Info

Posts tagged นครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 4)

สู่ความเงียบสงบแห่งแหลมตะลุมพุก

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5

โดยนิวัต พุทธประสาท

talumpuk_R0018335

จากตัวเมืองนครฯ เราใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 408 มุ่งตรงไปยังอำเภอปากพนัง ถนนที่มุ่งเข้าไปยังแหลมตะลุมพุกจะผ่านตัวเมืองปากพนัง แต่เราใช้ถนนเลี่ยงเมือง แหลมตะลุมพุกเป็นแหลมที่ยื่นไปในทะเล ถนนทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยว เราไปกันวันธรรมดาแทบไม่มีรถผ่านไปผ่านมา สองข้างทางเป็นป่าชายเลน นาน ๆ ทีจึงจะมีบ้านเรือนผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่ทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง แต่ที่ผมประหลาดใจมากที่สุดคือช่วงที่เราอยู่แถว ๆ อำเภอปากพนังจะมีตึกขนาดกลางปราศจากหน้าต่างขึ้นมาเหนือทุ่งโล่ง ๆ ผมเดาว่ามันคงเป็นคอนโดสำหรับนกนางแอ่น

เรามาถึงแหลมตะลุมพุกซึ่งร้างไร้ผู้คน บ้านเรือนในแถบนั้นดูเหมือนโดนพายุมาตลอดชั่วอายุคน จากตลาดสู่ชายหาดนั้นต้องคอยสังเกตทางเข้าดี ๆ เพราะอาจจะขับหลงทางได้ ที่ชายหาดมีร้านค้าตั้งอย่างไม่ถาวรนักรวมกันเป็นกลุ่มอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ถนนเล็ก ๆ มุ่งสู่สวนต้นสน เรามาในช่วงเช้าปราศจากนักท่องเที่ยว เราจอดรถริมหาด คุณป้าขายปูเร่ขายปูให้เรา เราจึงซื้อแกพร้อมให้นึ่งให้ด้วยในราคาที่ไม่แพงมากนัก ปูสดใช้ได้แต่เนื้อไม่ค่อยมี ร้านเตียงผ้าใบยังไม่เปิดเราจึงต้องใช้กระดาษปูนั่งแทน จนกระทั่งคนดูแลร้านเตียงผ้าใบมาในช่วงใกล้เที่ยงเราจึงได้เอนหลังบนเตียง

talumpuk_R0018340

ผมมาถึงก็หามุมถ่ายภาพ จากนั้นก็ลงเล่นน้ำทะเลท่ามกลางแดดจัด ผมชอบลงเล่นน้ำทะเล ชอบเล่นคนเดียว ผมมักคิดอะไรได้เวลาว่ายน้ำ

เรานอนพักผ่อนริมหาดสลับกับลงเล่นนำ้ แสงแดดโลมเลียผิวของผมอย่างหิวกระหายโดยที่ผมไม่ได้เตรียมตัวมา มันทำให้ผิวของผมแดงระเรื่อ แดงจนแสบ และอีกสักอาทิตย์มันคงจะลอกออกเป็นแผ่น ๆ การผลัดผิวหนังจะเหมือนการแปรเปลี่ยนหรือไม่

talumpuk_R0018348

(ต้นโกงกางป่าชายเลน)

ช่วงบ่ายเริ่มมีคนมาเที่ยว และตกปลาริมหาดซึ่งผมเห็นแล้วทึ่งไม่เบา เพราะเขาตกปลาริมหาดกันได้ด้วย และได้ปลามาจริง ๆ แม้ต้องรอนานเพียงไร แล้วบางครั้งสิ่งที่นักตกปลาตกได้กลับเป็นขยะขนาดใหญ่ที่อยู่ในทะเล

เรากลับจากแหลมตะลุมพุกในช่วงบ่าย ๆ หลังจากนอน -เล่นน้ำ อ่านหนังสือ พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ท่ามกลางความเงียบ

talumpuk_R0018352

(สวนสนถ่าย-แต่งภาพอินฟาเรด)

talumpuk_R0018362

(ชายหาดยาวสวยงามในวันไร้เมฆ)

talumpuk_R0018393

(ขยะริมหาด ถูกทิ้งเอาไว้)

talumpuk_R0018424

(ปูเป็นนึ่งสด)

talumpuk_R0018407

(ห่วงยางสำหรับเช่า ความบันเทิงริมหาด)

talumpuk_R0018453

(ชายเฒ่าริมทะเล)

talumpukK_R0018401

ขากลับเรามิได้มุ่งตรงสู่ตัวเมือง ทว่าเราแวะที่ยวที่อำเภอปากพนัง ซึ่งเป็นทางผ่าน แล้วเราก็พบว่าปากพนังเป็นอำเภอที่งดงามแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5

นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 3)

