ผมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 9 เมษายน 2555 ว่าด้วยเรื่องราวของอีบุ๊ค ซึ่งถือเป็นฟอร์แมตใหม่สำหรับการอ่านหนังสือในยุคต่อไป หลายฝ่ายกังวลว่ามันจะทำลายระบบของหนังสือ แต่เรื่องเหล่านี้เป็นวิถีชีวิตที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แม้การสัมภาษณ์ยังไม่ได้รายละเอียดมากนักแต่ผู้อ่านคงได้พอเห็นแนวทางของมันได้บ้าง
…………………………………………………………………………
ปัจจุบันการหาหนังสือเล่มโปรดไม่ต้องไปที่แผงแล้ว
แค่สัมผัสเบาๆ บนโทรศัพท์มือถือ เข้าเว็บไซต์อีบุ๊คส์ก็ค้นได้ตามใจจง
ตลาดอีบุ๊คส์ หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของไทย เปิดตัวรับเครื่องมือสื่อสารยุคใหม่ไปหลายราย แต่ละรายมีเอกลักษณ์ต่างกันไป ราคาให้โหลดบางเล่มแม้จะดูแพง แต่เมื่อเทียบกับหนังสือที่พิมพ์ลงบนกระดาษ พบว่าถูกกว่ามาก บางเล่มถูกกว่าหลายเท่าตัว
อย่างศูนย์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไทย หรือ Thai e Bookเมื่อเปิดเว็บออกมา ปรากฏหมวดหมู่หนังสือให้เลือกด้านซ้ายมือเรียง ตามอักษรคือ กฎหมาย กวีนิพนธ์ การขนส่ง การบริหาร เรื่อยไปถึงการท่องเที่ยว นวนิยาย พจนานุกรม
สนใจหมวดไหนคลิกเข้าไป มีหนังสือให้เลือกโหลด ข้อมูลรหัสหนังสือ ชื่อหนังสือ คนเขียน และราคาบอกไว้เรียบร้อย อย่างหมวดท่องเที่ยว หนังสือชื่ออุทยานแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาเล่มละ 50 บาท เป็นต้น
เว็บนี้อาจเพราะเริ่มทำ หนังสือส่วนใหญ่จึงให้โหลดฟรี
นิวัต
เปิดประตูเข้าสำนักพิมพ์ที่ผลิตหนังสืออีบุ๊คส์กันบ้าง นักเขียนเจ้าของผลงานเรื่องสั้น นวนิยายหลายเล่ม นิวัต พุทธประสาท บอกสาเหตุที่หันมาทำอีบุ๊คส์ว่า สื่อยุคใหญ่เติบโตมาก เครื่องมือสื่อสารอย่างแท็บเล็ต ไอพอด ไอโฟน มากมาย ทำให้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ได้ง่ายขึ้น จึงทำอีบุ๊คส์สนองความต้องการ
“มันหาอ่านง่าย ชอบเล่มไหนก็โหลดอ่านได้เลย” นิวัตบอก พลางอธิบายผลดีของอีบุ๊คส์ว่า ต้นทุนต่ำกว่าหนังสือกระดาษมาก หาอ่านได้ง่าย อ่านที่ไหนก็ได้ถ้ามีเครื่องมือเข้าถึง และที่สำคัญราคาต่ำมาก เมื่อเทียบกับหนังสือกระดาษ
“ผมทำหนังสือของตัวเองก่อน ทำจากต้นฉบับที่มีอยู่แล้ว อย่างหนังสือความโดดเดี่ยวทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ของผมราคา 295 บาท แต่อีบุ๊คส์ขายแค่ 5.99 เหรียญ ราคาลดลงมาประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ นอกจากราคาจะลดลงมาแล้ว โอกาสที่นักเขียนจะขายหนังสือก็ดีกว่าหนังสือที่พิมพ์บนกระดาษ” นิวัตบอก
แต่ไม่ได้หมายความว่า ผลิตออกมาแล้วก็โยนเข้าเว็บไว้เฉยๆ
การตลาดต้องแข็งกว่าหนังสือกระดาษ “ถ้าเราอยู่เฉยๆ คนไม่รู้จัก ต้องทำการตลาดมากกว่าหนังสือกระดาษ ต้องออกสื่อสิ่งพิมพ์ รายการทีวีต่างๆ ถ้าไม่ทำคนก็ไม่รู้ จริงอยู่ว่าตลาดอีบุ๊คส์ตัดขั้นตอนร้านหนังสือกับสายส่งไป ผมอยากจะบอกทั้งสายส่งและร้านให้ปรับตัว ให้มีการแข่งขันกันสูงๆ”
ส่วนค่าลิขสิทธิ์นักเขียน หนังสือพิมพ์เล่มนักเขียนได้ 10 เปอร์เซ็นต์ราคาปก คูณด้วยยอดพิมพ์ แล้วหนังสืออีบุ๊คส์เป็นอย่างไร นิวัตบอกว่าเนื่องจากยังเป็นของใหม่ ยังไม่มีมาตรฐานแน่นอน
“ผมจ่ายให้นักเขียน 10 เปอร์เซ็นต์ จากยอดขาย เรื่องนี้เรายังมีการเปลี่ยนแปลงอีกมาก เวลานี้เป็นเพียงระยะเริ่มต้น แท้จริงเราต้องคุยกันระหว่างนักเขียนกับสำนักพิมพ์ว่าจะพบกันตรงจุดไหน ผมอยากให้มีความเป็นธรรมมากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้”
