Info

Posts tagged Thailand

ปิดท้ายด้วยใจระทึกพลัน (ตอนที่ 2)

โดย นิวัต พุทธประสาท

มีเริ่มย่อมมีจบ เทศกาลดนตรีแจ๊ส TIJC เดินทางมาถึงวันสุดท้าย วันนี้ผมมาถึงงานช้าอีกตามเคยเพราะรถแท็กซี่ที่เรียกมาจากหมู่บ้านเสียเวลาหาบ้านอยุ่นาน เมื่อไปถึงสวนพฤษาดุริยางค์ ทางวงมหิดลแจ๊สออร์เคสตราก็บรรเลงจบลงพอดี ผมจึงเดินเตร็ดเตร่ในบริงานเพื่อหาที่นั่ง วันนี้คนเยอะกว่าเมื่อวานรวมถึงเพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวงนักเขียนก็ให้ความสนใจมาชมกันหลายคนตั้งแต่อนันต์ ลือประดิษฐ์ นักเขียนคอลัมน์เพลงแจ๊สที่มีผลงานวิจารณ์เพลงแจ๊สอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสื่อมวลชนทางแจ๊สคนสำคัญ จากนั้นก็พบกับโตมร ศุขปรีชา บรรณาธิการบริหารหนังสือ GM ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน นักแปล พบคุณเอกจากกอง บก.ดิฉัน และยังพบกับพี่โอ๋ สิเหร่ กูรูเพลงแจ๊สอีกคนที่เลือกมาชมงานในวันนี้

ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมเรียกร้องในบทความเมื่อปีก่อนจะเป็นจริง คือให้มีการแสดงเพลงร้องในงาน TIJC ด้วย ไม่รู้เป็นความพ้องพานอย่างบังเอิญหรือทางผู้จัดเข้ามาอ่านไม่อาจรู้ แต่การมีเพลงร้องในเทศกาลนับว่าเป็นสีสันที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง ถ้าปีหน้ายังหาใครไม่ได้ การเชิญ Cherryl Hayes มาอีกครั้งก็ไม่เสียหายนะครับ

การแสดงของ Cherryl Hayes ในค่ำคืนนี้ถือว่าวิเศษที่สุด เธอมีเสียงกว้างถึง 3.5 อ๊อกเทฟ ทำให้การร้องของเธอเต็มไปด้วยความไพเราะสวยงาม การตีความดนตรีของเธอก็ทำได้น่าทึ่งไม่แพ้กัน เธอสามารถเลียนเสียงเครื่องดนตรี และยังเอนเตอร์เทนผู้ฟังได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเพลง Round Midnight และเพลง Caravan ซึ่งสะกดผู้ฟังให้อยู่ในพวังค์เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ผมเห็นว่าวิเศษมากอีกประการหนึ่งก้คือ นักดนตรีสมทบผสมระหว่างวงของ อ.รังสิตกับมหิดล อันประกอบไปด้วย อ.ณภัสต์ (กลอง) และ ธีรวัฒน์ (เบส) อ.จากม.รังสิต เล่นร่วมกับอ.คม วงษ์สวัสดิ์ เล่นเปียโน (เมื่ออยู่วง The Pomelo Town เขาเล่นกลอง) เมื่อสองวงมาผสมกันและเล่นแบ๊คอัพให้กับเชอร์ริล เฮย์ กลับทำให้ดนตรีที่พวกเขาเล่นมีความสด มีความแจ่มใส กระชับและมีแพตเทิร์นที่ผ่อนคลายมากกว่าเล่นกับวงของตัวเอง ผมแปลกใจกับเสียงที่ได้มาก ว่าทำไมมันแตกต่างจริงๆ โดยเฉพาะความกระตือรือร้นของเสียงดนตรีแม้จะไม่เนี้ยบเท่ากับวงของตัวเอง แต่ดนตรีแจ๊สนั้นแข่งกับความสดใหม่ของเสียงมากกว่า

