Info

Posts tagged Record

การดซ็ตอัพหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียง

ท่านที่เล่นแผ่นเสียงคงเคยเจออาการแบบนี้ไม่มากก็น้อยนะครับคือ ตอนวางหัวเข็มฟังเพลงในแทรกแรก เสียงไพเราะมีมิติน่าฟัง แต่พอเล่นเลยครึ่งแผ่นไปแล้ว โดยเฉพาะสองสามแทรกสุดท้ายก่อนหมดแผ่น เสียงเริ่มไม่โฟกัส ฟังเพลงไม่ค่อยเพราะ มีเสียงซ่า ๆ เหมือนหัวเข็มเดินไม่ตรงร่อง หรือพูดง่าย ๆ ว่าเพลงในแทรกสุดท้ายเสียงไม่เหมือนแทรกแรกแม้แตน้อย

ถ้าเกิดอาการแบบนี้เขาเรียกว่า Alignment Error คือหัวเข็มไม่ได้วิ่งเป็นแนวตามที่มันควรจะเป็น

ในปี 1941 มีการคิดค้นว่าจะทำอย่างไรกับอาการ Error ของหัวเข็ม เขาจึงคิดวิธีคำนวนสองจุดที่จะทำให้หัวเข็มสามารถวิ่งเป็นเส้นตรงให้ได้ สองจุดดังกล่าวคือระยะ 66 และ 120.9 mm จากจุดกึ่งกลางแพลตเตอร์ (จุดกึ่งกลางนี้คือจุดที่ใส่เข้าแผ่นเสียงลงไปนั่นแหละครับ ภาษา Turntable เขาเรียกว่า spindle)

การจะตั้ง Alignment นั้นต้องอาศัย โปรเจคเตอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะแถมมากับเครื่องเล่นแผ่นเสียง (มือหนึ่ง) แม้จะดูง่าย ๆ ไม่ละเอียดแต่ก็ถือว่าเอาไว้ใช้งานได้ดีทีเดียว ดังน้นอย่าได้ทิ้งเลยนะครับถ้าเครื่องรุ่นไหนแถมมา ถ้าไม่มีก็ต้องหาซื้อเอาครับ สำหรับตัวที่ผมใช้นั้นเป็นของ dB Systems Cartridge Alignment Protractor ซึ่งถือว่าดีที่สุดในตลาด เที่ยงตรงที่สุด แล้วก็ละเอียดที่สุด และที่สำคัญมีให้เลือกทั้งแบบละเอียดและแบบธรรมดา ในที่นี้ผมขอเสนอวิธีการตั้งแบบธรรมดานะครับ เพราะน่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า

เมื่อนำ Cartridge Alignment Protractor มาวางเอาไว้ ตามรูปนะครับ เราจะเห็นจุด ดำ ๆ สองจุดคือ จุด A กับ B เราเรียกสองจุดนี้ว่า Null Points จุด A คือระยะ 66 mm ส่วนจุด B คือ 120.9 mm และเรายังเห็นเส้นขนานทั้งแนวตั้งและแนวนอน นอกจากสองจุดนี้แล้ว เจ้าเส้นแนวตั้งแนวนอนนี่แหละครับที่สำคัญมั่ก ๆ

Cartridge Alignment Protractor

dB Systems Cartridge Alignment Protractor

เริ่มแรกเอาไขควงไขหัวเข็มให้หลวม ๆ พอจะขยับได้ง่าย ๆ จากนั้นเอาโปรเทคเตอร์ไปวางตรง spindle ยกโทนอาร์มมายังจุด A เล็งให้ปลายเข็มวางตรงจุดกึ่งกลางพอดี ระหว่างนี้เราอาจจะหาอะไรมารั้งไม่ให้แพลตเตอร์หรือจานหมุนไปได้ เมื่อเล็งปลายเข็มตรงจุดนั้นแล้ว ให้เล็งบอดี้ของตัวเข็มทั้งด้านหัวและด้านข้าง ให้ขนานกับเส้นโปรเจ็คเตอร์ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