อีบุ๊คส์เปิดโอกาสนักเขียนอย่างไร คำตอบคือ นักเขียนสามารถพิมพ์ต้นฉบับเอง จัดหน้าเอง แล้วไปฝากขายที่เอเย่นต์ซึ่งก็คือเว็บไซต์ต่างๆ ปัจจุบันเจ้าใหญ่หลายเจ้า จากนั้นวางแผน การตลาด สำคัญที่สุดคือการประชาสัมพันธ์ หนังสือขายได้เท่าใดใน 1 รอบตรวจสอบยอด เอเย่นต์จะเป็นผู้คิดเงินมาให้นักเขียนเอง
ขั้นตอนเหล่านี้ตรวจสอบได้ โปร่งใส
นักเขียนที่มีผลงานส่งเข้าสำนักพิมพ์อย่างเช่น พรชัย แสนยะมูล บอกว่าผลงานของตนเอง มีสำนักพิมพ์ติดต่อไปทำอีบุ๊คส์ 5 เจ้าแล้ว แต่ตกลงใจให้ไปเพียงเจ้าเดียว สำนักนี้เกิดขึ้นจากการร่วมทุนกันระหว่างสำนักพิมพ์ใหญ่กับหุ้นจำนวนหนึ่ง
การส่งผลงานเข้าสำนักพิมพ์เพื่อผลิตเป็นอีบุ๊คส์ พรชัยบอกว่าไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแต่พิมพ์เป็นไฟล์ “PDF” ส่งผลงานนี้ คล้ายส่งเข้าหน้าร้านขายหนังสือ จะส่งไปสำนักอื่นอีกก็ได้ ไม่เหมือนหนังสือกระดาษที่ต้องส่งได้แค่สำนักพิมพ์เดียว
ข้อดีของอีบุ๊คส์ พรชัยบอกว่า “เป็นไปตามกระแสโลก เพื่อสนองคนรุ่นใหม่และเทคโนโลยีใหม่ ในเมืองนอกหลายที่แล้วธุรกิจสิ่งพิมพ์เจ๊งไปเพราะการรุกของอีบุ๊คส์ ผมว่าเราไม่อาจทานท่านกระแสโลกได้ นักเขียนต้องปรับตัว เด็กรุ่นใหม่อ่านในเครื่องมือสื่อสารชนิดใหม่แล้ว เมื่อก่อนอาจจะอ่านได้ไม่กี่เล่ม แต่ถ้าอ่านในอีบุ๊คส์เนื่องจากราคาถูกกว่า เด็กอาจจะอ่านหนังสือได้มากขึ้น ขณะที่หนังสือกระดาษพิมพ์ 3,000 เล่ม อ่านกัน 3,000 คน แต่อีบุ๊คส์อาจจะเป็นล้านก็ได้”
“การขายหนังสือ ซื้ออย่างไรก็ไม่หมด เท่ากับเป็นการขายปัญญาให้คนอ่าน แถมอีบุ๊คส์ยังมีมากกว่าตัวอักษร อาจมีเสียงเพลงประกอบ หรือมีเสียงนักเขียนอยู่ด้วยก็ได้”
ส่วนข้อเสีย เด็กสายตาจะเสียมากขึ้น เพราะการสัมผัสบนจอกับกระดาษมีความนุ่มนวลต่างกัน แถมเครื่องสื่อสารยังมีความร้อน ทำให้อ่านได้ไม่สะดวกเหมือนอ่านบนกระดาษ
เมื่อถามว่า อีบุ๊คส์จะทำให้ตลาดหนังสือเล่มซบเซาลงไปหรือไม่ นักเขียนบอกว่า “ผมว่าน่าจะช่วยกันส่งเสริมซึ่งกันและกันมากกว่า เพราะคนเห็นในอีบุ๊คส์แล้วก็อยากอ่านตัวจริง ก็จะซื้อมาเก็บไว้ จริงอยู่ว่ายอดพิมพ์อาจะลดลงแต่ไม่ถึงกับลงไปมาก”
ปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ “ราคาหนังสือจะแพงขึ้น”
เจน
แล้วอีบุ๊คส์เปิดโอกาสให้นักเขียนอย่างไรบ้าง เจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย บอกว่า ช่วงนี้อีบุ๊คส์อยู่ในระหว่างการเริ่มต้น หนังสือเล่มหนึ่งมีส่วนแบ่งหลักๆ คือ ผู้จัดจำหน่าย สำนักพิมพ์ และค่าลิขสิทธิ์นักเขียน
ภาพรวมแล้ว “นักเขียนไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์มากกว่าเดิมนัก แต่มีช่องทางมากขึ้น”
ส่วนหนทางที่นักเขียนจะทำเอง ขายเอง นายกสมาคมนักเขียนบอกว่า คนทำเองก็จะได้ส่วนที่เป็นของนักเขียนและของสำนักพิมพ์เข้ามา แต่ก็ต้องมีรายจ่ายให้ฝ่ายจัดจำหน่ายซึ่งก็คือเว็บไซต์ต่างๆ เป็นค่าบริหารจัดการ
“การคิดค่าเรื่องให้นักเขียน บ้านเราคิดเหมือนทำการเกษตร เมื่อราคาต้นทุนลดลง ราคาสินค้าลดลง แต่ค่านักเขียนไม่ได้เพิ่ม”
พลางฝากว่า “ข้อดีของอีบุ๊คส์คือ ทำให้คนอ่านเข้าถึงได้ง่าย แต่การอ่านนั้น เราต้องมีวัฒนธรรมการอ่าน ต้องสร้างบรรยากาศการอ่าน และมีรสนิยมในการอ่านด้วย”
ทั้งนี้ เพื่อคุณภาพของคนในสังคม อันเป็นทรัพยากรของประเทศ แน่นอน…เป็นประเทศที่นักเขียนถูกมองข้ามอยู่ร่ำไป.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
- 9 เมษายน 2555, 05:00 น.

























