Posts tagged ท่องเที่ยว
Choose another tag?
ร้านแม่สลองวิลล่า เชียงราย
ตัดแปะจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554
โดย เจ๊แซบ หัวเขียว
อากาศเย็นเริ่มแผ่วผ่านมา ทักทายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ หนาวนำภาคอื่นไปหลายช่วงตัว เจ๊แซบกลัวจะตกกระแสรีบเปิดตู้งัดเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันความเย็นอันสวย เก๋ จัดใส่กระเป๋า มุ่งหน้าไปดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย พื้นที่ความเย็นที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์และวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านไว้ได้ อย่างสวยงาม ท่ามกลางแนวสันเขาที่สลับซ้อนไปมาราวกับภาพวาดของจิตรกรเอก มีความอร่อยซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น เป็นภัตตาคารสุดคลาสสิกชื่อ “แม่สลองวิลล่า” ก่อตั้งมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกใครไปใครมาต้องแวะทักพักท้อง ถ้ามาแล้วไม่ลองลงจากดอยไม่ถูก (ฮา)
“ผมกับคุณอรสา (ภรรยา) เป็นคนที่นี่เลยครับ เราเกิดที่นี่ อยู่ที่นี่มาตลอด สูตรอาหารที่เราใช้เป็นของยูนนาน เป็นสูตรที่คุณแม่ของผม และผมช่วยกัน ทำขึ้นมาครับ เราเปิดมาตั้งแต่ปี 2529 แต่เดิมในปี 2525 ผมบริหารแม่สลองรีสอร์ทให้กับสหกรณ์ ในช่วงนั้นทหารเขาไปปราบปรามพวกชนเผ่าที่เชียงแสน เชียงขอม ผามอญ ผาตั้ง หลังจากปราบปรามเสร็จ ในหลวงทรงรับสั่งให้รัฐบาลเข้ามาส่งเสริมอาชีพ รัฐบาลก็เลยสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แบ่งที่พักทหาร มาเปิดเป็นที่พัก ผมก็เลยเข้ามาบริหาร จริงจังหลังจากเปิดร้านอาหารมาได้ประมาณปีนึง ตอนนี้เราก็เลยมีทั้งร้านอาหารและห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยวครับ” เฮียจำเริญสละเวลา มาย้อนอดีตถึงที่มาที่ไปของแม่สลองวิลล่าให้เจ๊แซบฟังด้วยความ ใจดี
ดอย แม่สลองมี ชื่อภาษาจีนว่า “เหม่ย ซือ เล่อ” เหม่ย แปลว่า สวยงาม ซือ แปลว่า เรียบร้อย เล่อ แปลว่า ความสงบสุข ดอยแม่สลอง จึงแปลว่า ดินแดนที่เต็มไปด้วยความสงบสุข เรียบร้อย และสวยงาม หลังจากที่เคยเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีการสู้รบของชนเผ่าต่างๆ เป็นแหล่งผลิตและซื้อขายยาเสพติด ปัจจุบันได้กลายเป็นพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะเป็นแหล่งผลิตใบชาที่สำคัญตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พลิกผืนดินที่เคยแห้งแล้งจากการทำไร่เลื่อนลอย ให้กลายเป็นไร่ชาเขียวชอุ่มสวยงามตระการตามีมูลค่ามหาศาล
เฮียจำเริญและซ้ออรสามาต้อนรับด้วยตัวเอง
เฮียจำเริญนอกจากจะดูแลงานในร้านอาหาร “แม่สลองวิลล่า” และมีที่พักให้บริการแล้วยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตใบชาคุณภาพส่งออกติดอันดับ ต้นๆในประเทศไทย แต่ไม่ว่างานจะยุ่งวุ่นวายขนาดไหน เฮียและอาซ้ออรสาไม่เคยปล่อยปละ ละเลยเรื่องคุณภาพอาหาร อีกทั้งยังคิดสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆออกมาเป็นอย่างต่อเนื่อง
“แม่สลองวิลล่า” มีเมนูอาหารที่หลาก หลายมากมาย ผสมผสานทั้งอาหารชนเผ่าพื้นเมือง อาหารจีน และอาหารไทยหม่ำได้หม่ำดีไม่มีเบื่อ
เมนูแรกที่กระแทกตาเจ๊แซบตั้งแต่แวบแรกที่เห็นชื่อ คือ “ไข่ม้วนยูนนาน” เฮียจำเริญใช้ไข่ไก่ตีให้เข้ากัน เทลงกระทะ แล้วแกว่งกระทะให้ไข่แผ่เป็นแผ่นบางๆ ใส่หอมแดง หมูสับปรุงรส และเกลือ ลงบนผืนไข่รอจนไข่สุกได้ที่ค่อยม้วนเข้าหากัน นำไปนึ่งให้ได้ที่ เสิร์ฟร้อนๆหม่ำกลางอากาศเย็นๆ กลางดอยแสนอร่อยล้ำ!