อาหารเช้าร้านโกปี๊ > แหลมตะลุมพุก

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4

โดย นิวัต พุทธประสาท

อาหารเช้าที่นครศรีธรรมราชมีหลายร้านให้เลือก และอาหารเช้าที่นครฯเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ผิดกับกรุงเทพฯเราจะหาร้านอาหารเช้าที่ขายอย่างจริงจังได้ยากมาก ถ้าไม่ไปที่ตลาดเราจะไม่เห็นร้านอาหารเช้าอย่างจริงจัง ที่นครฯหรือที่อื่น ๆ ในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ผมไปกลับให้ความสำคัญ นับตั้งแต่สงขลา ตรัง และที่นครฯ ผมไปเมืองอื่น ๆ อย่างฮ่องกง สิงคโปร ร้านอาหารเช้านั้นถือเป็นร้านที่มีให้เลือกทุกมุมเมือง

เมื่อหลายปีก่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เชิญผมไปบรรยายเรื่องวรรณกรรม พอลงเครื่องที่สนามบินตอนเช้าเขาก็นำรถตู้พาไปกินอาหารเช้าทันที ผมจึงรู้ว่าถ้ามานครฯทุกครั้งร้านโกปี๊จึงเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่นักเดินทาง นักท่องเที่ยวจะต้องไปชิมเสมอ และการมาครั้งนี้ผมก็ตั้งใจไปชิมที่ร้านนี้อย่างจริงจัง เพราะเมื่อคราที่ผ่านมามันยังมึน ๆ งง ๆ ลงจากเครื่องเหมือนยังไม่ตื่น

ร้านโกปี๊มีหลายสาขา แต่ร้านที่ผมว่าสะดวกที่สุดคือสาขาหลังห้างโรบินสัน เพราะเป็นร้านใหญ่สองห้อง และเปิดหลายชั้นได้ถ้ามีคนเยอะ แถมที่จอดรถก็มีที่ให้จอดมากมายโดยไม่ต้องหา ถือว่าสะดวกมาก

เราไปถึงร้านประมาณแปดโมงเช้าซึ่งเลยช่วงเวลา Prime Time ไปแล้ว แต่เท่าที่เราสังเกตยังมีคนแวะมากินไม่ขาดสาย โต๊ะไม่ถึงกับโล่ง

เคาน์เตอร์ชงกาแฟเอกลักษณ์ของร้าน

แม้เวลาสายคนยังเนืองแน่น

ภายในร้านตกแต่งด้วยภาพโบราณ

สังเกตการเดินสายไฟ ทำได้อย่างเก๋ไก๋ ย้อนยุค

ร้านโกปี๊เป็นร้านอาหารเช้าก็จริงแต่อาหารที่ขายมีหลากหลายให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ของว่างยันของหนัก ไปถึงที่นั่นสิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือปาท่องโก๋ทอดจิ้มนม กาแฟ โกปี๊ มีให้เลือกหลายสไตล์ ขนมจีบ ซาลาเปา ของนึ่งต่าง ๆ ดูได้จากเมนู ต้องบอกว่าซาลาเปาของที่นี่อร่อยมาก อร่อยจนวางแผนซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านเลยครับ

เมนูอาหาร ราคากับคุณภาพไปด้วยกัน

ปาท่องโก๋จิ้มนมข้น

ซาลาเปาไส้หมูแดง และหมูสับ

ซาลาเปาไส้หมูสับและไส้หมูแดงอร่อยทั้งคู่ ส่วนไส้หวานก็อร่อยครับ กินกับกาแฟน้ำชาเข้ากันเป็นอย่างดี

บะกุ๊ดเต๋

แต่สิ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงก็คือบะกุ๊ดเต๋ ผมแนะนำว่าสั่งชามใหญ่มาเลยครับอร่อยมาก น้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องเทศจีน

ขาหมูเค็ม

ขาหมูเค็มหนังกรอบเป็นหนึ่งสุดยอดครับ ผักดองแนมอย่างดีมาพร้อมกับคะน้าลวก

ข้าวต้มปลา

เมนูนี้สำหรับสาว ๆ ข้าวต้มปลาแบบเช็ง ๆ ใส่ขิงมาด้วยเพื่อกลบกลิ่นคาว

และเมื่อกินอาหารเสร็จแล้วควรตบด้วยกาแฟ ซึ่งมีทั้งกาแฟสด กาแฟสูตรดั้งเดิม ทั้งร้อนทั้งเย็น เป็นอันจบมื้ออาหารเช้าที่อร่อยมาก หากใครไปนครศรีธรรมราชไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด อาหารเช้าทำให้ร่างกายสดชื่นทำงานได้ดี เมื่อกินกันอิ่ม ตอนต่อไปคือตอนที่สี่ โปรดติดตามการท่องเที่ยวนครฯ แหลมตะลุมพุก และ ปากพนัง

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4

นครศรีธรรมราช 360 องศา

ตอนที่ 1> สถานีรถไฟนครปฐม > ขนมจีนเมืองคอน >  วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

