วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554
โดย นิวัต พุทธประสาท

หน้าบ้านถ่ายภาพจากดาดฟ้า
ตอนที่ 1
ดูเหมือนว่าฤดูหนาวมาเยือนอย่างเต็มตัว หนึ่งดอกตีนเป็ดโชยกลิ่นในยามเย็น อีกหนึ่งคือพระอาทิตย์มุดตัวในเงามืดตั้งแต่บ่ายห้าโมงเย็น รอบบ้านเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องสูบน้ำข้างบ้านดังแว่วลอดผ่านประตู ผมสวมบู๊ตยาวออกไปปิดประตัวรั้วหน้าบ้านก่อนที่จะมืด ไม่อยากย่ำน้ำที่ท่วมประมาณหัวเข่าในตอนดึก อาจจะมีมิตรที่ไม่พึงประสงค์เช่นงู ตะขาบ แมงป่องหลงน้ำว่ายมาทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ จากนั้นขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อถ่ายภาพอัสดง นกกินปลาปากยาวบินผ่านไปสามตัว ผมไม่เคยเห็นมันในแถบนี้มาก่อน ปีนี้อาจจะเป็นปีที่พวกนกล่าปลามีความสุขที่สุดก็เป็นได้
หกโมงเก้านาที เขียนต้นฉบับเพลงคลาสสิกได้สักสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คืนนี้คิดว่าจะลากยาวจนจบให้ได้ เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาหน่อยๆ ข้าวหมูแดงมื้อกลางวันหายหมดไปอย่างรวดเร็ว
เน็ตยังใช้ได้แม้น้ำท่วม ความเร็วมากกว่าปกตินิดหน่อยด้วยซ้ำ ตั้งใจจะทำอาหารตอนหนึ่งทุ่ม กลัวว่าถ้ากินเร็วกลางคืนจะหิวอีก ตูเย็นที่พึ่งดึงปลั๊กออกเริ่มกลับมาเย็นแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงกว่ามันจะเย็นในยามที่มีไฟ
ตั้งแต่น้ำท่วม วันนี้ผมตัดสินใจมาอยู่ที่บ้าน เพื่อเฝ้าระวัง เราเริ่มทำบังเกอร์จากปี๊ปกาวใส่น้ำและใช้ผ้าใบหุ้ม ตั้งมันไว้ตรงประตูโรงรถ ถ้าน้ำขึ้นสูง เราจะมีพื้นที่เพื่อดูดน้ำจากจุดนี้ เราทำเช่นนี้ไม่ได้หวังอะไรมาก เพียงหวังว่าจะประทังไม่ให้น้ำเข้าบ้านช้าลง และเรายังภาวนาว่าน้ำจะไม่ขึ้นพรวดพราดหรือสูงแบบก้าวกระโดดเหมือนเมื่อสามสี่วันก่อน
ผมอพยพไปอยู่ที่ออฟฟิศเกือบสามสัปดาห์ แวะมาดูบ้านก็พบว่าน้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงรู้สึกร้อนใจ เห็นภาพบ้านของญาติที่โดนท่วมแล้วรู้สึกว่าหากไม่ทำอะไรลงไปคงมีสภาพเช่นนั้น ผมไม่ได้คิดเอาชนะธรรมชาติ แต่คิดว่าอยากทำบางอย่างเท่าที่ทำได้ คงไม่ได้ทำอย่างดีที่สุด ขอเพียงให้ได้ทำ หากน้ำจะท่วมบ้านจริงคงห้ามมันไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยต่างหากที่ผมจะรู้สึกว่าเราไม่ได้พยายามปกป้องบ้านที่เราอยู่มาหลายปี แม้แม่จะทัดทานไม่ให้กลับมาก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อได้ก็คือ จงเชื่อมั่นแม้ไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จ