ต่อด้วยเมนูเก๋ ที่มีชื่อสุดเท่เข้ากับบรรยากาศ “ภูเขาหิมะน้ำแดง” เป็นไข่ขาวตีจนขึ้นฟูนำไปทอดด้วยจนไข่พองเหลืองอร่ามลักษณะคล้ายภูเขาขนาด ย่อม เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำราดในสไตล์น้ำแดงไม่เหนียวมากแต่รสชาติเข้มข้น ใส่ไก่ แฮมยูนนาน ไส้กรอก ปรุงรสกลมกล่อม เวลาหม่ำต้องผ่าภูเขาไข่ขาวออกเป็นสองส่วนแล้วราดน้ำแดงลงไปตรงกลาง รีบโซ้ยตอนร้อนๆอร่อย ละมุนละไม ความหอมของไข่ขาวเข้ากันได้อย่างดีกับน้ำแดงสไตล์ยูนนาน จานนี้ไม่มีใครเหมือนเพราะแม่เฮียจำเริญคิดค้นด้นสูตรขึ้นมาเอง ใครอยากลองต้องใจเย็น เพราะแต่ละจานใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที ไม่มีทำค้าง ต้องทำแล้วโซ้ยทันทีถึงจะอร่อยที่สุด เจ๊แซบแนะนำให้อย่ามาตอนหิวจัดอาจจะเผลองับศีรษะคนข้างๆด้วยความหิว (หุหุ)
อีกหนึ่งเมนูจัดหนักที่แทรกเข้ามาในใจอย่างเงียบๆและติดอยู่อย่างยั่งยืน คือ “ขาหมูน้ำแดง” เนื้อนุ้มๆ ซอสรสเข้ม หม่ำกับ“หมั่นโถว” เนื้อแน่นๆเสิร์ฟร้อนๆ อร่อยจนไม่อยากลงจากดอย (ฮา) เฮียจำเริญใช้หมูที่ชาวบ้านเลี้ยงเองตามธรรมชาติเป็นหมูดอยแท้ๆ คัดขนาดกำลังพอเหมาะ นำมาตุ๋นกับเครื่องยาจีนสูตรเฉพาะ ตุ๋นจนเนื้อเปื่อยกำลังดี เคี้ยวง่ายสบายเหงือก ถูกเลือกให้เป็นเมนูอันดับหนึ่งในใจขาหม่ำทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ หม่ำได้ทั้งครอบครัว
“เห็ดหอมอบซีอิ๊ว” เป็นอีกหนึ่งขวัญใจขาประจำ ใครทำก็อร่อยไม่เหมือน เห็ดหอมขนาดเล็กถึงกลางใช้ของโครงการหลวง นำมาทอดให้กรอบๆ คลุกเคล้ากับซีอิ๊ว พริกไทยเล็กน้อย อร่อยไม่อยากหยุด
ปิดท้ายด้วย เมนูซดรสเลิศ “ไก่ดำตุ๋นยาจีน” เฮียจำเริญใช้ไก่ดำที่ชาวบ้านเลี้ยงเองปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ นำมาตุ๋นจนน้ำและเนื้อเปื่อยนุ่ม น้ำว้าน หวาน
ขับรถขึ้นมาเหนื่อยซดซักหม้อสดชื่นรื่นกระเพาะ (หุหุ) ขาโซ้ยที่ชื่นชอบการดื่มชา และอาหารรสเลิศ 28 ธันวาคม ปีนี้–2 มกราคม ปีหน้า ห้ามพลาดเทศกาล “ชิมชา ซากุระบาน ตำนานชนเผ่า ดอยแม่สลอง” เป็นเทศกาลประจำปีที่ไม่เหมือนใคร สำหรับคนที่อดใจไม่ไหวอยากขึ้นไปสัมผัสความหนาวและความแซบในแบบ “แม่สลองวิลล่า” ขึ้นมาได้ตั้งแต่ณ บัดนาว เฮียจำเริญเปิดเตาพร้อมบริการความอร่อยแบบดั้งเดิมตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ทุกวันไม่มีวันหยุด ถ้าเดินทางมาจากเชียงราย ตรงไปอำเภอแม่จัน ขึ้นดอยแม่สลอง ระหว่างทางจะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือ ในร้านมีระเบียงกว้าง มองออกไปเห็นวิวสวยงาม ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการเดินทางและจองที่พักได้ที่เบอร์ 0–5376–5114–5 และ 08–9894–2367… ความอร่อยเด็ด และความหนาวรออยู่ที่ปลายนิ้ว!!