โดย นิวัต พุทธประสาท

อ่าน ตอนที่ 1 / ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3

ยอมรับครับว่าหลังจากแอร์เอเชียประกาศว่าปี 2553 จะทำการตลาดราคาตั๋วเครื่องบินไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา ทำให้ผมเบนเข็มเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น (ฮา) ไม่ใช่ครับ เป็นแค่ข้ออ้าง เมื่อไม่มีตั๋วศูนย์บาทก็ไม่เป็นไรครับ เที่ยวเมืองไทยก็ได้สบายแฮ 5555

ช่วงสองสามปีนี้ผมเดินทางไปทำธุระที่นครศรีธรรมราชค่อนข้างบ่อย ไปในแต่ละทีมีเวลาได้เที่ยวบ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่โอกาส การเที่ยวในเมืองไทยนั้นสะดวกสบาย ข้อมูลการเดินทางหาได้ไม่ยาก (แต่รายละเอียดลึก ๆ นั้นยากกว่า) ในอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลมากมาย ทว่าหลายที่แทบจะหาข้อมูลเชิงลึกไม่ได้เลย ไม่เหมือนหนังสือไกด์ของฝรั่งที่เขียนถึงเมืองไทยที่มีความละเอียดถี่ยิบ บอกทุกอย่าง จนบางครั้งมีข้อล้อกันว่า นักท่องเที่ยวฝรั่งรู้จักเกาะสมุยมากกว่านักท่องเที่ยวไทยเสียอีก อาจเป็นเพราะว่าคนไทยเราใกล้เกลือกินด่าง จึงไม่ทำไกด์บุ๊คที่มีรายละเอียด ถ้าใครเคยชมสารคดีท่องเที่ยวทางทรูวิชั่น น่าจะเคยดูรายการยูโรแมกซ์ ซึ่งพาเที่ยวหลายเมืองในยุโรปทั้งเมืองใหญ่เล็ก เทศบาลบางเมืองเขาจัดทำไกด์บุ๊คออกมาซึ่งทำได้ดีมาก (เพราะให้นักออกแบบหนังสือ คนทำหนังสือมีฝีมือเข้าไปช่วย) ไกด์บุ๊คของเขานั้นไม่ใช่หนังสือรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวฮิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการไปชมอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมร่วมสมัยสำคัญ แล้วหนังสือก็ออกแบบมาอย่างสวยงาม ไม่มีรูปแบบ “ข้าราชการ” ที่เชยระเบิดให้เห็น เอาเป็นว่าถ้ามีหน่วยราชการแห่งไหนสนใจทำหนังสือแนะนำจังหวัดสวย ๆ ทันสมัย น่าอ่าน ทรงคุณค่า และมีแนวคิดก้าวหน้า แล้วที่สำคัญหนังสือต้องอัพเดตข้อมูลทุก ๆ สองสามปี ผมอยากทำหนังสือแบบนั้นครับ ช่วยติดต่อมาด้วยนะครับถ้ามีใครสนใจ 555

สถานีรถไฟนครปฐม

การไปท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งนี้ของผมผสมผสานด้วยการเดินทางแบบหลากหลาย เริ่มจากไอเดียบรรเจิดคือขาไปเดินทางด้วยรถไฟ เป็นการย้อนรำลึกถึงอดีตการเดินทางที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย (รวมถึงตัวตู้อันโบราณใช้งานยาวนานหลายสิบปี) เมื่อถึงที่นครฯก็เช่ารถขับ และขากลับกลับเครื่องบิน คอนเซ็ปต์เป็นแบบนี้ครับ เรียกว่าไปคราวนี้เราได้เที่ยวกันอย่างจุใจ มีทั้งโปรแกรมธรรมชาติ ทะเล น้ำตก โปรแกรมท่องเมือง ไหว้พระ และสุดท้ายหาแหล่งของกินอร่อยสุดยอดของนครศรีธรรมราช

ผมจองตั๋วรถไฟจากนครปฐม-นครศรีธรรมราช เที่ยวขาไปนั้นมีรถไปถึงนครฯเพียงสองเที่ยวคือ รถด่วน (85) กับ รถเร็ว (173) รถสองขบวนนี้แตกต่างกันอย่างไรครับ รถเร็ว ขบวนรถ173 นั้นขึ้นรถเร็วกว่า (ฮา) คือขึ้นจากหัวลำโพง 17.35 . ถึงนครฯ 9.35 . ราคาตู้นอนชั้นสองติดแอร์ถูกกว่ารถด่วนร้อยกว่าบาท ตรวจสอบราคาที่นี่

ส่วนรถด่วนขบวน 85 ขึ้นรถที่หัวลำโพงประมาณ 19.30 . ถึงนครศรีธรรมราช 10.30 . ตรวจสอบราคาได้ที่นี่