ส่วนเสียงของเชอร์รีล เฮย์ นั้นไม่ต้องบรรยายครับ เธอร้องได้อย่างไพเราะ น่าทึ่ง จนทำให้ผมหลับตานึกถึงนักร้องแจ๊สผิวสีอย่างซาราห์ วอห์น, เอลลา, บิลลี่ ฮอลิเดย์ ซึ่งเสียงของเฮย์ เธอแทบไม่ต้องเค้นเสียงเหมือนที่นักร้องทั่วไปชอบทำกัน เสียงที่ออกมาจากตัวเธอเป็นธรรมชาติมาก จนบางครั้งผมคิดว่าการร้องเพลงแจ๊สคงต้องยกให้กับสาวผิวสี และค้อมหัวคาราวะอย่างไม่มีข้อสงสัย

จบการแสดงของเชอร์รีล เฮย์ด้วยความชื่นมื่น ต่อกันด้วยวงเจ้าภาพอย่าง The Pomelo Town ซึ่งหลายคนต้องยกความสร้างสรรค์ของวง เพราะทุกครั้งจะมาแสดงด้วยบทประพันธ์ใหม่ๆ เสมอ วง The Pomelo Town ประกอบไปด้วยกฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ (แซกโซโฟน) ดริน พันธุมโกมล (เปียโน) นพดล ถิรธาราดล (เบส) และ คม วงษ์สวัสดิ์ (กลอง) ในงานแสดงครั้งนี้ก็เช่นกันครับ ทางวงเล่นเพลงใหม่ทุกเพลง ทีมเวิร์คของ เดอะโพเมโลทาวน์ ทำได้อย่างสอดประสานกัน ซึ่งผมคิดว่าวงแจ๊สของไทยฝีมือทัดเทียมกับวงจากต่างประเทศ ถ้าเพิ่มเติมรสหวานและความพ๊อพเข้าไปนิดผมคิดว่าฝีมือระดับนี้จะยิ่งก้าวหน้าในอนาคต

 

จบจากวง The Pomelo Town ก็มาถึงไฮไลต์ของงานนี้ นั่นคือวง Benny Green Trio นักเปียโนที่เปี่ยมด้วยความสามารถ เบ็นนี่ กรีน เกิดที่นิวยอร์ค ในปี 1963 แต่มาเติบโตที่เบิร์คลีย์ แคลิฟอร์เนีย เขาเริ่มเรียนเปียโนตอนอายุ 7 ขวบ ในสายดนตรีคลาสสิก ทว่าอิทธิพลของพ่อซึ่งเป็นนักเทเนอร์แซกโซโฟน จึงสนใจเล่นเพลงแจ๊สในเวลาต่อมา

เมื่อเติบใหญ่ร่วมเล่นกับวงแจ๊สจำนวนมากเช่นวง บ็อบบี้ วัตสัน, เบ็ตตี้ คาร์เตอร์ ในชช่วงปี 1993-1997 ต่อมาจึงร่วมกับวง Tha Jazz Messengers ของ อาร์ต เบลคกีย์ ก่อนจะได้ร่วมงานกับยอดตำนานมือทรัมเป็ตอย่าง เฟร็ดดี้ ฮับบาร์ต

สำหรับเบ็นนี่ กรีนแล้ว เขาเป็นนักเปียโนสายแจ๊สคนแรกที่ได้รับรางวัลเกลน กูลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จากสภาเมืองดตรอนโต ในปี 1993 ต่อมาเขาร่วมกับวงเรย์ บราวน์ ตำนานเบสแจ๊สคนหนึ่งของโลก จนกระทั่ง 1997 เขาเริ่มตั้งวงทรีโอของเขาขึ้นมาซึ่งมีผลงานบันทึกเสียงจากหลายสังกัดรวมถึงบลูโน๊ตเร็คคอร์ด

