Info

Posts tagged สถานที่หนึ่งในหัวใจ

งานแสดงภาพบนเวบไซต์ชุด “แสงซึ่งตาไม่เห็น น้ำท่วมประเทศไทย” ภาพถ่ายขาวดำชุดที่หนึ่ง

ภาพถ่ายโดย นิวัต พุทธประสาท

ภาพถ่ายชุดนี้ผมถ่ายเอาไว้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน ขณะที่น้ำได้ท่วมบางบัวทอง ดอนเมือง โดยกรุงเทพที่อยู่ชั้นนอกเริ่มได้รับผลกระทบอย่างจริงจังจากมวลน้ำที่มาจากทางตอนเหนือ แม้ภาพที่ผมถ่ายจะไม่ได้บันทึกเหมือนดังภาพข่าว ( journal) เพราะผมเองก็มิได้เข้าไปถึงใจกลางของพื้นที่ที่หนักหน่วง และผมมองว่าภาพถ่ายของตัวเองควรนำเสนอความงามที่แปลกตา แล้วผมพยายามจะนำเสนอภาพที่มีความนุ่มนวล และมองว่าน้ำท่วมในครั้งนี้มีแง่มุมอื่นที่มากกว่าสิ่งที่เราได้รับ แน่นอนเราไม่เคยมองผ่านความทุกข์ยาก ทว่าในฐานะคนทำงาน ภาพถ่ายย่อมเป็นตัวแทนทั้งหมดได้ดีกว่าทุกอย่าง

15 พฤศจิกายน 2554

หมูกับน้องน้ำมาเยี่ยมเมื่อวันที่ 15 ตอนบ่าย-เย็น น้องน้ำทำผัดกระเพราราดข้าวมาฝากด้วย พร้อมขาหมูกระเทียมโทน สบายไปอีกหนึ่งมื้อ ตอนเช้าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยการทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้านที่เลอะจากฝุ่นเพราะไม่ได้อยู่มาสองอาทิตย์ ถูแล้วดูดีขึ้นมาหน่อยแต่สู้หมูทำไม่ได้ งานบ้านเป็นงานที่ยากกว่าที่คิด ใครคิดว่างานบ้านง่ายลองมาทำดูแล้วจะรู้ว่าทำไมแม่บ้านหายาก แล้วทำไมผู้หญิงอยากทำงานออฟฟิศมากกว่า งานบ้านมันเป็นงานแบบแม่ คนที่อดทน และมีความรักเท่านั้นจึงจะทำได้

ตอนเช้าทำโจ๊กกิน สรุปแล้วกินไข่แทบทุกมื้อ กินข้าวเสร็จจึงเขียนต้นฉบับต่อจนจบ ช่วงบ่ายเป็นช่วงที่ยาวนานมาก ยิ่งต้องรอคนมาเยี่ยมยิ่งรู้สึกนาน

พอหมูกับน้องน้ำมาถึงก็แกะข้าวกินกัน ผมหุงข้าวเอาไว้สามกระป๋อง หุงเผื่อวันรุ่งขึ้นด้วย

ระดับน้ำวันนี้ไม่ขึ้น เมื่อเทียบกับเมื่อวาน แม้จะรู้สึกว่ามันลงไปนิด พยายามไม่เข้าข้างตัวเอง น้ำไม่ขึ้นถือว่าโชคดีแล้ว เพราะถ้าขึ้นมาเรื่อยๆ จุดที่บ้านเราจะรับได้คืออีกประมาณครึ่งฟุต (15 เซ็นติเมตร) ถ้าเลยกว่านี้น้ำเตรียมจ่อเข้าบ้านแน่นอน เราจึงภาวนาให้มันหยุดอยู่ตรงนั้นให้นานที่สุด

แต่พอน้ำไม่ขึ้นสิ่งที่เรากลัวต่อมาคือน้ำมันจะเริ่มเน่า เพราะมันนิ่งเหลือเกิน ที่หมู่บ้านส่วนใหญ่แต่ละบ้านจะทำสวน ปลูกต้นไม้ เมื่อน้ำท่วมสวน จะท่วมดินไปด้วยยิ่งทำให้มันเน่าเร็วขึ้น