ในวันเดินทางผมไปถึงสถานีนครปฐมก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง ตามธรรมเนียมที่ดีของนักเดินทางคือไปรอรถก่อนเวลาดีกว่าตกรถ คณะของเราจองตั๋วรถด่วน รถด่วนจะมาถึงนครปฐมเวลาประมาณสองทุ่มครึ่ง ระหว่างที่เราขนกระเป๋าไปนั่งริมชานชลาซึ่งส่งกลิ่นใช้ได้เลยนั้น เราพบว่ามีผู้โดยสารอยู่พอสมควร เรารอรถเที่ยวขาไปที่วิ่งลงใต้ขบวนแล้วขบวนเล่าจนกระทั่งใกล้เวลาสองทุ่ม ทางสถานีก็ประกาศว่ารถด่วน ขบวน 85 ของเราดีเลย์ สามทุ่มสี่สิบห้ารถจึงจะมา บรรลัยแล้วสิครับ นั่งรอมาชั่วโมง ยังต้องนั่งรอต่ออีกชั่วโมง เวลานั้นก็ดึกแล้ว ร้านรวงในนครปฐมก็ทยอยกันปิด เราแก้เบื่อโดยออกเดินเล่นรอบสถานี ขณะนั่งเล่นเราก็เห็นกลุ่มฝรั่งกลุ่มใหญ่ลงรถทัวร์สีฟ้า แล้วมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ ผมมองก็รู้ว่าฝรั่งคงมาจากอีกจังหวัดหนึ่งใกล้ ๆ เป็นฝรุ่งแบกเป้ เดาว่าคงลงไปที่สุราษฎร์ธานี สุดการเดินทางที่เกาะสมุยนั่นแหละครับ คือเวลาที่เรานั่งรอนั้นเป็นเวลาที่รถไฟสายนครฯล่วงเลยไปแล้ว คือถ้าฝรั่งจะไปสุราษฏร์ฯจริง ต้องตกรถไฟครับ แล้วขบวนรถนครฯ และขาล่องลงใต้นั้นเป็นรถเที่ยวสุดท้ายแล้ว ไม่มีรถไปทางใต้เหลืออยู่อีก ผมงงว่า “ทำไมฝรั่งแบเป้ถึงรู้ว่ารถไฟจะดีเลย์ มันมากันตอนสามทุ่มกว่า”

จนกระทั่งสามทุ่มยันจะสี่ทุ่มสถานีเริ่มทยอยปิดไฟ ร้านค้าปิดร้าน ห้องน้ำก็ปิด รถไฟจึงมาถึงสถานี ฝรั่งกลุ่มนั้นขึ้นรถไปพร้อมกับเรา พอขึ้นรถไปแล้วเราจึงถามนายตรวจว่าทำไมรถไฟถึงล่าช้านานนัก เราได้คำตอบที่อึ้งกิมกี่คือ

รถด่วน 85 นั้นดีเลย์เพราะว่าหัวลากที่เอามาจากสามเสนเมื่อมาถึงหัวลำโพง นายช่างตรวจแล้วไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จึงไม่สามารถนำออกมาวิ่งได้ ทางพนักงานที่รับผิดชอบ จึงต้องวิ่งควานหาหัวจักรดีเซลที่สามารถใช้งานได้ ผ่านมาตรฐานคันใหม่ออกมาทำให้เสียเวลา” คำตอบนั้นมาถึงบ้างอ้อ ตรงที่ว่าทำไมฝรั่งมันรู้เวลาขึ้น เพราะรถขบวนนี้เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ไม่ใช่ดีเลย์แบบอุบัติเหตุ เอวังไหมครับท่านผู้อ่าน เอวังด้วยประการทั้งปวง มันเล่นกันอย่างนี้ทั้งองค์กรหรือไงผมไม่ทราบ แต่คนรับกรรมคือคนใช้บริการ คนนั่งรถไฟสายใต้ประจำจะรู้ว่ารถไฟไปนครฯนั้นกินเวลานานหลายชั่วโมง ปกติต้องถึงสุราษฏร์หกโมงเช้า และถึงนครฯตอนสิบโมงครึ่ง ความจำเริญเช่นนี้จึงเกิดก่อที่ประเทศไทยของเรา มีแต่พวกไม่เอาไหนบริหารองค์กรที่มีความสำคัญต่อระบบการขนส่งของไทยแบบนี้ ไม่ต้องนึกเลยว่ารถไฟไทยจะก้าวทันเวียตนามได้อย่างไร ผมขอบอกว่าถ้าใครไปเวียตนามลองนั่งรถไฟของเขาดูเถิดครับ ดีกว่ารถไฟไทยจนทิ้งขาด

พอเราขึ้นรถได้แล้ว เตียงนอนได้ถูกกางออกเรียบร้อย หลายชีวิตเริ่มซุกตัวเข้าไปในเตียงนอนส่วนตัว ผมและคณะจัดแจงตัวเอง-เปลี่ยนกางเกงกับเสื้อให้สบายขึ้น นั่งคุยกันสักพักก็แยกย้ายไปนอนกัน ผมแนะนำว่าเวลาจองตั๋วรถตู้นอนขอให้จองเตียงล่างเอาไว้เป็นดี เพราะเตียงล่างใหญ่กว่าเตียงบน เตียงบนมันค่อนข้างแกว่ง เวลารถวิ่งมันโยกโยนเราจนแทบจะทำให้นอนไม่ได้ เวลาเข้าห้องน้ำก็ลำบากเพราะต้องปีนบันไดลงมา-ปีนขึ้นไป ครั้นนอนไม่หลับจะนั่งอ่านหนังสือก็ทำไม่ได้เพราะเพดานก็ติดหัวแล้ว ถ้าจองเตียงล่างได้หมดจองไปเลยครับนอนสบายกว่ากันเยอะ ที่สำคัญหายาแก้หวัดที่กินแล้วง่วงมากินสักหน่อยจะทำให้นอนสบายขึ้น

