Info

Posts tagged Beauty is a Rare Thing

หวานแปร่งแห่งเสียงแจ๊สปารีส

ยูโรเปี้ยนแจ๊สกลายเป็นอีกสายธารหนึ่งของดนตรีแจ๊สในปัจจุบัน แม้ยูโรเปี้ยนแจ๊สจะเป็นการเหมารวมดนตรีแนวแจ๊ส ฝั่งยุโรปเข้าด้วยกัน ทว่าในบรรดาประเทศยุโรปต่างก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะแจ๊สฟากฝั่งปารีสแจ๊สดูจะคึกคัก จะกล่าวว่าเป็นเมืองหลวงของแจ๊สก็ไม่ผิด

สารภาพสัจจริงผมไม่รู้จัก Henri Texier มาก่อน ไม่เคยฟังอัลบัมเขามาแต่หนใด แต่เมื่อแรกฟังก็หลงใหลในพลัน ด้วยเสียงดนตรีแจ๊สที่น่าหลงใหล มันจะอนุรักษ์ในแบบแจ๊สก็ไม่ใช่ ซาวด์จะแหวกแปลกก็ไม่เชิง ทว่ามันเป็นการรวมซาวด์ทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง ซึ่งตรงจุดนี้สำคัญมากนักครับ เพราะดนตรีแจ๊สพยายามมองหาซุ่มเสียงใหม่ ๆ มานำเสนอต่อคนฟังในทุกยุค แม้ผมเองจะมีใจโอนเอนไปกับ Contemporary Jazz แต่ถ้าเจอซาวด์ใหม่ที่หวีดเกินระดับก็ต้องใช้เวลาในการฟังเช่นกัน

รักแรกพบระหว่างผมกับ Henri Texier จึงไม่อยู่เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะชุด Love Songs Reflexions ซึ่งรวบรวมเพลงที่เรารู้จักกันดีมานำเสนอใหม่แล้ว ซาวด์ในอัลบัมก็ช่างแตกต่างกันจนดูเหมือนว่ามันไปกันคนละทางเลย แต่ผมกลับคิดว่านี่แหละครับเพลงหวาน ที่ผสมผสานเพลงแก้เลี่ยนนั้นควรจะอยู่ในอัลบัมเดียวกัน

อองรี เต็กเซียร์ เป็นชาวปารีส เขาเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1945 เขาเป็นมือเบสที่เคยร่วมงานกับดอน เชอร์รี่, โจ ลาวาโน, สตีฟ สวาโลว์, จอห์นี่ กริฟฟิน เป็นต้น เขาออกผลงานในฐานะผู้นำวงพอสมควร และอัลบัม Love Songs Reflexions โดยอัลบัมนี้มีด้วยกัน 12 เพลง จากหลากหลายนักประพันธ์ รวมถึงเพลงที่อองรีแต่ง

เพลงแรก Beautiful Love (V.Young) เริ่มต้นเพลงด้วยการเดินท่วงทำนองหลักโดยเบส โดยมีเสียงฉาบตีคลอเป็นจังหวะ จากนั้นเบสก็เดินลีลาอิมโพรไวส์ กีตาร์เข้ามาร่วมแจมท่วงทำนองโดยการเล่นเสียงประสาน ก่อนที่แซกโซโฟนจะบรรเลงท่วงทำนองเพลงอีกครั้ง Beautiful Love จึงเป็นเพลงเปิดอัลบัมที่งดงามตามแบบเพลงแจ๊สที่น่าหลงใหล ทั้งเสียงประสานของดนตรีก็ทำออกมาได้ไพเราะจับใจ

เมื่อเข้าสู่เพลงที่สอง Intuition (ไม่ได้ระบุชื่อผู้แต่ง) เสียงฉาบอันไพเราะยังคงเริ่มขึ้น ตามด้วยการเดินเบส และเสียงแซกฯ เดินทำนองนำท่วงทำนองหลัก จากนั้นกีตาร์จึงสอดประสาน จากเพลงแรกถึงเพลงที่สองนี้มีแนวดนตรีที่ต่างกัน ซาวด์ดนตรีไม่หวานเหมือนเพลงแรก โดยวงเริ่มนำเสนอเสียงที่ออกล้ำหน้าเล็กน้อย

เพลงที่สาม I Love You (C.Porter) กีตาร์แผดขึ้นด้วยเสียงกร้าวแหบแหลม แซกโซโฟนบรรเลงรับลูกตอบดต้กันไปมา การอิมโพรไวส์อันเป็นอิสระ ทำให้เพลงหวานของโคล พอร์เตอร์กลายเป้นอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมันเร่งเร้าอย่างสุดประมาณ ก่อนจะหักมุมในเพลงที่สี่คือ In A Sentimental Mood (Ellington,Mills, Kutz) อันหวานหยดจนตัดรสจัดของเพลงที่สามอย่างชนิดที่ว่าแทบดึงอารมณ์กลับมาไม่ทัน สำหรับเพลงนี้แม้เราจะฟังมากี่ครั้งกี่หนกี่เวอร์ชั่นมันก็ยังคงทำให้เราจับจิตจับใจกับมันไม่เสื่อมคลาย การตีความในช่วงอิมโพไวส์นั้นทั้งโหยหวน ตัดพ้อ รำพึงรำพัน เสียงแซกโซโฟนฝีมือน้องชายของอองรี คือ Sébastien Texier นั้นทำได้อารมณ์ยิ่งนัก ขณะที่กีตาร์ Manu Codjai  ก็ยังคงเน้นเสียงประสานที่สอดรับอย่างงดงาม