ก่อนการแสดงของเบนนี่ กรีนจะเริ่มขึ้นต้องเสียเวลาไปเล็กน้อยด้วยการตั้งสายเปียโนอีกครั้ง เพราะในวันนั้นอากาศร้อนอบอ้าว และเปียโนกลางแจ้งผ่านการเล่นมาตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงดึกเช่นนี้ย่อมต้องทำงานหนัก เมื่อวงจะเริ่มเล่น มีสายฝนบางๆ ค่อยๆ หล่นร่วงลงมา ผมถึงกับใจแป้วด้วยใจระทึก คือถ้าฝนตกลงมาในเวลานี้ต้องถือว่าเป็นอันจบกัน ผมเคยดูคอนเสิร์ตท่ามกลางสายฝนมาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่สวนพฤษาดุริยางค์ ซึ่งพื้นเป็นหญ้า คงแปรสภาพไม่ต่างไปจากวู๊ดสต๊อคในวันที่ฝนตกเป็นแน่ (ฮา)

แต่เหมือนอะไรดลใจทำให้ฝอยฝนนั้นหยุดลง และการแสดงบนเวทีก็ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น มีเพียงครั้งเดียวเมื่อเบนนี่ กรีนบรรเลงเพลงแรกจบ เขาหายเข้าไปหลังเวที ทำให้ผมงงว่าเกิดอะไรขึ้น หนุ่มน้อยคนนั้นกำลังทำอะไร เปียโนเสียงเพี้ยนหรือ แต่เปล่าครับ เขาหายไปเพื่อไปจดคำพูดว่า “คอบคุงคับ” มาอ่านให้ผู้ฟังฟังนั่นเอง (ฮา2)

มาพูดถึงลีลาการแสดงของเบนนี่กรีนกันครับ ต้องบอกว่าศิลปินระดับโลกนั้นใส่ใจทุกรายละเอียด เขาขึ้นมาเล่นบนเวทีด้วยเสื้อสูธสีเทาเข้มที่ดูเรียบร้อยทว่าสวมใส่สบาย ซึ่งผมคิดว่าแม้เป็นนักเปียโน ไม่ได้แอคชั่นอะไรมากทว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าได้ชมการแสดง ลีลาเปียโนของเขาก็เด็ดมากทั้งปฏิพานดนตรี ฝีมือ เทคนิค รวมถึงอารมณ์ด้นสดที่เปี่ยมคุณภาพ เขาเลืกเล่นเพลงที่ไม่ยาวมากนัก และมีเพลงแต่งใหม่ซึ่งแต่งขึ้นระหว่างที่เขาเวิร์คช็อป เพลงนี้เล่นครั้งแรกที่เวทีแห่งนี้ มีชื่อเพลงว่า Golden Flamingo มันเป็นเพลงที่มีเมโลดี้ไพเราะทำให้ผมนึกถึงลีลาเพลงของคีธ จาเร็ตต์ขึ้นมานิดๆ

การแสดงวันนี้จบลงด้วยความสุขสุดยอด เบนนี่ กรีนเล่นได้ดี จนทำให้ผมหลงใหลฝีมือเปียโนของเขา งานจบลงอย่างเรียบง่าย ผู้ชมทยอยกันกลับ สนามหญ้ากลับสู่ความว่างเปล่า ไฟสนามดับลง บนเวทีค่อยทยอยกันเก็บเครื่องไฟ

จากวันนี้ ผมภาวนาให้ปีหน้ามาถึงเร็วขึ้น เพื่อจะได้ชมเทศกาลแจ๊ส TIJC อีกครั้ง

This slideshow requires JavaScript.