How To Made High Dynamic Range Photos
โดย นิวัต พุทธประสาท
อุปกรณ์ถ่ายภาพที่ต้องใช้ในการถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)
1.กล้องถ่ายรูปที่สามารถปรับค่าชดเชยแสง
2.ขาตั้งกล้อง+สายลั่นชัตเตอร์
โปรแกรมในการตกแต่งภาพ
1. Adobe Photoshop
2.Adobe Bridge
3.PhotoMatix
ต่อไปนี้เป็นวีดีโอติวเตอร์การทำภาพ HDR ซึ่งมีด้วยกันสองตอน
Part 1
Part 2
ระลึกถึง สุรัตน์ สุวนิช ช่างภาพขาวดำอันเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องสั้น
หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของคุณสุรัตน์ สุวนิช ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ผมนิ่งอึ้งไปสักพัก แม้ไม่ได้รู้จักคุณสุรัตน์เป็นการส่วนตัว แต่ในฐานะของคนที่ชอบถ่ายภาพ ผมเองก็นับถือในความสามารถของคุณสุรัตน์เป็นอย่างมาก มันทำให้ผมนึกถึงอดีตสมัยที่ผมยังใส่ขาสั้นเรียนชั้นมัธยมปลาย เวลานั้นผมเพิ่งหัดถ่ายภาพใหม่ ๆ ตอนนั้นผมรับนิตยสารโฟโตไทยแลนด์ หนังสือเกี่ยวกับกล้องและภาพถ่ายที่ไม่เหมือนเล่มใดในตลาด และในหนังสือภาพถ่ายนั้นมีโฆษณาเล็ก ๆ ของแลปขาวดำแห่งหนึ่ง ผมจำเนื้อหาโฆษณาไม่ได้ แต่อ่านแล้วคนที่พึ่งฝึกหัดถ่ายภาพขาวดำย่างผมอยากไปใช้บริการในทันที เพราะเมื่ออ่านคำโฆษณาแล้วดูว่าร้านนี้เป็นมิตรกับมือใหม่
วันหนึ่งผมก็นำฟิล์มสามสี่ม้วนนั่งรถเมล์ไปแถวสี่พระยา แลปขาวดำของคุณสุรัตน์เป็นห้องแบ่งเช่าอยู่ชั้นบน เวลาขึ้นบันได้ต้องขึ้นทางด้านข้างอาคาร ด้านหน้าไม่มีป้ายร้าน อาศัยอ่านจากแผนที่ ตอนที่ผมเดินขึ้นไปใจก็ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ พอใกล้ถึงห้อง ผมเริ่มใจชื้นเพราะบริเวณบันไดผมเห็นภาพถ่ายขาวดำใส่กรอบวางโชว์เอาไว้บนพื้น เมื่อเข้าไปถึงสตูดิโอ ซึ่งเป็นห้องขนาดปานกลาง มีโต๊ะสตูดิโอตัวใหญ่วางกลางห้อง สุมด้วยหนังสือ ภาพถ่าย อุปกรณ์ วันที่ผมไปนั้นไม่มีลูกค้า ผมได้ยินเสียงเพลงดังมาจากด้านใน เดาเอาว่าคงเป็นห้องมืด ผมนั่งรอสักพักชายร่างผอมบาง ไว้หนวดเคราก็เดินออกมาด้วยกิริยาที่น่าทึ่ง เขาถามผมว่ามาทำอะไร ผมบอกไปว่าอยากให้ช่วยล้างฟิล์มแล้วก็อัดรูป แม้เขาจะเห็นผมเป็นเด็ก ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร รับฟิล์มของผมมาแล้วก็ออกใบเสร็จ
ผมมารับฟิล์มที่ล้างพร้อมกับปรู๊ฟ ในอีกหนึ่งอาทิตย์ ท่าทางของคุณสุรัตน์นั้นเป็นกันเอง เขามักปรากฏกายจากห้องมืด บางครั้งไม่สวมเสื้อ เสียงเพลงดังลั่น เขาบอกผมว่าเวลาอัดรูปชอบเปิดเพลงฟัง