ซึ่งจุดนี้แหละครับข้นอยู่กับความชำนาญในการเล็ง เพราะไม่มีวิธีอื่นที่จะวัดได้แล้ว

เมื่อเล็งจนคิดว่าขนานกันแล้ว ให้ย้ายจากจุด A ไปจุด B โดยการเลื่อนแผ่นแพลตเตอร์ จากจุด B ก็เล็งปลายหัวเข็มให้ตรงจุด จากนั้นเล็งบอดี้ให้ขนานกับเส้นโปรเจ็คเตอร์ เหมือนกับจุด A เมื่อขยับจนตรงแล้ว ให้ค่อย ๆ ไขหัวเข็มให้แน่นขึ้น

วางโปรเจคเตอร์ลงบนแพลตเตอร์

วางโปรเธคเตอร์ลงบนแพลตเตอร์

เริ่มต้นจากจุดเอที่อยู่ด้านในก่อน

เริ่มต้นจากจุดเอที่อยู่ด้านในก่อน

จากนั้นให้กลับมาทำแบบเดิมคือ กลับมาวัดที่จุด A ว่าหลังจากไขน๊อตลงไปแล้วยังขนานกันเหมือนเดิม ถ้ามันไม่ขนานก็ปรับให้ขนานกัน

โทนอาร์มบางตัวไม่สามารถปรับให้ขนานกันได้ ต้องใช้วิธีเซ็ตอัพแบบละเอียดซึ่งผมขอข้ามไปนะครับ ผมคิดว่าปรับให้มันใกล้เคียงในจุด A ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

โทนอาร์มแบบโบราญอาจจะมีปัญหาเพราะว่าตัวยึดหัวเข็มมันใหญ่จนปิดหัวเข็มจนหมด แต่ถ้าเป็นอาร์มสมัยใหม่ส่วนใหญ่จะปรับได้ง่ายมากครับ วิธีการอาจจะต้องยึดตัวหัวเข็มให้ขนานกับตัวยึดให้มากที่สุด แล้วค่อยติดที่ยึดกับอาร์มแล้วค่อยไปตั้งหัวเข็มอีกที

ถ้าใครไม่อยากตั้ง Alignment หรืออยากให้เที่ยงตรงมากที่สุดก็ต้องไปใช้โทนอาร์มแบบ Linear แทนครับ

ทำวิธีนี้ว้ำไปซ้ำมาจนแน่ใจว่าตรงและขนานแล้ว ระหว่างที่ทำว้ำก็ค่อย ๆ ไขน๊อตยึดหัวเข็ม ทำอย่างค่อย ๆ นะครับ เพราะถ้าไขแรงเกินไปหัวเข็มก็จะเลื่อน และไม่จำเป็นต้องไขจนแน่นมาก ๆ เพราะจะทำให้หัวเข็มกับโทนอาร์มเสียหายมากกว่า

สังเกตว่าเส้นสีแดงที่ผมขีดเอาไว้ คือเล็งให้บอดี้ของหัวเข็มขนานกับเส้นแนวตั้งและแนวนอน

ปรับหัวเข็มให้ขนานกับเส้น

ปรับหัวเข็มให้ขนานกับเส้น

ลูกศรในภาพชี้ให้เห็นการเลื่อนจานหมุน และการขันน๊อต

สำหรับผมจะเน้นที่จุด A พอสมควร ทำให้จุด A มีความเที่ยงตรงถูกต้องมากที่สุด ส่วนจุด B จะให้ใกล้เคียงที่สุดครับ แต่อย่างไร การขันน๊อตให้แน่น เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เกิดความเพี้ยนได้ จึงต้องทำอย่างระวังเป็นที่สุด

ลองทำดูนะครับ เมื่อปรับจนแน่ใจแล้วก็อาจจะปรับการช่างน้ำหนักหัวเข็มอีกสักครั้งแล้วเริ่มฟังเพลงกัน เท่านี้อาการดังกล่าวก็จะหายไปครับ ถ้าแน่ใจว่าปรับตั้งถูกต้องแล้ว ถ้าฟังแล้วยังรู้สึกว่ามันยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องวัดระดับน้ำที่ตัวเครื่องเล่นแผ่นเสียง และที่วางเครื่องเล่นว่ามันเอียงหรือเปล่า เพราะมันอาจจะเกิดจากสาเหตุดังกล่าวก็ได้