เพลงที่ห้ามือกลอง Christophe Marguet ก็มีโอกาสวาดลวดลายอย่างเอกอุในเพลง Dark Song

สำหรับเพลงที่เหลือนั้นก็ยังควเน้นที่ความสัมพันธ์ของวง ซึ่งเป็นเอกภาพ แต่ละเซ้คชั่นทำได้อย่างลงตัว แม้จะไม่ใช่อัลบัมที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยฟัง แต่ในแง่ที่ว่ามันสร้างซาวด์ดนตรีที่น่าสนใจนั้น โดยเฉพาะเพลงรักหวานที่ทุกคนคุ้นเคย ได้มีแง่มุมใหม่ และเป็นมุมมองที่ไม่หวาน ไม่นำสมัยจนเกินไป

Musicians

Henri Texier: bass
Sébastien Texier: saxophone alto, clarinette, clarinette alto
Manu Codjia: guitare
Christophe Marguet: drums

Song Lists
01.Beautiful Love (V.Young)
02. Intuition (4:36)
03. I Love You (C. Porter) (2:17)
04. In A Sentimental Mood (Ellington / Mills / Kutz) (6:29)
05. Dark Song (2:42) 06. Easy To Love (C. Porter) (3:42)
07. Mistreated (4:08)
08. God Bless The Child (B. Holiday / A. Herzog) (6:42)
09. A Vif (3:26)
10. Nostalgique (4:06)
11. Emouvantes Blues (H. Texier) (4:11)
12. My One And Only Love (R. Mullin / G. Wood) (8:11)

ดาวน์โหลดตัวอย่างเพลง

โดย นิวัต พุทธประสาท

อ่านตอนแรก


บรรยากาศการแสดงเทศกาลแจ๊สมหิดล

หลังจากชมวันแรกจบลงแล้ว ผมกลับถึงบ้านแบบลากสังขารครับ ขากลับแวะกินโจ๊กบางกอกริมถนนเพชรเกษม เกือบเที่ยงคืนจึงถึงบ้าน อาบน้ำเสร็จก็สลบเลยครับ ตอนเช้าต้องตื่นเช้าทำภารกิจอีกต่างหาก ตอนแรกผมกะจะไปร่วมกิจกรรมในงานตอนกลางวัน แต่พอช่วงบ่ายหมดแรงเสียก่อนตามประสาคนเริ่มมีอายุ จึงงีบหลับช่วงเย็นแล้วกว่าจะออกมาชมคอนเสิร์ตได้ก็ทุ่มครึ่ง ยังดีที่ออฟฟิศของผมอยู่ที่สามพรานจึงเดินทางไปยังมหิดลศาลายาไม่ยากเย็นนัก

ผมไปถึงคอนเสิร์ตตอนที่โก้แซกแมนเล่นจะจบอยู่แล้ว แม้ว่าจะไปดูในช่วงท้าย แต่สิ่งที่ผมรับรู้คือโก้นั้นมีการแสดงที่ยอดเยี่ยมมากครับ นี่เป็นข้อดีที่เชิญนักดนตรีอาชีพมาเล่นในงาน เพราะการแสดงในเวทีกลางแจ้งแบบนี้ การเอนเตอร์เทนคนดูมีส่วนสำคัญมาก การเอาคนดูให้อยู่ไม่ใช่เฉพาะฝีมือ แต่มันต้องผสมการแสดงลงไปด้วย แล้วนักดนตรีอาชีพที่ผ่านเวทีการเล่นมาโชกโชนเท่านั้นที่จะทำได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศวันนี้ยังคงคึกคัก แฟนเพลงของโก้มาชมอุ่นหนาฝาคั่ง อาจจะเป็นเพราะรายการแรก ซึ่งต่อมาจากช่วงกลางวัน คอนเสิร์ตจบก็ยังไม่ดึกมากนัก

โก้ มิสเตอร์แซกแมน

วันนี้สนามหญ้าที่เป็นจุดนั่งฟังแห้งสนิททำให้การเดินสำรวจรอบบริเวณทำได้อย่างดี พอโก้แสดงเสร็จผมก็เดินสำรวจ วันนี้ผู้ชมเตรียมตัวมาชมพอสมควร ด้วยการเตรียมเครื่องดื่มมาดื่มไปดูไป ซึ่งผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมากครับ การดูคอนเสิร์ตแจ๊สกลางแจ้งมันต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์บ้างครับ เพราะมันเข้ากันอย่างดีกับบรรยากาศ การดื่มแอลกอฮอร์ไม่ใช่อาชญากรรมเหมือนพวกมือถือสากปากถือศีลพูดกล่อมกันเช้าเย็น การดื่มอย่างพอเหมาะนั้นเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ดังที่ผู้มีรสนิยมดีปฏิบัติกัน แม้เทศกาลแจ๊สจะจัดกันในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กระนั้นโอกาสแบบนี้ผมก็คิดว่าไม่น่าเกลียดหรอกครับ คนที่คิดน่ะอกุศลต่างหาก กฎทั้งหลายมนุษย์ล้วนตั้งขึ้น และคนที่จะเอามันลงมาพักบ้างก็คือมนุษย์นั่นเอง (ใครจะเถียงเรื่องนี้กับผมได้เลยนะครับ)