ผมไปใช้บริการสตูดิโอของคุณสุรัตน์อยู่สามสี่ครั้ง บางครั้งไปก็ไม่เจอตัวเพราะแกเดินทางบ่อย ประกอบกับผมเองก็ยังเด็กเกินกว่าจะถ่ายภาพหรืออัดภาพได้เยอะ ๆ จึงไม่ได้ไปล้างรูปขาวดำกับคุณสุรัตน์อีก
ภาพขาวดำที่ล้างโดยคนสุรัตน์นั้นน่าทึ่งมาก มันสวยจนบอกไม่ถูก ทุกวันนี้ผมยังเก็บเอาไว้ ภาพถ่ายนั้นอัดด้วยกระดาษ Ilford แบบด้าน ให้รายละเอียดที่นิ่มนวล คอนทราสต์ที่เด็ดขาด
หลายปีต่อมา ผมนึกพล๊อตเรื่องเกี่ยวกับช่างภาพได้ โดยใช้ชื่อเรื่องว่า “ภาพสุดท้าย” เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารช่อการะเกด และจัดพิมพ์เป็นเล่มอยู่ในรวมเรื่องสั้นชุด “แสงแรกของจักรวาลและเรื่องสั้นอื่น ๆ “
เรืืื่องสั้นเรื่องนี้ผมได้แรงบันดาลใจตัวละครเอกมาจากคุณสุรัตน์ โดยเฉพาะฉากในห้องพักนั้นเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำที่ผมได้สัมผัสสตูดิโอของเขาที่สี่พระยานั่นเอง
Local Hero: ปิศาจทุนนิยมหรืออารมณ์ฟูมฟายแบบคนชั้นกลาง
โดย นิวัต พุทธประสาท
ภาพยนตร์ที่นำเสนอการต่อสู้ระหว่างทุนนิยมกับชุมชนเล็ก ๆ มักจะตั้งต้นแบ่งตัวละครออกเป็นสองฝ่ายซึ่งแยกกันชัดเจนระหว่างขาวกับดำ ความดีกับความเลว ผู้ร้ายกับพระเอก ความรวยกับความจน สัญญะทางภาษาหนังที่ผลิตซ้ำเช่นนี้ทั้งในฮอลลีวู๊ดและวงการหนัง-ละครไทยนำเสนอจนคนดูคุ้นเคย เมื่อใดก็ตามที่เราเห็นผู้หญิงในละครหลังข่าวร้องกรี๊ด ๆ เราจึงแน่ใจได้ไม่ยากว่าเธอจะต้องเป็นตัวร้าย แล้วเมื่อใดก็ตามที่เราเห็นผู้หญิงในหนังถูกกลั่นแกล้ง เธอต้องเป็นนางเอกผู้เพียบพร้อม รวมถึงพระเอกที่ไม่ค่อยทันโลกทันเหตุการณ์ก็มักจะเข้าใจอะไรผิด ๆ เสมอ การผลิตซ้ำทำให้หนังอยู่ในวังวนจนกลายเป็นน้ำเน่า ผลพวงของการผลิตซ้ำนี่เองจึงเป็นบ่อเกิดให้สัญญะทางภาพยนตร์ติดอยู่ใต้จิตสำนึกของคนดูหนัง เมื่อตัวละครถูกกำหนดชัดเจนว่าจะต้องเป็นคนดี (ของคนดู) รูปแบบการนำเสนอมีรูปแบบซ้ำซาก ความเลวความดีในหนังกับความเลวความดีในชีวิตจริงจึงแตกต่างกัน จนบางครั้งทำให้ผู้ชมูไม่สามารถแยกแยะได้ว่า โลกจริงที่อยู่นอกตัวหนังนั้นแตกต่างไปจากข้อเท็จจริงเป็นอย่างมาก