ผมคิดว่าเทคนิคการเล็งหัวเข็มให้ขนานกันนั้นแต่ละคนจะต้องมีวิธีที่ต่างกันว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้หัวเข็มตรงและขนานกันให้มากที่สุด ใครที่มีวิธีที่ดีกว่านี้ในการเล็งก็อย่าลืมบอกกล่าวกันนะครับ

การเซ็ตอัพไม่ยากอย่างที่คิดครับ เมื่อก่อนผมก็คิดว่ายาก แต่พอทำเป็นแล้วไม่ยากเลยลองไปทำกันดูนะครับ

สำหรับท่านที่โหลดพวกโปรเจ็คเตอร์มาจากในเวบ ขอให้วัดระยะเสียก่อนการตั้งนะครับ เพราะถ้าไม่เที่ยงตรงการตั้งก็ไม่มีประโยชน์

จากนั้นย้ายมาเซ็ตอัพที่จุดบี โดยการเคลื่อนแพลตเตอร์

จากนั้นย้ายมาเซ็ตอัพที่จุดบี โดยการเคลื่อนแพลตเตอร์

การเซ็ตอัพควรจะลองวัด และทำอยู่สักสามสี่รอบ ค่อย ๆ วัด ค่อย ๆ ขันน๊อต

ข้อควรระวังก็คือการขันน๊อตจะต้องทำอย่างนิ่มนวลเพราะถ้าขันแรงเกินไปตัวหัวเข็มก็จะเคลื่อน

ท่านสามารถเข้าไปอ่านรีวิวในการเซ็ตอัพนี้ได้ที่ Hgt2.net

บทที่ 2 Begin Origin Live Aurora MKII

บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3

Origin Live Aurora MK 2

Origin Live Aurora MK 2

Origin Live ก่อตั้งโดย มาร์ค บาเกอร์ (Mark Baker) ในปี 1986  เขาเป็นคนที่คลั่งไคล้ในเสียงดนตรีคนหนึ่ง การที่เป็นนักประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เขาก้าวเข้ามาออกแบบอุปกรณ์เครื่องเสียง ผลิตภัณฑ์แรกของ Origin Live ก็คือสายสัญญาณในแบบสายแกนเดี่ยว ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายจากนิตยสารไฮไฟ Origin Live ไม่ได้หยุดอยู่กับความสำเร็จ เขายังคงออกแบบเครื่องเล่นแผ่นเสียง ลำโพง

หลักปรัชญาของ Origin Live ก็คือออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าสมกับราคา นั่นทำให้บริษัทสามารถพัฒนาก้าวไกลจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

ฐานผลิตของ Origin Live อยู่ที่เมืองเซาท์แธมตัน สหราชอาณาจักร ซึ่งยังคงเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศอังกฤษ

แต่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้กับ Origin Live กลับเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียง ซึ่งเครื่องเล่นแผ่นเสียง ORigin Live มีรูปแบบการออกแบบที่เฉพาะตัว มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ในแต่ละรุ่นเพิ่มเติมความแตกต่างบนความเหมือน โครงสร้างของเครื่องเล่นแผ่นเสียงได้ถูกออกแบบให้ลดเรโซแนนซ์ ขณะเดียวกันก็มีความเรียบง่าย

เครื่องเล่นแผ่นเสียงของ Origin Live มีด้วยกัน 5 รุ่น คือรุ่นเล็กสุด Aurora MKII, Calypso, Resolution MKII, Sovereign MKII และ Resolution Classic

ผมเลือกซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุน Aurora MKII ซึ่งเป็นรุ่นที่เล็กสุด ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดและต้องการเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่สมราคา ทั้งกลไกที่ดี และหน้าตาที่สวยงาม

เครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora MKII มีตัวแท่นให้เลือกหลายแบบ แบบที่เป็นมาตรฐานทำจากอคลีลิกสีดำ ส่วนตัวแท่นอื่นต้องสั่งพิเศษ มีทั้งแบบใส และแบบสีขาวขุ่นให้เลือก แต่ผมชอบสีดำอยู่แล้ว เพราะดูเข้มแข็ง และดูเก่ายากกว่าแบบอคลีลิกใส