วันนี้จึงเป็นวันแรกที่ผมอาสามาอยู่เพียงลำพังที่บ้านหลังนี้ คิดในใจว่าถ้าอีกสักสัปดาห์มันยังทรงตัวเช่นนี้เราอาจจะรอด
หลังจากหมูและบ๊วยซึ่งขับรถโฟร์วีลไดร์ฟกลับไปแล้ว ผมเริ่มเซ็นระบบการทำงานของตัวเองอีกครั้ง ยังมีต้นฉบับค้างคาที่จ้องเขียนอยู่อีกสองชิ้น และของที่เก็บขึ้นชั้นสองบางส่วนทำให้บ้านชั้นแรกโล่งขึ้นเยอะ ผมพบปัญหานิดหย่อยที่ปั๊มน้ำประปาที่เสียมาก่อนหน้านั้นทำให้ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะต้องออกไปปิดเมื่อไม่ได้ใช้นานๆ แล้วห้องน้ำใช้ชั้นบนได้เพียงห้องเดียว เพราะห้องชั้นล่างผนึกกันไม่ให้เปิดใช้งานได้ เพราะเกรงว่าถ้าน้ำขึ้นจนเต็ม สิ่งไม่พึงปรารถนาอาจจะอืดขึ้นมา ปกติเราสามารถออกประตูข้างหลังก็ถึงสวิตซ์ปั๊มน้ำ แต่ประตูทุกบานของเราซีลด้วยเทปกาวและซิลิโคนจึงออกจากบ้านที่ประตูโรงรถได้เพียงทางเดียว จึงทำให้ต้องเข้าออกจากบ้านในยามกลางคืนท่ามกลางน้ำท่วมเช่นนี้นี่เอง
ตอนที่ 2
อาหารมื้อค่ำของผมทำง่ายมากคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสแกงกะหรี่ ใส่หมูสับและไข่ไก่ลงไปเป็นอันเสร็จใช้เวลาทำประมาณสิบนาที ถือเป็นมื้อแรกสำหรับการติดเกาะ
จากนั้นถ่ายภาพระดับน้ำหน้าประตู เผื่อเอาไว้เป็นจุดอ้างอิงในวันต่อไป
กลับมาเขียนต้นฉบับ เขียนได้ฃื่นไหลดี คงเพราะไม่มีสิ่งใดรบกวนเลย นอกจากจิตใจของตัวเอง
ฟังเพลงจากไอแมคได้สักพักรู้สึกไม่สะใจ ตัดสินใจยกลำโพง Elac ลงมาจากชั้นสอง ต่อกับรีซีฟเวอร์ คราวนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ขาดซัพวูเฟอร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่แค่นี้ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว
ถามว่ายกลงมาไม่กลัวน้ำท่วมเฉียบพลันหรือ กลัวเหมือนกัน แต่ถ้าขาดสิ่งบันเทิงที่เราชอบมากๆ บา
ทีการยอมเสียบางอย่างไปบ้างมันก็คุ้มค่า
เขียนต้นฉบับจนห้าทุ่ม เปิดเบียร์สิงห์กิน แม้จะมีเบียร์สิงห์กินจึงได้รู้ว่าทำไมชอบไฮเนเก้นมากกว่า เรื่องรสชาติส่วนบุคคลนี่มันแก้ยากมาก มันคงเป็นพื้นฐานของจิตใจไปเลย ใครบอกว่าเป็นคนไทยทำไมไม่กินเบียร์ไทย ถ้ามันไม่ชอบรสชาติคงฝืนกินไม่ได้ เหมือนกับว่าเราไม่ได้รักคนที่พ่อแม่บังคับให้แต่งงาน พ่อแม่บอกว่าอยู่ๆ กันไปก็ชอบเองนั่นแหละ ซึ่งถ้าถามเราว่ามันจะชอบกันได้หรือ
เข้านอนตอนตีหนึ่ง หลับง่ายโดยพลัน เพราะเป็นบ้านเรา

ระดับน้ำหน้าประตูในวันที่ 14 พย. 54

วันที่ 14 พย. 54
13.713778
100.210606