หวานแปร่งแห่งเสียงแจ๊สปารีส
ยูโรเปี้ยนแจ๊สกลายเป็นอีกสายธารหนึ่งของดนตรีแจ๊สในปัจจุบัน แม้ยูโรเปี้ยนแจ๊สจะเป็นการเหมารวมดนตรีแนวแจ๊ส ฝั่งยุโรปเข้าด้วยกัน ทว่าในบรรดาประเทศยุโรปต่างก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะแจ๊สฟากฝั่งปารีสแจ๊สดูจะคึกคัก จะกล่าวว่าเป็นเมืองหลวงของแจ๊สก็ไม่ผิด
สารภาพสัจจริงผมไม่รู้จัก Henri Texier มาก่อน ไม่เคยฟังอัลบัมเขามาแต่หนใด แต่เมื่อแรกฟังก็หลงใหลในพลัน ด้วยเสียงดนตรีแจ๊สที่น่าหลงใหล มันจะอนุรักษ์ในแบบแจ๊สก็ไม่ใช่ ซาวด์จะแหวกแปลกก็ไม่เชิง ทว่ามันเป็นการรวมซาวด์ทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง ซึ่งตรงจุดนี้สำคัญมากนักครับ เพราะดนตรีแจ๊สพยายามมองหาซุ่มเสียงใหม่ ๆ มานำเสนอต่อคนฟังในทุกยุค แม้ผมเองจะมีใจโอนเอนไปกับ Contemporary Jazz แต่ถ้าเจอซาวด์ใหม่ที่หวีดเกินระดับก็ต้องใช้เวลาในการฟังเช่นกัน
รักแรกพบระหว่างผมกับ Henri Texier จึงไม่อยู่เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะชุด Love Songs Reflexions ซึ่งรวบรวมเพลงที่เรารู้จักกันดีมานำเสนอใหม่แล้ว ซาวด์ในอัลบัมก็ช่างแตกต่างกันจนดูเหมือนว่ามันไปกันคนละทางเลย แต่ผมกลับคิดว่านี่แหละครับเพลงหวาน ที่ผสมผสานเพลงแก้เลี่ยนนั้นควรจะอยู่ในอัลบัมเดียวกัน
อองรี เต็กเซียร์ เป็นชาวปารีส เขาเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1945 เขาเป็นมือเบสที่เคยร่วมงานกับดอน เชอร์รี่, โจ ลาวาโน, สตีฟ สวาโลว์, จอห์นี่ กริฟฟิน เป็นต้น เขาออกผลงานในฐานะผู้นำวงพอสมควร และอัลบัม Love Songs Reflexions โดยอัลบัมนี้มีด้วยกัน 12 เพลง จากหลากหลายนักประพันธ์ รวมถึงเพลงที่อองรีแต่ง
เพลงแรก Beautiful Love (V.Young) เริ่มต้นเพลงด้วยการเดินท่วงทำนองหลักโดยเบส โดยมีเสียงฉาบตีคลอเป็นจังหวะ จากนั้นเบสก็เดินลีลาอิมโพรไวส์ กีตาร์เข้ามาร่วมแจมท่วงทำนองโดยการเล่นเสียงประสาน ก่อนที่แซกโซโฟนจะบรรเลงท่วงทำนองเพลงอีกครั้ง Beautiful Love จึงเป็นเพลงเปิดอัลบัมที่งดงามตามแบบเพลงแจ๊สที่น่าหลงใหล ทั้งเสียงประสานของดนตรีก็ทำออกมาได้ไพเราะจับใจ
เมื่อเข้าสู่เพลงที่สอง Intuition (ไม่ได้ระบุชื่อผู้แต่ง) เสียงฉาบอันไพเราะยังคงเริ่มขึ้น ตามด้วยการเดินเบส และเสียงแซกฯ เดินทำนองนำท่วงทำนองหลัก จากนั้นกีตาร์จึงสอดประสาน จากเพลงแรกถึงเพลงที่สองนี้มีแนวดนตรีที่ต่างกัน ซาวด์ดนตรีไม่หวานเหมือนเพลงแรก โดยวงเริ่มนำเสนอเสียงที่ออกล้ำหน้าเล็กน้อย
เพลงที่สาม I Love You (C.Porter) กีตาร์แผดขึ้นด้วยเสียงกร้าวแหบแหลม แซกโซโฟนบรรเลงรับลูกตอบดต้กันไปมา การอิมโพรไวส์อันเป็นอิสระ ทำให้เพลงหวานของโคล พอร์เตอร์กลายเป้นอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมันเร่งเร้าอย่างสุดประมาณ ก่อนจะหักมุมในเพลงที่สี่คือ In A Sentimental Mood (Ellington,Mills, Kutz) อันหวานหยดจนตัดรสจัดของเพลงที่สามอย่างชนิดที่ว่าแทบดึงอารมณ์กลับมาไม่ทัน สำหรับเพลงนี้แม้เราจะฟังมากี่ครั้งกี่หนกี่เวอร์ชั่นมันก็ยังคงทำให้เราจับจิตจับใจกับมันไม่เสื่อมคลาย การตีความในช่วงอิมโพไวส์นั้นทั้งโหยหวน ตัดพ้อ รำพึงรำพัน เสียงแซกโซโฟนฝีมือน้องชายของอองรี คือ Sébastien Texier นั้นทำได้อารมณ์ยิ่งนัก ขณะที่กีตาร์ Manu Codjai ก็ยังคงเน้นเสียงประสานที่สอดรับอย่างงดงาม
เพลงที่ห้ามือกลอง Christophe Marguet ก็มีโอกาสวาดลวดลายอย่างเอกอุในเพลง Dark Song
สำหรับเพลงที่เหลือนั้นก็ยังควเน้นที่ความสัมพันธ์ของวง ซึ่งเป็นเอกภาพ แต่ละเซ้คชั่นทำได้อย่างลงตัว แม้จะไม่ใช่อัลบัมที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยฟัง แต่ในแง่ที่ว่ามันสร้างซาวด์ดนตรีที่น่าสนใจนั้น โดยเฉพาะเพลงรักหวานที่ทุกคนคุ้นเคย ได้มีแง่มุมใหม่ และเป็นมุมมองที่ไม่หวาน ไม่นำสมัยจนเกินไป
Musicians
Henri Texier: bass
Sébastien Texier: saxophone alto, clarinette, clarinette alto
Manu Codjia: guitare
Christophe Marguet: drums
Song Lists
01.Beautiful Love (V.Young)
02. Intuition (4:36)
03. I Love You (C. Porter) (2:17)
04. In A Sentimental Mood (Ellington / Mills / Kutz) (6:29)
05. Dark Song (2:42) 06. Easy To Love (C. Porter) (3:42)
07. Mistreated (4:08)
08. God Bless The Child (B. Holiday / A. Herzog) (6:42)
09. A Vif (3:26)
10. Nostalgique (4:06)
11. Emouvantes Blues (H. Texier) (4:11)
12. My One And Only Love (R. Mullin / G. Wood) (8:11)