Origin Live Aurora MK 2 ตัวสีขาวขุ่น

Origin Live Aurora MK 2 ตัวสีขาวขุ่น

ตัวโทนอาร์มของ Origin Live Aurora MKII นั้นสามารถเลือกใส่ได้สองแบบคือโทนอาร์ OL1 ซึ่งทาง Origin Live ได้ให้ทางเรก้าเป็นผู้ผลิต โดยตัว OL1 นั้นดัดแปลงมาจากโทนอาร์ม RB251 นั่นเอง โทนอาร์มอีกตัวที่สามารถใส่กับ Origin Live Aurora MKII ได้ก้คือ โทนอาร์ม Silver

OL1 Tonearm

OL1 Tonearm

Origin Live Aurora MKII เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงระบบสายพาน มอร์เตอร์แยกส่วนไม่ติดกับตัวแท่น จุดนี้มีทั้งข้อดีข้อเสียก็คือ ช่วยลดเรโซแนนซ์ได้ดีกว่า แต่ข้อเสียก็คือมอร์เตอร์ปราศจากฐานยึดทำให้รอบการหมุนมีโอกาสเพี้ยนได้ ดังนั้นก่อนเล่นจะต้องเช็คระยะจากมอร์เตอร์ไปยังจุดกึ่งกลางทุกครั้ง ส่วนรอบการหมุนมีสองสปีดด้วยกันคือ 33 rpm และ 45 rpm โดยสามารถเปลี่ยนรอบด้วยการคลิกสวิสต์ควบคุมที่มอร์เตอร์เท่านั้น

บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3

บทที่1 ORIGIN LIVE AURORA MKII

บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3

Origin Live Aurora MKII

Origin Live Aurora MKII

ผมกำลังเปลี่ยนเครื่องเล่นแผ่นเสียง หลังจากมองหาเครื่องเล่นมาหลายรุ่นหลายยี่ห้อมานาน ก็มาลงตัวที่ Origin Live รุ่น Aurora MKII

เมื่อหลายปีก่อนผมอ่านรีวิวเครื่องเล่นแผ่นเสียง Origin Live Aurora รุ่นแรก โดย Group Test กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงหลาย ๆ ตัว ในระดับราคาที่ไล่เลี่ยกัน รีวิวนั้นคะแนนของ Origin Live Aurora ได้มากที่สุด แต่ในวันนั้นผมก็ยังไม่ได้สนใจเครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้มากนัก จนกระทั่งเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ผมใช้อยู่มันต้องถอยเข้าอู่และทำท่าว่าจะแก้ยากเย็นแสนเข็ญ

ก่อนที่ผมจะตัดสินใจเลือกเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นนี้ ผมมองไปที่ Rega P3/24 เป็นตัวแรก เป็นเพราะว่าเรก้าอัพเกรดโทนอาร์ม RB300 ใหม่เอี่ยมอ่องเป็น RB301 และเป็นที่รู้กันว่าอาร์มของเรก้านั้นสุดยอดไม่แพ้อาร์มใดในโลก แม้ว่าเครื่องเล่นเรก้ายังคงเหนียวแน่นไม่ยอมปรับปรุงในเรื่องการตั้งค่า VTA ก็ตาม แต่สิ่งที่ผมให้คะแนนเรก้าต่ำมากอีกประการก็คือตัวแท่น (Plinth) ที่ยังดูเชยและเรียบเกินไป เหมือนกับว่าเรก้าไม่ได้สนใจการออกแบบให้มันดูดีเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าราคา 37,000-38,000 จะไม่มีเครื่องเล่นตัวไหนเทียบกับเรก้าได้แล้วก็ตาม แต่ผมยังคิดว่าไม่คุ้มค่าเสียเท่าไหร่ เพราะถ้าผมเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยผมน่าจะได้เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ดีกว่านี้