งานแสดงภาพบนเวบไซต์ชุด “แสงซึ่งตาไม่เห็น น้ำท่วมประเทศไทย” ภาพถ่ายขาวดำชุดที่สอง

ภาพถ่ายโดย นิวัต พุทธประสาท

 

 

นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี  (สิงห์สนามหลวง) อดีตบรรณาธิการนิตยสารวรรณกรรมช่อการะเกด  เปิดเผยว่าขณะนี้ตนและครอบครัวได้มาพักอาศัยที่บริษัททีวีบูรพา เพราะบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นที่เก็บหนังสือเก่านับแสนเล่ม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทำนบหลัก 6 รังสิต ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเป็นเรือนบ้าน 4 หลังมี 3 หลังเป็นบ้านชั้นเดียวเก็บหนังสือเก่าที่สะสมมาในรอบ 50 ปี ตั้งแต่เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2505 และอีก 1 หลังเป็นบ้าน 2 ชั้น ซึ่งบนชั้น 2 เก็บคอมพิวเตอร์และภาพเขียนจำนวนมาก โดยหวังว่า หากเป็นไปได้ ก็อยากจะกลับไปเก็บภาพเขียนและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังเหลืออยู่

นายสุชาติเปิดเผยว่า บ้านทั้ง 4 หลังใช้เป็นที่เก็บสะสมหนังสือเล่ม หนังสือพิมพ์ และนิตยสารรุ่นเก่า ที่ถูกตีพิมพ์ตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2500 บางเล่มตีพิมพ์เมื่อปี 2468 ปี 2470 ปี 2475  มีหนังสือเก่าอาทิ “ประชามิตร” “เสียงใหม่” “อธิปัตย์” “ประชาธิปไตย” “หนังสือพิมพ์ประชาชาติ” นอกจากนั้น ยังมีหนังสือที่ตีพิมพ์สมัย 14 ตุลา 2516 นวนิยายรุ่นเก่า หนังสืออภินันทนาการและงานปัจจุบันที่เก็บไว้ทั้งผลงานตัวเองและผลงานของ “ศรีดาวเรือง” ภรรยา และมีหนังสือกลุ่มที่เคยเป็นหนังสือต้องห้ามซึ่งเกี่ยวกับความคิดทางสังคมการเมือง นิตยสารบางเล่ม เคยเก็บใส่ถังฝังดินไว้เป็นสิบๆ ถังด้วยเหตุผลเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองในอดีต โดยมีบางส่วนจมไปและบางส่วนก็ยังเหลืออยู่จนกระทั่งผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519  หากนับจำนวนเล่มทั้งหมดก็น่าจะเป็นแสนเล่ม และมีภาพวาดอีกเป็นหมื่นภาพ


“ผมตั้งใจจะเก็บไว้ให้คนรุ่นต่อไป โดยจะมอบให้ห้องสมุดหรือสถาบันการศึกษา จัดไว้เป็นหมวดหมู่ มีหนังสือการเมือง สังคมศาสตร์ปริทัศน์ โลกหนังสือ นิตยสารทั้งหลาย สารคดี ศิลปวัฒนธรรม ผมสะสมมาตั้งแต่ปี 05 ปี06 สมัยเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์” นักเขียน-บรรณาธิการผู้นี้กล่าว


สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมสูงจนจมมิดบ้านทั้ง 3 หลัง อีกทั้งยังมีทรัพย์สินและสุนัขอีก 2-4 ตัว ที่ยังอยู่บนชั้น 2 ของบ้านอีกหลังหนึ่งนั้น นายสุชาติเปิดเผยว่า ตนและครอบครัวยกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขึ้นไปบนชั้น 2 ตั้งแต่ก่อนวันที่ 21 ตุลาคม โดยยกของขึ้นที่สูงทั้งคืน แต่ก็ประเมินผิด ไม่คิดว่าน้ำจะท่วมสูงและท่วมอย่างรวดเร็ว ถึงขนาดต้องใช้แกลลอนเปล่าในการพยุงตัวออกจากบ้านหลังจากเก็บของขึ้นที่สูงแล้ว แต่มีคนเอาแผ่นเหล็กไปปิดกั้นสะพานดำ ไม่ให้ไหลเข้ามาเมืองเอก และคลองเปรมประชากร จากเดิมที่สะพานดำมีด้านล่างไว้สำหรับให้น้ำลอดระบายออกไป แต่เมื่อทางน้ำถูกปิดกั้น น้ำก็ไหลทะลักเข้าฝั่งตะวันออกของทางรถไฟซึ่งเป็นฝั่งที่ตั้งบ้านของตนเองและทราบว่าขณะนี้น้ำสูงจนข้ามทางรถไฟไปได้