วงแม้นศรี

วงที่สองของค่ำคืนนี้คือวงแม้นศรี วงแม้นศรีเป็นวงที่ก่อตั้งขึ้นจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นวงที่ตั้งวงกันมานานพอสมควร เคยบันทึกเสียงหลายครั้ง วงแม้นศรีเล่นดนตรีค่อนข้างละเมียด ไม่เน้นจังหวะรวดเร็ว เล่นกันละเอียดละออ

ส่วนวงสุดท้ายของค่ำคืน Rich Perry Quartet เป็นวงปิดท้าย ระหว่างรอการตั้งเครื่องวันนี้ผมก็เดินสำรวจตามเคยครับ ขี้เกียจนั่งอยู่กับที่ เทศกาลแจ๊สคราวนี้นอกจากมีดนตรีบรรเลงแล้วยังมีร้านมาออกร้านขายของด้วย แต่ละร้านชวนให้เสียเงินจริง ๆ ตั้งแต่ค่ายเพลงแจ๊สอย่างฮิตแมน มีหลายอัลบัมน่าสนใจครับ (ส่วนใหญ่ผมมีแล้ว) ผมไม่แน่ใจว่าเวบไซต์ของฮิตแมนแจ๊สมันจะเจ๊งอีกนานหรือเปล่าเพราะเข้าไม่ได้มาเป็นเดือน ๆ แล้ว นอกจากนั้นยังมีร้านของวิทยาลัยดนตรี ขายอัลบัมน่าสนใจคือ The Pomelo Town และเสื้อยืดของเทศกาล ที่น่าสนใจอีกร้านคือร้านใบชาซอง ที่คุณบรรณ และภรรยามาออกร้านขายกันเอง นอกจากอัลบัมที่ทางคุณบรรณผลิตเองแล้ว ยังมีอัลบัมเพลงอื่น ๆ อีก ส่วนร้านของคุณสมนึกมีอัลบัมน่าสนใจเยอะ แต่ไม่ค่อยกล้าแตะเท่าไหร่ ก่อนซื้อควรถามราคาก่อนเพราะมันขึ้นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากร้านต่าง ๆ แล้วยังมีร้านมาขายอาหาร ซึ่งก็มีพอสมควรช่วยรองท้องผู้ชมได้อย่างดี ร้านที่ฮิตที่สุดและกลิ่นอบอวนชวนท้องร้องก็คือข้าวไข่เจียว

Rich Perry Quartet

ระหว่างที่ผมเดินเล่นรอบสนามช่วงรอตั้งเครื่องก็บังเอิญพบกับคอลัมนิสต์ดนตรีผู้คว่ำหวอดในวงการมานานอย่าง ปรารถนา รัตนะ ซึ่งปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์ประจำในหนังสือมติชนสุุดสัปดาห์ ก็เลยคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอตั้งใจมาชมคุณริช เพอร์รี่แสดงโดยเฉพาะ

การแสดงของวงริชเพอร์รี่ควอตเต็ต เป็นไปดังที่คาดครับ เล่นได้ดีสมมาตรฐาน แม้คุณริชแกจะออกตัวว่าไม่ได้ซ้อมมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว (ตอนที่เวิร์คช็อป) แต่ผมดูแล้ววงฝรั่งอาชีพมันเขี้ยวลากดินดีแท้ เล่นกันอย่างไหลลื่นทุกเม็ด เรื่องทีมเวิร์คไม่ต้องสงสัย รวมกันเป้นหนึ่ง เล่นเข้าขากันอย่างไม่ต้องมองด้วยสายตา ทว่าสัมผัสด้วยเสียงดนตรี ผมชอบรสนิยมการบรรเลงแซกโซโฟนของคุณริชเป็นอย่างมาก ยิ่งเขาแสดงความคิดเห็นในเรื่องสไตล์ของเขาในวันเวิร์คช็อป แล้วเขาก็แสดงสิ่งที่เขาคิดให้เราชมในคอนเสิร์ต มันตอกย้ำว่าเขาเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด การเล่นจึงสมบูรณ์แบบแม้ว่าสถานที่การแสดงนั้นจะอยู่ที่ไหน เล่นที่ใด มีใครเป็นผู้ชม หรือผู้ชมมีจำนวนเท่าไร

เสียงแซกฯของคุณริชทำให้ผมคิดถึงเสียงแซกฯของเด็กซ์เตอร์ กอร์ดอนไม่น้อย เป็นเพียงการระลึกถึงเท่านั้นนะครับ เพราะแนวทางมันคล้าย ๆ กัน

การแสดงจบลงราว ๆ ห้าทุ่มครึ่ง เป็นอีกคืนที่อิ่มสุข แต่ก็เพลียเอาเรื่องเหมือนกัน

ส่วนการแสดงในวันที่สาม ผมพลาดตลอดทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนครับ น่าเสียดายครับ แต่ก็พลาดไปแล้ว