ผมตาค้างตลอดคืนจนกระทั่งเช้า กว่าจะถึงสุราษฏร์ก็ล่วงเลยแปดโมงเช้าไปแล้ว แดดตอนสายเริ่มร้อน ผมลงไปซื้อกาแฟปาท่องโก๋มาประทังความหิว รถจากสุราษฏร์ไปนครฯ จะต้องวิ่งอีกนานครับ เด็กรถบอกว่าเที่ยงครึ่งถึงจะถึงจุดหมาย โอว์ นั่งรอ นอนรอไปเลยอย่าให้เขาเก็บเตียงเด็ดขาด ยังไงเสียนั่ง ๆ นอน ๆ ยังดีกว่านั่งหลังขดหลังแข็งอย่างเดียว ไม่ต้องกลัวว่าคนจะไม่มีที่นั่งเพราะฝรั่งจะลงรถไฟที่สุราษฏร์จนหมด ถึงตอนนี้รถจะโล่งไปพอสมควร ถ้าหิวข้าวก็ซื้อพวกไก่ทอดข้าวเหนียวที่เดินขายตามตู้มากินได้ครับ แก้เซ็งได้โข

รถไฟมาถึงนครฯจนได้ เที่ยงกว่า สายจากเวลาในตารางสองชั่วโมงกว่า ถ้ามีนัด มีประชุม ต้องถือว่าพลาดโอกาสทางธุรกิจ และคงหาใครรับผิชอบไม่ได้ นอกจากตีอกชกตัวเองว่าดันทะลึ่งเดินทางด้วยรถไฟเองสาสม 555

มาถึงนครฯเราก็โทร.เรียกรถเช่า ซึ่งติดต่อ-สอบถามข้อมูลมาตั้งแต่กรุงเทพฯ ถ้าเรามาเครื่องบิน ทางรถเช่าก็จะนำรถไปให้ถึงสนามบิน แต่ถ้ามารถไฟเขาก็จะนำรถไปให้ที่โรงแรม

โรงแรมที่ผมเลือกคราวนี้เป็นโรงแรมกลางเมืองนครฯชื่อว่า โรงแรมนครการ์เด้น ซึ่งร่มรื่นด้วยสวนป่าแม้จะอยู่ในเมือง ตอนมานครฯครั้งที่แล้วผมเดินผ่านที่นี่แล้วนึกในใจว่าน่านอนชะมัด มาคราวนี้จึงถือโอกาสจองห้องพักที่นี่ โรงแรมนครการ์เด้นอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟ เราจึงแบกกระเป๋าเดินเท้ามายังโรงแรม ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับตลาดเทศบาล กับห้างคาร์ฟู โรงแรมค่อนข้างสงบเงียบ บรรยากาศดีเหมาะแก่การพักผ่อน เคาน์เตอร์และห้องโถงแม้ไม่ติดแอร์แต่ก็กว้างขวางปลอดโปร่ง ส่วนห้องพักมีจำนวนห้าสิบห้อง ราคาคืนละ 450 บาท มี Wi-Fi ให้ใช้ฟรี ห้องพักแม้จะไม่ใหม่ แต่ก็อยู่ในสภาพที่ดีสมราคา ซึ่งผมคิดว่ายอมรับได้ครับ ขอให้แอร์เย็น ห้องน้ำสะอาด ผมคิดว่าน่าจะเพียงพอต่อนักเดินทางท่องเที่ยว เพราะอย่างไรเราก็ทำกิจกรรมนอกโรงแรมอยู่แล้ว ไม่ได้มานอนเล่น ส่วนตอนเช้า ๆ ใครอยากจะตื่นมาเดินเล่นในสวนผมก็คิดว่าดีไม่น้อยเพราะอากาศสดชื่น พอเช็คอินเรียบร้อย รถเช่ามาส่ง (ในส่วนของรถเช่าขอให้เตรียมเอกสารมาจากกรุงเทพฯคือ สำเนาใบขับขี่ สำเนาทะเบียนบ้าน แค่นี้เป็นอันเสร็จสิ้น เขาจะกรอกเอกสารการเช่า จ่ายเงินรับกุญแจ ขับเที่ยวได้เลย)