ส่วนเหตุการณ์ช่วงเย็นวันที่ 21 ต.ค. น้ำขึ้นสูงประมาณเมตรกว่า ตนกับภรรยาซึ่งว่ายน้ำไม่เป็นต้องใช้แกลลอนผูกพยุงตัวลอยน้ำพร้อมกับลูกชายต้องเกาะต้นกล้วยออกมาด้วยกัน พร้อมสุนัขตัวเล็กที่ว่ายน้ำตามมาด้วยอีก 1 ตัว กระทั่งถึงฝั่งตรงทางรถไฟ จากนั้นจึงติดต่อเพื่อนที่ทีวีบูรพาและพักค้างคืนที่ทีวีบูรพาจนถึงขณะนี้ อย่างไรก็ตาม นับแต่วันที่ออกจากบ้านในช่วงค่ำวันที่ 21 ต.ค. ตนได้กลับไปดูบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น 22 ต.ค. พร้อมกับทีมงานรายการ “คนค้นคน” พบว่าน้ำขึ้นท่วมบ้านในระดับที่สูงขึ้นไปอีก และระหว่างนั่งเรือกลับออกจากบ้านพร้อมทีม “คนค้นคน” มีสุนัขอีก 4 ตัว จากที่เลี้ยงไว้ทั้งหมด 7 ตัว  ว่ายน้ำตามมาส่งด้วย โดย 2 ตัว ว่ายหันหลังกลับไป ซึ่งไม่แน่ใจว่าทั้งคู่ว่ายน้ำกลับถึงบ้านหรือไม่ ส่วนอีก 2 ตัว ว่ายน้ำมาถึงทางรถไฟ โดยขณะนี้ไม่ทราบชะตากรรมเป็นอย่างไรเมื่อน้ำสูงข้ามทางรถไฟแล้ว ส่วนอีก 2 ตัวอยู่ชั้น 2 ของที่บ้าน ตอนนี้ หากเป็นไปได้ ก็อยากจะมีเรือที่สามารถเข้าไปถึงบ้านได้ เพื่อเก็บภาพวาดที่เหลือพร้อมอุปกรณ์เท่าที่เป็นไปได้และนำสุนัขออกมาในที่ปลอดภัย    


“ผมอาจจะประมาท แต่ผมก็ไม่ทราบความเป็นจริง ว่าน้ำจะสูงขึ้นและรวดเร็วขนาดนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจัดการของคน แทนที่จะระบายน้ำให้เฉลี่ยกันไป 50:50 แต่มีการมากักไว้บางบริเวณ และไม่ได้รับการแจ้งเตือนความเสี่ยง หนังสือที่จมไปแล้วตอนนี้ก็ช่างมัน จมไปหมดแล้ว ผมพยายามช่วยมัน แต่เราไม่รู้ความเป็นจริง ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ก็อยากกลับไปดูบ้านซึ่งยังมีสุนัขอยู่บนชั้น2 ผมอยากไปเก็บภาพเขียนและอุปกรณ์ หากจะมีอะไรพอเหลืออยู่ ดีกว่าไปได้กลับไปเก็บอะไรกลับมาเลย แต่หากเป็นไปไม่ได้ ก็ช่วยไม่ได้” นายสุชาติกล่าว

 

