Info

Posts tagged ป้ายบอกทาง

16 ธันวาคม 2553

โดย ผกานิณี

ทองม้วนเป็นขนมไทยที่ทำกินกันมานาน โดยเฉพาะถ้าใครไปเพชรบุรีจะต้องซื้อทองม้วนเมืองเพชร หรือขนมหม้อแกงกลับมาฝากทางคนที่บ้านเสมอ กระนั้นทองม้วนเมืองเพชรที่มีขายส่วนใหญ่จะมีรสชาติใกล้เคียงกัน ยกเว้นทองม้วนสด หรือทองม้วนนิ่มอาจจะมีความต่างกันมากหน่อยในเรื่องความมัน กลิ่นมะพร้าว เป็นต้น

ทองม้วนที่ผกาอยากจะแนะนำให้ลองทานคือทองม้วนนมแพะซึ่งไม่มีทีไหนทำมาก่อน เท่าที่ผกาพยายามจะเดินดูตามตลาดก็มีน้อยมากที่จะทำทองม้วนแบบนี้

ทองม้วนทำกันสด ๆ

 

ทองม้วนวันเพ็ญ ทำกันแบบจำนวนน้อย ไม่ใช่อุตสาหกรรม

 

 

ทองม้วนวันเพ็ญ มีขายที่ร้านฟาอีส รสชาติของเขาไม่เหมือนใครตรงที่ใส่นมแพะแทนนมวัว ทำให้ทองม้วนมีกลิ่นหอมและรสชาติสุดท้ายที่กินต่างจากทองม้วนธรรมดาโดยสิ้นเชิง ตอนแรกผกาก็คิดว่าคนไม่ชอบนมแพะกินแล้วอาจจะไม่ชอบ ผกาลองให้ชิมโดยไม่บอกว่าส่วนผสมทำจากนมแพะ ต่างก็บอกว่าอร่อย หอมกว่าทองม้วนทั่วไป พอบอกถึงส่วนผสมทุกคนก็อึ้ง ไม่คิดว่าทองม้วนนมแพะจะอร่อยถึงเพียงนี้ ยิ่งถ้ากินใหม่ ๆ ที่เพิ่งออกจากเตากลิ่นหอมจะมีมาก หากใครอยากชิมลองโทร.ไปสั่งซื้อนะคะ จะสะดวกที่สุด

ขนมทองม้วนวันเพ็ญ

ร้านฟาอีส อับดุรเราห์มาน

40 ม.4  ถนน 345 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

โทร.0-2923-0295, 08-2325-8818

นครศรีธรรมราช 360 องศา

ตอนที่ 2 > โรงแรมนครการ์เด้น > ครัวหนุ่ยตะหลิว

โดย นิวัต พุทธประสาท

อ่าน ตอนที่ 1ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3

เรากลับจากวัดมหาพระธาตุ แวะคาร์ฟูซื้อน้ำเปล่า และเข้าไปพักผ่อนที่โรงแรม หลังจากเดินทางโดยรถไฟด้วยความเหนื่อยอ่อนมาตลอดทั้งคืน โรงแรมนครการ์เด้นแม้จะไม่ใช่โรงแรมใหม่อะไรนัก ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะ เหมาะสมกับคุณภาพ ผมคิดว่าถ้าท่านจะเดินทางไปนครศรีธรรมราชโรงแรมนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โรงแรมเล็ก ๆ แต่สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน

ที่อยู่ของโรงแรม : เลขที่1/4 ถ.ปากนคร ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
เบอร์โทรศัพท์ : 0 -7531- 3333-5