ร้านขนมจีนเมืองคอน

เรานำกระเป๋าไปเก็บในห้องจากนั้นก็ชำระล้างร่างกาย อาบน้ำแปรงฟัน นอนพักสักครู่ก็ออกไปหาอาหารมือเที่ยงทานกัน สำหรับอาหรมือแรกที่เราไปกินกันนั้น ต้องถือว่าเป็ยการเปิดมื้ออาหารพื้นถิ่นแบบชาวนครฯ ด้วยร้านดังที่ใครไปใครมาก็ต้องไปชิมกันอย่างอิ่มหมีพีมัน นั่นก็คือร้านขนมจีนเมืองคอน ถนนพานยม ซึ่งถ้าไปตามเส้นทางหลักถนนราชดำเนินเลยศาลากลางจังหวัดไปหน่อย ร้านอยู่เยื้องกับวัดมหาพระธาตุหาไม่ยากครับ ร้านนี้เป็นที่นิยมทั้งชาวนครฯและนักท่องเที่ยว อาหารของที่นี่มีหลากหลายครับรสชาติแกงเป็นแบบปักษ์ใต้โดยแท้ซึ่งมีรสเผ็ดจัดจ้าน ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นและรสสมุนไพรหอมหวนในตัวแกง ส่วนอาหารที่ผู้มาเยือนทุกคนต้องทานก็คือชุดขนมจีน ซึ่งสามารถเลือกน้ำยาได้หลากหลายในชุดเดียว

ผักแนมสิ่งที่ขาดไม่ได้ในอาหารใต้

ในวันนั้นเราสั่งขนมจีนหนึ่งชุดประกอบด้วยน้ำยากะทิ น้ำพริก และน้ำแกงไตปลา ส่วนแกงก็มีแกงเนื้อ แกงส้มเนื้อปลา ไข่พะโล้ ขนมจีนของที่นี่ก็อร่อยครับเส้นบางเบาเข้ากันกับน้ำยา ทานคู่กับผักแนมแล้วอร่อยมาก ส่วนน้ำพริกที่มีรสชาติหวานไม่เผ็ดที่เด็ดคือเขาใส่ผลไม้ที่มีหน้าตาและรสคล้ายระกำลงไปด้วยผมจำไม่ได้ว่าเขาเรียกว่าลูกอะไร ข้อควรระวังก็คือเวลากินครั้งแรกเหมือนจะไม่ค่อยเผ็ด แต่พอกินคำที่สามคำที่สี่ความเผ็ดจะเริ่มแผ่ซ่านทั่วปาก-ลิ้น ริมฝีปาก นอกจากแกงแล้วทางร้านยังมีอาหารอื่น ๆ เช่นหมูสเต๊ะ และของหวานด้วยครับ แต่เรากินกันไม่ไหวแล้วละครับ อาหารรสจัดเลยกินข้าวไปเต็มแม็กซ์ เล่นซะอิ่มแบบขยับไม่ได้

น้ำยาหลากหลายเท่าที่คุณพอใจ

กินอิ่มก็ต้องเดินกันต่อ เราขับรถออกจากร้านขนมจีนเมืองคอนข้ามฟังไปยังวัดมหาพระธาตุ หรือชื่อจริง ๆ เต็ม ๆ ก็คือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดมหาพระธาตุสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พศ. 854 ในสมัยพระเจ้าทนทกุมาร พระนางเหมชาลา และนักบวชชาวศรีลังกา ต่อมาก็มีพระองค์เเจ้าต่าง ๆ บูรณะวัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองนครฯมาตั้งแต่อดีตกาล การไปนมัสการพระธาตุถือว่าเป็นการจาริกแสวงบุญ พวกเราไหว้เสร็จก็กลับโรงแรมกันครับ เพราะอาการเหนื่อยอ่อนจากการนั่งรถไฟเริ่มทิ่มแทงเราแล้ว

กรุณาอ่านต่อตอนต่อไป

ถนนเมื�งนคร

รถไฟออกจากกรุงเทพฯตอนทุ่มครึ่ง ความมืดโรยตัวปกคลุม ผู้คนทยอยขึ้นมาตามสถานีต่าง ๆ ผมรู้ว่ากว่าจะหลุดจากกรุงเทพฯได้ยังต้องหยุดอีกหลายสถานี รถไฟสายนครเป็นสายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยอะมากที่สุดขบวนหนึ่ง ส่วนใหญ่จะลงชุมพร สุราษฎร์ธานี เพื่อมุ่งต่อไปยังเกาะเต่า เกาะสมุย ต่อไป ระหว่างที่รถไฟเชื่องช้าอืดอาด ผมนั่งอ่านหนังสือ วันนี้ไม่อยากดื่มเบียร์เพราะท้องไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ สามทุ่มกว่าพนักงานก็เริ่มจะกางเตียงนอนให้กับผู้โดยสาร ผมเองก็เริ่มจะเพลียและง่วงแล้ว

ยังต้องเดินทางอีกยาวไกล การพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อกางที่นอนเสร็จเรียบร้อย ผมก็เข้านอนเตียงล่าง เตียงบนจะแคบและเตี้ยกว่า ไม่ค่อยสะดวกเวลาจะเข้าห้องน้ำห้องท่า และชั้นบนก็เหวี่ยงกว่ามาก ผมนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทาง จนกระทั่งหกโมงเช้า ผู้คนทยอยลงตั้งแต่ชุมพร…กลางค่อนคืน และรถมาเช้าที่สุราษฎร์ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดกว่าจะถึงจุดหมาย