ก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายมกุฏ อรฤดี บก.บห.สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ได้ขึ้นข้อความว่า “ใครมีเรี่ยวแรง และออกนอกพื้นที่ได้ โปรดติดต่อเพื่อกู้ ′บ้านคุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี′ ซึ่งขณะนี้อยู่ในน้ำแล้ว การกู้บ้านหลังนี้ ก็เท่ากับกู้ ′สมบัติด้านวรรณกรรมของชาติไทย′”  ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สามัญชน 02 530 5198 หรือ082 993 9033 ติดต่อสอบถามเส้นทางได้ที่ 084 022 1787


โดย นิวัต พุทธประสาท

High Dynamic Range Photo

อุปกรณ์ถ่ายภาพที่ต้องใช้ในการถ่ายภาพ High Dynamic Range (HDR)

1.กล้องถ่ายรูปที่สามารถปรับค่าชดเชยแสง

2.ขาตั้งกล้อง+สายลั่นชัตเตอร์

โปรแกรมในการตกแต่งภาพ

1. Adobe Photoshop

2.Adobe Bridge

3.PhotoMatix

ต่อไปนี้เป็นวีดีโอติวเตอร์การทำภาพ HDR ซึ่งมีด้วยกันสองตอน

Part 1

 

Part 2

ที่มา: ศูนย์สื่อมวลชนด้านวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น (Science Media Centre of Japan)

ถาม: ระดับสารกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลออกมาจากโรงไฟฟ้า มีปริมาณมากพอที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่?

ตอบ: ระบบตรวจจับกัมมันตภาพรังสีของร่างกายมนุษย์ มีความสามารถเพียงพอในการตรวจสอบสารกัมมันภาพรังสี หากว่าคุณมีจำนวนอะตอมกัมมันตรังสีบนผิวหนังมากถึง 50 จนถึงหลายร้อยอะตอม หากว่าระดับสารรังสีอยู่ในระดับต่ำ ร่างกายก็สามารถป้องกันตนเองได้

 

ถาม: เราจำเป็นต้องกังวลต่ออันตรายที่เกิดจากสารกัมมันตรังสีทางอ้อมหรือไม่ เช่น การบริโภคอาหารทะเลจากพื้นที่ดังกล่าวมีความปลอดภัยหรือไม่?

ตอบ: หากว่ารายงานระดับสารกัมมันตรังสีมีความแม่นยำ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องกังวล เนื่องจากสารกัมมันตรังสี สามารถพบได้ทั่วไปในสภาพแวดล้อมทั่วไป

 

ถาม: การอยู่ภายในอาคารปลอดภัยหรือไม่?

ตอบ: สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการอยู่ให้ห่างจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศ การอยู่ห่างจากสถานที่ดังกล่าวประมาณ 20 กิโลเมตร ถือเป็นระยะที่ปลอดภัย นอกจากนั้น ยังช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอากาศที่มีการปนเปื้อนของสารรังสี

 

ถาม: หากว่าระยะ 20 กม.มีความปลอดภัยจริง ประชาชนที่อาศัยในกรุงโตเกียวควรอาศัยอยู่ในแต่อาคาร และหลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้งหรือไม่? หรือหากจำเป็นต้องเดินทางออกนอกอาคาร ไม่ควรให้ผิวหนังสัมผัสกับอากาศหรือไม่?

ตอบ: โตเกียวอยู่ห่างจากฟูกุชิมะมากกว่า 200 กม. กระแสลมอาจพัดพาสารกัมมันตรังสีและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนได้ แต่เมื่อพิจารณาว่า ยิ่งสารรังสีต้องเดินทางเป็นระยะทางมากเท่าใด ระดับสารก็จะลดลงมากเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวล

 

ถาม: ทำไมต้องอพยพห่างจากโรงไฟฟ้าถึง 20 กม.?