ด้านหน้าโรงแรมนครการ์เด้น

บริเวณห้องโถงของโรงแรม

ห้องโถงของโรงแรมถ่ายเวลากลางคืน (ดูดีหน่อย 555) ทุกเวลามีรีเซฟชั่นประจำตลอดเวลา

ภายในห้องพัก

ภายในห้องพักมีให้เลือกทั้งเตียงคู่เตียงเดียวในราคา 450 บาททุกห้อง

ห้องพักมีโทรทัศน์บวกจานดาวเทียม สำหรับดูแก้เบื่อตอนรออาบน้ำจากเพื่อนร่วมห้อง และยังมีโต๊ะรับแขกแบบโบราณสวยงาม ตู้เย็นขนาดเล็ก มินิบาร์ กำแพงอิฐแดงแบบที่นครฯเผาเองผลิตเอง ห้องน้ำสะอาดใช้ได้ แม้เก่าไปบ้าง (เก่าตามกาลเวลา) และมาพร้อมสบู่ ยาสระผม และคัตตอนบัต ผมแปลกใจคือเราอยู่สองคืน เขาไม่ได้เข้ามาทำความสะอาดระหว่างวัน ไม่รู้ว่าต้องเรียกให้ทำหรือว่าเป็นนโยบาย แต่เราอยู่ก็ไม่ได้รกอะไรครับ ไม่น่าจะเป็นข้อตำหนิไปได้

สวนภายในโรงแรม

สวนภายในโรงแรมมีสองแห่ง คือด้านหน้าโรงแรม และภายในตัวโรงแรม โรงแรมแบ่งออกเป็นสองอาคาร สวนนี้อยู่ตรงกลางระหว่างสองอาคาร

บางอารมณ์ของสวน ทำให้ผมนึกถึงสวนโมกข์

ใช่ครับ บางอารมณ์ผมคิดแบบนั้น พื้นทรายสีขาว ต้นไม้โบราณ ขอนไม้ ใบไม้ สวนเซ็นในศาสนาพุทธ ตอนเช้าเหมาะแก่การออกไปเดินเล่น สูดอากาศ มันไม่ใหญ่มากหรอกนะครับ แต่ก็เดินได้ดีที่เดียว

ภาพถ่ายสวนด้วยฟิล์มอินฟาเรด

ผมลองถ่ายด้วยภาพอินฟาเรด ได้อารมณ์ความรู้สึกย้อนยุคกลับไปในอดีต

เอนหลังเอนกายอย่างเต็มอิ่มดูเวลาอีกที หกโมงกว่าจะทุ่มหนึ่งอยู่แล้ว ถึงเวลาอาหารมื้อเย็น ซึ่งถ้าเราหาข้อมูลกันดี ๆ เราจะรู้ว่าในตัวเมืองนครฯ มีร้านอาหารหลากหลายมากมายให้เลือกชิม โดยเฉพาะตรงโรงแรมที่เราอยู่นั้นก็รายล้อมด้วยร้านอาหารน่าทาน เดินไปที่ตลาดเทศบาลก็มีของให้เลือกอีกเพียบ

การเดินทางมาคราวนี้ผมคิดว่าจะลองไล่เรียงร้านดังของนครฯสักหน เพราะดูแล้วมีร้านเด็ด ๆ เยอะมาก ถ้าไม่ได้ชิมด้วยตัวองคงคาใจไม่น้อย เริ่มจากมื้อเย็นนี้ ผมคิดว่าเราไม่อยากเดินทางไปไหนไกล ก็คงต้องเลือกร้านที่อยู่ในตัวเมือง ร้านนี้ขึ้นชื่อไม่เบาครับ ชื่อร้านน่าสนใจ

“ครัวหนุ่ย ตะหลิว”

ครัวหนุ่ย ตะหลิว ในโซนใหม่เอียมอ่องเอาใจลูกค้าวัยรุ่น

ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามศาลากลางของจังหวัด หาง่าย จอดรถริมถนน หรือในซอย ด้านในมีที่นั่งกว้างขวาง ดูเมนูแล้วเป็นร้านกึ่งร้านข้าวต้มพุ้ย บวกกับร้านสวนอาหาร นั่นหมายความว่าเราจะได้ร้านที่มีเมนูหลากหลาย จะสั่งอะไร ทานอะไรก็ย่อมได้ครับ เจ้าของร้านเป็นพ่อครัวเอง และยังทำอยู่ในครัว

เริ่มจากเราหาที่นั่งสบาย ๆ มีพัดลมเป่า เพราะคืนนั้นอากาศค่อนข้างร้อน

เรารับเมนูมาดูครับ เป็นอย่างที่ว่าคือเมนูอาหารเยอะมาก เลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไร

ไข่เจียวหมูสับ อาหารมาตรฐานทดสอบฝีมือพ่อครัว

ไข่เจียวหมูสับเป็นอาหารที่เรามักจะสั่งกันทุกร้าน เพื่อทดสอบว่าพ่อครัวลืมสูตรอาหารมาตรฐานไปหรือไม่

หอยแครงเผา

หอยแครงเผาตัวใหญ่สด น้ำจิ้มเด็ดมาก ที่จริงเขามีปลาเผาด้วยแต่เราไม่ได้สั่ง

ข้อไก่ทอด

จานนี้เด็ดครับ ข้อไก่ทอด กรอบกำลังดี โรยด้วยงาทำให้มีรสสัมผัสบวกกับความหอมของงาจะจรุงกลิ่นตอนที่เราเคี้ยว

พล่ากุ้ง

พล่ากุ้ง จานนี้เด็ดมาก อร่อยมากครับ กุ้งที่ใช้ไม่แน่ใจว่าแชบ๊วยหรือเปล่า แต่ลวกได้พอดีไม่สุกไม่ดิบจนเกินไป ทำให้เนื้อกุ้งไม่แข็ง และที่สำคัญน้ำยำช่วยดึงรสชาติความหวานของเนื้อกุ้งออกมา จานนี้ยังไงต้องลองนะครับ เป็นจานคุณภาพ

กระดูกหมูทอดตะไคร้

กระดูกหมูทอดตะไคร้ เนื้อหมูปรุงรสชาติพอดีไม่เค็มไม่หวาน กลิ่นตะไคร้ช่วยทำให้เพิ่มความหอมและอร่อย

มื่อนี้จบลงด้วยความอิ่มอร่อย คือถ้าใครไปนครฯ ร้านนี้ต้องไปทานกันให้ได้นะครับ ส่วนราคาก็ยุติธรรม ความสดของอาหารถือว่าเยี่ยม

หน้าร้านปันปัน ซอยสุขุมวิท 33

แนะนำร้านอาหาร โดย ผกาชวนชิม

ร้านปันปัน เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ผกาไปกินเสมอมา นับรวมแล้วไปกินตั้งแต่ลูกยังเล็ก เมื่อสองสามปีก่อนผกาไปกินที่สาขาหลังสวนเป็นประจำเพราะใกล้กว่าที่สาขาสุขุมวิท 33 แต่หลังจากที่สาขาหลังสวนปิด ผกาจึงไม่มีทางเลือกอื่นคือต้องดั้นด้นจากสามพรานไปทานที่นี่ ความไกลไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือว่าเมื่อใดที่โหยหาอาหารอิตาเลี่ยนผกามักนึกถึงที่นี่เป็นลำดับแรก

แน่นอนครับปันปันเป็นร้านอิตาเลียนที่ถูกปากคนไทย แต่ทุกครั้งผกาก็เห็นฝรั่งหลายชาติไปทานกันเยอะ ผกาจึงแน่ใจว่ามันคงไม่ใช่ถูกปากคนไทยเพียงอย่างเดียวแล้วละ

เมื่อมาถึงร้านปันปันสิ่งที่ผกาชื่นชอบมากคือบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเอง เหมือนนั่งกินอาหารที่ร้านเพื่อน พนักงานบริการอย่างดี แต่ไม่เข้ามาทำลายบรรยากาศของผู้มาทานอาหาร ซึ่งผกาคิดว่านี่คือส่วนสำคัญของงานบริการ ที่บางร้านไม่รู้ ปันปันจึงเป็นสถานที่ที่ผกาจะพาครอบครัวมากินอาหารได้อย่างอร่อย พร้อมกับพูดคุยสนทนากันบนโต๊ะอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องรำคาญพนักงานที่บริการเราจนเกินเลยกว่าความต้องการ