วันนี้หมูขับรถไปส่งญาติตามบ้านที่น้ำท่วม แล้วได้เรือทำจากลูกฟูกพลาสติกมาลำหนึ่ง หมูเป็นคนสุพรรณเลยพายเรือเป็น น่าอิจฉาแท้ อย่างเราแค่ลงเรือยังแย่เลย หมูพายไปถึงป้อมยามเพื่อดูว่าร้านป้าเปิดขายหรือเปล่า ปรากฏว่าปิดสนิท เราจึงกลับ ระหว่างทางถ่ายภาพไปด้วย ช่วยแก้ความเครียดไปในตัว (ที่จริงไม่ได้เครียดอะไรมากหรอก (ฮา))

พอมาอยู่เฝ้่าระวังรู้สึกดีขึ้น เพราะเห็นสภาพน้ำของจริง ไม่ต้องคอยจินตนาการหรือถามนิติบุคคลของหมู่บ้าน ซึ่งบางครั้งไม่ทำให้เราสบายใจเลย

หมูกับน้องน้ำกลับไปตอนห้าโมงเย็น กลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง จากนั้นก็อาบน้ำตั้งแต่หัวค่ำ จะได้ไม่ดึกมาก ไม่อยากออกไปปิดปั๊มน้ำตอนดึก กินข้าวผัดกระเพราะเสร็จก็เอาหนังมาดู

ตอนแรกตั้งใจจะดูหนังของทรุฟโฟ แต่ดันลืมว่าวางเอาไว้ไหน สุดท้ายจึงหยิบ Stand by Me มาดูแทน กลับมาดูเรื่องนี้แล้วอยากเขียนนิยาย Comming of Age อีกสักเรื่อง อีกความเห้นคือริวเอร์ ฟีนิกซ์ ฉายแววเล่นหนังเก่งตั้งแต่เด็ก แถมยังหล่อจนน่าอิจฉา

ดูจบก็โหลดเพลงอีกสักพัก เปิดเบียร์กินอีกสองกระเป๋อง ห้าทุ่มก็ง่วงแล้ว ดีที่ไม่มีโทรทัศน์ดู การไม่เสพข่าวหรือสื่อโทรทัศน์เป็นสิ่งที่วิเศษโดยแท้

หมายเหตุ: หมู คือภรรยาของข้าพเจ้า ส่วน น้องน้ำ คือลูกชาย

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554

โดย นิวัต พุทธประสาท

หน้าบ้านถ่ายภาพจากดาดฟ้า

ตอนที่ 1

ดูเหมือนว่าฤดูหนาวมาเยือนอย่างเต็มตัว หนึ่งดอกตีนเป็ดโชยกลิ่นในยามเย็น อีกหนึ่งคือพระอาทิตย์มุดตัวในเงามืดตั้งแต่บ่ายห้าโมงเย็น รอบบ้านเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องสูบน้ำข้างบ้านดังแว่วลอดผ่านประตู ผมสวมบู๊ตยาวออกไปปิดประตัวรั้วหน้าบ้านก่อนที่จะมืด ไม่อยากย่ำน้ำที่ท่วมประมาณหัวเข่าในตอนดึก อาจจะมีมิตรที่ไม่พึงประสงค์เช่นงู ตะขาบ แมงป่องหลงน้ำว่ายมาทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ จากนั้นขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อถ่ายภาพอัสดง นกกินปลาปากยาวบินผ่านไปสามตัว ผมไม่เคยเห็นมันในแถบนี้มาก่อน ปีนี้อาจจะเป็นปีที่พวกนกล่าปลามีความสุขที่สุดก็เป็นได้

หกโมงเก้านาที เขียนต้นฉบับเพลงคลาสสิกได้สักสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คืนนี้คิดว่าจะลากยาวจนจบให้ได้ เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาหน่อยๆ ข้าวหมูแดงมื้อกลางวันหายหมดไปอย่างรวดเร็ว

เน็ตยังใช้ได้แม้น้ำท่วม ความเร็วมากกว่าปกตินิดหน่อยด้วยซ้ำ ตั้งใจจะทำอาหารตอนหนึ่งทุ่ม กลัวว่าถ้ากินเร็วกลางคืนจะหิวอีก ตูเย็นที่พึ่งดึงปลั๊กออกเริ่มกลับมาเย็นแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงกว่ามันจะเย็นในยามที่มีไฟ