ตอบ: รัฐบาลไม่ได้แถลงว่าใช้หลักการใดในการพิจารณา แต่ในกรณีของการเกิดอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกาะทรี ไมล์ส ของสหรัฐฯ เมื่อปี 1979 ไม่พบว่ามีความเสียหายใดๆในระยะทางหลัง 16 กม. รัฐบาลจึงอาจปรับเปลี่ยนระยะทางโดยอาศัยจากการสังเกต

 

ถาม: หากว่ามีสารกัมมันตรังสีรั่วจริง มันสามารถเดินทางไกลได้แค่ไหน?

ตอบ: เป็นเรื่องยากที่จะทำนายโดยไม่ทราบว่าปริมาณไอโซโทปของสารรังสีที่รั่วออกมีจำนวนเท่าใด และสภาพอากาศในขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสลมว่าเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกาะทรี ไมล์ส ซึ่งสถานที่เก็บสารรังสีไม่ได้รับการกระทบกระเทือน และเป็นที่เข้าใจกันว่าไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อพื้นที่นอกเหนือรัศมี 16 กม.

 

ถาม: การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไอโอดีนสามารถช่วยต่อต้านสารกัมมันตรังสีได้หรือไม่?

ตอบ: ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น นอกจากจะไม่ใช่ยาใช้ภายในแล้ว ยังมีสารอย่างอื่นที่เป็นอันตรายต่อร่างกายรวมอยู่ด้วย ในกรณีที่ร่างกายได้รับปริมาณไอโอดีนซึ่งเป็นสารกัมมันตภาพรังสีเข้าไปปริมาณมาก ยาที่มีฤทธิ์ช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดต่อร่างกายคือ “ยาบรรเทาไอโอดีน” ซึ่งเป็นยาใช้ภายในและใช้เฉพาะภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

 

ถาม: คำว่า “ระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ล้มเหลว” หมายความว่าอย่างไร?

ตอบ: หมายความว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไม่สามารถลดความร้อนลงได้เพียงพอ ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ความร้อนหรือพลังงานซึ่งถูกผลิตขึ้นโดยเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานโดยการหมุนเวียนน้ำ และหากว่าระบบน้ำหล่อเย็นไม่สามารถหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเชื้อเพลิงดังกล่าวก็ไม่สามารถเย็นลงได้

ถาม: ปลอดภัยหรือไม่ ที่จะลดความร้อนของเตาปฏิกรณ์ด้วยน้ำทะเล แทนที่จะเป็นน้ำสะอาด?

ตอบ: โดยปกติแล้วมักจะใช้น้ำสะอาดในกระบวนการหล่อเย็น เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานของเตาปฏิกรณ์และลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในปัจจุบันการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ด้วยหนทางใดก็ได้เท่าที่จะเป็นไปได้ มีความสำคัญยิ่งกว่า

 

ถาม: หากใช้น้ำทะเลแล้ว จะก่อให้เกิดปัญหาใดหรือไม่?

ตอบ: ก่อให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องจากน้ำทะเลอาจก่อให้เกิดคราบเกลือด้านในท่อ และอาจกัดกร่อนท่อจนกระทั่งเกิดการรั่วไหลของสารรังสี ดังนั้นจึงมักนิยมใช้น้ำจืดเป็นตัวหล่อเย็นมากกว่า

 

ถาม: ทำไมจึงไม่สามารถปิดเตาปฏิกรณ์ลงในทันทีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว?

ตอบ: มีการปิดเตาปฏิกรณ์แล้ว ผลลูกโซ่ของการแตกตัวของนิวเคลียสของอะตอมก็หยุดแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ดี เตาปฏิกรณ์จำเป็นต้องถูกลดความร้อนลง เพื่อป้องกันการเกิดไอโซโทปที่มีกัมมันตรังสีในแท่งเชื้อเพลิงที่บรรจุอยู่ในแกนปฏิกรณ์ และลดความร้อนที่ยังคงตกค้างจากการเพิ่มความร้อนให้แก่เตาปฏิกรณ์

 

ถาม: น้ำที่ผ่านกระบวนการหล่อเย็นในเตาปฏิกรณ์ จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?

