Info

Posts tagged บันทึกการใช้ชีวิตโดดเดี่ยวยามน้ำท่วม

15 พฤศจิกายน 2554

หมูกับน้องน้ำมาเยี่ยมเมื่อวันที่ 15 ตอนบ่าย-เย็น น้องน้ำทำผัดกระเพราราดข้าวมาฝากด้วย พร้อมขาหมูกระเทียมโทน สบายไปอีกหนึ่งมื้อ ตอนเช้าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยการทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้านที่เลอะจากฝุ่นเพราะไม่ได้อยู่มาสองอาทิตย์ ถูแล้วดูดีขึ้นมาหน่อยแต่สู้หมูทำไม่ได้ งานบ้านเป็นงานที่ยากกว่าที่คิด ใครคิดว่างานบ้านง่ายลองมาทำดูแล้วจะรู้ว่าทำไมแม่บ้านหายาก แล้วทำไมผู้หญิงอยากทำงานออฟฟิศมากกว่า งานบ้านมันเป็นงานแบบแม่ คนที่อดทน และมีความรักเท่านั้นจึงจะทำได้

ตอนเช้าทำโจ๊กกิน สรุปแล้วกินไข่แทบทุกมื้อ กินข้าวเสร็จจึงเขียนต้นฉบับต่อจนจบ ช่วงบ่ายเป็นช่วงที่ยาวนานมาก ยิ่งต้องรอคนมาเยี่ยมยิ่งรู้สึกนาน

พอหมูกับน้องน้ำมาถึงก็แกะข้าวกินกัน ผมหุงข้าวเอาไว้สามกระป๋อง หุงเผื่อวันรุ่งขึ้นด้วย

ระดับน้ำวันนี้ไม่ขึ้น เมื่อเทียบกับเมื่อวาน แม้จะรู้สึกว่ามันลงไปนิด พยายามไม่เข้าข้างตัวเอง น้ำไม่ขึ้นถือว่าโชคดีแล้ว เพราะถ้าขึ้นมาเรื่อยๆ จุดที่บ้านเราจะรับได้คืออีกประมาณครึ่งฟุต (15 เซ็นติเมตร) ถ้าเลยกว่านี้น้ำเตรียมจ่อเข้าบ้านแน่นอน เราจึงภาวนาให้มันหยุดอยู่ตรงนั้นให้นานที่สุด

แต่พอน้ำไม่ขึ้นสิ่งที่เรากลัวต่อมาคือน้ำมันจะเริ่มเน่า เพราะมันนิ่งเหลือเกิน ที่หมู่บ้านส่วนใหญ่แต่ละบ้านจะทำสวน ปลูกต้นไม้ เมื่อน้ำท่วมสวน จะท่วมดินไปด้วยยิ่งทำให้มันเน่าเร็วขึ้น

วันนี้หมูขับรถไปส่งญาติตามบ้านที่น้ำท่วม แล้วได้เรือทำจากลูกฟูกพลาสติกมาลำหนึ่ง หมูเป็นคนสุพรรณเลยพายเรือเป็น น่าอิจฉาแท้ อย่างเราแค่ลงเรือยังแย่เลย หมูพายไปถึงป้อมยามเพื่อดูว่าร้านป้าเปิดขายหรือเปล่า ปรากฏว่าปิดสนิท เราจึงกลับ ระหว่างทางถ่ายภาพไปด้วย ช่วยแก้ความเครียดไปในตัว (ที่จริงไม่ได้เครียดอะไรมากหรอก (ฮา))

พอมาอยู่เฝ้่าระวังรู้สึกดีขึ้น เพราะเห็นสภาพน้ำของจริง ไม่ต้องคอยจินตนาการหรือถามนิติบุคคลของหมู่บ้าน ซึ่งบางครั้งไม่ทำให้เราสบายใจเลย

หมูกับน้องน้ำกลับไปตอนห้าโมงเย็น กลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง จากนั้นก็อาบน้ำตั้งแต่หัวค่ำ จะได้ไม่ดึกมาก ไม่อยากออกไปปิดปั๊มน้ำตอนดึก กินข้าวผัดกระเพราะเสร็จก็เอาหนังมาดู

