">
			<media:title type="html">Dvorak</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://landolt-c.seesaa.net/image/B000002A8D.01.MZZZZZZZ.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Franz Shubert</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.classicalarchives.com/images/coverart/6/d/b/a/028947582304_300.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Mahler</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://esoteric.teac.com/resources/gallery/johannes_brahms_-_symphony_no.4/johannes_brahms_-_symphony_no.4_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Brahms</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>