สามโมงกว่าแล้วรถเพิ่งถึงทุ่งสง ผมเริ่มหิวข้าว เด็กเดินอาหารไม่เดินมารับออเดอร์แล้ว สงสัยรถใกล้หมดระยะ ผมจึงต้องซื้อไก่ทอดข้าวเหนียวมากินแทน ก็ได้บรรยากาศและความอร่อยไปอีกแบบ

สิบเอ็ดโมงรถไฟก็ถึงนครศรีธรรมราช สรุปแล้วรถไฟช้าไปเกือบชั่วโมง ถึงสถานีผมเดินแบกเป้ไปหารถมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างไปส่งที่โรงแรมทักษิณ รถรับจ้างอยากจะได้คนที่เดินไปไกล ๆ ส่วนโรงแรมย่านใกล้สถานีถูกปฏิเสธที่จะไปส่ง แปลกดีเหมือนกัน แต่ก็มีคนไปส่งจนได้ แต่แกขับอ้อมเพื่อจะขอเงินเพิ่มอีกห้าบาท


สีสันบ้านเรือน

ถึงโรงแรมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมก็มุ่งตรงไปที่วัดพระมหาธาตุในทันที

ไหว้พระเสร็จก็เลยเที่ยงแล้ว หิวข้าว ผมเคยมากินขนมจีนร้านหนึ่ง จำได้คร่าว ๆ ว่าร้านอยู่ในซอยใกล้วัดพระธาตุ จึงเดินตามหา
เดินไม่นานก็ถึง “ร้านขนมจีนเมืองคอน” ไม่มีสาขา ตั้งอยู่บนถนนพานยม ห่างจากวัดประมาณร้อยเมตรเท่านั้น ร้านนี้คนนิยมมากินทั้งคนท้องถิ่นและคนที่มาจากต่างจังหวัดอย่างผม ตอนมากินครั้งแรก อาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พามากิน ทำให้ผมติดใจรสชาติ

ปกติถ้าสั่งขนมจีนเขาจะมาทั้งชุด น้ำยาจะมาสามแบบ แบบน้ำยากระทิ น้ำยาป่า และน้ำยาแบบคนนคร มาพร้อมขนมจีนตามจำนวนคนกินและผักแนมจานใหญ่ยักษ์

นอกจากน้ำยาแล้ว ทางร้านยังมีกับข้าว แกงใต้ บริการอีกหลายสิบอย่าง แต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้น วันนั้นผมสั่งแกงเนื้อ มัสมันไก่ มากินครับ รสชาติอร่อยแท้ กินเคียงกับผักอร่อยมาก ใครไปนคร ร้านนี้พลาดไม่ได้จริง ๆ

แกงเนื้�
แกงเนื้อชามใหญ่ รสจัด สั่งจานเดียวกินข้าวได้เยอะมาก ควรไปกินกันหลาย ๆ คนจะได้สั่งได้หลายอย่างมาลองกิน

มัสมันได่
มัสมันไก่ รสจัดออกหวาน กินแก้กับแกงเนื้อดีนัก

ผักแนวชุดใหญ่
ผักแนมชุดใหญ่ กินน้อยกินมากก็มาชุดใหญ่แบบนี้

เมื�งนคร

กินข้าวกลางวันอิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินท่องเที่ยวทั่วเมือง ออกจากร้านก็เจออาคารสีสีนแสบตา เดินจากถนนพานยมย้อนขึ้นไปศาลากลางจังหวัด ถนนที่นี่จะตัดเป็นเส้นตรง ทำให้หลงยาก แต่ถ้าจุดหมายอยู่ต้นถนนก็เินกันอ้วกเหมือนกัน แต่ถ้าจะนั่งรถสองแถวก็มีให้เลือกหลายสาย ทุกคันเขียนจุดหมาย ราคาค่าโดยสาร 10 บาทตลอดเส้นทาง แถมมีคาราโอเกะให้ร้องเกือบทุกคัน

กำแพงเมื�ง

เดินจนขาลากมาถึงกำแพงเมืองเก่าซึ่งบูรณะให้เป็นสวนสาะารณะร่มรื่น น่ามานั่งเล่น ผมหยุดพักเหนื่อยที่นี่ถ่ายภาพแล้วก็เดินต่อ เดินได้สักพักก็เรียกรถมอร์เตอร์ไซค์กลับไปส่งที่โรงแรม