ที่ปันปันผกามีอาหารประจำตัวที่ต้องสั่งทุกครั้ง อย่างแรกคืออาหารเรียกน้ำย่อยไส้กรอกอิตาเลียน ซึ่งน่าจะทำจากหมูและเนื้อบดมักด้วยเครื่องเทศ จากนั้นนำมาทอดและอบบนกะทะร้อน เสิร์ฟพร้อมกับแป้งพิซซ่า จานนี้ขอบอกว่าอร่อยครับ รสเค็มกำลังดีของไส้กรอก เข้ากับแป้งพิซซ่าบาง ๆ ทานแกล้มไวน์ ขาว-แดง ได้อร่อย หรือบางคนจะสั่ง หอยแมงภู่อบมะเขือเทศเป็นอีกเมนูที่ขึ้นชื่อของปันปัน ทุกโต๊ะต้องสั่งจานนี้มาทานเล่นก่อน น้ำซอสของจานนี้รสชาติกล่อมกล่อมจนผกาไม่อยากเหลือทิ้ง กินคู่แป้งพิซซ่าก็อร่อย แล้วยังเข้าคู่กับไวน์ขาวอย่างกับเกิดมาคู่กัน

มักกะโรนีซอสครีมเห็ดและกุ้ง

จานที่สองมักกะโรนีเห็ดและกุ้งราดด้วยซอสครีม เป็นอาหารจานที่เด็ก ๆ ชอบใจมากที่สุด หากวันไหนพาหลาน ๆ ไปกินกันต้องสั่งมาสองจาน ไม่อย่างนั้นไม่พอ รสชาติของซอสครีมหอมมันอร่อยจนคิดถึงตลอดเวลา รสชาติความมันของครีมนั้นกำลังดี ทานคู่ไวน์ขาวช่วยลดความเลี่ยนของซอสได้ หรือถ้าใครอยากจะหามักกะโรนีกุ้งซอสมะเขือเทศ จานนี้ก็เด็ดดวง ผกาชอบที่ทางร้านใส่ผักฝรั่งใบหยัก (พาร์สลีย์) สับละเอียดช่อยลดความมันลงได้เยอะ แถมยังหอมอร่อยมีรสสัมผัสที่ไม่รู้ลืม ความชุ่มฉ่ำของน้ำซอสที่ไม่เหมือนที่ไหนนี่เองครับที่ผมติดใจรสชาติ

สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศกุ้ง

จานหลักอีกจานที่ผมไม่อยากพลาดคือรีซอสโตเห็ดและทะเล (ข้าวผัดอิตาเลียน) เป็นจานที่ยอดเยี่ยมมาก ความหอมอร่อยของรสชาติทะเล ซึ่งซึมอยู่ในเนื้อข้าว แม้จะหุงด้วยเนยครีม แต่มันจะสดชื่นกว่า กินแล้วหยุดไม่ได้จริง ๆ แล้วจานนี้ต้องมีไวน์ขาวซึ่งดรายเล็กน้อยกินคู่กันจะเป็นอาหารที่ไม่อยากจะลืมเลือน

รีซอสโต้เห็ดและทะเล

มาถึงจานสุดท้ายสตูน่องวัว เสิร์ฟคู่กับมันบด ต้องขอบอกว่ารสชาติจานนี้มันสุดยอด ผมจะไม่มีวันพลาดอาหารจานนี้อย่างแน่นอน เนื้อน่องวัวที่เปื่อยจนแทบจะละลายในปาก บางส่วนติดเอ็ดนิด ๆ ยิ่งอร่อย กินคู่กับมันบดซึ่งหอมเนย หากไม่เกรงใจผกาอยากจะสั่งเส้นสปาเก็ตตี้ลวก หรือข้าวเปล่ามากินรับรองว่ามันต้องยอดมาก ที่สำคัญควรสั่งไวน์แดงมาสักแก้วเพื่อกินคู่กับอาหารจานนี้

สตูน่องวัว เสิร์ฟคู่กับมันบด

เมื่อกินอาหารจานหลักกันอิ่มหนำแล้วอย่าลืมเผื่อช่องว่างในกระเพาะอาหารเอาไว้สำหรับขนมหวานด้วยนะครับ เพราะที่ปันปัน มีทั้งเค้กและไอศครีมบริการอย่างจุใจ รสชาติขนมหวานก็ยอดเยี่ยมไม่เบาครับ แล้วที่สำคัญสุด ๆ ปิดท้ายด้วยเอ็กเพรสโซสักถ้วย มื้อนี้จบลงอย่างสมบริบูรณ์