มีข้อน่าติติงนิดหนึ่งขอติเพื่อก่อนะครับ ผมคิดว่างานคอนเสิร์ตครั้งนี้โปรแกรมที่จัดเหมาะสำหรับคนที่จะมาเพียงวันเดียว คือโปรแกรมเช้ากับเย็น ไม่ใช่มาสามวันในช่วงใดช่วงหนึ่ง (ใจจริงผมอยากมาร่วมทั้งสามวันสามคืน ถ้ามีสถานที่พักให้งีบหลับได้สักแป๊ปหนึ่งในช่วงบ่ายแก่ ๆ) เทศกาลนี้ผมมีเวลาเฉพาะช่วงไนท์ไทม์เท่านั้น จึงพลาดกิจกรรมตอนกลางวันทั้งหมด ทั้งที่โปรแกรมกลางวันบางอันน่าสนใจมาก อีกประการหนึ่งก็คือ การบรรเลงเพลงแจ๊สในเวทีกลางแจ้ง เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะดึงอารมณ์ร่วมของคนดูให้เป็นหนึ่ง ดังนั้นเวที Main Stage ในคราวนี้มีวงที่เพอร์ฟรอมเม้นต์เก่ง ๆ ไม่กี่วงที่เหมาะแก่การแสดงกลางแจ้ง ผมคิดว่าวงที่เล่นด้วยฝีมือควรจัดให้เล่นในหอการแสดงมากกว่า เพราะจะสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า อย่างเช่นวงแม้นศรีเล่นเพลงที่ละเอียดมาก คนดูต้องตั้งใจฟัง การเล่นกลางแจ้งเป็นการทำลายการแสดงโดยไม่ต้ังใจ รวมถึงวงอย่างริชเพอร์รี่ควอตเต็ตก็ควรค่าแก่การแสดงในหอการแสดงมากกว่ากลางแจ้งที่ต้องเสี่ยงต่อสภาพอากาศและคนดูที่ไม่มีสมาธิ

กระนั้นในปีหน้าผมก็ยังคงมาชมอยู่ดี (และยังสมัครใจเป็นแฟนวงดุริยางค์ฟิลฮาร์โมนิคแห่งประเทศไทยอย่างไม่ครามครัน)

ขอบคุณการแสดงดี รายการดี ๆ ที่ผู้จัดที่ทุ่มเทแรงกายและใจจัดขึ้น ขอปรบมือดัง ๆ และคารวะงาม ๆ

อ่านตอนแรก

Herbie Hancock
River: The Joni Letters

ภาพปกอัลบัม River: The Joni Letter

ภาพปกอัลบัม River: The Joni Letter

เป็นเวลานานมากแล้วที่รางวัลแกรมมี่อวอร์ดจะมอบรางวัลอัลบัมยอดเยี่ยมแห่งปีให้กับดนตรีสาขาแจ๊ส แต่กระนั้นผลงานของเฮอร์บี้ แฮนค็อค ชุด River: The Joni Letters ก็สามารถเดินไปสู่จุดนั้นได้อย่างสง่างาม เท่ากับว่าการประกาศรางวัลในปี 2007 ได้ทำลายกำแพงแห่งดนตรีลงทีละน้อย และแกรมมี่เองก็คงตระหนักว่าไม่มีเหตุผลอันใดยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว ขณะที่ตัวผลงานของชุดนี้พูดได้คำเดียวว่ายอดเยี่ยมไม่มีที่ติ

เฮอร์บี้ แฮนค็อกเป็นนักเปียโนแนวแจ๊ส เขาเคยเล่นให้กับวงไมลส์ เดวิส นักทรัมเป็ต คนแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล เฮอร์บี้สร้างสรรค์ผลงานเดี่ยวของตัวเองและสร้างชื่อมากับสังกัดบลูโน้ต เฮอร์บี้เป็นคนแจ๊สที่ไม่หยุดนิ่ง เมื่อเข้าสู่ยุค 70 ความอ่อนล้าของแจ๊สถูกดนตรีร็อคเข้ากระหน่ำโจมตี ดนตรีแจ๊สเริ่มเล่นเบาลง ขณะที่ดนตรีร็อคถล่มในชาร์ตอันดับเพลงอย่างที่ไม่มีใครหยุดยั้ง นักดนตรีแจ๊สหลายคนไม่สามารถฝ่ากระแสไปได้ก็หายไปจากวงโคจรธุรกิจดนตรี บ้างก็ล้มตายจากปัญหาสุขภาพเรื้อรัง สิ่งเหล่านี้กัดกร่อนคนแจ๊สลงเรื่อย ๆ แต่ก็มีศิลปินแจ๊สไม่มากนักที่กล้านำเสนอผลงานในรูปแบบใหม่ ๆ ด้วยการผสมผสานแจ๊สกับร็อคเข้าด้วยกัน แจ๊สกับโซล และแจ๊สซึ่งไม่ใช่แจ๊สแบบเดิมอีกต่อไป หนึ่งในนั้นก็คือเฮอร์บี้ แฮนค็อกนี่เอง

ถ้าหากติดตามผลงานของเฮอร์บี้ แฮนค็อกมาสักระยะ เราจะรู้เขาเป็นนักเปียโนแจ๊สที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ออกมาเสมอ เขาจะไม่ทำงานในแบบเดิม แต่จะทดลองทำงานในรูปแบบใหม่ ๆ บางอัลบัมเมื่อประสบความสำเร็จ แทนที่เขาจะกลับไปทำในแนวเดิม เขากลับฉีกออกไปอีกแนว ผลงานของเขาจึงได้รับความนิยมในแบบขึ้น ๆ ลง ๆ บางอัลบัมลงตัวสุดยอด แต่บางอัลบัมแฟนเก่า ๆ ก็รับมันไม่ได้ก็มี แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของเขา เพราะการเป็นศิลปิน การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ คือหัวใจสำคัญมากกว่าการตามใจแฟนเพลง