ตอนเย็นผมออกเดินอีกครั้งครับ คราวนี้เดินไปยังถนนราชดำเนิน บริเวณโรงแรมไทย ย่านนี้เหมือนประตูน้ำกรุงเทพฯไม่ผิดเพี้ยนเพราะขายเสื้อผ้า แฟชั่น ปลีกส่ง น่าจะเป็นจุดศูนย์กลางเสื้อผ้าของทางภาคใต้ แม้จะมีร้านค้าปลีกอย่างคาฟูร์ โลตัส แต่ร้านค้าชาวบ้านก็ยังได้รับความนิยม ผมคิดว่าการต่อสู้กับร้านค้าปลีกนั้น เราทำได้ แต่ด้วยวิธีปรับปรุงโครงสร้างร้านให้ดีขึ้น เพราะร้านชำนั้นเป็นมิตรกว่า อยู่ในชุมชน และเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย แม้จะมีห้างใหญ่ แต่เมื่อขาดของสองสามอย่างคงไม่มีใครบ้าขับรถไปโลตัสแน่

นอกจากเดินสำรวจบ้านเรือนแล้ว ผมยังสำรวจร้านอาหารสำหรับมื้อเย็นในย่านโรงแรมทักษิณ ยอมรับว่าหายากครับ แต่ในที่สุดก็ไปเจออยู่สามร้าน ร้านแรกคือ ดีแอนด์ดี เรสเตอร์รอง บรรยากาศแบบภัตตาคารคล้าย ๆ เอสแอนด์พี่ ขายอาหารไทย ฝรั่ง จีน และอาหารเช้า ร้านนี้เปิดตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจนถึงเที่ยงคืน

ร้านที่สองเป็นภัตตาคารอยู่ในโรงแรมนครการ์เด้นต์ ขายอาหารไทย จีน ฝรั่ง

แต่สองร้านนี้ไม่อยู่ในคอนเซ็ปต์ของผมคือร้านอาหารเล็ก ๆ แต่ในย่านถนนนั้นก็เจอร้านครัวทะเล เป็นร้านขนาดสองห้องแถว ดูหน้าร้านแล้วไม่เลวครับ เมื่อเข้าไปนั่งก็รู้ว่ามีคนมานั่งกินกันเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะคนท้องถิ่น ทั้งมานั่งกินและซื้อกลับ ดูจากเมนูมีอาหารให้เลือกมากมาย

กุ้งแช่น้ำปลา
เมื่อเข้าไปนั่งผมก็สั่งกุ้งแช่น้ำปลา อยากกินครับแม้ท้องไส้ยังไม่ดี สองจิตสองใจว่าจะสั่งหอยนางรมย์มากินดีไหม แต่เอานี่แหละ ยกจานมาแล้วน่ากินใช้ได้ รสไม่จัดมาก กุ้งสดใช้ได้

ท�ดมันปลา�ินทรีย์
จานที่สองคือทอดมันปลาอินทรีย์ รสออกหวานไปหน่อย แต่เข้าใจว่าคนใต้ชอบกินอาหารออกทางรสหวานอยู่แล้วก็เข้าใจได้ ถ้าท่านไม่ชอบหวานจานนี้ผ่านได้เลย

กุ้งผัดสะต�กระปิ
และจานสุดท้ายกุ้งผัดสะตอกระปิ รสชาติเยี่ยมครับ กินกับข้าวสวยรับรองว่าอิ่มหนำ แนะนำให้กินตั้งแต่ร้อน ๆ อย่าปล่อยให้เย็น ร้านนี้คุรภาพและราคาอยู่ในมาตรฐานครับ บรรยากาศร้านก็ไม่เลวร้าย เจ้าของร้านคงชอบสะสมของเก่าจึงประดับร้านด้วยของเก่าที่สะสมเช่นป้ายโค้ก พิมพ์ดีดเก่า ร้านอยู่เยื้อง ๆ กับโรงแรมนครการ์เด้น และตลาดสดเทศบาล

(ยังมีต่อ…โปรดรออ่าน)

เจดีย์วัดพระมหาธาติ

ผมมีธุระต้องเดินทางไปนครศรีธรรมราช เป็นภารกิจแห่งจิตวิญญาณ การไปสัการะพระธาตุทำให้จิตใจของผมสงบ มีสมาธิ ผมเดินทางไปครั้งนี้ด้วยรถไฟตู้นอนชั้นสอง นาน ๆ ได้นั่งรถไฟก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง สนุก โดดเดี่ยว น่าเบื่อ แต่ฉ่ำใจกว่านั่งเครื่องบิน ค่อย ๆ เกาะกินบรรยากาศ เรื่อยไหลไปกับเวลา ไม่เร่งร้อน ไม่รีบเร่ง ให้ความสำคัญกับเวลาได้มากกว่า

เจดีย์ยังคงสวยสง่าเด่นตระหง่าน ผมไปทีไรก็ต่างบรรยากาศต่างอารมณ์ ถึงวัดก็เข้าไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามลำดับก่อนหลัง แต่น่าเสียดายที่บันไทางขึ้นกำลังซ่อมแซมปรับปรุงอยู่ จึงขึ้นไปด้านบนไม่ได้

จิตรกรรมร�บ�ุโบสถ

จิตรกรรมรอบอุโบสถ เดินดูสวย ๆ เพลิน ๆ งดงาม

พระพุทธรูปร�บ�ุโบสถ

พระพุทธรูปรอบฐานเจดีย์