ตั้งแต่น้ำท่วม วันนี้ผมตัดสินใจมาอยู่ที่บ้าน เพื่อเฝ้าระวัง เราเริ่มทำบังเกอร์จากปี๊ปกาวใส่น้ำและใช้ผ้าใบหุ้ม ตั้งมันไว้ตรงประตูโรงรถ ถ้าน้ำขึ้นสูง เราจะมีพื้นที่เพื่อดูดน้ำจากจุดนี้ เราทำเช่นนี้ไม่ได้หวังอะไรมาก เพียงหวังว่าจะประทังไม่ให้น้ำเข้าบ้านช้าลง และเรายังภาวนาว่าน้ำจะไม่ขึ้นพรวดพราดหรือสูงแบบก้าวกระโดดเหมือนเมื่อสามสี่วันก่อน

ผมอพยพไปอยู่ที่ออฟฟิศเกือบสามสัปดาห์ แวะมาดูบ้านก็พบว่าน้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงรู้สึกร้อนใจ เห็นภาพบ้านของญาติที่โดนท่วมแล้วรู้สึกว่าหากไม่ทำอะไรลงไปคงมีสภาพเช่นนั้น ผมไม่ได้คิดเอาชนะธรรมชาติ แต่คิดว่าอยากทำบางอย่างเท่าที่ทำได้ คงไม่ได้ทำอย่างดีที่สุด ขอเพียงให้ได้ทำ หากน้ำจะท่วมบ้านจริงคงห้ามมันไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยต่างหากที่ผมจะรู้สึกว่าเราไม่ได้พยายามปกป้องบ้านที่เราอยู่มาหลายปี แม้แม่จะทัดทานไม่ให้กลับมาก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อได้ก็คือ จงเชื่อมั่นแม้ไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จ

วันนี้จึงเป็นวันแรกที่ผมอาสามาอยู่เพียงลำพังที่บ้านหลังนี้ คิดในใจว่าถ้าอีกสักสัปดาห์มันยังทรงตัวเช่นนี้เราอาจจะรอด

หลังจากหมูและบ๊วยซึ่งขับรถโฟร์วีลไดร์ฟกลับไปแล้ว ผมเริ่มเซ็นระบบการทำงานของตัวเองอีกครั้ง ยังมีต้นฉบับค้างคาที่จ้องเขียนอยู่อีกสองชิ้น และของที่เก็บขึ้นชั้นสองบางส่วนทำให้บ้านชั้นแรกโล่งขึ้นเยอะ ผมพบปัญหานิดหย่อยที่ปั๊มน้ำประปาที่เสียมาก่อนหน้านั้นทำให้ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะต้องออกไปปิดเมื่อไม่ได้ใช้นานๆ แล้วห้องน้ำใช้ชั้นบนได้เพียงห้องเดียว เพราะห้องชั้นล่างผนึกกันไม่ให้เปิดใช้งานได้ เพราะเกรงว่าถ้าน้ำขึ้นจนเต็ม สิ่งไม่พึงปรารถนาอาจจะอืดขึ้นมา ปกติเราสามารถออกประตูข้างหลังก็ถึงสวิตซ์ปั๊มน้ำ แต่ประตูทุกบานของเราซีลด้วยเทปกาวและซิลิโคนจึงออกจากบ้านที่ประตูโรงรถได้เพียงทางเดียว จึงทำให้ต้องเข้าออกจากบ้านในยามกลางคืนท่ามกลางน้ำท่วมเช่นนี้นี่เอง

ตอนที่ 2

อาหารมื้อค่ำของผมทำง่ายมากคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสแกงกะหรี่ ใส่หมูสับและไข่ไก่ลงไปเป็นอันเสร็จใช้เวลาทำประมาณสิบนาที ถือเป็นมื้อแรกสำหรับการติดเกาะ

จากนั้นถ่ายภาพระดับน้ำหน้าประตู เผื่อเอาไว้เป็นจุดอ้างอิงในวันต่อไป

กลับมาเขียนต้นฉบับ เขียนได้ฃื่นไหลดี คงเพราะไม่มีสิ่งใดรบกวนเลย นอกจากจิตใจของตัวเอง

ฟังเพลงจากไอแมคได้สักพักรู้สึกไม่สะใจ ตัดสินใจยกลำโพง Elac ลงมาจากชั้นสอง ต่อกับรีซีฟเวอร์ คราวนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ขาดซัพวูเฟอร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่แค่นี้ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว

ถามว่ายกลงมาไม่กลัวน้ำท่วมเฉียบพลันหรือ กลัวเหมือนกัน แต่ถ้าขาดสิ่งบันเทิงที่เราชอบมากๆ บา