ตอบ: น้ำเสียที่มีระดับการปนเปื้อนกัมมันตรังสีต่ำ จะผ่านกระบวนการกรองก่อนที่จะปล่อยออกสู่สภาพแวดล้อม ส่วนน้ำเสียที่มีระดับการปนเปื้อนกัมมันตรังสีสูง จะผ่านกระบวนการต้มเสียก่อน ซึ่งจะเปลี่ยนสารกัมมันตรังสีให้เป็นของแข็ง ซึ่งสามารถถูกคัดออกก่อนที่จะปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อม

 

ถาม: การระเบิดของโรงไฟฟ้าปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมาหมายเลข 1 เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ตอบ: การระเบิดที่อาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เกิดจากแรงดันของก๊าซไฮโดรเจนภายในสูงเกินไป แรงดันของก๊าซไฮโดรเจน เกิดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้น้ำทำปฏิกิริยากับเซอโคเนียม ซึ่งเป็นธาตุโลหะหายาก ทำให้น้ำ หรือ H2O ถูกแยกเป็น H2 หรือ ไฮโดรเจน กับ O หรือ อ๊อกซิเจน และไปจับกับเซอโคเนียม ทำให้มีก๊าซไฮโดรเจนในปริมาณมาก ทำให้ความดันสูงจนดันอาคารปฏิกรณ์จนพังเสียหาย

 

ถาม: ถึงแม้ว่าจะมีการะเบิด แต่เครื่องปฏิกรณ์กลับไม่ได้รับความเสียหาย นั่นหมายความว่าการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน ไม่สามารถทำลายเครื่องปฏิกรณ์ได้หรือไม่?

ตอบ: ใช่ แม้ว่าอาคารภายนอกจะได้รับความเสียหาย แต่ห้องเก็บเครื่องปฏิกรณ์มีความแข็งแรงมาก และถือเป็นด่านสุดท้ายเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ตราบใดที่เครื่องปฏิกรณ์ไม่ได้รับความเสียหาย ตราบนั้นก็ไม่เกิดหายนะ

 

ถาม: สมมุติว่าก๊าวไฮโดรเจน บังเอิญรั่วออกจากเครื่องปฏิกรณ์ การระเบิดของไฮโดรเจนสามารถนำไปสู่การระเบิดภายในเครื่องปฏิกรณ์เองได้หรือไม่?

ตอบ: เครื่องปฏิกรณ์ถูกเติมด้วยก๊าซไนโตรเจน จึงไม่มีทางที่จะเกิดการระเบิดภายในเครื่องปฏิกรณ์

 

ถาม: ดังนั้น เครื่องปฏิกรณ์ก็ไม่ได้รับความเสียหาย?

ตอบ: ตราบเท่าที่ข้อมูลที่ได้รับการแถลงจากโรงไฟฟ้าเป็นจริง เราก็สามารถมั่นใจได้ว่าเตาปฏิกรณ์จะยังคงมีความปลอดภัย

 

ถาม: การระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน มีลักษณะเดียวกับการระเบิดของระเบิดไฮโดรเจนหรือไม่?

ตอบ: การระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน แตกต่างกับการระเบิดของระเบิดไฮโดรเจน นี่เป็นเพียงปฏิกิริยาทางเคมีที่ก๊าซไฮโดรเจนและอ็อกซิเจนถูกนำมารวมกัน จนกระทั่งเกิดพลังงานและน้ำ ปฏิกิริยาเช่นนี้ไม่ถือว่าแผ่รังสี แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไฮโดรเจนได้ปล่อยสารรังสีที่เริ่มต้นด้วยการระเบิดเช่นเดียวกันนั้น จึงจะสร้างการแผ่รังสีที่สามารถตรวจจับได้