ส่วนอัลบัมชุดนี้ เกิดขึ้นเมื่อต้นสังกัดถามเฮอร์บี้ว่าทำไมไม่นำเอาผลงานของโจนี่ มิตเชลมาทำ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว เฮอร์บี้ชื่นชมผลงานการแต่งเพลงของโจนี่ มิตเชลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาจึงตัดสินใจเริ่มโปรเจคนี้โดยไม่ลังเล การคัดเลือกเพลงเพือนำมาเรียบเรียงใหม่ เฮอร์บี้ แฮนค็อกได้อดีตสามีของดจนี่มาช่วย ทำให้เขาสามารถเข้าถึงเพลงที่เธอเขียนในช่วงเวลานั้นได้อย่างดี และเข้าใจอารมณ์ของเพลง นอกจากนั้นยังได้เชิญนักแซกโซโฟนอย่างเวน ช็อตเตอร์ ตำนานแจ๊สที่ยังมีชีวิตอยู่ ช็อตเตอร์เคยทำงานร่วมกับโจนี่ มิตเชลมาก่อน จึงไม่ยากที่เขาจะเข้าถึงดนตรี และการเลือกช็อตเตอร์มาเป่าแซกเป็นสิ่งพิเศษสำหรับแฟนเพลงแจ๊สจริง ๆ

เฮอร์บี้ แฮนค็อก กับเปียโนยามาฮา

เฮอร์บี้ แฮนค็อก กับเปียโนยามาฮา

ขณะที่นักร้องรับเชิญนั้นก็ไม่ธรรมดาไม่ว่าจะเป็นนอร่า โจนส์ กับเพลงเปิดอัลบัมอย่าง Court and Spark หรือนักร้องสาวใหญ่โซลร็อคอย่างทิน่า เทอร์เนอร์ก็มาขยับลูกคอในแบบแจ๊ส เรื่องพลังเสียงไม่ต้องคุยกันให้มากความ แต่เทคนิคในการเปล่งเสียงนี่แหละครับ ที่เป็นอัตลักษณ์ชัดเจน และทีน่าก็ทำให้เห็นว่าเธอไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงมากเท่ากับร้องเพลงร็อค แต่ร้องได้อย่างมีพลัง นอกจากนักร้องมีชื่อเสียงแล้ว ยังมีสองนักร้องสาวรุ่นใหม่มาร่วมงานด้วย คนแรกคือหลุยเซียนา โซชา สาวคนนี้มีอัลบัมในแบบบอสซาโนวามาแล้วหนึ่งชุด น้ำเสียงของเธอออกเศร้า ๆ หม่น ๆ แต่น่าฟัง ส่วนเพลงเด่นของอัลบัมคือ River นักร้องสาวรุ่นใหม่อย่าง คอลริน ไบลเล่มาขับกล่มด้วยสำเนียงเสียงหวาน แม้จะเป้นหน้าใหม่ของวงการเพลง แต่มีอนาคตดีทีเดียว โดยเฉพาะการตีความเพลงนี้ได้ชวนฟัง

ส่วนโจนี่ มิตเชล ก็มาขับร้องเพลงของตัวเองในเพลง Tea Leaf Prophecy ได้อย่างเยี่ยมยอด
นอกจากนักร้องที่มาทำหน้าที่กันมากหน้าแล้ว Section ที่ขาดไม่ได้คือนักดนตรี เวนย์ ช็อตเตอร์รับหน้าที่แซกฯ ส่วนดับเบิลเบส เป็นหน้าที่ของ เดฟ ฮอลแลนด์ มือเบสในตำนานอีกคนที่มาร่วมต่อเติมจิ๊กซอร์ให้เต็ม

สำหรับผมยิ่งได้ฟังอัลบัมนี้หลายต่อหลายรอบ ยิ่งเพิ่มความชอบไปทีละนิด และอัลบัมนี้ขึ้นชาร์ตของผมในปี 2008 นานติดต่อกันสองเดือนแล้ว คนที่กำลังเริ่มต้นฟังแจ๊ส การเริ่มกับอัลบัมนี้ก็ไม่เลวนัก มีทั้งเพลงร้องและเพลงบรรเลง ท่วงทำนองเพลงที่ไพเราะ ดนตรีเล่นได้อย่างเข้าขากัน บันทึกเสียงได้ไม่เลว จึงยากที่จะปฏิเสธ แม้ว่า อีเอ็มไอจะประกาศไม่ผลิตแผ่นซีดีแล้ว แต่ผมก็หาซื้อชุดนี้ได้จากร้าย บีทูเอส และคิดว่าน่าจะมีขายตามร้านซีดีใหญ่ ๆ ทั่วไป

เมื่อเฮอร์บี้ แฮนค็อกทำอัลบัมนี้เสร็จ ตอนที่เขาจะส่งแผ่นให้โจนี่ มิตเชลฟัง เขากลัวและกังวลว่าโจนี่ จะชอบมันหรือไม่ แต่โจนี่กลับรู้สึกตื่นเต้น เมื่อได้ฟังเธอชอบมันมาก และผมก็เห็นด้วยอย่างไม่สงสัย