ทีการยอมเสียบางอย่างไปบ้างมันก็คุ้มค่า

เขียนต้นฉบับจนห้าทุ่ม เปิดเบียร์สิงห์กิน แม้จะมีเบียร์สิงห์กินจึงได้รู้ว่าทำไมชอบไฮเนเก้นมากกว่า เรื่องรสชาติส่วนบุคคลนี่มันแก้ยากมาก มันคงเป็นพื้นฐานของจิตใจไปเลย ใครบอกว่าเป็นคนไทยทำไมไม่กินเบียร์ไทย ถ้ามันไม่ชอบรสชาติคงฝืนกินไม่ได้ เหมือนกับว่าเราไม่ได้รักคนที่พ่อแม่บังคับให้แต่งงาน พ่อแม่บอกว่าอยู่ๆ กันไปก็ชอบเองนั่นแหละ ซึ่งถ้าถามเราว่ามันจะชอบกันได้หรือ

เข้านอนตอนตีหนึ่ง หลับง่ายโดยพลัน เพราะเป็นบ้านเรา

ระดับน้ำหน้าประตูในวันที่ 14 พย. 54

วันที่ 14 พย. 54

โดย นิวัต พุทธประสาท

จับพลัดจับผลูเดินทางไปลอนดอนแบบไม่มีเวลาตั้งตัวมากนัก แต่เมื่อมีโอกาสผมก็ไม่ปล่อยให้พลาดโอกาส ผมค้นหาข้อมูลแจ๊สสถานในลอนดอนทันที แล้วก็ไม่ผิดหวังคือมีข้อมูลแจ๊สสถานอยู่จำนวนมาก มากจนเลือกไม่ถูกว่าจะไปดูที่ไหนบ้าง ในโลกปัจจุบันการค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเป็นความสะดวกอย่างยิ่ง เพราะผมมีโอกาสได้ศึกษาข้อมูลสถานที่ต่าง ๆ ก่อนเดินทาง แจ๊สสถานที่ผมไปมีด้วยกันสองแห่ง

แห่งแรกคือ 606 Club ตั้งอยู่บนถนน Lots ใกล้กับสนามสแตมฟอร์ดบริดส์ของของทีมเชลซี ผมนั่งรถไฟใต้ดินขึ้นที่สถานี Earl’s Court แล้วเดินมาที่ถนน Lots ที่จริงจากสถานีรถไฟใต้ดินสามารถขึ้นรถเมล์สาย C3 มาได้เลย จะลงป้ายรถเมล์ใกล้กับถนนล็อตส์มากขึ้น ไม่ต้องเดินจนเหนื่อย แต่ความที่ไม่เคยมาจึงเดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน ผ่านสนามสแตมฟอร์ดปริดส์ กว่าจะหาทางได้เดินจนเมื่อยเหมือนกันครับ

606 Club เป็นสถานแจ๊สเก่าแก่แห่งหนึ่งถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1976 สถานที่ตั้งก็โดดเด่น เพราะคลับตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของอาคาร เวลาจะลงไปยังคลับจะต้องกดกริ่งตรงหน้าประตู จากนั้นเจ้าของร้านจะเปิดล็อคให้เรา แล้วต้องเดินลงบันไดไปยังชั้นล่าง เมื่อลงไปแล้วจะพบห้องโถงเล็ก ๆ เป็นพื้นที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือน แขวนเสื้อโค้ด เก็บร่ม จากนั้นจะต้องเดินผ่านออฟฟิศที่เป็นทั้งแคชเชียร์เก็บเงิน ที่ตั้งเครื่องมิกซ์เสียง แล้วจึงค่อยผ่านเข้าไปยังคลับ

ผมชอบทางเข้าหน้าคลับมาก เพราะเป็นประตูทรงโค้งซึ่งก่อด้วยอิฐ เหนือประตูทรงโค้งมีชื่อคลับเขียนว่า 606 ทำจากทองเหลืองติดอยู่เหนือประตู ทำให้ดูทรงคุณค่าน่าสนใจ ป้ายไม่ต้องใหญ่โตหรือหรูเลิศทว่ามีความขลัง เหมาะเจาะและลงตัว

606 แบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นเวทีแสดงดนตรี ซึ่งมีเปียโนตั้งอยู่ทางซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าเข้าเวที) เวทีมิได้ยกพื้นให้สูงแต่เวทีเสมอกับพื้นที่ตั้งโต๊ะ ส่วนโต๊ะนั่งจัดรายล้อมอยู่รอบเวที ด้านในสุดเป็นครัวและห้องน้ำ ส่วนที่สองมีผนังอิฐเจาะเป็นช่องประตู และหน้าต่างกั้นระหว่างพื้นที่แสดงดนตรีให้ออกจากกัน ส่วนนี้เป็นบาร์เหล้า โดยมีบริเวณที่นั่งดื่มซึ่งดูสงบกว่าส่วนแสดงดนตรี