ร้านปันปันตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 สามารถจอดรถได้ที่อาคาร UBC II ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ริมถนนสุขุมวิท จากนั้นเดินออกมาจากข้างอาคารแล้วตรงไปที่ร้านใช้เวลาไม่ถึงห้านาที โดยนำบัตรจอดรถไปสแตมป์ไม่ต้องเสียค่าจอด ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น. จนถึง 23.00 น. หากต้องการสำรองโต๊ะโทร.ที่เบอร์ 02-258-9304

นี่คือหนึ่งร้านในดวงใจของผกา ยกสองนิ้ว เยียมมาก

ขอเชิญร่วมงาน Thailand International Jazz Conference 2010

ระหว่างวันที่ 29-31 มกราคม 2553

สถานที่ในการจัดงาน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลาย

ในงานมีทั้งการแสดงดนตรี เวิร์คช็อป และการประกวดการเล่นเพลงแจ๊ส ทั้งนี้มีทั้งศิลปินจากทั่วโลก รวมถึงกลุ่มศิลปินของไทยรวมงานกันอย่างคับคั่ง ในหลายรูปแบบดนตรีของแจ๊สมิวสิค

ท่าสนสามารถอ่านรายละเอียดของงานได้ที่ Thailand International Jazz Conference 2010

ร้านเจริญไทย: อาหารจีนสำหรับทุกคน

โดย ผกานิณี

หน้าร้านเจริญไทย อาซ้อของร้านคอยบริการลูกค้า

ร้านเจริญไทย หรือที่เรียกันติดปากว่า 106 (106 มาจากชื่อสายรถเมล์ 106 จอดพักรถตรงหน้าร้าน) เป็นร้านอาหารจีนในแบบกวางตุ้ง-ฮ่องกง ที่มีชื่อมายาวนานในย่านฝั่งธนบุรี อาหารขึ้นชื่อของร้านเจริญไทยคือสุกี้ ที่ไม่เหมือนสุกี้ขึ้นห้าง สุกี้ของที่นี่เป็นสูตรต้นตำรับที่หากินที่ไหนไม่ได้ ถ้ามากันหลาย ๆ คนการสั่งสุกี้หม้อหนึ่งนั้นคุ้มสุดคุ้มค่ะ สุกี้เจริญไทยเขาจะจัดมาเป็นชุด เครื่องต่าง ๆหลากหลายอาทิเช่นเนื้อ เนื้อหมู เนื้อไก่ เครื่องในหมู ของทะเล ปลาหมึกแช่ ลูกชิ้น จะรวมมาอยู่ในจานเดียวกันจากนั้นทางร้านจะใส่เครื่องหมักสูตรเฉพาะราดลงไป เครื่องหมักนี้จะเพิ่มรสชาติให้น้ำซุปหอมอร่อย และสุดท้ายจะตอกไข่สองใยลงบนข้างหน้า พอน้ำเดือด คนอาหารสดในจานให้เข้ากับเครื่องปรุงสูตรพิเศษ จากนั้นก้ลงไปลวกในน้ำซุป อาหารเมนูนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด โดยเฉพาะน้ำจิ้มสุกี้ซึ่งผมว่าอร่อยกว่าน้ำจิ้มเอ็มเคเทียบไม่ติด

หมูย่าง ราดด้วยน้ำมันงา โรยงาขาว

แต่วันนี้ผกาไม่อยากกินสุกี้ ทางร้านยังมีบริการบาบีคิว หรือหมูย่าง-เนื้อย่างเอาไว้ เมนี้นี้ก็เป็นที่ขึ้นชื่ออีกเมนูหนึ่งที่อร่อยเหาะไม่แพ้กัน หมู-เนื้อของเจ้านี้ จะหมักมาได้ที่ ไม่เหนียว แต่มีความอ่อนนุ่มอร่อย เนื้อจะเรียงบนจานเปล ราดด้วยน้ำมันงา และโรยด้วยงาขาว น้ำจิ้มของหมู-เนื้อย่างก็อร่อยครับ ปรุงด้วยกระเทียมพริกช่วยเพิ่มความเข้มข้น

นอกจากเมนูหลัก สุกี้-บาบีคิว แล้ว ทางร้านยังมีอาหารจีนอีกหลายสิบเมนู เมนูที่ผกาขอแนะนำเป็นเมนูที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