ตัวต่อมาที่ผมดูเอาไว้คือ Clear Audio Emotion (CAE) ซึ่งผมชอบเสียงที่แจกแจงรายละเอียดดีของเครื่องเล่นตัวนี้ ตัวแท่นที่ทำจากอคลิลิกขาวขุ่นก็ดูสวยงาม อาร์มของ CAE ก็เป็นอาร์มที่ดีเยี่ยม แต่ราคามันกระโดดไปถึง 59,000 บาท ซึ่งผมคิดว่าราคาของ CAE น่าจะอยู่ที่ 45,000 บาท หากว่า CAE ตั้งราคาอยู่ที่ 45,000 บาทจะทำให้เทิร์นตัวนี้น่าสนใจและเป็นตัวเลือกสำหรับคนในระดับเริ่มต้นจะขยับมาเล่นในระดับกลางได้ง่ายกว่า (ขายตัวเก่าแล้วเพิ่มเงินมาซื้อระดับกลางตัวใหม่ ก็จ่ายเพิ่มอีกไม่มาก)  เป็นอันว่าตัด CAE ออกไปอีกรายหนึ่ง

ตัวสุดท้ายเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงในฝันของผม นั้นคือ VPI Scout ผมโทรศัพท์ไปสอบถามตัวแทนจำหน่ายว่ามีเครื่องอยู่ในสต๊อคหรือไม่ ปรากฏว่ามีเหลือเพียง VPI Scout รุ่นพิเศษ ซึ่งมีราคาสูงถึง 85,000 บาท มันเกินงบประมาณของผมไปมากหลายเท่าตัว ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นที่จะนำมาซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งที่ราคา VPI Scout ธรรมดา น่าจะอยู่ที่ 65,000 บาท ถ้าหากวันที่ผมโทรศัพท์ไปยังตัวแทน ถ้าเขามีเครื่องเล่นแผ่นเสียง VPI Scout ซึ่งขายในราคา 65,000 บาท (ซึ่งเกินงบประมาณของผมไปเช่นกัน) ผมอาจจะตัดสินใจเพิ่มงบประมาณแล้วซื้อ VPI อย่างแน่นอน ผมคิดว่าเรื่องราคาในบ้านเราเป็นอุปสรรคต่อนักเล่นแผ่นเสียงจริง ๆ แต่จะทำอย่างไรได้ครับ เพราะเราแทบไม่มีทางเลือกเลย

ส่วนเครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้ออื่นเช่น Pro-Ject ผมไม่ค่อยชอบอาร์มของเครื่องเล่นยี่ห้อนี้เสียเท่าไหร่ เครื่องในระดับกลางก็มีราคาเอาเรื่องเหมือนกัน จึงไม่ได้สนใจหรืออยู่ในลิสต์การพิจารณา

แต่ที่ผมเสียดายก็คือเครื่องเล่น Roksan Radius 5 ซึ่งงบประมาณเกินกระเป๋าของผมไปมากตั้งแต่ผมสอบถามราคา เป็นอันตัดตกไปตั้งแต่ยังไม่ได้ดูสเปคของมัน (แล้วผมก็สงสัยว่าทำไมราคาของ Roksan Radius 5 ถึงแพงขึ้นเรื่อย ๆ ) แต่ที่น่ากลัวมากที่สุดสำหรับผม กลับเป็นว่าผมไม่รู้ว่าตัวแทนจำหน่ายนั้นเข้าใจเรื่องเครื่องเล่นแผ่นเสียงแค่ไหน เพราะผมเคยเข้าไปขอฟังเสียงลำโพงที่ตัวแทนแห่งนี้แล้ว ไม่ค่อยเชื่อว่าเขาจะเข้าใจเครื่องเล่นแผ่นเสียงนัก (แต่ผมอาจจะเป็นคนผิดที่คิดแบบนั้นก็ได้)

สุดท้ายผมก็ยูเทิร์นมาพบกับ Origin Live Aurora ซึ่งในปัจจุบันพัฒนามาสู่เจนเนอเรชั่นที่สองแล้ว (และน่าจะพัฒนาไปได้อีกไกล)

ตอนนี้เครื่องเล่นแผ่นเสียงนี้อยู่ระหว่างการเดินทางมา ผมจะอัพเดตความเป็นไปต่อไปในคอลัมน์หน้านะครับ

อ่านตอนต่อไป บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3