ภาพปกแผ่นซีดีของ Chesky Records

ภาพปกแผ่นซีดีของ Chesky Records

Tchaikovsky : Swan Lake Ballet Suite/ Symphony No.5
Chesky Records

ตอนที่ผมเล่นเครื่องเสียงได้สักพักหนึ่ง ก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า มีแผ่นซีดีแนวคลาสสิกแผ่นใดบ้างที่อัดเสียงดี ๆ คำถามนี้มันเกิดขึ้นเพราะว่าแผ่นเพลงแจ๊สที่อัดเสียงในห้วงเวลา ต้นศตวรรษที่ 50 จนกระทั่ง 60 นั้น ส่วนใหญ่จะอัดเสียงได้เป็นธรรมชาติ มีความเป็นดนตรีสูง ทั้งที่สังกัดแผ่นเสียงจะไม่ยิ่งใหญ่ อย่างเช่น Blue Note , Impluse , Prestige เป็นต้น เมื่อเทียบกับตราแผ่นเสียงอย่าง RCA Victor แล้ว ถือเป็นเจ้าตลาด มีเทคโนโลยีที่สูงกว่าเพื่อน (สมัยนั้น RCA บันทกเสียงด้วยไมค์สามตัวเป็นเจ้าแรก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแผนสเตริโอสองแชลแนลในอนาคตสำหรับสมัยนั้น) แถมยังเป็นถึงขาใหญ่สายป่านยาว และนักฟังเพลงรุ่นเก่าที่เล่นแผ่นเสียง RCA Victor ถือเป็นหนึ่งในบริษัทคุณภาพ แต่เมื่อแผ่นซีดีกำเนิดขึ้นในยุค 80 บริษัทต่าง ๆ นำต้นฉบับมาปัดฝุ่นเป็นไฟล์ดิจิตอลกันถ้วนหน้า RCA ก็เช่นกัน บริษัทของตนถือว่ามีต้นทุนเพลงคลาสสิกเป็นจำนวนมาก อัลบัมสำคัญ ๆ ออกมาเยอะจนนับไม่หมด แต่น่าเสียดายแผ่นซีดีส่วนใหญ่ของ RCA นั้นมักจะหามาตรฐานทางด้านความเป็น Audiophile ได้น้อยเต็มทน (ท่านที่จะเล่นแผ่น RCA เพลงคลาสสิก ผมแนะนำว่าหาแผ่นเสียงมาเล่นจะได้เสียงที่ดีกว่าซีดีครับ)

ที่จริงแผ่นซีดีที่อัดเสียงดี ๆ ก็มีเยอะนะครับ แต่ผมมองว่า อัดเสียงดียังไง คุณค่าทางดนตรีก็ต้องมีมาตรฐานที่สูงตามไปด้วย ไม่เช่นนั้นอัลบัมนั้น ๆ ก็ไร้คุณค่าไปโดยปริยาย ท่านผู้อ่านคงคิดว่าผมตั้งกำแพงเอาไว้สูงแบบนี้มันจะโหดไปหรือเปล่า แต่เพื่อเค้นให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ต้องบาลานซ์กันให้พอเหมาะ แล้วอัลบัมนั้นจะเป็นอัลบมที่มีคุณภาพ

ผมได้แผ่นซีดีของ Chesky Records มาหลายปีแล้ว แผ่นนี้ผลิตในปี 1993 ผมไม่เคยฟังเปรียบเทียบว่าแผ่นที่ผลิตใหม่หรือเก่ากว่านี้เป็นยังไงนะครับ ยอมรับว่าตอนซื้อแผ่นนี้มาฟังครั้งแรก ผมยังไม่รู้จักสังกัด Chesky Records เลย แต่ที่ซื้อมาเพราะแรงดึงดูดจากข้อความปกหลังซีดี ที่เขียนเอาไว้ว่า You Can Hear The Difference เวลานั้นผมเข้าใจว่าเขาคงตีความดนตรีที่แตกต่างจากแผ่นอื่น ๆ (โดยความจริงสิ่งที่ผมคิดก็ถูกส่วนหนึ่งครับ) แต่ตอนมาเปิดฟังสิครับ ผมรู้ได้ทันทีว่าแผ่นซีดีแผ่นนี้เสียงโปร่ง และแยกแยะชิ้นดนตรีได้ดี ไม่มีอาการ Fog หรืออาการขุ่นมัวเหมือนแผ่นซีดีเพลงคลาสสิกทั่วไป แผ่นซีดีชุดนี้ เป็นการนำเอามาสเตอร์เทป Analog มาแปลงเป็นดิจิตอล ตามขั้นตอนของ Chesky สุ้มเสียงของแผ่นซีดีชุดนี้จึงมีเสียงที่แตกต่างอย่างที่เราสามารถได้ยิน และอย่างที่เขาโฆษณาเอาไว้นั่นเอง