ผมมาถึงช้าไปหน่อย แต่ก็ยังทันการแสดง ซึ่งในวันที่ผมเลือกไปชม เป็นการแสดงของ Barb Jungr นักร้องสาวใหญ่ชาวอังกฤษที่มีผลงานเพลงบันทึกเสียงกับสังกัด Linn Records และ Niam CD อยู่หลายอัลบัม สองสังกัดเพลงของอังกฤษเป็นสังกัดดนตรีที่เน้นการบันทึกเสียงที่ดี แล้วก็เลือกนักดนตรีที่มีคุณภาพ

วันที่แสดงเธอเล่นกับนักเปียโนเพียงชิ้นเดียว เมื่อไปถึงเธอกำลังขับกล่อมดนตรี ผมหาที่นั่งตรงด้านหน้าประตู การมาชมการแสดงที่ 606 ควรจะอีเมล์มาจองที่นั่งล่วงหน้า และวันแสดงช่วงบ่ายโทรศัพท์มาคอนเฟิร์มกับเจ้าของร้าน เวลาการแสดงวันธรรมดาเริ่มที่ทุ่มครึ่ง การแสดงจะจบลงในเวลาสี่ทุ่ม ค่าเข้าชมเป็นเงิน 10 ปอนด์ โดยต้องสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มด้วย เมื่อไปถึงผมสั่งเป็ดรมควันอบ เสิร์ฟพร้อมสลัด และไวน์ขาวอีกหนึ่งขวด ดื่มไปทานไปฟังเพลงได้อรรถรสไม่น้อย และตัวบาร์ปเองเธอเป็นนักเอนเตอร์เทนคนดูชั้นยอด ก่อนเข้าเพลงเธอจะหาเรื่องมาเล่าให้ผูฟังฟังก่อน พลังเสียงของเธออยู่ในขั้นสุดยอด เธอสะกดคนฟังได้อย่างอยู่หมัด

เมื่อจบการแสดง เธอเดินทักทายผู้ฟัง น้องสาวของผมที่ไปด้วยแนะนำว่าเรามาจากกรุงเทพฯ เธอดีใจ และเข้าสวมกอดอย่างเป็นกันเอง

บรรยากาศที่ 606 คลับ ถือว่าสุดยอดมาก เป็นคลับที่ไม่ได้หรูเลิศ ออกจะโทรมนิดหนึ่ง แต่มันมีเสน่ห์มาก เสน่ห์แบบนี้หาไม่ได้จากที่ไหน การเป็นคลับใต้ดินทำให้อคูสติกของเสียงมีความนิ่งสงัด เสียงร้อง เสียงดนตรีชัดเจน บรรยากาศของคลับแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เจ้าของมีความตั้งใจทำอย่างยิ่งยวด เพราะมีความรักในดนตรีแจ๊ส 606 เป็นคลับที่มีนักดนตรีแจ๊สทั่วอังกฤษผลัดเวียนมาแสดงกันอย่างต่อเนื่องทุกคืน โปรแกรมการแสดงทั้งปีสามารถดูได้ที่เวบไซต์ของ 606 Club

หลังการแสดงเราต้องรีบกลับเพราะกลัวว่ารถไฟใต้ดินจะหยุดวิ่ง แล้วพรุ่งนี้เช้ายังมีภารกิจต้องทำต่อ เราจึงออกจากร้านประมาณสี่ทุ่มครึ่ง เดินไปบนถนนอันปราศจากผู้คน อากาศเย็น แต่ไม่ถึงกับหน้า ป้ายรถเมล์มีคนรออยู่ก่อนหน้านี้ เราขึ้นสาย C3 ไปยังสถานีเอิร์นคอร์ต ค่ำคืนแห่ง 606 คลับ แจ๊สสถานที่ผมคิดว่าถ้าไปเยือนลอนดอนอีก คงต้องกลับไปชมดนตรีที่นี่อีกครั้ง

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ My FaceBook Niwat.Puttaprasart

นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 4)