ตอนแรกตั้งใจจะดูหนังของทรุฟโฟ แต่ดันลืมว่าวางเอาไว้ไหน สุดท้ายจึงหยิบ Stand by Me มาดูแทน กลับมาดูเรื่องนี้แล้วอยากเขียนนิยาย Comming of Age อีกสักเรื่อง อีกความเห้นคือริวเอร์ ฟีนิกซ์ ฉายแววเล่นหนังเก่งตั้งแต่เด็ก แถมยังหล่อจนน่าอิจฉา

ดูจบก็โหลดเพลงอีกสักพัก เปิดเบียร์กินอีกสองกระเป๋อง ห้าทุ่มก็ง่วงแล้ว ดีที่ไม่มีโทรทัศน์ดู การไม่เสพข่าวหรือสื่อโทรทัศน์เป็นสิ่งที่วิเศษโดยแท้

หมายเหตุ: หมู คือภรรยาของข้าพเจ้า ส่วน น้องน้ำ คือลูกชาย

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554

โดย นิวัต พุทธประสาท

หน้าบ้านถ่ายภาพจากดาดฟ้า

ตอนที่ 1

ดูเหมือนว่าฤดูหนาวมาเยือนอย่างเต็มตัว หนึ่งดอกตีนเป็ดโชยกลิ่นในยามเย็น อีกหนึ่งคือพระอาทิตย์มุดตัวในเงามืดตั้งแต่บ่ายห้าโมงเย็น รอบบ้านเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องสูบน้ำข้างบ้านดังแว่วลอดผ่านประตู ผมสวมบู๊ตยาวออกไปปิดประตัวรั้วหน้าบ้านก่อนที่จะมืด ไม่อยากย่ำน้ำที่ท่วมประมาณหัวเข่าในตอนดึก อาจจะมีมิตรที่ไม่พึงประสงค์เช่นงู ตะขาบ แมงป่องหลงน้ำว่ายมาทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ จากนั้นขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อถ่ายภาพอัสดง นกกินปลาปากยาวบินผ่านไปสามตัว ผมไม่เคยเห็นมันในแถบนี้มาก่อน ปีนี้อาจจะเป็นปีที่พวกนกล่าปลามีความสุขที่สุดก็เป็นได้

หกโมงเก้านาที เขียนต้นฉบับเพลงคลาสสิกได้สักสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คืนนี้คิดว่าจะลากยาวจนจบให้ได้ เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาหน่อยๆ ข้าวหมูแดงมื้อกลางวันหายหมดไปอย่างรวดเร็ว

เน็ตยังใช้ได้แม้น้ำท่วม ความเร็วมากกว่าปกตินิดหน่อยด้วยซ้ำ ตั้งใจจะทำอาหารตอนหนึ่งทุ่ม กลัวว่าถ้ากินเร็วกลางคืนจะหิวอีก ตูเย็นที่พึ่งดึงปลั๊กออกเริ่มกลับมาเย็นแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงกว่ามันจะเย็นในยามที่มีไฟ

ตั้งแต่น้ำท่วม วันนี้ผมตัดสินใจมาอยู่ที่บ้าน เพื่อเฝ้าระวัง เราเริ่มทำบังเกอร์จากปี๊ปกาวใส่น้ำและใช้ผ้าใบหุ้ม ตั้งมันไว้ตรงประตูโรงรถ ถ้าน้ำขึ้นสูง เราจะมีพื้นที่เพื่อดูดน้ำจากจุดนี้ เราทำเช่นนี้ไม่ได้หวังอะไรมาก เพียงหวังว่าจะประทังไม่ให้น้ำเข้าบ้านช้าลง และเรายังภาวนาว่าน้ำจะไม่ขึ้นพรวดพราดหรือสูงแบบก้าวกระโดดเหมือนเมื่อสามสี่วันก่อน

ผมอพยพไปอยู่ที่ออฟฟิศเกือบสามสัปดาห์ แวะมาดูบ้านก็พบว่าน้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงรู้สึกร้อนใจ เห็นภาพบ้านของญาติที่โดนท่วมแล้วรู้สึกว่าหากไม่ทำอะไรลงไปคงมีสภาพเช่นนั้น ผมไม่ได้คิดเอาชนะธรรมชาติ แต่คิดว่าอยากทำบางอย่างเท่าที่ทำได้ คงไม่ได้ทำอย่างดีที่สุด ขอเพียงให้ได้ทำ หากน้ำจะท่วมบ้านจริงคงห้ามมันไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยต่างหากที่ผมจะรู้สึกว่าเราไม่ได้พยายามปกป้องบ้านที่เราอยู่มาหลายปี แม้แม่จะทัดทานไม่ให้กลับมาก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อได้ก็คือ จงเชื่อมั่นแม้ไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จ