Peter Tchaikovsky

Peter Tchaikovsky

สำหรับอัลบัมนี้บรรจุบทเพลงของคีตกวีเอกอุผู้หนึ่งของโลกนาม Tchaikovsky ด้วยกันสองบทเพลงอันได้แก่ Swan Lake Ballet Suite ซึ่งบรรเลงโดยวง New Symphony Orchestra of London วาทยากรโดย Sir Adrian Boult ซึ่งเป็นวาทยกรชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงและฝีมือมากคนหนึ่งของโลกเช่นกัน บทเพลง Swan Lake ได้คัดเลือกเพลงเด่น ๆ จากองก์ต่าง ๆ ของเรื่องมารวมเอาไว้ จึงมีแต่บทเพลงที่ไพเราะและคุ้นหู การตีความของ Sir Adrian Boult ออกไปในแนวขนบ มีความแข็งกร้าวนิด ๆ แบบทหาร ทำให้บทเพลงไม่เอื่อยเฉื่อยหรืออ่อนหวานเกินไป แต่ก็มิได้แข็งกร้าวในแบบวงรัสเซียอย่างที่คุ้นเคย

Swan Lake Ballet

Swan Lake Ballet

เพลงบทที่สองเป็น Symphony No.5 ในบันไดเสียง E minor ถ้าท่านผู้ฟังลองสังเกต ซิมโฟนีหมายเลขห้า นั้น คีตกวีส่วนใหญ่จะมาถึงช่วงบรรลุ ซิมโฟนีหมายเลขห้าของไชยคอฟสกี้ก็เช่นกัน มาถึงห้วงเวลาที่ไชยคอฟสกี้พีคที่สุดช่วงหนึ่ง แม้ซิมโฟนี่หมายเลขห้าของเขาจะดังสู้หมายเลขห้าของคีตกวีท่านอื่น แต่ถ้าจะยกย่อง ซิมโฟนี่หมายเลขหกของไชยคอฟสกี้ต้องยกนิ้วให้ซิมโฟนี่หมายเลขหก หรือที่นักฟังเพลงคลาสสิกรู้จักในชื่อเล่นว่า “แพคทริค” กระนั้นซิมโฟนี่บทนี้ของไชยคอฟสกี้ได้รับความนิยมนำมาเล่นกันมาก สำหรับอัลบัมนี้บรรเลงโดยวง New Philharmonic Orchestra อำนวยวงโดย Jascha Horenstien การตีความก็มีความแตกต่างจากวงออร์เครสตร้าจากค่ายเยอรมันอย่างดอยต์แกรมมาโฟน และค่ายจากอเมริกาอย่าง RCA Victor พอสมควร ส่วนเรื่องเสียงนั้น แม้จะบันทึกต่างกรรมต่างวาระจากบทเพลงแรก แต่ดูเหมือนทาง Chesky Records ควบคุมสัญญาณขาออกได้เป็นอย่างดี จึงทำให้อารมณ์ของอัลบัมนี้ไม่กระโดดไปมาแม้ฟังต่อเนื่องจากบทเพลงแรกต่อจากบทเพลงที่สอง แต่อยู่ในโทนอารมณ์เดียวกัน

ท่านที่กำลังมองหาแผ่นเพลงคลาสสิกบันทึกเสียงดี Tchaikovsky ของ Chesky Records แผ่นนี้ไม่ผิดหวังแน่ และอาจจะต่อยอดให้ท่านไปหาผลงานของคีตกวีชาวรัสเซียท่านนี้มาฟังเพิ่มเติมอีกด้วย

Music: 7
Sound: 9

พิมพ์ใจ: แรงดลใจอันงดงาม

แผ่นเสียง: พิมพ์ใจ

แผ่นเสียง: พิมพ์ใจ

ร้านแผนเสียงเก่า ขณะผมกำลังเลือกแผ่นเสียงทีละแผ่นด้วยความสบายใจ ขณะกำลังรื้อกองแผ่นเสียงทีละกองอยู่นั้น ผมพบกับแผ่นเสียงแผ่นหนึ่งซึ่งทำให้ผมสะดุดใจเป็นอย่างยิ่ง แผ่นเสียงแผ่นนั้นหน้าปกสีเทา ตัวอักษรเดินทองสวยงาม ชื่อปกเขียนด้วยตัวอักษรแบบศิลปะ เขียนว่า “พิมพ์ใจ” ส่วนชื่อเจ้าของผลงานเพลงคือ วราห์ วรเวช แรกเห็นชื่อนี้ผมคิดในใจว่าไม่คุ้นหูเอาเสียเลย แต่เมื่อพลิกไปดูด้านหลังแผ่นเสียง ก็พบว่าผู้ที่แนะนำแผ่นเสียงชุดนี้คือพญาอินทรีย์ แห่งสวนทูนอินนั่นเอง เพียงเท่านี้ผมก็หยิบแผ่นเสียงแผ่นนี้มาสู่อ้อมอก ก่อนจะรีบจ่ายเงินออกจากร้านด้วยอารมณ์เปรมปรีดิ์ ทั้งที่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดอะไรเลย

ผมนำแผ่นเสียงที่เพิ่งซื้อมาเปิดดู แผนเสียงชุดนี้จัดทำหน้าปกแบบพับสองหน้า รายละเอียดด้านในนอกจากจะมีเนื้อเพลง ชื่อคนร้องแล้ว ยังแนะนำผู้เรียบเรียงเสียงประสานเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน นับว่าเป็นแผ่นเสียงเพลงไทยในยุคนี้ที่มีรายละเอียดของอัลบัมได้อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ฟังรุ่นหลังได้มีเกร็ดเล็กน้อยของศิลปิน แผ่นเสียงชุดพิมพ์ใจอยู่ในสภาพทีสมบูรณ์มาก แม้สันปกจะหลุดลุ่ยไปตามกาลเวลาบ้างแต่สภาพหน้าปกและสภาพแผ่นเสียงยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก ๆ