สู่ความเงียบสงบแห่งแหลมตะลุมพุก

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5

โดยนิวัต พุทธประสาท

talumpuk_R0018335

จากตัวเมืองนครฯ เราใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 408 มุ่งตรงไปยังอำเภอปากพนัง ถนนที่มุ่งเข้าไปยังแหลมตะลุมพุกจะผ่านตัวเมืองปากพนัง แต่เราใช้ถนนเลี่ยงเมือง แหลมตะลุมพุกเป็นแหลมที่ยื่นไปในทะเล ถนนทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยว เราไปกันวันธรรมดาแทบไม่มีรถผ่านไปผ่านมา สองข้างทางเป็นป่าชายเลน นาน ๆ ทีจึงจะมีบ้านเรือนผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่ทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง แต่ที่ผมประหลาดใจมากที่สุดคือช่วงที่เราอยู่แถว ๆ อำเภอปากพนังจะมีตึกขนาดกลางปราศจากหน้าต่างขึ้นมาเหนือทุ่งโล่ง ๆ ผมเดาว่ามันคงเป็นคอนโดสำหรับนกนางแอ่น

เรามาถึงแหลมตะลุมพุกซึ่งร้างไร้ผู้คน บ้านเรือนในแถบนั้นดูเหมือนโดนพายุมาตลอดชั่วอายุคน จากตลาดสู่ชายหาดนั้นต้องคอยสังเกตทางเข้าดี ๆ เพราะอาจจะขับหลงทางได้ ที่ชายหาดมีร้านค้าตั้งอย่างไม่ถาวรนักรวมกันเป็นกลุ่มอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ถนนเล็ก ๆ มุ่งสู่สวนต้นสน เรามาในช่วงเช้าปราศจากนักท่องเที่ยว เราจอดรถริมหาด คุณป้าขายปูเร่ขายปูให้เรา เราจึงซื้อแกพร้อมให้นึ่งให้ด้วยในราคาที่ไม่แพงมากนัก ปูสดใช้ได้แต่เนื้อไม่ค่อยมี ร้านเตียงผ้าใบยังไม่เปิดเราจึงต้องใช้กระดาษปูนั่งแทน จนกระทั่งคนดูแลร้านเตียงผ้าใบมาในช่วงใกล้เที่ยงเราจึงได้เอนหลังบนเตียง

talumpuk_R0018340

ผมมาถึงก็หามุมถ่ายภาพ จากนั้นก็ลงเล่นน้ำทะเลท่ามกลางแดดจัด ผมชอบลงเล่นน้ำทะเล ชอบเล่นคนเดียว ผมมักคิดอะไรได้เวลาว่ายน้ำ

เรานอนพักผ่อนริมหาดสลับกับลงเล่นนำ้ แสงแดดโลมเลียผิวของผมอย่างหิวกระหายโดยที่ผมไม่ได้เตรียมตัวมา มันทำให้ผิวของผมแดงระเรื่อ แดงจนแสบ และอีกสักอาทิตย์มันคงจะลอกออกเป็นแผ่น ๆ การผลัดผิวหนังจะเหมือนการแปรเปลี่ยนหรือไม่

talumpuk_R0018348

(ต้นโกงกางป่าชายเลน)

ช่วงบ่ายเริ่มมีคนมาเที่ยว และตกปลาริมหาดซึ่งผมเห็นแล้วทึ่งไม่เบา เพราะเขาตกปลาริมหาดกันได้ด้วย และได้ปลามาจริง ๆ แม้ต้องรอนานเพียงไร แล้วบางครั้งสิ่งที่นักตกปลาตกได้กลับเป็นขยะขนาดใหญ่ที่อยู่ในทะเล

เรากลับจากแหลมตะลุมพุกในช่วงบ่าย ๆ หลังจากนอน -เล่นน้ำ อ่านหนังสือ พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ท่ามกลางความเงียบ

talumpuk_R0018352

(สวนสนถ่าย-แต่งภาพอินฟาเรด)

talumpuk_R0018362

(ชายหาดยาวสวยงามในวันไร้เมฆ)

talumpuk_R0018393

(ขยะริมหาด ถูกทิ้งเอาไว้)

talumpuk_R0018424

(ปูเป็นนึ่งสด)

talumpuk_R0018407

(ห่วงยางสำหรับเช่า ความบันเทิงริมหาด)

talumpuk_R0018453

(ชายเฒ่าริมทะเล)

talumpukK_R0018401

ขากลับเรามิได้มุ่งตรงสู่ตัวเมือง ทว่าเราแวะที่ยวที่อำเภอปากพนัง ซึ่งเป็นทางผ่าน แล้วเราก็พบว่าปากพนังเป็นอำเภอที่งดงามแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5