จานแรกเพื่อเรียกน้ำย่อย “ออส่วนแบบนิ่ม” ออส่วนแบบนิ่มเป็นเมนูที่ทำให้อร่อยยากมาก คนส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยกับออส่วนกระทะร้อน (ที่เจริญไทยก็มีเมนนูนี้) แต่ผมว่าออส่วนกระทะร้อนใคร ๆ ก็ทำได้ แต่เจริญไทยทำออส่วนนิ่มอร่อยสุดยอดค่ะ หอยนางรมตัวใหญ่ ผัดกับไข่และแป้งนิ่ม ๆ แต่เครื่องปรุงลับที่สร้างรสสัมผัสก็คือ ไชโป๊วสับที่ใส่ลงไปนี่แหละค่ะเพิ่มรสชาติอย่างดี กินกับพริกศรีราชาอร่อยมาก แนะนำว่าต้องกินตอนร้อน ๆ เท่านั้น อย่าปล่อยให้เย็นนะคะ เพราะถ้าเย็นแล้วเมนูนี้มีอันจบกัน

ออส่วนแบบนิ่ม กินตอนร้อนเท่านั้น

จานที่สองเรียกน้ำย่อยเช่นกันคือกระเพาะปลาผัดแห้ง กระเพาะปลาที่นิ่มหอม ผัดกับถัวงอก ไข่ นึกแล้วน้ำลายสอ

กระเพาะปลาผัดแห้ง

จานที่สามที่ผมไม่เคยพลาด หมูผัดก้านคะน้าน้ำมันหอย (ถ้าคนกินเนื้อ เนื้อผัดก้านคะน้าน้ำมันหอย ก็อร่อยไม่แพ้กัน) ก้านคะน้าที่กรอบอร่อย ส่วนหมูก็หมักจนได้ที่ น้ำมันหอยที่ผัดมาได้อย่างกลมกลืนลงตัว (ทานกับข้าวสวยต้องยกสองนิ้ว)

หมูผัดก้านคะน้าน่ำมันหอย

จานสุดท้ายเป็นสุดยอดของสุดยอด หรือไฮไลต์ของการกินอาหารร้านเจริญไทย เมนูนี้คือ เนื้อแพตุ๋นน้ำแดง คนที่ไม่ทานเนื้อแพะมาก่อน น่าจะลองได้นะคะ เพราะเนื้อแพะของเจริญไทยไม่มีกลิ่นสาปเลย (ซึ่งเหล่าฮาร์ดคอร์อาจจะไม่ชอบ) แต่เท่าที่ผกากินเนื้อแพะตุ๋นมาหลายเจ้า ของเจริญไทยนั้นอร่อย น้ำแดงกลมกล่อม ที่ผมชอบมากก็คือฟองเต้าหู้ที่ใส่เข้ามานี่แหละค่ะ อร่อยมาก เนื้อแพะเปื่อยนุ่ม เครื่องเทศไม่ฉุนจนเกินไป เมนูนี้เหมาะกับฤดูหนาว ช่วยบำรุงร่างกายให้อุ่นได้อย่างดี

แพะตุ๋นน้ำแดง

สถานที่ตั้ง : ร้านเจริญไทย ตั้งอยู่บนถนนลาดหญ้า หากมาจากวงเวียนใหญ่จะอยู่ฝั่งขวามือ ก่อนถึงสี่แยกคลองสาน และโรงพยาบาลตากสิน หน้าร้านสามารถจอดรถได้ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 น. จนถึง 22.00 น. ร้านเจริญไทยเสิร์ฟอาหารได้เร็ว ดังนั้นไม่ควรสั่งอาหารเยอะ ๆ ตั้งแต่แรก ควรจะค่อย ๆ สั่งไปกินไป (ยกเว้นวันที่ลูกค้าเยอะมากๆ)

ส่วนใครที่ชอบกินอาหารมังสวิรัติ ร้านเจริญไทยก็ทำมังสวิรัติได้อร่อย เพราะเป็นหนึ่งในร้านที่ชาวซิกซ์ (แขกซิกซ์ส่วนใหญ่เป้นมังสวิรัติ) มักจะมากินข้าวนอกบ้านที่นี่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 79 other followers