กลับมาที่ผลงานของวราห์ วรเวชเป็นใครนั้น ยิ่งต้องสำคัญเพราะรงค์ วงษ์สวรรค์เขียนถึงอย่างละเอียด รงค์ วงษ์สวรรค์เขียนแนะนำว่า “วราห์ วรเวช เป็นใครในความรู้สึกของ วราห์ วรเวช? เขาอาจตอบได้ชัดเจน หรือตอบไม่ได้เลย แต่สำหรับเพื่อนและคนมักคุ้น เขาเป็นชายหนุ่ม เป็นเจ้าของใบหน้าอ่อนโยนหมดจด และท่วงทีแบบสุภาพบุรุษ เป็นนายแพทย์ และเป็นนักแต่งเพลง และเขาจะเป็นอะไรอีกนั้นเข็มนาฬิกาแห่งชีวิตกำลังเฝ้ามองอย่างมิให้คลาดเคลื่อน วราห์ วรเวช ในความรู้สึกของผู้หญิงบางคนค่อนข้างสงวนถ้อยคำ หากเขาก็พูดว่า “ผมเชื่อในความรัก”

ผมยอมรับว่าคุณรงค์เขียนถึงวราห์ วรเวชได้อย่างเห็นภาพชายผู้นี้อย่างเด่นชัด นอกจากเขาจะต้องเป็นชายโรแมนติกแล้ว เขายังเป็นศิลปินที่มีมุมมองที่แปลกต่างไปจากนักแต่งเพลงรุ่นเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย

ภาพปกแผ่นเสียงพิมพ์ใจ ของวราห์ วรเวช

ภาพปกแผ่นเสียงพิมพ์ใจ ของวราห์ วรเวช

แผ่นเสียงชุด “พิมพ์ใจ” เป็นผลงานการแต่งเนื้อร้องของวราห์ วรเวช โดยอัลบัมชุดนี้มีนักร้องทั้งชายหญิงชื่อดังมาร่วมร้องกันมากหน้าหลายตาอาทิเช่นสุเทพ วงศ์กำแหง, ชรินทร์ นันทนาคร, สวลี ผกาพันธ์, จินตนา สุขสถิตย์, เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, รวงทอง ลั่นทม เป็นต้น โดยมีประสิทธ์ พยอมยงค์, แมนรัตน์ ศรีกานนท์ และชัยยุทธ เวชสวรรค์ เรียบเรียงเสียงประสาน และควบคุมวงดนตรี

วราห์ วรเวช อาจจะไม่ใช่นักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงนักถ้าเทียบกับนักแต่งเพลงในรุ่นเดียวกัน ทั้งเพลงที่ติดหูหรือเพลงฮิตก็มีไม่มาก ถ้าเทียบว่าเพลงเก่า ๆ ที่มีนักร้องรุ่นใหม่กลับมาร้องอีกครั้งนั้นก็แทบจะไม่มีหรือไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าลองดูที่เนื้อเพลงอย่างเดียว โดยไม่มองว่าไม่มีเพลงฮิตเพลงดังเหมือนคนอื่น เพลงของวราห์ วรเวชมีความเป็นศิลปะเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีท่วงทำนองที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำซาก รูปแบบไม่เป็นสูตรสำเร็จแบบเพลงดัง ๆ ท่วงทำนองที่แปลกใหม่นี้เองที่ทำให้เพลงของเขาไพเราะจับใจเป็นอย่างมาก เพลงเปิดอัลบัมคือเพลง “พิมพ์ใจ” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับชื่อชุด ขับร้องโดยสุเทพ วงศ์กำแหง เมื่อแรกเปิดฟังผมก็หลงใหลเป็นอย่างมาก เสียงของสุเทพมีทุ้มหวานแต่มีพลัง เนื้อเพลงท่อนแรก “แวบเดียวที่เห็น ใจฉันเต้น เย็นหวามกาย โศกทุกข์สร่างหาย เกิดสุขคล้าย กายต้องมนต์” ฟังเพียงท่อนแรกก็ต้องมนต์แล้วครับ

นอกจากเพลงพิมพ์ใจอันเป็นเพลงเด่นแล้ว อัลบัมนี้ยังมีอีกหลายเพลงที่ไพเราะน่าฟังเป็นอย่างยิ่งเช่นโปรดอย่าชัง, แอบปอง, รอยสัมผัส ถ้าท่านฟังเพลงลูกกรุงแนวสุนทราภรณ์จนเบื่อแล้ว ลองหาเพลงของวราห์ วรเวชมาฟังสิครับ แวบเดียวที่ฟังโสกทุกข์สร้างหายโดยพลัน

ปกด้านในมีเนื้อร้องให้ด้วยซึ่งจากจากปกแผ่นเสียงเพลงเก่าแผ่นอื่นๆ

ปกด้านในมีเนื้อร้องให้ด้วยซึ่งจากจากปกแผ่นเสียงเพลงเก่าแผ่นอื่นๆ