วันนี้จึงเป็นวันแรกที่ผมอาสามาอยู่เพียงลำพังที่บ้านหลังนี้ คิดในใจว่าถ้าอีกสักสัปดาห์มันยังทรงตัวเช่นนี้เราอาจจะรอด

หลังจากหมูและบ๊วยซึ่งขับรถโฟร์วีลไดร์ฟกลับไปแล้ว ผมเริ่มเซ็นระบบการทำงานของตัวเองอีกครั้ง ยังมีต้นฉบับค้างคาที่จ้องเขียนอยู่อีกสองชิ้น และของที่เก็บขึ้นชั้นสองบางส่วนทำให้บ้านชั้นแรกโล่งขึ้นเยอะ ผมพบปัญหานิดหย่อยที่ปั๊มน้ำประปาที่เสียมาก่อนหน้านั้นทำให้ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะต้องออกไปปิดเมื่อไม่ได้ใช้นานๆ แล้วห้องน้ำใช้ชั้นบนได้เพียงห้องเดียว เพราะห้องชั้นล่างผนึกกันไม่ให้เปิดใช้งานได้ เพราะเกรงว่าถ้าน้ำขึ้นจนเต็ม สิ่งไม่พึงปรารถนาอาจจะอืดขึ้นมา ปกติเราสามารถออกประตูข้างหลังก็ถึงสวิตซ์ปั๊มน้ำ แต่ประตูทุกบานของเราซีลด้วยเทปกาวและซิลิโคนจึงออกจากบ้านที่ประตูโรงรถได้เพียงทางเดียว จึงทำให้ต้องเข้าออกจากบ้านในยามกลางคืนท่ามกลางน้ำท่วมเช่นนี้นี่เอง

ตอนที่ 2

อาหารมื้อค่ำของผมทำง่ายมากคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสแกงกะหรี่ ใส่หมูสับและไข่ไก่ลงไปเป็นอันเสร็จใช้เวลาทำประมาณสิบนาที ถือเป็นมื้อแรกสำหรับการติดเกาะ

จากนั้นถ่ายภาพระดับน้ำหน้าประตู เผื่อเอาไว้เป็นจุดอ้างอิงในวันต่อไป

กลับมาเขียนต้นฉบับ เขียนได้ฃื่นไหลดี คงเพราะไม่มีสิ่งใดรบกวนเลย นอกจากจิตใจของตัวเอง

ฟังเพลงจากไอแมคได้สักพักรู้สึกไม่สะใจ ตัดสินใจยกลำโพง Elac ลงมาจากชั้นสอง ต่อกับรีซีฟเวอร์ คราวนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ขาดซัพวูเฟอร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่แค่นี้ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว

ถามว่ายกลงมาไม่กลัวน้ำท่วมเฉียบพลันหรือ กลัวเหมือนกัน แต่ถ้าขาดสิ่งบันเทิงที่เราชอบมากๆ บา

ทีการยอมเสียบางอย่างไปบ้างมันก็คุ้มค่า

เขียนต้นฉบับจนห้าทุ่ม เปิดเบียร์สิงห์กิน แม้จะมีเบียร์สิงห์กินจึงได้รู้ว่าทำไมชอบไฮเนเก้นมากกว่า เรื่องรสชาติส่วนบุคคลนี่มันแก้ยากมาก มันคงเป็นพื้นฐานของจิตใจไปเลย ใครบอกว่าเป็นคนไทยทำไมไม่กินเบียร์ไทย ถ้ามันไม่ชอบรสชาติคงฝืนกินไม่ได้ เหมือนกับว่าเราไม่ได้รักคนที่พ่อแม่บังคับให้แต่งงาน พ่อแม่บอกว่าอยู่ๆ กันไปก็ชอบเองนั่นแหละ ซึ่งถ้าถามเราว่ามันจะชอบกันได้หรือ

เข้านอนตอนตีหนึ่ง หลับง่ายโดยพลัน เพราะเป็นบ้านเรา

ระดับน้ำหน้าประตูในวันที่ 14 พย. 54

วันที่ 14 พย. 54