Local Hero เป็นหนังที่สร้างขึ้นในปี 1983 และน่าจะเป็นหนังเรื่องแรก ๆ ที่นำเสนอหนังในแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มีมุมมองแตกต่างไปจากที่นักดูหนังทั่วไปคุ้นเคย หนังเรื่องนี้เป็นหนังเล็ก ๆ จากสหราชอาณาจักร กำกับโดย Bill Forsyth ในสมัยนั้นหนังเรื่องนี้โด่งดังอย่างเงียบ ๆ ในแวดวงหนังนอกกระแส ที่น่าแปลกใจคือมันเข้ามาฉายในเมืองไทยที่โรงหนังมินิเธียเตอร์บนสยามเซ็นเตอร์อยู่หนึ่งอาทิตย์ และผมก็โดดเรียนไปชมถึงสองรอบ โดยพบว่าทั้งสองรอบที่ผมไปชมมีคนเข้าดูไม่ถึงสิบคนในโรงหนัง ถ้าเป็นสมัยนี้หนังเรื่องนี้คงไม่มีแม้พื้นทีว่างสำหรับการฉายตามโรงด้วยซ้ำ
Local Hero เล่าเรื่องของ แมค แมคอินไทน์ พนักงานหนุ่มไฟแรงจากบริษัทน้ำมันน็อกซ์ ในฮิวส์ตันมลรัฐเท็กซัส เขาถูกส่งไปประเทศสก๊อตแลนด์ เพื่อเจรจาซื้อที่ดินในหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่บนอ่าวที่เงียบสงบ ที่ดินทั้งหมู่บ้านจะกลายเป็นโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทน็อกซ์ โดยมีประธานบริษัท-ฟิลิกซ์ แฮปเปอร์ ผู้มั่งคั่งเป็นเจ้าของ การซื้อขายครั้งนี้จะทำให้ชาวบ้านที่เป็นเจ้าของที่ดินผู้ยากไร้กลายเป็นเศรษฐีในพริบตา ถ้าหากเราคุ้นเคยกับบทบาทตัวละครผู้ถูกกระทำจากทุนนิยมมักต้องเป็นคนน่าสงสาร ไร้ทางสู้กับเงิน และเจ้าของเงินต้องขูดรีดกดราคาที่ดินให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วอาจจะมีสักกลุ่มหนึ่งผู้หวงแหนพื้นถิ่นจะต้องต่อต้านการรุกรานของโลกเสรีทุนนิยม แต่ Local Hero อาจจะถูกละเอาไว้ชั่วคราว
เมื่อแมคเดินทางไปถึงหมู่บ้านชนบท เขาเข้าพักในโรงแรมที่มีแห่งเดียวในเมือง กอร์ดอนเจ้าของโรงแรม และยังมีอีกอาชีพคือนายหน้าที่ดิน ซึ่งเป็นตัวแทนที่บริษัทน็อกซ์ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อซื้อที่ดินทั้งหมดของชาวบ้าน นิยามของกอร์ดอนคือ “เราจะรวยแล้ว” และชาวบ้านแทนที่จะต่อต้านทุนนิยม พวกเขากลับคิดว่าควรจะขายที่ให้ได้ในราคาที่สูงลิ่ว ความมั่งคั่งกำลังจะมาถึง หากไม่ฉวยไว้ก็ไร้โอกาสเช่นนี้อีกแล้ว จากชาวบ้านที่ไม่เคยมีสิทธิในการต่อรอง ทั้งในบทบาทจริงและบทบาทในหนัง ตีกลับความคุ้นเคยของคนดู การต่อรองของชาวบ้านผ่านตัวกอร์ดอน ทำให้ผู้ชมพบว่าที่จริงแล้วชาวบ้านไม่ได้โง่ เพียงแต่พวกเขารู้ถึงสิทธิที่ควรจะได้รับ โดยเฉพาะค่าตอบแทนที่บริษัทยักษ์จะทำเงินมหาศาล การเจรจาไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งกองทุน โดยมีชาวบ้านเป็นผู้บริหาร และยังมีรายได้เป็นเปอร์เซ็นต์รายได้จากโรงกลั่น ยิ่งทำให้เห็นว่าโลกทุนนิยมก็ถูกต่อรองทางการเมืองได้ เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย
หนังเล่นกับความคุ้นเคยของคนดูด้วยการพลิกกลับสถานการณ์ ผสมกับอารมณ์ขันอันเหลือเฟือแบบหนังอังกฤษ ตัวละครอย่างแมคนั้นน่าสนใจมากสำหรับหนังเรื่องนี้ แมคเป็นคนเมืองโดยสมบูรณ์แบบ เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว ขับรถเปอร์เช่ที่ผ่อนหมดแล้ว เขาถูกส่งมาที่สก๊อตแลนด์เพราะผู้บริหารเข้าใจว่านามสกุลแมคอนไทน์ของเขามีรากเหง้าของคนสก๊อตแลนด์ และอาจจะทำให้การเจรจาทางการค้าราบรื่นขึ้น แมคไม่ได้ประทับใจกับชนบทตั้งแต่แรก อย่างน้อยเขาเคืองกอร์ดอนที่เอากระต่ายซึ่งบาดเจ็บมาทำอาหารให้เขากิน แมคมาที่นี่เขามุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ นั่นก็หมายความว่าถ้าทำสำเร็จหมู่บ้านชนบทสวยงามนี้จะกลายเป็นโรงกลั่นน้ำมัน แต่สุดท้ายเขาเริ่มกลายเปลี่ยน ผู้ชมจะสังเกตว่าหนวดเคราของเขาค่อย ๆ ขึ้นมาทีละนิด การที่แมคปล่อยให้หนวดขึ้นนั้นเป็นเพราะเขากลายเปลี่ยนไปสู่ความเป็น “ป่า” ทว่าเขาไม่ใช่พวกที่จะลุกขึ้นทวงความถูกต้อง (ประเภทพาชาวบ้านประท้วง) แต่เขาสู้ด้วยการมอบผลประโยชน์สูงสุดให้ชาวบ้าน จนสุดท้ายแมคถูกส่ง “กลับบ้าน” เพราะแฮปเปอร์นั้นอยากจะเล่นบทเศรษฐีขี้เหงากำลังได้ของเล่นใหม่ คือเปลี่ยนหมู่บ้านจากโรงกลั่นเป็นศูนย์วิจัยธรรมชาติแทน การกลับบ้านของแมคนั้นบอกนัยยะทางภาษาหนังที่โหดร้าย เขาโกนหนวดที่ขึ้น เขากลับสู่สภาพของตัวเองอีกครั้ง-คนเมือง เมื่อถึงบ้านอันเป็นอพาร์ทเม้นต์ในฮิวส์ตัน เขาหยิบเปลือกหอยที่เก็บจากชายหาดมาไว้บนโต๊ะ เปลือกหอยคือความทรงจำที่ไม่สามารถหวนคืน เมื่อเขาเดินไปที่ระเบียงหันหน้าไปยังขอบฟ้าที่กำลังจะมืด ท้องฟ้าปราศจากดวงดาว เขาคิดว่าเขาคงมิได้หวนคืนหมู่บ้านชนบทที่จากมา
หนังไม่ได้สรุปว่าแฮปเปอร์แปรเปลี่ยนหมู่บ้านเป็นอะไร โรงกลั่นหรือศูนย์ธรรมชาติ ชาวบ้านจะกลายเป็นเศรษฐีหรือเปล่า ชนบทยังคงอยู่หรือแปรสภาพ มิได้มีบทสรุป ผู้ร้ายในหนังถูกเกลี่ยให้เหลือสภาพสีเทา ความชั่วร้ายของทุนนิยมสามานย์เป็นเพียงภาพเบลอร์ ๆ เพราะเอาเข้าจริง ๆ เราก็อยู่กับมัน ทำเงินกับมัน ใช้มัน เมื่อมองไปยังมาบตะพุด เขาแพง เกาะพีพี ทุนนิยมไม่เคยหยุดอยู่กับที่ และอารมณ์ฟูมฟายแบบเรา-คนชั้นกลาง ได้เพียงแต่มองมันเปลี่ยนผ่าน เช่นเดียวกับแมค แมคอินไทน์ ใน Local Hero




































